จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา

จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-13
โดย:  เนี่ยนเจินยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
75บท
484views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

นายน้อยตระกูลฉีแอบเข้าวังต้องห้ามเพราะความเป็นห่วงพี่สาวแท้ๆ ที่ถูกกำหนดให้แต่งงานเข้าตระกูลหลวง คือองค์ชายรองผู้มีชื่อเรื่องเจ้าสำราญ อันฉีหวังเพียงจะหาทางช่วยพี่ให้หลุดพ้นชะตากรรมนี้ ทว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตร ไม่เพียงช่วยพี่สาวไม่ได้ เขากลับกลายเป็นชายาบุรุษขององค์ชายรองเสียเอง

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

1.ขบวนแห่ยิ่งใหญ่

“พวกเขามากันแล้ว!” อากุ้ย ทาสรับใช้ในจวนของท่านเจ้าแคว้นฉี ใช้มือป้องปากตะโกนลั่นด้วยสีหน้าตื่นเต้น หากแต่แฝงไว้ด้วยความยินดีอย่างยิ่งยวด ทาสรับใช้คนอื่น ๆ ที่ทำงานอยู่ก็ชะงักมือหยุดงานตรงหน้าแทบจะทันที อาเหว่ย ถึงกับโยนกระบุงเกลือที่แบกไว้บนบ่าทิ้งไปอย่างลืมตัว ส่วนอาเฉียง วางไม้กวาดในมือพิงไว้กับต้นท้อใกล้ ๆ จากนั้นทั้งหมดก็รีบสาวเท้ากรูกันเข้ามายืนข้างกายเจ้าคนแหกปากด้วยความอยากรู้อยากเห็น

สิ่งที่พวกเขาได้เห็นตรงหน้าประตูจวนนั้นคือ กลุ่มคนในเครื่องแบบทหารกำลังแบกเกี้ยวสีแดงหลังใหญ่มุ่งตรงมายังจวน บุรุษและสตรีรวมกันเกินกว่าห้าสิบชีวิต จัดแบ่งเป็นสองแถวซ้ายขวาอย่างเป็นระเบียบ นำหน้าด้วยเหล่าทหาร ตามด้วยเหล่านางกำนัล และที่ขาดไม่ได้คือเหล่านักดนตรีที่กำลังประโคมมโหรีสร้างความครึกครื้นเอิกเกริกมาตลอดทาง

เมื่อขบวนแห่ดังกล่าวมาหยุดสนิทหน้าประตูจวนตระกูลฉี แปดบุรุษร่างบึกบึน ผู้ทำหน้าที่แบกเกี้ยวเจ้าสาวหลังใหญ่อันว่างเปล่าไว้บนบ่า ต่างค่อย ๆ ประคองเกี้ยวสีแดงนั้นวางลงพื้นโดยพร้อมเพรียงกันอย่างระมัดระวัง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแม้แต่น้อย

อากุ้ย ทำหน้าระรื่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื้นตัน: “ช่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติจริง ๆ นับว่าเป็นบุญตาของข้าแล้ว มิเสียทีที่ได้เกิดมา มิเสียที!”

อาเฉียง ยิ้มตาหยีพลางพูดเสริม: “ครึ่งค่อนชีวิตทาสเยี่ยงข้า ได้เห็นงานสมรสใหญ่โตเอิกเกริกก็คราวนี้เอง” เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วลงด้วยความหวังอันเลือนราง “หากอาอิง บุตรสาวข้า นางมีวาสนาสูงส่งได้เข้าพิธีสมรสดิบดีปานนี้... หากข้าต้องตายก็ไม่เสียดายแล้ว”

อาเหว่ย ผู้ยืนเคียงไหล่ ได้ยินดังนั้นก็พลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันใด เขากวาดสายตามองเพื่อนทาสทั้งสองด้วยความรำคาญใจ เจ้าพวกโง่งมนี่มีอย่างที่ไหนกัน! คนสมองทึบเช่นพวกเจ้าจะไปรู้อะไรเล่า หากรู้จักสังเกตสีหน้าของนายท่านสักนิดก็จะรู้ได้ นี่ไม่ใช่เวลามาพูดยินดีอะไรนั่นสักหน่อย เขาพูดเสียงขม “พวกเจ้าสองคนจะดีใจหาพระแสงอะไรกัน เจ้าและเจ้า ไม่รู้เรอะ! นายท่านฉีของพวกเรา มิได้ยินดีกับการสมรสครั้งนี้ของคุณหนูเยี่ยนฟางสักหน่อย องค์ชายอิ้งเยว่ (อิ้งเยว่=ภาพสะท้อนของดวงจันทร์) น่ะ แล้วอย่างไรเล่า? นิสัยดอกท้อปานนั้น มีนางเล็ก ๆ ในตำหนักเป็นโขยงยังไม่พอ เที่ยวเตร่ออกไปข้างนอกหาความสำเริงสำราญ ดื่มกินในหอดอกไม้แดงไม่เว้นแต่ละวัน! ไม่รู้นางโลมชั้นต่ำพวกนั้นมีดีอะไรสิน่า”

อาเหว่ยยิ่งพูดยิ่งของขึ้น เผลอกำหมัดแน่นแล้วทุบลงฝ่ามือตัวเองอย่างแรง ก่อนจะชี้ปลายนิ้วใส่จมูกอาเฉียงอย่างจัง “เช่นนี้ เจ้าน่ะ! ยังอยากเห็นบุตรสาวของเจ้าสมรสกับเขาอยู่หรือไม่?”

อาเฉียงไม่ทันอ้าปากโต้แย้งใดๆ ได้แต่รีบเอามือจับจมูกตัวเองเพื่อตรวจดูว่ามันยุบไปถึงกระโหลกแล้วหรือยัง อากุ้ย กลับเป็นฝ่ายแย่งพูดขึ้น: “ที่เจ้าพูดมาก็มีส่วนถูก แต่... นี่คือสมรสพระราชทานจากเทียนจื่อเชียวนะ! (เทียนจื่อ=กษัตริย์) นายท่านฉี หากคิดจะปฏิเสธคงไม่ง่ายนักหรอก”

อาเฉียง พยักหน้าเห็นด้วย “โอ้ว์ แน่ล่ะ เพราะการทำเยี่ยงนั้น มันหมายความถึงนายท่านฉีของพวกเรา กล้าขัดต่อความประสงค์ของโอรสสวรรค์นี่”

อากุ้ยหันมาสบตาเพื่อนทาส “นั่นน่ะ เป็นเพราะนายท่านฉีครั้งก่อนช่างอาจหาญชาญชัยยิ่งนัก มีผู้กล้าท่านใดกันที่กล้าเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมรบกับเหล่าทหารทั้งหกกองทัพของเทียนจื่อ ขับไล่ศัตรูหมายจะเข้ายึดเมืองเฮ่าจินเช่นท่านเจ้าแคว้นฉีของพวกเรา ผลลัพธ์เป็นอย่างไรเล่า? ในที่สุดก็รักษาเมืองหลวงเอาไว้ได้นะซี”

อากุ้ยพักหายใจชั่วครู่แล้วรีบพูดต่อ “ศึกใหญ่ครั้งนั้น พวกเจ้าสองคนคงพอจำได้ใช่หรือไม่? หากไม่ได้นายท่านฉีนำทหารใต้อาณัติของท่านไปช่วยเสริมกำลังด่านหน้าได้ทันเวลา เจ้าและเจ้า! ลองเดาดูสิ ปานนี้เมืองเฮ่าจินจะตกอยู่ในกำมือผู้ใดกัน?”

ศึกใหญ่ที่อากุ้ยพูดถึงนั้น คือศึกระหว่างคนเมืองเฮ่าจินและคนเผ่าเฉวี่ยนหรงเมื่อหลายปีก่อน...เทียนจื่อ คือผู้รวบอำนาจแคว้นต่าง ๆ ไว้ส่วนกลาง ทว่าในความเป็นจริงอำนาจของพระองค์เริ่มสั่นคลอน เมื่อเจ้าแคว้นหลายคนเริ่มแข็งข้อและปรารถนาอิสระในการปกครองตนเอง มีเพียงเจ้าแคว้นฉีเท่านั้นที่ยังคงจงรักภักดีอย่างสุดหัวใจ ยื่นมือเข้าช่วยเหลือส่วนกลางอย่างแท้จริงในสงครามกับเผ่าเฉวี่ยนหรง ด้วยความดีความชอบครั้งใหญ่หลวงนี้ เทียนจื่อจึงต้องมอบรางวัล... แต่รางวัลที่มอบให้นั้น ช่างน่ากังขา!

อาเหว่ย สวนกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน: “รางวัลดิบดีอะไรกัน! หากเทียนจื่อมีความจริงใจกับนายท่านฉีจริงล่ะก็ ไยไม่ประทานสมรสมาให้คุณหนูเยี่ยนฟางคู่กับองค์รัชทายาทเจี้ยนกั๋วคนนั้นเล่า? อย่างนี้สิจึงจะเรียกว่ารางวัลใหญ่ ให้สมกับความดีความชอบของเจ้าแคว้นฉีผู้มีใจจงรักภักดีต่อเทียนจื่ออย่างหาผู้ใดเปรียบมิได้!”

อาเฉียง เริ่มคล้อยตามคำพูดของอาเหว่ย: “เช่นนั้น... งานสมรสของคุณหนูเยี่ยนฟาง มิเท่ากับได้แสดงให้เห็นแล้วหรือว่า เทียนจื่อยังคงไม่คลายความระแวงสงสัยที่มีต่อเจ้าแคว้นฉีของพวกเรา! พระองค์เกรงว่าหากจับคู่ให้คุณหนูเยี่ยนฟางคู่กับองค์รัชทายาท โจวเจี้ยนกั๋ว ผู้เป็นทายาทโดยตรง ภายหน้าคุณหนูเยี่ยนฟางในฐานะพระชายาเอกอาจได้เป็นใหญ่เป็นโต แม้จะเป็นวังหลังแต่ก็มีโอกาสกุมอำนาจไว้ในมือก็เป็นไปได้นี่! เมื่อเป็นเช่นนี้ นายท่านฉีจะมีเส้นสายในวังหลวงสักกี่มากน้อย? เทียนจื่อจำต้องตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม เป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่เล่า?”

อากุ้ยพูดสรุปด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “เทียนจื่อเกรงว่าตำแหน่งโอรสสวรรค์ของพระองค์ คงถึงคราเปลี่ยนจากคนสกุลโจวแล้วนะซี”

อาเฉียงส่ายหน้าด้วยความสงสาร “โชคชะตาฟ้าลิขิตแท้ ๆ คุณหนูเยี่ยนฟางของพวกเรา นางจะมีความสุขได้อย่างไรกัน?”

“เฮ้อ” สามเกลอทอดถอนใจอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเขาเลิกสนใจและหันหลังให้กับขบวนมาจากในวังหลวงเหล่านั้น ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนต่อ

คนเป็นทาสในเรือนอย่างพวกเขา แม้จะเคยเห็นคุณหนูเติบโตมาตั้งแต่แรก นางมีร่างกายอ่อนแอเพราะมีโรคประจำตัวตั้งแต่เกิดรักษาไม่หายก็จริงอยู่ ทว่านางกลับมีจิตใจดีงาม ทั้งชอบช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากราวกับโพธิสัตว์มาโปรด คุณหนูเยี่ยนฟางคนนี้ มองทาสอย่างพวกเขาเหมือนเป็นญาติสนิทของนาง มิได้กดขี่ข่มเหงแต่อย่างใด ดังนั้น คนมีฐานะต่ำต้อยเหล่านี้จึงรู้สึกเห็นอกเห็นใจคุณหนูไม่น้อย แต่จะเอาปัญญาที่ไหนไปช่วยเหลือ?

สิ่งที่ทำได้... ก็มีเพียงเอาใจช่วยให้คุณหนูผู้น่าเวทนาผ่านพ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปได้ด้วยดีเท่านั้นเอง

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status