Beranda / รักโบราณ / ท่านอ๋องอย่าคิดหนี / บทที่ 8 หัวใจสั่นไหว

Share

บทที่ 8 หัวใจสั่นไหว

last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 15:16:40

         จวิ้นอ๋อง มองดูภัตตาคารแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วอย่างงุนงง ขนาดของร้านใหญ่กว่าเพิงเดิมหลายเท่า ดูสวยงามและโอ่อ่าพอสมควร ถ้าจะว่าไปน่าจะใช้เวลาอีกสักเดือนถึงจะเสร็จ

         “หลี่เฉียง ข้าว่า ที่นี่สร้างเสร็จเร็วเหนือกว่าคาดไว้มาก”

         มู่หลี่เฉียงที่คันปากอยากจะเล่าอยู่แล้ว เขารีบบรรยายความกระตือรือร้นของเหล่าคุณชายที่ส่งคนงานมาเอาอกเอาใจแม่นางเหอจนทำให้การก่อสร้างเสร็จอย่างรวดเร็ว

ยิ่งฟังหมิงจิ้นเหอก็ยิ่งร้อนรุ่มอยากจะเห็นหน้านางเสียบัดเดี๋ยวนี้

รองแม่ทัพมู่เดินนำเขาไปยังโต๊ะด้านในของร้านใหม่ แม่ทัพหนุ่มรูปงามพยายามรักษากริยาไม่ให้ใครจับสังเกตว่า เขาพยายามมองหานาง

         เถ้าแก่เนี้ยเหอแต่งกายสวยงามออกมาต้อนรับท่านแม่ทัพใบหน้าเปื้อนยิ้ม ท่าทางแช่มช้อย ใบหน้ามีเค้าความงามในวัยสาวฉายชัด

“คารวะท่านแม่ทัพ ข้าน้อยหงจางลี่ภรรยาเถ้าแก่เหอ ท่านแม่ทัพอยากรับประทานอันใดบ้างเจ้าคะ  ”

นางหันไปรับกาน้ำชาจากเสี่ยวเอ้อที่ยืนรอด้านหลัง มือเรียวขาวยกเอากาน้ำชามาวางตรงหน้าจวิ้นอ๋องแล้วรินน้ำชาใส่จอกให้อย่างเอาใจ

         “ขออาหารที่ท่านคิดว่ารสชาติดี และที่ข้าไม่เคยชิมมาสักสองอย่าง เจ้าล่ะหลี่เจียงอยากกินอันใด  ”

         มู่หลี่เฉียงอยากกินเป็ดอบที่เล่าลือกันว่า เป็นเมนูใหม่ รสชาติอร่อย

         “ได้ เจ้าค่ะ” นางหันมายิ้มหวานให้กับรองแม่ทัพมู่

         “เถ้าแก่เนี้ย ท่านสวยสมคำร่ำลือจริงๆ”

มู่หลี่เฉียงได้แต่นึกเสียดาย คราก่อนที่เขามาชมโฉมแม่นางเหอ ไม่มีโอกาสได้สนทนากับสองแม่ลูกเพราะบรรดาคุณชายคอยล้อมหน้าล้อมหลัง

         “ขอบคุณนายท่าน ข้าก็แค่สตรีสูงวัยแล้วเจ้าค่ะ”

นางย่อตัวค้อมศีรษะน้อมรับคำชมด้วยท่าทีอ่อนหวานยิ่ง ทำให้จวิ้นอ๋องประหลาดใจ

‘หญิงหัวเมืองอย่างนาง รู้กริยามารยาทผู้ดีเช่นนี้ด้วย’

         เสียงคุยกันของชายหลายคนดังขึ้นด้านหลัง รองแม่ทัพหนุ่มหันไปมอง

“ท่านแม่ทัพ นั่นมันคุณชายกังจอมเจ้าชู้นี่”

         จวิ้นอ๋องเหลือบแลไปยังกลุ่มคนมาใหม่ คุณชายกังที่ชื่อเสียงฉาวโฉ่เดินนำหน้าชายฉกรรจ์อีกสามคนมาจับจองโต๊ะ

         อาหารถูกลำเลียงมาวางต่อหน้าจวิ้นอ๋อง เป็ดอบน้ำผึ้งส่งกลิ่นยั่วยวนชวนน้ำลายสอ เขาหยิบตะเกียบขึ้นเตรียมตัวจะชิม ทันใดเสียงหวานใสพลันดัง

         “รอสักครู่สิเจ้าคะ ท่านแม่ทัพ”

         เหอเจียอีในชุดสีแดง ใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มเดินถือผัดผักตรงเข้ามา หมิงจิ้นเหอเงยหน้าขึ้นสบตาหวานคู่นั้น

...นางรูปโฉมงดงามยิ่งกว่าในภาพวาดหลายสิบเท่า....

หัวใจของแม่ทัพหนุ่มสั่นระริก เขากวาดตามองไปทั่วร่างของนางด้วยความพึงพอใจ นางยิ้มให้เขาทั้งปากทั้งตา เอวคอด สะโพกผาย หน้าอกอวบอิ่ม เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นหยุดยืนอยู่ข้างเขาในระยะประชิด

“ท่านแม่ทัพ อย่าเพิ่งลงมือเลยเจ้าค่ะ รอผัดผักจานโปรดเสียก่อนนะเจ้าคะ”

         จวิ้นอ๋องรู้สึกคล้ายลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ แม้จะเจอหญิงคณิกาอันดับหนึ่งและบรรดาคุณหนูผู้เลอโฉมมาทั่วทุกสารทิศ แต่จิตใจกลับไม่เคยหวั่นไหวรุนแรงเช่นนี้

         ...เหอเจียอี นางช่างงดงามเกินกว่าที่เขาจะต้านทานไหว...

         หมิงจิ้นเหอสูดลมหายใจเขาลึกๆ พยายามข่มใจอย่างเต็มที่ เขาบอกตนเองว่าอย่ามองนางแต่เพียงภายนอก นิสัยใจคอที่แท้จริงของนางเขายังไม่เคยรู้มาก่อน จะหลงใหลในตัวนางเพียงเพราะความงามมิได้

         ...ข้าคงมิได้เข้าข้างตนเอง รอยยิ้มของนางดูเหมือนจะจงใจมีไว้ให้ข้าแต่เพียงผู้เดียว...

         อารมณ์เคลิบเคลิ้มหวามไหวจู่โจมกลางใจจวิ้นอ๋อง เขาไม่เคยคิดว่าตนเองจะความรู้สึกแบบนี้กับหญิงสาวที่เพิ่งพบหน้า ตลอดเวลาที่รู้จักนางเขาคิดเพียงจะรับนางไปเป็นแม่ครัวที่จวนแม่ทัพ เพราะติดใจในรสมือ แต่ในยามนี้ เขากลับอยากจะฉุดนางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วย

         “ท่านแม่ทัพ!” เหอเจียอีเห็นเขาเหม่อลอย ดวงตาของนางยิ่งสุกสกาวด้วยความพอใจ

         “หือ” เขากระพริบตาเรียกสติ

         “นี่เจ้าค่ะ ผัดผักจานโปรดของท่าน ข้าน้อยจดจำใส่ใจเสมอ” นางวางจานอาหารลงตรงหน้า รินน้ำชาให้ “ดื่มชาก่อนสิเจ้าคะ”

         หมิงจิ้นเหอรับจอกชามายกขึ้นจรดริมฝีปาก ขณะที่ดวงตายังจ้องใบหน้านางแน่วนิ่ง จนรองแม่ทัพมู่ต้องหรี่ตา

‘อืม....สงสัยข้าต้องถอยเสียแล้ว ท่านแม่ทัพแทบไม่วางตาขนาดนี้ขืนคิดเข้าไปขวางคงโดนหอกทิ่มตายก่อน’

         นางขอตัวกลับเข้าครัวไป หมิงจิ้นเหอพยักหน้าอนุญาต เขามองตามแผ่นหลังบอบบางของนาง ในใจกลับครุ่นคิดวิธีที่จะทำให้นางมาใกล้ชิดกับตน ก่อนที่คุณชายพวกนั้นจะมาช่วงชิงแม่ครัวคนโปรดของเขาไป

         “ท่านแม่ทัพ ท่านว่านางเป็นไงบ้าง  ”

         “นางเหมาะจะไปเป็นแม่ครัวของข้า” จวิ้นอ๋องตอบหน้าตาย ทำเอามู่หลี่เฉียงหัวเราะออกมา รองแม่ทัพยื่นหน้าใกล้ก่อนจะสัพยอก

         “ตาของท่านแทบจะติดอยู่ที่นางแล้ว นี่ถ้าท่านไม่ออกปาก ข้าจะมาเกี้ยวนางไปเป็นภรรยา”

         จวิ้นอ๋องสาดสายตาดุร้ายใส่รองแม่ทัพมู่ อีกฝ่ายสัมผัสรังสีสังหารถึงกับชะงัก นี่หมิงจิ้นเหอเพิ่งเจอนางครั้งแรกก็ออกอาการหวงราวกับจงอางหวงไข่เสียแล้ว

“ข้าล้อท่านเล่น ใครล่ะจะกล้ายุ่งกับคนของท่าน”

         “รู้ก็ดี นางเป็นหนี้ข้า นางย่อมเป็นคนของข้า”

         มู่หลี่เฉียงยิ้มขำ รู้ว่าแม่ทัพหมิงจิ้นเหอตกหลุมรักแม่นางเหอไปแล้ว หากแต่ยังคงรักษาหน้าตาของตนเองไม่กล้ายอมรับตรงๆ

         ครั้นรับประทานอาหารเสร็จ จวิ้นอ๋องเพิ่งนึกออกว่า ใบหน้าของนางทำไมจึงดูคุ้นนัก

“เป็นนางนั่นเอง!”

         “นางเป็นอันใดหรือท่าน  ” มู่หลี่เฉียงตกใจที่ท่านแม่ทัพจู่ๆ ก็ร้องออกมา

         “นางมีเรื่องต้องชดใช้ข้า” หมิงจิ้นเหอยิ้มเหี้ยม ทำเอามู่หลี่เฉียงฉงนในท่าทีที่เปลี่ยนฉับพลันของผู้เป็นนาย เมื่อครู่ยังทำตัวเหมือนเคลิบเคลิ้มกับความงามของเหอเจียอีอยู่เลย

“เจ้าไม่ต้องอยากรู้ เรื่องนี้มีเพียงข้ากับนางเท่านั้นที่ต้องสะสางกัน”

 หลังจากเรื่องคืนนั้น เขาให้ฉินหวังหย่งไปสืบหานางกลับไม่พบแม้แต่เงา ที่แท้นางหายตัวจากเมืองหลวงมาหลบอยู่หน้าค่ายพยัคฆ์เหินนี่เอง

‘นางอยู่ใกล้แค่นี้ แต่ข้ากลับเพิ่งหาพบ ดีล่ะ! ข้าจะให้เจ้าต้องชดใช้ที่ทำลายศักดิ์ศรีของข้า’

         แม่ทัพหมิงออกจากค่ายอีกครั้งในตอนเย็น ร้านของนางปิดแล้ว เถ้าแก่เนี้ยเหอพอเห็นจวิ้นอ๋องมาเพียงลำพังก็รีบออกมาต้อนรับ

         “ข้าต้องการพบแม่นางเหอ”

         “เชิญท่านแม่ทัพไปพบนางที่เรือนด้านหลัง เจ้าค่ะ” เถ้าแก่เนี้ยเหอยิ้มหวานเดินนำแม่ทัพหมิงไปส่งยังเรือนเล็กหลังร้านด้านในสุด

           เหอเจียอีเดินออกมาหน้าเรือนหลังเล็ก หญิงสาวเดินนำเขาเข้าไปนั่งที่โต๊ะในห้องโถง เขารู้สึกแปลกใจที่มารดาของนางปล่อยให้เขากับนางอยู่พูดคุยกันตามลำพัง

         ดูจากแววตาและสีหน้าของหมิงจิ้นเหอ หญิงสาวพอจะรู้แล้วว่าเขามีเรื่องใดจะพูดกับนาง 

         “ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า” เขาทำเสียงราบเรียบ จ้องใบหน้าของนางเขม็ง “เจ้าเคยไปเมืองหลวงหรือไม่  ”

         “ก่อนจะทำเพิงขายอาหาร ข้าน้อยเคยไปรับจ้างอยู่ในเมืองหลวงสักพักเจ้าค่ะ” นางยิ้มหวาดๆ มือน้อยสั่นเทาเมื่อรินน้ำชาจนเผลอทำน้ำหก

         เขาชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ “ถ้าเช่นนั้น เจ้าคงรู้จักหอจันทร์ฉายสินะ  ”

         แววตานางไหวระริก “พอรู้จักเจ้าค่ะ”

         ปัง!

เขาตบโต๊ะ จ้องนางด้วยแววตาเกรี้ยวกราด

“โกหก! คืนนั้นเจ้าอยู่หอจันทร์ฉาย”

         ร่างบางสะดุ้งเฮือก “ขะ ข้า”

         “เป็นเจ้า ข้าจำได้ เสี่ยวเอ้อหน้าขาว คืนนั้นเจ้าแต่งกายเป็นชาย เข้าไปทำงานดูแลที่โต๊ะของข้า และเป็นเจ้าที่วางยาข้า”

เขาลุกขึ้นสองมือกดบ่านางไว้แต่มิได้บีบจนนางต้องเจ็บ ใบหน้างดงามของหญิงสาวในชุดแดงซีดเผือด นางเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา พร้อมทำสายตาวิงวอน

“เรื่องนั้น...เรื่องนั้นข้าจำเป็นเจ้าค่ะ”

หมิงจิ้นเหอไม่คิดจะใจอ่อน คืนนั้นเขาต้องเสียหน้าต่อทหารที่ไปกินเลี้ยงในหอจันทร์ฉาย ซ้ำยังต้องให้องครักษ์เงาหามขึ้นรถม้าไปอีก

“เจ้าทำให้ข้าพลาดการประมูลหญิงงามในคืนนั้น บอกข้ามา ใครใช้ให้เจ้าทำ มันผู้ใดว่าจ้างให้เจ้าทำร้ายข้า  ”

         ดวงตาคู่งาม สบตาเขาอย่างหวาดหวั่น หยาดน้ำตารื้นคลอสองหน่วยตา “มีชายลึกลับว่าจ้างข้า ห้าสิบตำลึงให้ใส่ผงนิทราในสุราของท่านเจ้าค่ะ”

         ‘หากไม่แต่งเรื่องสักหน่อย ท่านคงไม่เชื่อข้าหรอก อันที่จริง ข้าแค่แก้แค้นที่ท่านรวมหัวกับผู้อื่นนินทาข้าเสียๆ หายๆ ต่างหาก’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 98 (ตอนจบ) คุ้มกับที่ออกแรง

    ฮูหยินผู้เฒ่าก็ทำเช่นกัน นางรีบกล่าวขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาให้หลานทุกคนร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง “ท่านแม่ น่ายินดีนัก หลานๆ ของพวกเรามาคราวเดียวถึงสี่คนเลยขอรับ” ใต้เท้าฟ่านจับมือมารดาข้างหนึ่ง จับมือภรรยาข้างหนึ่ง “ท่านพี่ ช่างเป็นเรื่องมงคลของจวนเรานัก”พระสนมหยางเวียนอุ้มทารกทีละคนด้วยความตื่นเต้น แววตาของพระนางเปี่ยมสุขล้นใต้เท้าฟ่านและฟ่านฮูหยินนึกอัศจรรย์ในบุตรีของตนที่สามารถคลอดเจ้าเด็กทารกทั้งสี่คนนี้ออกมาได้อย่างปลอดภัยบรรดาปู่ย่าตายายล้วนคิดถึงภาพที่จะได้จูงมือเล็กของหลานๆ เดินเล่นในเทศกาลประจำปีอย่างมีความสุข“ต่อไปข้าก็จะได้ซื้อโคมไฟเพื่อให้เด็กๆ ทั้งสี่เดินถือเล่นในงานเทศกาลแล้ว ช่างน่าตื่นใจนัก ข้ามีหลานคราวเดียวถึงสี่คน” ใต้เท้าฟ่านพึมพำอย่างเปี่ยมสุข พลางหันไปดูหน้าฟ่านหลี่เจี๋ย“ใช่ๆ ข้าก็จะได้ซื้อขนมในยามที่พวกเขางอแงด้วยขอรับ” ฟ่านหลี่เจี๋ยเองก็ตื่นเต้นที่จะมีหลานตัวน้อยเมื่อกงกงกราบทูลฮ่องเต้ พระองค์มีใบหน้าอึมครึมเล็กน้อย‘เจ้าห้า แม้แต่เรื่องลูก เจ้าก็ยังไม่ไว้หน้าข้า นับว่ายังดีที่เรื่องภรรยา...ข้ามีได้มากกว่าเจ้า’มู่หลี่เฉียงที่เดินทางมาถึงเมืองห

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 97 คุ้มกับที่ออกแรง

    เหอหงเซ่อที่อาสามาเฝ้าหน้าห้องในคืนอภิเษกได้ยินเสียงนั้นแล้วอมยิ้ม แอบส่งสายตายั่วยวนให้สามีที่แฝงกายอยู่ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ นางบอกนางกำนัลคนอื่นให้ไปรอที่เรือนถัดไป หากต้องการก็จะไปเรียกใช้รอจนค่อนคืนถึงยามเปลี่ยนเวรของทั้งสองสามีภรรยา องครักษ์ฉินผู้น้องที่เห็นพี่ชายแว่บตามร่างของเหอหงเซ่อหายไปทางห้องนอนของนางก็ได้แต่ถอนใจด้วยความอิจฉา‘พอมีภรรยาก็ลืมน้อง พี่ชายเลว แต่ก่อนเฝ้าเวรยามด้วยกันจนรุ่งสาง เดี๋ยวนี้หมดเวรก็รีบไปทันที’ฉินผู้พี่ผลุบเข้าไปในห้องนอนของภรรยาได้รีบระบายความอัดอั้นจากการต้องทนฟังเสียงของท่านอ๋องและพระชายาปลอดรักกันทันที“หงเซ่อ เจ้าว่าเราสองคนคืนนี้ควรจะนอนหรือไม่ ”“เรื่องนี้ ข้าแล้วแต่ท่านพี่เจ้าค่ะ”ผ่านไปหลายเดือน ครรภ์ของฟ่านซิ่วอิงอุ้ยอ้ายนัก ชินอ๋องหมิงจิ้นเหอเชิญหมอหลวงที่เก่งกาจหลายท่านมาตรวจดูคนล้วนยินดีกับชีพจรมงคลที่มีหลายชีพจร“สัมผัสได้ สองชีพจร พะยะค่ะ”“สัมผัสได้ สามชีพจร พะยะค่ะ”“เอาแน่ๆ ตรวจให้ละเอียดและชัดเจน บุตรของข้าจะมีกี่คนก็ได้ ขอแค่นางปลอดภัยก็พอ” น้ำเสียงดุดันของชินอ๋องลั่นวังหมอหลวงตัวสั่นงันงก เชื่อแน่ว่า อย่างน้อยก็มีสองชีพจรอยู่ในคร

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 96 วิวาห์หวานชื่น

    การสมรสครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ฮองไทเฮา ญาติผู้พี่ของใต้เท้าฟ่านสมหวังในการวางฐานอำนาจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเครื่องรับประกันความปลอดภัยของคนในตระกูลอีกด้วย...ด้วยฐานะของเขยผู้นี้ทำให้ผู้อื่นยากจะแตะต้องคนสกุลฟ่านแล้ว...ฮ่องเต้จูงพระหัตถ์พระมารดานำหน้าฮองเฮาเข้ามาในวังจวิ้นอ๋อง ครั้งนี้พระองค์ไม่ต้องห่วงเรื่องการลอบสังหาร เพราะวังของจวิ้นอ๋องแม้แต่นกตัวเดียวก็ไม่อาจบินผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตบรรดานายทหารระดับสูงล้วนพร้อมหน้ามาอวยพรแก่แม่ทัพหมิง สุราอาหารล้วนจัดมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอาหารตำรับชาววังที่ฮ่องเต้พระราชทานมา และยังมีอาหารพิเศษจากภัตตาคารสกุลเหอที่เถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยนำลูกน้องมาทำถึงในวัง ทำให้แขกเหรื่อปลาบปลื้มกับความอร่อยเลิศ“งานอภิเษกสมรสครั้งนี้ จะว่าไปเป็นรองแต่เพียงการอภิเษกของฮ่องเต้เท่านั้น สมแล้วที่เป็นงานมงคลของแม่ทัพใหญ่ของแคว้น” มู่หลี่เฉียงหันไปมองรอบๆ ในใจก็หวังให้มีมือสังหารมาสร้างความปั่นป่วนบ้าง“สายตาเจ้าดูไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นเลยนะรองแม่ทัพ”“ข้ากำลังภาวนาให้มีนักฆ่าโผล่มาสร้างความวุ่นวายบ้างนะ คุณชายจิน” สีหน้าของมู่หลี่เฉียงเคร่งขรึมจินวั่งซูห

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 95 วันสมรัก

    หากไม่พูดถึงเรื่องราวระหว่างเขากับนางที่เกิดขึ้นในพยัคฆ์เหิน เขาก็ทำใจกล่อมแกล้มลืมมันไป แต่ครั้นมีผู้มาสะกิดบาดแผลนี้ เขาก็จุกถึงคอหอยฟ่านซิ่วอิงช่างหลอกลวงได้เจ็บแสบนัก ตั้งแต่วางผงนิทราเขาในหอนางโลม หลอกให้จ่ายเงินไถ่หนี้ แสร้งเป็นสาวใช้อุ่นเตียง โกหกว่าจำต้องไปแต่งงานตามท่านย่าขอร้องเมื่อทบทวนย้อนหลังก็พบว่า ล้วนเป็นนางวางแผนให้เขาต้องรีบตามมา ยามที่นางหึงหวงก็ยังจับเขาวางยาให้ไร้เรี่ยวแรง แล้วพอเขาคิดจะแก้แค้นนางบ้าง นางกลับสารภาพว่า ตั้งครรภ์บุตรให้เขาแล้ว“คุณหนูของพวกเจ้าช่างเป็นดาวพิฆาตข้าเสียจริง”“ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ควรทำให้คุณหนูเกิดความแค้นเพคะ”ครั้นได้ยินเถ้าแก่เนี้ยเหอเตือนสติ ท่านอ๋องก็พลันสำนึกได้ว่า...ตนเองไม่ควรทำให้ฟ่านซิ่วอิงโมโหแม้ว่านางจะเป็นดาวเคราะห์ของเขา แต่ขณะเดียวกัน นางก็เป็นดั่งแก้วล้ำค่าจะวางไว้ในมือก็กลัวจะตกแตก จะอมไว้ในปากก็กลัวจะละลาย...พระชายาเอกของตน ช่างร้ายกาจจนผู้อื่นยากจะเท่าเทียม...“เจ้า....” ท่านอ๋องกำหมัดแน่น จ้องมองสองสามีภรรยาเขม็ง “ได้! ข้าจะไปคิดบัญชีกับนางก็แล้วกัน”ในเมื่อไม่กล้าลงมือกับคนของนาง เอาไว้ไปจัดการกับต้นตอแผนการดีกว่า ค

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 94 ความแค้นแปดหมื่น

    “นางพึงใจในวังของเจ้า และคืนที่เจ้าช่วยเหลือนาง เหล่าข้าราชสำนักและข้าราชบริพารทั้งหลายต่างเห็นกันทั่วหน้า เรื่องซุบซิบนินทาเช่นนี้ยากจะลบล้างมลทินให้นางได้ จึงจำเป็นต้องเป็นเจ้า” องค์ชายเก้าถึงกับผงะ คืนนั้นเพราะเห็นแก่ชีวิตของนาง จึงยอมทุ่มพละกำลังแบกนางขึ้นหลัง กว่าจะส่งนางไปถึงตำหนักด้านในได้ถึงกับเข่าทรุด‘นี่ข้า ทำคุณได้โทษโปรดสัตว์ได้บาปแท้ๆ เชียว’เมื่อเห็นว่า ชะตากรรมนี้คงหลีกไม่ได้แล้ว ก็ได้วางแผนให้นางไปอยู่ในเรือนด้านใน ปลูกผัก เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ในที่ดินเปล่า เอาไว้เลี้ยงดูตัวนางเองก็แล้วกัน‘ช่างเถิด คิดเสียว่า มีสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นในวังอีกตัว’ “จวิ้นอ๋อง เจ้าคงไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้วสิ์ ” ฮ่องเต้ยิ้มพระสรวลมองพระอนุชาคนโปรด “พระราชโองการเท่านั้น พะยะค่ะ”ฮ่องเต้หยิบม้วนราชโองการที่เตรียมไว้ยื่นให้กงกง“กงกง เจ้ารีบจัดการยามนี้เลย น้องชายเราใจจะขาดแล้ว”“กระหม่อมจะเร่งมือให้เร็วที่สุด พะยะค่ะ”ฮ่องเต้ทรงหันมายิ้มให้จวิ้นอ๋อง หากไม่มีน้องชายผู้นี้ โอกาสฟ้าเปิดย่อมหาได้ยากยิ่ง“ข้าทำแบบนี้ เจ้าพอใจหรือยัง ”“ขอบพระทัย พะยะค่ะ”

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 93 เสนาบดีฟ่าน

    ไม่เพียงแต่พูด ชายหนุ่มยังยกขึ้นมาดมให้นางดู เขาดมแล้วก็มองนางด้วยสายตากรุ้มกริ่ม“ดมแล้วข้าก็คิดถึงแต่เจ้า มิได้สนใจสตรีอื่นใดอีก”จางเลี่ยงหวงหน้าแดงระเรื่อ ยื่นหน้าไปจูบริมฝีปากสามีเบาๆ“ท่านพี่...ท่านน่ารักยิ่งนัก”“นี่ควรเป็นคำชมของข้ามิใช่หรือน้องหญิง ” เขาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางต่ำลงไปจนถึงบั้นท้ายแล้วบีบเบาๆ ก่อนจะผงกศีรษะขึ้นจูบนางอย่างเรียกร้อง“เป็นเพราะข้าต้องอดกลั้น คืนนี้เจ้าจึงต้องทำหน้าที่ฮูหยินให้เต็มที่ ข้าจะได้ไม่มีแรงไปที่นั่นอีก”มือใหญ่ทั้งสองข้างบีบไปตามร่างกายของนางเบาๆจางเลี่ยงหวงกดคอสามีให้ก้มลงจูบนาง ยกขาเรียวขึ้นเหนี่ยวเอวของเขาไว้ มู่หลี่เฉียงครางฮึ่มฮั่มในลำคอก่อนจะเริ่มทำให้นางอ่อนแรงอีกครั้ง หลังเหตุการณ์วันนั้น เสนาบดีฟ่านจึงให้พ่อบ้านไปทูลเชิญจวิ้นอ๋องถึงวังให้เสด็จมาเสวยพระยาหารค่ำที่จวนสกุลฟ่าน ใบหน้าของจวิ้นอ๋องระบายด้วยรอยยิ้ม มิคาดว่า จินวั่งซูจะทำหน้าหนาติดตามมา “ข้าเป็นผู้อารักขาคุณหนูฟ่าน ท่านควรเชิญข้าไปด้วยจึงจะถูก” พ่อบ้านสกุลฟ่านจนด้วยคำพูดจึงได้แต่รับคำ หลังเสวยแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าและ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 4 เพิงเล็กต้องขยาย

    มู่หลี่เฉียงชี้ให้หมิงจิ้นเหอดูร้านค้าเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่หน้าค่าย “ได้ยินนายกองเกา กับนายกองซ่งชมว่า อาหารอร่อยราวกับภัตตาคาร ท่านแม่ทัพจะลองไหม ”จวิ้นอ๋องในยามอยู่ในหมู่ทหารไม่ชอบให้ใครเรียกเขาว่า ท่านอ๋อง ทุกคนขานนามเขาเพียง ‘ท่านแม่ทัพ’ และไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์เพื่อความสะด

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 3 อย่าคิดจะหยามข้า

    ฮูหยินชราตระกูลฟ่านยิ้มกว้างเมื่อเห็นหลานสาวคนรองชี้ชวนให้ดูอาหารฝีมือของนางที่วางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ “ท่านย่า ทุกจานล้วนเป็นฝีมือของข้าเจ้าค่ะ” “พ่อไม่เคยคิดมาก่อนว่าเจ้าจะทำอาหารได้น่าอร่อยเยี่ยงนี้” เสนาบดีฝ่ายซ้ายกวาดตามองอาหารแต่ละจาน “ท่านย่ากับท่านพ่อลองช

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 2 อย่าหวังจะเสวยสุข

    ขณะกำลังจะเริ่มการประมูล แม่ทัพนายกองทั้งหลายต่างก็กระตือรือร้น พวกเขาส่วนหนึ่งเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ จึงมีกำลังทรัพย์อยู่มาก ทหารอีกส่วนหนึ่งในวันนี้ได้รับการปูนบำเหน็จจากฮ่องเต้มาพอสมควร ทุกคนจึงแลดูคึกคักอยากจะประมูลสาวงามกันจนเนื้อตัวสั่น “เอาเหล้ามาเพิ่มอีก คืนนี้ท่านแม่ทัพจ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 1 ข้าไม่มีวันแต่งกับนาง

    เสียงพูดคุยที่เริ่มดังเอะอะโวยวายแทบจะกลบดนตรีที่อึกทึกในหอจันทร์ฉาย ขณะที่บนเวทียกระดับเตี้ยๆ มีสาวงามนับสิบนาง ร่ายรำในชุดหลากสีตระการตาหอนางโลมแห่งนี้เลื่องชื่อที่สุดในเมืองหลวงแคว้นหมิง ในหมู่บุรุษไม่ว่าระดับใดต่างปรารถนาจะมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง แต่ค่าบริการที่สูงลิ่วทำให้มีเพียงเหล่าคุณชายเงิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status