Home / รักโบราณ / ท่านอ๋องอย่าคิดหนี / บทที่ 8 หัวใจสั่นไหว

Share

บทที่ 8 หัวใจสั่นไหว

last update Huling Na-update: 2026-01-26 15:16:40

         จวิ้นอ๋อง มองดูภัตตาคารแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วอย่างงุนงง ขนาดของร้านใหญ่กว่าเพิงเดิมหลายเท่า ดูสวยงามและโอ่อ่าพอสมควร ถ้าจะว่าไปน่าจะใช้เวลาอีกสักเดือนถึงจะเสร็จ

         “หลี่เฉียง ข้าว่า ที่นี่สร้างเสร็จเร็วเหนือกว่าคาดไว้มาก”

         มู่หลี่เฉียงที่คันปากอยากจะเล่าอยู่แล้ว เขารีบบรรยายความกระตือรือร้นของเหล่าคุณชายที่ส่งคนงานมาเอาอกเอาใจแม่นางเหอจนทำให้การก่อสร้างเสร็จอย่างรวดเร็ว

ยิ่งฟังหมิงจิ้นเหอก็ยิ่งร้อนรุ่มอยากจะเห็นหน้านางเสียบัดเดี๋ยวนี้

รองแม่ทัพมู่เดินนำเขาไปยังโต๊ะด้านในของร้านใหม่ แม่ทัพหนุ่มรูปงามพยายามรักษากริยาไม่ให้ใครจับสังเกตว่า เขาพยายามมองหานาง

         เถ้าแก่เนี้ยเหอแต่งกายสวยงามออกมาต้อนรับท่านแม่ทัพใบหน้าเปื้อนยิ้ม ท่าทางแช่มช้อย ใบหน้ามีเค้าความงามในวัยสาวฉายชัด

“คารวะท่านแม่ทัพ ข้าน้อยหงจางลี่ภรรยาเถ้าแก่เหอ ท่านแม่ทัพอยากรับประทานอันใดบ้างเจ้าคะ  ”

นางหันไปรับกาน้ำชาจากเสี่ยวเอ้อที่ยืนรอด้านหลัง มือเรียวขาวยกเอากาน้ำชามาวางตรงหน้าจวิ้นอ๋องแล้วรินน้ำชาใส่จอกให้อย่างเอาใจ

         “ขออาหารที่ท่านคิดว่ารสชาติดี และที่ข้าไม่เคยชิมมาสักสองอย่าง เจ้าล่ะหลี่เจียงอยากกินอันใด  ”

         มู่หลี่เฉียงอยากกินเป็ดอบที่เล่าลือกันว่า เป็นเมนูใหม่ รสชาติอร่อย

         “ได้ เจ้าค่ะ” นางหันมายิ้มหวานให้กับรองแม่ทัพมู่

         “เถ้าแก่เนี้ย ท่านสวยสมคำร่ำลือจริงๆ”

มู่หลี่เฉียงได้แต่นึกเสียดาย คราก่อนที่เขามาชมโฉมแม่นางเหอ ไม่มีโอกาสได้สนทนากับสองแม่ลูกเพราะบรรดาคุณชายคอยล้อมหน้าล้อมหลัง

         “ขอบคุณนายท่าน ข้าก็แค่สตรีสูงวัยแล้วเจ้าค่ะ”

นางย่อตัวค้อมศีรษะน้อมรับคำชมด้วยท่าทีอ่อนหวานยิ่ง ทำให้จวิ้นอ๋องประหลาดใจ

‘หญิงหัวเมืองอย่างนาง รู้กริยามารยาทผู้ดีเช่นนี้ด้วย’

         เสียงคุยกันของชายหลายคนดังขึ้นด้านหลัง รองแม่ทัพหนุ่มหันไปมอง

“ท่านแม่ทัพ นั่นมันคุณชายกังจอมเจ้าชู้นี่”

         จวิ้นอ๋องเหลือบแลไปยังกลุ่มคนมาใหม่ คุณชายกังที่ชื่อเสียงฉาวโฉ่เดินนำหน้าชายฉกรรจ์อีกสามคนมาจับจองโต๊ะ

         อาหารถูกลำเลียงมาวางต่อหน้าจวิ้นอ๋อง เป็ดอบน้ำผึ้งส่งกลิ่นยั่วยวนชวนน้ำลายสอ เขาหยิบตะเกียบขึ้นเตรียมตัวจะชิม ทันใดเสียงหวานใสพลันดัง

         “รอสักครู่สิเจ้าคะ ท่านแม่ทัพ”

         เหอเจียอีในชุดสีแดง ใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มเดินถือผัดผักตรงเข้ามา หมิงจิ้นเหอเงยหน้าขึ้นสบตาหวานคู่นั้น

...นางรูปโฉมงดงามยิ่งกว่าในภาพวาดหลายสิบเท่า....

หัวใจของแม่ทัพหนุ่มสั่นระริก เขากวาดตามองไปทั่วร่างของนางด้วยความพึงพอใจ นางยิ้มให้เขาทั้งปากทั้งตา เอวคอด สะโพกผาย หน้าอกอวบอิ่ม เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นหยุดยืนอยู่ข้างเขาในระยะประชิด

“ท่านแม่ทัพ อย่าเพิ่งลงมือเลยเจ้าค่ะ รอผัดผักจานโปรดเสียก่อนนะเจ้าคะ”

         จวิ้นอ๋องรู้สึกคล้ายลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ แม้จะเจอหญิงคณิกาอันดับหนึ่งและบรรดาคุณหนูผู้เลอโฉมมาทั่วทุกสารทิศ แต่จิตใจกลับไม่เคยหวั่นไหวรุนแรงเช่นนี้

         ...เหอเจียอี นางช่างงดงามเกินกว่าที่เขาจะต้านทานไหว...

         หมิงจิ้นเหอสูดลมหายใจเขาลึกๆ พยายามข่มใจอย่างเต็มที่ เขาบอกตนเองว่าอย่ามองนางแต่เพียงภายนอก นิสัยใจคอที่แท้จริงของนางเขายังไม่เคยรู้มาก่อน จะหลงใหลในตัวนางเพียงเพราะความงามมิได้

         ...ข้าคงมิได้เข้าข้างตนเอง รอยยิ้มของนางดูเหมือนจะจงใจมีไว้ให้ข้าแต่เพียงผู้เดียว...

         อารมณ์เคลิบเคลิ้มหวามไหวจู่โจมกลางใจจวิ้นอ๋อง เขาไม่เคยคิดว่าตนเองจะความรู้สึกแบบนี้กับหญิงสาวที่เพิ่งพบหน้า ตลอดเวลาที่รู้จักนางเขาคิดเพียงจะรับนางไปเป็นแม่ครัวที่จวนแม่ทัพ เพราะติดใจในรสมือ แต่ในยามนี้ เขากลับอยากจะฉุดนางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วย

         “ท่านแม่ทัพ!” เหอเจียอีเห็นเขาเหม่อลอย ดวงตาของนางยิ่งสุกสกาวด้วยความพอใจ

         “หือ” เขากระพริบตาเรียกสติ

         “นี่เจ้าค่ะ ผัดผักจานโปรดของท่าน ข้าน้อยจดจำใส่ใจเสมอ” นางวางจานอาหารลงตรงหน้า รินน้ำชาให้ “ดื่มชาก่อนสิเจ้าคะ”

         หมิงจิ้นเหอรับจอกชามายกขึ้นจรดริมฝีปาก ขณะที่ดวงตายังจ้องใบหน้านางแน่วนิ่ง จนรองแม่ทัพมู่ต้องหรี่ตา

‘อืม....สงสัยข้าต้องถอยเสียแล้ว ท่านแม่ทัพแทบไม่วางตาขนาดนี้ขืนคิดเข้าไปขวางคงโดนหอกทิ่มตายก่อน’

         นางขอตัวกลับเข้าครัวไป หมิงจิ้นเหอพยักหน้าอนุญาต เขามองตามแผ่นหลังบอบบางของนาง ในใจกลับครุ่นคิดวิธีที่จะทำให้นางมาใกล้ชิดกับตน ก่อนที่คุณชายพวกนั้นจะมาช่วงชิงแม่ครัวคนโปรดของเขาไป

         “ท่านแม่ทัพ ท่านว่านางเป็นไงบ้าง  ”

         “นางเหมาะจะไปเป็นแม่ครัวของข้า” จวิ้นอ๋องตอบหน้าตาย ทำเอามู่หลี่เฉียงหัวเราะออกมา รองแม่ทัพยื่นหน้าใกล้ก่อนจะสัพยอก

         “ตาของท่านแทบจะติดอยู่ที่นางแล้ว นี่ถ้าท่านไม่ออกปาก ข้าจะมาเกี้ยวนางไปเป็นภรรยา”

         จวิ้นอ๋องสาดสายตาดุร้ายใส่รองแม่ทัพมู่ อีกฝ่ายสัมผัสรังสีสังหารถึงกับชะงัก นี่หมิงจิ้นเหอเพิ่งเจอนางครั้งแรกก็ออกอาการหวงราวกับจงอางหวงไข่เสียแล้ว

“ข้าล้อท่านเล่น ใครล่ะจะกล้ายุ่งกับคนของท่าน”

         “รู้ก็ดี นางเป็นหนี้ข้า นางย่อมเป็นคนของข้า”

         มู่หลี่เฉียงยิ้มขำ รู้ว่าแม่ทัพหมิงจิ้นเหอตกหลุมรักแม่นางเหอไปแล้ว หากแต่ยังคงรักษาหน้าตาของตนเองไม่กล้ายอมรับตรงๆ

         ครั้นรับประทานอาหารเสร็จ จวิ้นอ๋องเพิ่งนึกออกว่า ใบหน้าของนางทำไมจึงดูคุ้นนัก

“เป็นนางนั่นเอง!”

         “นางเป็นอันใดหรือท่าน  ” มู่หลี่เฉียงตกใจที่ท่านแม่ทัพจู่ๆ ก็ร้องออกมา

         “นางมีเรื่องต้องชดใช้ข้า” หมิงจิ้นเหอยิ้มเหี้ยม ทำเอามู่หลี่เฉียงฉงนในท่าทีที่เปลี่ยนฉับพลันของผู้เป็นนาย เมื่อครู่ยังทำตัวเหมือนเคลิบเคลิ้มกับความงามของเหอเจียอีอยู่เลย

“เจ้าไม่ต้องอยากรู้ เรื่องนี้มีเพียงข้ากับนางเท่านั้นที่ต้องสะสางกัน”

 หลังจากเรื่องคืนนั้น เขาให้ฉินหวังหย่งไปสืบหานางกลับไม่พบแม้แต่เงา ที่แท้นางหายตัวจากเมืองหลวงมาหลบอยู่หน้าค่ายพยัคฆ์เหินนี่เอง

‘นางอยู่ใกล้แค่นี้ แต่ข้ากลับเพิ่งหาพบ ดีล่ะ! ข้าจะให้เจ้าต้องชดใช้ที่ทำลายศักดิ์ศรีของข้า’

         แม่ทัพหมิงออกจากค่ายอีกครั้งในตอนเย็น ร้านของนางปิดแล้ว เถ้าแก่เนี้ยเหอพอเห็นจวิ้นอ๋องมาเพียงลำพังก็รีบออกมาต้อนรับ

         “ข้าต้องการพบแม่นางเหอ”

         “เชิญท่านแม่ทัพไปพบนางที่เรือนด้านหลัง เจ้าค่ะ” เถ้าแก่เนี้ยเหอยิ้มหวานเดินนำแม่ทัพหมิงไปส่งยังเรือนเล็กหลังร้านด้านในสุด

           เหอเจียอีเดินออกมาหน้าเรือนหลังเล็ก หญิงสาวเดินนำเขาเข้าไปนั่งที่โต๊ะในห้องโถง เขารู้สึกแปลกใจที่มารดาของนางปล่อยให้เขากับนางอยู่พูดคุยกันตามลำพัง

         ดูจากแววตาและสีหน้าของหมิงจิ้นเหอ หญิงสาวพอจะรู้แล้วว่าเขามีเรื่องใดจะพูดกับนาง 

         “ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า” เขาทำเสียงราบเรียบ จ้องใบหน้าของนางเขม็ง “เจ้าเคยไปเมืองหลวงหรือไม่  ”

         “ก่อนจะทำเพิงขายอาหาร ข้าน้อยเคยไปรับจ้างอยู่ในเมืองหลวงสักพักเจ้าค่ะ” นางยิ้มหวาดๆ มือน้อยสั่นเทาเมื่อรินน้ำชาจนเผลอทำน้ำหก

         เขาชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ “ถ้าเช่นนั้น เจ้าคงรู้จักหอจันทร์ฉายสินะ  ”

         แววตานางไหวระริก “พอรู้จักเจ้าค่ะ”

         ปัง!

เขาตบโต๊ะ จ้องนางด้วยแววตาเกรี้ยวกราด

“โกหก! คืนนั้นเจ้าอยู่หอจันทร์ฉาย”

         ร่างบางสะดุ้งเฮือก “ขะ ข้า”

         “เป็นเจ้า ข้าจำได้ เสี่ยวเอ้อหน้าขาว คืนนั้นเจ้าแต่งกายเป็นชาย เข้าไปทำงานดูแลที่โต๊ะของข้า และเป็นเจ้าที่วางยาข้า”

เขาลุกขึ้นสองมือกดบ่านางไว้แต่มิได้บีบจนนางต้องเจ็บ ใบหน้างดงามของหญิงสาวในชุดแดงซีดเผือด นางเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา พร้อมทำสายตาวิงวอน

“เรื่องนั้น...เรื่องนั้นข้าจำเป็นเจ้าค่ะ”

หมิงจิ้นเหอไม่คิดจะใจอ่อน คืนนั้นเขาต้องเสียหน้าต่อทหารที่ไปกินเลี้ยงในหอจันทร์ฉาย ซ้ำยังต้องให้องครักษ์เงาหามขึ้นรถม้าไปอีก

“เจ้าทำให้ข้าพลาดการประมูลหญิงงามในคืนนั้น บอกข้ามา ใครใช้ให้เจ้าทำ มันผู้ใดว่าจ้างให้เจ้าทำร้ายข้า  ”

         ดวงตาคู่งาม สบตาเขาอย่างหวาดหวั่น หยาดน้ำตารื้นคลอสองหน่วยตา “มีชายลึกลับว่าจ้างข้า ห้าสิบตำลึงให้ใส่ผงนิทราในสุราของท่านเจ้าค่ะ”

         ‘หากไม่แต่งเรื่องสักหน่อย ท่านคงไม่เชื่อข้าหรอก อันที่จริง ข้าแค่แก้แค้นที่ท่านรวมหัวกับผู้อื่นนินทาข้าเสียๆ หายๆ ต่างหาก’

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 27 เห็นนางเปลือย

    “หมิงจิ้นเหอ ท่านเป็นคนของหม่อมฉันแล้ว ห้ามให้คนอื่นแตะต้องเด็ดขาดนะเพคะ” นางเลื่อนตัวขึ้นมานั่งบนตักสามีสองแขนวางบนไหล่ สองมือลูบไล้ต้นคอด้านหลัง คนถูกลูบขนคอลุกเกรียว สัมผัสอ่อนโยนของนางทำให้เขาไม่อาจสงบใจ “ถ้าเช่นนั้น แขนที่คุณหนูจางจับแล้วนี่เล่า จะทำเช่นไรดี” “หม่อมฉันก็จะจูบประทับตราไว้แทน”นางจับมือของจวิ้นอ๋องข้างที่คุณหนูจางหมายจะเข้ามาฉวยขึ้นมา จุมพิตที่ข้อนิ้วทีละนิ้ว จากนั้นก็คลายเสื้อตัวนอกของชายหนุ่มออก“เจ้าเป็นคนท้าข้าเองนะ อย่าร้องขอให้หยุดก็แล้วกัน” เสียงกระซิบกระเส่าดังขึ้นที่ข้างหูของหญิงสาว“หม่อมฉันสุดแต่แท้ท่านอ๋องนะเพคะ”สาวใช้อุ่นเตียงของหมิงจิ้นเหอยิ้มหวาน ยื่นหน้ามาจูบปลายคางบึกบึนเบาๆ แล้วค่อยจูบไล้ไปใกล้ใบหู“เจ้าทำเช่นนี้ ตัวข้าเริ่มร้อนไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มรีบถอดสายรัดเอวและเสื้อตัวนอกของตนเองออกเขาเอนกายลงไปด้านหลัง ปล่อยให้นางแหวกสาบเสื้อของเขาออกจากกัน เหอเจียอีจูบต่ำลงไปตามแนวคอ ท่านอ๋องครางอือๆ แผ่นอกแกร่งถูกนางจูบไซ้จนต้องแอ่นขึ้นด้วยความซาบซ่าน ฉินหวังหย่งหน้าแดงซ่านอยู่บนขื่อ‘อีกแล้ว ท่านอ๋องกับแม่นางเ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 26 หมีป่าช่วยสาวงาม

    “ข้าดื่มแค่จอกเดียวเท่านั้นนะ” นางหน้าบึ้งแต่ยอมยกจอกเหล้าขึ้นดื่มกับเขา‘เจ้าหมีป่า คราวหน้าอย่าหวังว่าข้าจะให้เจ้ามานั่งใกล้’นางวางจอกแล้วขอตัวกลับเรือนรับรอง จวนแม่ทัพใหญ่โตมีโรงเรือนหลายหลัง เมื่อนางก้าวออกจากโถงใหญ่ไปด้านหน้ารู้สึกเหมือนมีเงาวูบผ่านครั้นหันมองตามไปเห็นแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูงใหญ่ลับไปทางเรือนบรรทมของจวิ้นอ๋อง คลับคล้ายเหมือนจะมีร่างนั้นจะอุ้มอีกคนอยู่ นางไม่กล้าก้าวขาตามไปเพราะนางกำนัลหญิงสองคนเดินตรงมาพอดี“คารวะคุณหนู ข้าน้อยจะนำทางท่านไปเรือนรับรองแขกเองเจ้าค่ะ”ยังดีที่เรือนนี้ยังพอเหลือนางกำนัลอยู่บ้าง นางเคยได้ยินข่าวลือว่า จวนแม่ทัพของจวิ้นอ๋อง ไม่ชอบให้มีนางกำนัลรับใช้ดูแลอยู่ส่วนใน‘จวิ้นอ๋อง ท่านช่างดูแลตนเองเสียบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่รู้ว่าตัดชอบตัดแขนเสื้อหรือไร ไม่แน่ว่าอยู่กับบุรุษมากมายนานๆ เข้า อาจจะชอบไม่รู้ตัว’ รองแม่ทัพมู่รู้สึกปวดเบาจึงขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ พลันเงาสายหนึ่งพาดผ่าน องครักษ์เงาฉินจางหย่งกำลังเงื้อดาบต่อสู้กับชายชุดดำสองคนเคร้ง! เคร้ง! เหล่าองครักษ์รักษาการในจวนกรูกันเข้ามา กลับปรากฏชายชุดดำอีกหลายสิบชีวิตรายล้อม“มีคนร้าย!

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 25 แช่น้ำพุร้อน

    บ่าวรับใช้และองครักษ์ส่วนหนึ่งต้องคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่นอกรั้ว ส่วนองครักษ์เงาก็ต้องรักษาความปลอดภัยโดยเร้นกายอยู่ละแวกนั้นเหอเจียอีได้ผ่อนคลายร่างกายอย่างเต็มที่ นางกำนัลสองคนเข้ามาดูแล “เจ้าไม่ต้องดูแลข้า พวกเราเป็นบ่าวเหมือนกัน” “นี่เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง พวกเราขัดไม่ได้นะเจ้าคะ มิฉะนั้นจะโดนโบย แม่นางเห็นใจพวกเราด้วย” ได้ยินเช่นนั้น เหอเจียอีจึงยอมให้พวกนางขัดผิว สระผมให้ตนโดยดี น้ำพุร้อนทำให้ร่างกายของนางผ่อนคลายสามวันที่ผ่านมา นางโดนหมิงจิ้นเหอรุกไล่ เคล้าคลึง เค้นเอาจนหมดแรงทุกคืน ทำเช่นไรเขาก็ดูเหมือนจะไม่เต็มอิ่มสักครา นางได้แต่โอดครวญฉอเลาะในยามที่จวนจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง เขาหัวเราะร่วนแล้วรวบตัวนางที่เปลือยเปล่ามากอดไว้ใต้ผ้าห่มหลับลงพร้อมกันนางกำนัลมองดูรอยผิวแดงจ้ำตามเนินอก หลังไหล่ และต้นขาของแม่นางเหอแล้วหัวเราะคิกคักเขินอาย“แม่นางเหอ ท่านอ๋องทรงโปรดปรานท่านจริงๆ เจ้าค่ะ พวกเราไม่เคยเห็นท่านอ๋องสนใจสตรีนางใดมาก่อน อย่าว่าแต่จะพามาที่จวนเลย” เหอเจียอีได้ยินก็ยิ้มกว้าง ซักไซ้พวกนางถึงเรื่องที่พวกนางรู้เกี่ยวกับจวิ้นอ๋อง เสียงหัวเราะข

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 24 จางเลี่ยงหวง

    เหอเจียอีอาบน้ำแต่งตัวจวนตะวันจะตรงศีรษะ นางรับประทานอาหารด้วยความสุขล้น นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วอยากจะกลับไปเล่าให้แม่นมเหอฟังว่า เขาอ่อนโยนและรักใคร่นางเหลือเกิน“น้องเจียอี เจ้าช่างดูมีความสุขยิ่งนัก” จินวั่งซูเดินอาดๆ ถือพัดโบกไปมา มองซ้ายมองขวาเมื่อไม่รู้สึกสัมผัสได้ว่ามีองครักษ์เงาอยู่ในห้องจึงกล่าวต่อ “เจ้าช่างไม่นึกถึงข้าว่าเสี่ยงชีวิตเพื่อแผนเจ้าเพียงใด เจ้านี่มันข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพาน[1]เห็นๆ”“ท่านอย่าเรียกชื่อข้าเช่นนี้ต่อหน้าท่านอ๋องเทียว ท่านไม่ควรแสดงความสนิทสนมกับข้าให้มากนัก ข้าไม่รับประกันความปลอดภัยของท่าน”“จุ๊ๆ เจ้าใจร้ายจริง” จินวั่งซูนั่งลงตรงข้าม “ข้ากินด้วยคน เมื่อเช้าองค์ชายสิบสองดึงข้าออกไปในเมืองแต่เช้าตรู่ได้กินไปนิดเดียว”จินวั่งซูสั่งบ่าวรับใช้ไปเอาถ้วยและตะเกียบมาเพิ่ม“องค์ชายสิบสองจะเสด็จกลับพรุ่งนี้แล้ว แต่ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่ก่อนเพราะมีข่าวใหม่น่าสนใจ”เหอเจียอีเงยหน้าจากถ้วยข้าวขึ้นมองเพื่อนพี่ชาย“ข่าวนี้เกี่ยวพันกับข้าหรือไม่ ”จินวั่งซูยกยิ้มมีเลศนัย “เกี่ยวสิ ไม่งั้นข้าจะอยู่ทำไมกัน ” “พี่วั่งซู ท่านรู้เรื่องใดมา บอกข้าได้หรือไม

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 23 เข้าหออย่างสุขสม

    “หม่อมฉันไม่อยากจะหวังลมๆ แล้งๆ นี่เพคะ หากวันหน้าท่านอ๋องทรงมีสตรีอื่น หม่อมฉันคงทนไม่ได้”“ข้าให้สัญญา ข้าจะไม่มีสตรีอื่นอีก”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ “ขอบพระทัยเพคะ”“ต่อไปเจ้าเป็นคนของข้า ทุกอย่างข้าจะเชื่อเจ้า เข้าข้างเจ้า ไม่ว่าผู้ใดกล่าวร้ายเจ้า ข้าก็จะถามเจ้าก่อน”นางประคองใบหน้าของชายที่รัก เอียงคอตอบด้วยรอยยิ้ม “สัญญาแล้วเพคะ หากวันใดไม่รักษาสัญญาหม่อมฉันจะ......”“เจ้าจะทำอย่างไร ”“หม่อมฉันจะหนีพระองค์ไปแต่งงานกับชายอื่น” นางสบตาเขา กล่าวโดยไม่ยิ้มสักนิดดวงตาจวิ้นอ๋องวาววับ “เจ้ากล้ารึ” เขากดร่างนางลงกับแท่นบรรทม “เจ้าเป็นของข้าแล้ว ใต้หล้านี้ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าหวังจะมาชิงเจ้า”เหอเจียอียิ้มหวาน ใจเต้นระริกรัวกับคำประกาศนั้น “เพคะ” นางโน้มคอของเขาลงมา เงยหน้าประกบริมฝีปากเย็นชืดกับริมฝีปากรุ่มร้อนนั้นจวิ้นอ๋องดูดเม้มริมฝีปากล่างของนาง มือค่อยลูบไล้ไปไปตามเรือนร่าง ค่อยกระตุกสายผูกเสื้อตัวนอกของนางออก สัมผัสผิวเนียนนุ่มด้านในจากหน้าท้องน้อยไปด้านหลังถึงบั้นสะโพกนางจูบตอบไม่ลดละ เขาสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนาง หญิงสาวหมุนศีรษะไปตามจังหวะของเขาที่พลิกไปหัน

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 22 ต้องเข้าหอกับเจ้าให้ได้

    องค์ชายสิบสองได้ยินเรื่องแม่นางเหอจากองครักษ์เงาก็รู้สึกเห็นใจ เขาดูออกว่าพี่ชายของตนหลงใหลนางมากแต่เพราะตลอดชีวิตวัยหนุ่มเอาแต่รบทัพจับศึกจึงไม่เคยเข้าใจความคิดของเพศตรงข้ามความคลั่งไคล้หลงใหลที่หมิงจิ้นเหอมีต่อเหอเจียอีเห็นได้อย่างชัดเจน แต่คงเป็นเพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาความรักเช่นไร จึงทำให้ต้องผิดใจกับสตรีที่ตนรัก ยามนี้แม่ทัพใหญ่หมิงคงกลัดกลุ้มอย่างหนัก...เช้านี้การฝึกทหารจึงเป็นไปอย่างดุเดือดกว่าปกติ... “รองแม่ทัพมู่ ท่านว่า พี่ชายข้าฝึกทหารเช่นนี้อยู่แล้ว หรืออารมณ์ไม่ดี ” “เอ่อ! กระหม่อมว่าอย่างหลัง พะยะค่ะ ปกติก็ทรงดุดันแต่ไม่ได้ดูหงุดหงิดอย่างนี้” หมิงเฉินกงหัวร่อออกมาเมื่อคนสนิทของจวิ้นอ๋องไม่ยั้งความคิดเห็น“เจ้านี่...ช่างไม่ไว้หน้าท่านแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย” “กระหม่อมทูลไปตามความจริง” “พี่ชายของเปิ่นหวาง คงจะห่วงนางมากกระมัง” องค์ชายหมิงเฉินกงมองดูร่างสูงใหญ่ที่กวัดแกว่งดาบดุเดือดอยู่ท่ามกลางทหารหลายสิบนาย “ทั้งห่วงทั้งหวงเลยล่ะพะยะค่ะ หากมีคนเข้าใกล้นางก็จะทรงหงุดหงิด” “อืม ค่ำนี้แล้วสินะ” องค์

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status