เข้าสู่ระบบจากตัวประกอบใช้แล้วทิ้งของนักเขียน สู่ตัวเอกที่อัพเกรดด้วยมิติช่องว่าง จะพระเอก พระรอง นางเอก นางรองดาหน้าเข้ามาเลย หลี่เลี่ยงหลิงคนนี้จะฟาดให้หมด แต่จะว่าไป...ตัวร้ายที่จับฉลากได้บทพระเอก ฉันขอนะ!!! หลี่เลี่ยงหลิงตัวประกอบในนิยายที่นิสัยเหลือร้ายถูกแทนที่ด้วยหญิงสาวที่มีความสามารถรอบด้าน และมิติช่องว่างที่มีทุกอย่างครบครันไม่มีวันอดตายในยุคข้าวยากหมากแพง คราวนี้หลี่เลี่ยงหลิงคนใหม่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตที่เลวร้ายตายอนาถของตัวประกอบใช้แล้วทิ้งคนนี้ให้ได้ แต่ก่อนอื่น.... “ฉันต้องกินยาคุมฉุกเฉินก่อน ไม่งั้นทายาทท่านนายพลตัวร้ายได้ลืมตาออกมาดูโลกแน่!!!” ‘นายพลหยางจางเหว่ย ภรรยาตัวประกอบจะไม่มีวันยอมตาย!!!’
ดูเพิ่มเติมตอนที่ 1 ก่อนการเปลี่ยนแปลง1
สายลมของต้นฤดูหนาวพัดผ่านจนทุ่งหญ้าพลิ้วไหวเอนจนเกิดเป็นคลื่นที่งดงาม อากาศที่เริ่มเย็นลงในเวลาพลบค่ำของวันทำให้ร่างบางของหญิงสาววัยเกือบ 30 ปี ต้องกระชับผ้าคลุมผืนบางบนร่างกายในแน่นขึ้น ไหล่บอบบางห่อเข้าหากันบ่งบอกว่าความเย็นกำลังเล่นงานร่างกายของเธอ
“คุณหลี่อากาศเริ่มเย็นลงแล้วเข้าไปด้านในเถอะค่ะ” พยาบาลร่างท้วมวัยเริ่มเข้ากลางคนเข้ามาเตือนหญิงสาวซึ่งเป็นคนไข้ประจำ และอาศัยอยู่ที่โรงพยาบาลนี้มาเกือบจะ 2 ปีแล้ว
“ขออีก 10 นาทีนะคะ ฉันอยากเก็บภาพสวยๆนี้ไว้เผื่อว่าวันพรุ่งนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นมันอีก” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปร้องขอพยาบาลประจำตัวของเธอด้วยเสียงอ้อนวอน ใบหน้าสวยหวานแม้จะซีดเซียวจากความเจ็บป่วยมาเนิ่นนานแต่ก็ไม่ได้ลดทอนความสวยนั้นไปได้เลย
“พูดอะไรอย่างนั้นคะ งั้น...ก็ได้ค่ะ แต่ต้องสวมเสื้อกันหนาวนะคะ” พยาบาลร่างท้วมตอบตกลง เพราะเธอใจอ่อนกับสายตาและคำพูดประโยคนั้นของหญิงสาว ประโยคที่ว่าอาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับเธอแล้ว
พยาบาลร่างท้วมนึกย้อนไปเมื่อสองปีก่อนที่ทั่วโลกต้องพบกับโรคร้าย มันระบาดอย่างรวดเร็วจนคร่าชีวิตคนไปหลายพันล้านคน แต่ก็มีบางคนที่ติดเชื้อแล้วพอจะรักษาพยุงอาการไปได้แต่ก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาด เนื่องจากเชื้อร้ายเข้ากัดกินอวัยวะภายในไปเกินกว่า 50% แล้ว และหนึ่งในคนกลุ่มนั้นก็มี...คุณหลี่ หลี่เลี่ยงหลิง หญิงสาวที่แสนจะงดงามคนนี้ด้วย
“เสื้อกันหนาวค่ะ เดี๋ยวพี่จะมารับนะคะ” พยาบาลคลุมเสื้อให้เสร็จก็ย่อกายลงพูดกับเธอที่นั่งอยู่ในรถเข็น
หลี่เลี่ยงหลิงพยักหน้ารับ ก่อนจะเบนสายตาไปมองดวงอาทิตย์กลมโตสีส้มแดงที่กำลังเคลื่อนตัวต่ำใกล้จะลับขอบฟ้าเต็มที ดวงตากวางคู่สวยแดงก่ำถูกเคลือบด้วยม่านน้ำตาบางเบาที่เธอพยายามกลั้นมันเอาไว้
‘คุณพ่อคุณแม่มารับหนูไปเถอะ หนูไม่อยากทรมานแบบนี้อีกแล้ว’
คนอื่นๆที่เป็นเช่นเดียวกับเธอต่างเจ็บปวดไปทั่วร่างกายราวเข็มนับร้อยนับพันทิ่มแทงแต่เธอกลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดเช่นคนอื่น แพทย์ต่างสงสัยและเฝ้าตรวจร่างกายของเธอเสมอ แต่ใครจะรู้ดีเท่าตัวเธอเอง
‘ไม่ใช่ไม่ปวด ไม่เจ็บ แต่โลกที่แสนโหดร้ายนี้ไม่ได้สอนให้เธออ่อนแอ’
เธอถูกทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลโดยน้องสาวบุญธรรมและแฟนหนุ่มที่ไว้ใจที่สุด พวกมันรวมหัวกันเอาทรัพย์สมบัติมูลค่ากว่าหมื่นล้านหยวนไปจากเธอ สุดท้ายก็เฉดหัวทิ้งอย่างไม่ไยดี แต่คิดจะโกงของของเธอมันไม่ง่ายดายขนาดนั้นหรอกนะ
“คิดจะเสวยสุขกับทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่ของฉันหามาอย่างยากลำบาก มันง่ายเกินไป”
หลี่เลี่ยงหลิงรู้ดีว่าตัวเธอเองเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว อาจจะไม่กี่ชั่วโมง ไม่กี่วัน หรือไม่กี่เดือนก็ไม่อาจรู้ได้ แต่เธอให้โอกาสน้องสาวกับแฟนหนุ่มมามากพอแล้ว ในเมื่อพวกมันยังไม่สำนึกก็ถึงเวลาที่จะต้องเอาทรัพย์สมบัติของเธอกลับคืนมาแล้ว
ช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลาเดียวกับดวงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้า คฤหาสน์ตระกูลหลี่ของหลี่เชี่ยนกรุ๊ปถูกตำรวจหลายสิบนายบุกเข้าจับกุมเจ้านายคนใหม่ของบ้านอย่างคุณหนูหลี่ลู่จิว และสามี‘อู๋เติ้งหมิง’ที่เพิ่งสมรสกันได้เพียง 3 วัน หลังจากที่ได้รับแจ้งความจากคุณหนูใหญ่หลี่เลี่ยงหลิงว่าตัวเธอถูกโกงทรัพย์สมบัติทั้งหมดไปจากการปลอมแปลงพินัยกรรม และแจ้งข้อหาจ้างวานฆ่านายท่านหลี่กับคุณนายหลี่เพิ่มอีกข้อหาหนึ่งด้วย
“ปล่อยฉันนะ มาจับฉันทำไม” หลี่ลู่จิวดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ด้วยความไม่ยินยอม แต่กลับโดนใส่กุญแจมือแทน หญิงสาวในชุดหรูหราซึ่งหยิบมาจากตู้เสื้อผ้าของพี่สาว รวมถึงเครื่องประดับราคาแพงที่หยิบมาจากห้องของคุณนายหลี่
“ต้องขออภัยแต่พวกเราทำตามหน้าที่ เชิญตามไปด้วยความสงบด้วยครับ” นายตำรวจใช้สายตาราบเรียบมองหญิงสาวที่เป็นดั่งเหลือบไรของตระกูลหลี่ อกตัญญูไม่รู้คุณคนที่อุตส่าห์ชุบเลี้ยงให้ชีวิตที่ดี
‘คุณนายหลี่ไม่น่าเห็นใจลูกเสือลูกตะเข้เช่นนี้เลย’
“เอ้ย!!!! ปล่อย...ไม่ต้องมาจับ ฉันเดินเองได้” อู๋เติ้งหมิงที่มีเส้นสายพอตัวคิดว่าเขาจะต้องรอดจากคดีอย่างแน่นอนจึงยอมไปแต่โดยดี เขาปรายตามองหญิงสาวที่เพิ่งได้มาเป็นภรรยาด้วยสายตาราวกับมองสิ่งไร้ค่าไร้ราคาตามข้างถนน
“พี่เติ้งหมิงทำไมมองฉันแบบนั้นกัน ฮือ...” หลี่ลู่จิวที่ยังไม่รู้ตัวว่าโดนชายหนุ่มหลอกใช้เพื่อเอาสมบัติมากมายมหาศาลของตระกูลหลี่ก็ร้องไห้เสียใจที่ถูกสามีมองด้วยความรังเกียจ
“ไร้ประโยชน์สิ้นดี!!!”
“พี่เติ้งหมิง...” หลี่ลู่จิวมองตามรถตำรวจที่สามีนั่งออกไปด้วยความหวาดหวั่น หญิงสาวตระหนักได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง สามีของเธอไม่เคยมองเธอด้วยสายตาเช่นนี้ เขามองเธออย่างสงสารรักใคร่ในความเป็นลูกกำพร้าที่โดนชุบเลี้ยงจนเธอยอมทำทุกอย่างให้มีฐานะเท่าเทียมกับเขา เป็นคนที่คู่ควรกับเขามากกว่าพี่สาวต่างสายเลือดคนนั้น
‘หลี่เลี่ยงหลิง...ฉันไม่มีวันยอมแพ้แก แกจะต้องอยู่ในโรงพยาบาลนั่นจนตายตามพ่อกับแม่แกไป’
“ขึ้นรถได้แล้วครับ” ตำรวจดันหลังหญิงสาวให้ก้าวขึ้นรถ จนหลี่ลู่จิวที่กำลังเหม่อไม่ทันระวังล้มขมำจนล้มพับบนเบาะรถ
“คิดว่าแกเป็นใครถึงทำกับฉันแบบนี้!!!! ฉันเป็นถึงคุณหนูหลี่ลู่จิวทายาทของหลี่เชี่ยนกรุ๊ป” หญิงสาวตวาดใส่ตำรวจที่ทำเธอล้มลงไม่เป็นท่าด้วยท่าทีเย่อหยิ่งโดยไม่รู้สถานการณ์ของตัวเอง
“ต้องขออภัยครับ แต่ผมเป็นตำรวจที่กำลังจับกุมคุณหนูหลี่ลู่จิวในฐานะผู้ร้ายคดีฉ้อโกง ปลอมแปลงเอกสาร และจ้างวานฆ่าผู้อื่น และอีกอย่างนะครับ...ทายาทของหลี่เชี่ยนกรุ๊ปมีเพียงคนเดียวเท่านั้นคือคุณหนูหลี่เลี่ยงหลิง” ตำรวจหนุ่มเอ่ยตอกกลับหญิงสาวที่มีใบหน้าน่ารักน่าทะนุถนอมแต่กลับมีนิสัยที่ร้ายกาจโหดเหี้ยม
“แก!!!!”
ปัง!!!! ไม่ทันที่ตำรวจหนุ่มจะได้ยินคำด่าทอเขาก็ปิดประตูใส่หน้าหญิงสาวก่อนจะให้รถออกตัวกลับไปยังสถานีตำรวจที่อยู่ไม่ห่างจากที่นี่นัก และเป็นสถานีที่ได้รับแจ้งจากคุณหลี่เลี่ยงหลิงผ่านทางทนายความของเธอ พร้อมกับหลักฐานสำคัญมากมายที่ถึงให้มีเส้นสายมากมายยังไงก็ไม่สามารถพ้นความผิดนี้ไปได้อย่างแน่นอน
ตอนที่ 15 คดีพลิก3นางโจวหยวนหน้าชาดิกกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวคราวลูก แต่เมื่อมองหน้าสามีเขากลับเบือนหน้าหนีไม่ช่วยแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว‘ตาแก่ซ่งดูเอาเถิด ปล่อยให้สตรีคราวลูกมาถอนหงอกเมียตัวเอง น่าตายนัก!!!’“นี่แกด่าป้าโจวว่าหูเบาอย่างนั้นหรือ” หวังหร่านชิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว“เป็นเธอต่างหากที่พูดออกมา...หวังหร่านชิง” หญิงสาวอมยิ้มพลางมองไปที่ตัวโง่งมอย่างหร่านชิงที่วางแผนนี้ขึ้นมาให้กลบฝังตัวเอง ทั้งที่จะย้ายตามสามีออกไปจากหมู่บ้านอยู่แล้ว“อย่ามัวแต่โบ้ยไปมาให้คนอื่นเลย ในฐานะผู้ใหญ่ของหมู่บ้านฉันมาบอกให้เธอย้ายออกไปเสียเถอะ อย่าได้ยืดเยื้อออกไปให้เสื่อมเสียยิ่งกว่านี้เลย” โจวหยวนยังยืนกรานความคิดมืดบอดของตัวเอง โดยมีชาวบ้านที่มาด้วยพยักหน้าสนับสนุน“ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ถามแต่ดูเหมือนว่า....ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านซ่งจะไม่รับเอาไว้” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของสตรีที่ยังคงใช้คำพูดน่าเกรงขามไม่หยุด“เช่
ตอนที่ 15 คดีพลิก2หญิงสาวเจ้าของบ้านเมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านผลักประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอก็ยิ้มร้ายออกมา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกายก็รู้สึกว่าเวลาสตรีผู้นี้ยิ้มเช่นนี้ก็น่าชมไม่น้อยเลย“เข้ามากันสักที อยู่ในที่ของฉันแบบนี้...จะทุบตีใครไปก็ไม่ผิดใช่หรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปถามข้อกฎหมายกับคนมีศรีระดับสูงที่นั่งหน้าตายให้เธอเกาะมาสักพักแล้ว“อืม...แค่ไม่ตายก็พอ” คำว่าตายพอเป็นน้ำเสียงของชายหนุ่มกลับให้ความรู้สึกขนลุกชอบกล นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่ารังสีสังหาร“แล้วคุณหยางจะไม่ลุกไปเล่นด้วยกันหน่อยหรือคะ” หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงหวาน ดวงตากลมช้อนมองราวกับสาวตามตรอกซอยโคมเขียวโคมแดงจนชายหนุ่มรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงการแสดงเพื่อยั่วยุให้ชายหนุ่มไม่พอใจเล็กน้อยๆเท่านั้น“จุ๊บ!!! พี่จางเหว่ยเรียกให้ชิน” มือหนาคว้าคอเรียวเข้าหาโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะประทับริมฝีปากบนเรียวปากอวบอิ่มช่างจำนรรจา ก่อนจะกระซิบเตือนสิ่งที่หญ
ตอนที่ 15 คดีพลิก1 เสียงผู้คนจอแจหลายสิบคนดังมาแต่ไกลก็ไม่ได้ทำให้ชายหญิงที่กำลังนั่งจิบชารู้สึกหวาดหวั่น ทั้งคู่อยู่ในอาการนิ่งสงบเฝ้ารอการมาถึงของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเสียงใกล้เข้ามาหลี่เลี่ยงหลิงก็รู้งานเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบตามนิสัย ศีรษะเล็กเอียงพิงท่อนแขนคนตัวสูงราวกับคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลมาหมาดๆ เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน และมองเสี้ยวหน้าของสามีด้วยแววตารักใคร่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขามองนักแสดงหญิงข้างกายที่เหมือนจะรู้งานโดยไม่ต้องบอกว่าทำเช่นไร ไม่เสียแรงที่เขาตัดสินใจหยิบยื่นข้อเสนอดีๆให้หญิงสาว มือบางลูบท่อนแขนแกร่งเบาๆขณะแนบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งลงมา ก้อนเนื้อในอกของชายชาติทหารเร่งจังหวะขึ้นจนเขาพยายามข่มมันเอาไว้ แต่มันไม่ฟังตามที่เขาสั่งเลยแม้แต่น้อย “บ้านซอมซ่อของนางหลี่เลี่ยงหลิงอยู่บนเนินข้างหน้านี้เอง เ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่3 หญิงสาวหยิบสมุดปากกาออกมาร่างข้อตกลงด้วยสีหน้าจริงจัง เธอนั่งเขียนอย่างตั้งใจอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยง แต่พอออกมามองไปหน้าบ้านก็พบลานกว้างที่ว่างเปล่าไร้เต็นท์สนาม ก่อนจะมองไปรอบบ้านก็พบสิ่งแปลกปลอมสีแดงซีดๆที่ห้อยอยู่ตามประตูหน้าต่าง รวมถึงต้นไม้บริเวณบ้าน “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เสียงเย็นเยียบบ่งบอกอารมณ์ผู้พูดได้เป็นอย่างดี ชายหลายคนหยุดชะงักหันมามองต้นเสียง แต่เมื่อเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงโบกมือให้ทำต่อ พวกเขาเกือบสิบคนก็ไม่สนใจหญิงสาว... ‘ว่าที่ผู้หญิงของนายท่านรอง’ อีกเลย “มานั่งนี่” หยางจางเหว่ยผายมือไปที่เก้าอี้ข้างกายเขา เรียกให้หญิงสาวไปนั่ง แต่สายตากลับบังคับเสียมากกว่า หลี่เลี่ยงหลิงคิ้วขมวดชนกันก่อนจะเดินไปและกระแทกตัวลงนั่งบ่งบอกอารมณ์ของเธอโดยไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงหลายคนที่มักจะใส่หน้ากากเวลาอยู่กับเขา ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่เขาตัดสินเลือก...เธอมาทำหน้าที่นี้ “จะบอกได้ยังว่าผ้าแดงมงคลพวกนี้เอามาติดทำไม คงไม่ได้จะมารวบรัดตัดตอน” หญิงสาวทำ





