Home / รักโบราณ / ท่านอ๋องอย่าคิดหนี / บทที่ 9 ยอมรับเงื่อนไข

Share

บทที่ 9 ยอมรับเงื่อนไข

last update Last Updated: 2026-01-26 15:17:05

         “นี่เจ้า....” จวิ้นอ๋องโมโหแทบจะบีบคอนาง “เจ้าเห็นแก่เงินห้าสิบตำลึงถึงกับลอบทำร้ายข้า”

       เหอเจียอีถึงกับทำตาโต “โอ้โห! ตั้งห้าสิบตำลึงเชียวนะเจ้าคะ ข้าต้องทำอาหารกี่พันจานถึงจะได้เงินขนาดนี้”

         “เจ้ากล้าลอบวางยาข้า ไม่กลัวโทษเลยงั้นหรือ  ” เขาทำหน้าถมึงถึง

         “แต่ท่านก็ไม่ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่หรือเจ้าคะ   ข้าเห็นว่าเป็นเพียงผงนิทรามิใช่ยาพิษ ท่านก็แค่หลับไปเท่านั้นมิใช่เรื่องร้ายแรง ข้าจึงได้ยอมรับเงินก้อนนั้น” นางกัดริมฝีปาก แววตาวูบไหวคล้ายหวั่นเกรง แย้งกลับด้วยเสียงแผ่วเบา

“ข้ายินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ท่าน”

         จวิ้นอ๋องจ้องตานางเขม็ง “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะชดใช้สิ่งที่ข้าเสียหาย” เขายื่นหน้ามาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน “คืนนั้นข้าพลาดสิ่งใดไป เจ้าต้องชดใช้สิ่งนั้น ดีหรือไม่”

         หญิงสาวสะดุ้ง ใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความเขินอาย

“เอ่อ...ข้าหมายถึง ชดใช้เป็นเงินต่างหากเล่า  ”

         “ไม่! ข้าต้องการสิ่งที่ข้าสูญเสียไป” ลมหายใจผ่าวร้อนของเขารดลงบนผิวแก้มของนาง นางตกใจจนตัวแข็งทื่อ

“หญิงงามที่ต้องปรนนิบัติบนเตียง”

เขากัดฟันกรอดๆ ใจไม่ได้นึกเสียดายหญิงคณิกา แต่ศักดิ์ศรีของแม่ทัพผู้เกรียงไกรกลับต้องมาพังในน้ำมือของเสี่ยวเอ้อหน้าขาวที่แอบวางยาเขา ยังดีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหลายไม่รู้เรื่องนี้ ทุกคนคิดเพียงว่าเขาเมาแล้วหลับไป

         “ท่านแม่ทัพ ได้โปรดให้อภัยข้าน้อยที่ล่วงเกินด้วยเถิด”

น้ำตานางไหลอาบแก้ม ชายหนุ่มใจอ่อนลงหลายส่วน ใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตาหวาดกลัวของนางทำให้เขาคลายโทสะ เขาก็แค่ขู่นางไปอย่างนั้น

เรื่องที่นางทำกับเขาช่างเหมาะเจาะยิ่งนักที่จะใช้ข่มขู่ให้นางยินยอมรับข้อเสนอของเขาโดยไม่บิดพลิ้ว

         “ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องไปทำอาหารค่ำที่จวนของข้าทุกวัน จนกว่าข้าจะพอใจ”

น้ำเสียงกระด้างของเขากลายเป็นราบเรียบ เมื่อเห็นร่างของนางสั่นระริกด้วยความกลัว ทีแรกเขาก็นึกโมโหจริงๆ แต่เมื่อเห็นนางแสดงท่าทางสำนึกผิดและหวาดกลัวหัวใจที่หวั่นไหวอยู่แล้วก็พลอยยวบลง

         “ข้าน้อยรับทราบ” นางยิ้มทั้งน้ำตา “ขอบพระคุณท่านแม่ทัพมากเจ้าค่ะที่อภัยให้ข้า” นางเอื้อมมือมาจับมือใหญ่ที่วางบนบ่าออกมาเขย่าอย่างยินดี

         แม่ทัพหมิงรู้สึกราวกระแสความร้อนผ่าวแล่นปราดไปทั่วมือสองข้าง เขาเผลอใจลอยมองใบหน้างดงามที่มีน้ำตาไหลผ่านอาบแก้ม ยกมือขึ้นใช้นิ้วปาดน้ำตาให้นางทีละข้าง

         “เจ้าอย่าลืมที่สัญญากับข้า พรุ่งนี้ข้าจะรอที่จวน”

         หมิงจิ้นเหอได้ผลการเจรจาที่น่าพอใจแล้วก็กลับไปออกมา พยักหน้าให้มู่หลี่เฉียงกลับไปยังค่ายทหาร ครั้นแม่ทัพหนุ่มควบม้าจากไป เถ้าแก่เนี้ยเหอหันมาเขย่าแขนบุตรสาวกำมะลอ

         “คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ  ”

         “ข้ารู้ว่าเขาต้องจำข้าได้ แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้” นางทำใจดีสู้เสือยั่วโมโหเขาเพิ่มเล็กน้อย “อย่างที่ท่านสอนข้า แม่บ้านเหอ บุรุษมีอำนาจชอบให้สตรีอยู่ในอุ้งมือ ข้าก็ทำตัวเป็นกวางน้อยให้เขาไล่ต้อน”

         “คุณหนูพูดเช่นนี้แสดงว่าท่านได้เข้าจวนแม่ทัพแล้วสินะเจ้าคะ” นางอุทานอย่างยินดี

         “เขาเองก็คงต้องการให้ข้าเข้าจวนอยู่แล้ว จึงได้นำเอาเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขพอดี พรุ่งนี้ข้าจะเริ่มไปทำครัวที่จวนแม่ทัพ เขากำชับให้ข้าเข้าไปทุกเย็น อาจจะต้องเอาหงเซ่อไปเป็นเพื่อน ทางนี้ท่านก็เตรียมคนเพิ่มไว้ช่วยงานก็แล้วกัน”

         “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ทางนี้ข้าจัดการได้ ขอเพียงภารกิจของคุณหนูราบรื่นก็พอ” หงจางลี่ยิ้มกว้าง

         “ดูจากสายตาของเขาแล้ว ข้าว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง” เหอเจียอียิ้มย่องผ่องใส...หมิงจิ้นเหอยามนี้ก็เหมือนลูกไก่ในกำมือของนางแล้ว

         เจ้าเมืองพยัคฆ์เหินฟังข่าวที่ลูกน้องรายงานด้วยใบหน้าเหยเก เขามีลูกสาวงามถึงสองคน เสียดายที่บุตรสาวคนโตแต่งงานไปเสียก่อน เหลือเพียงบุตรสาวคนเล็ก ที่แม้จะไม่งดงามจนเลื่องชื่อเช่นคนพี่ แต่ก็ได้ชื่อว่า หนึ่งในห้าสตรีงดงามแห่งเมืองพยัคฆ์เหิน

หากจวิ้นอ๋องต้องตารับไปเป็นชายาเอกหรือชายารองคงดียิ่ง ไม่อาจเอื้อมถึงการเป็นพระชายาเอก เพราะฮองไทเฮาคงจะคัดเลือกให้จวิ้นอ๋องด้วยพระองค์เอง

การเป็นภรรยาอันดับสามหรือสี่ขององค์ชายระดับจวิ้นอ๋อง หาใช่เรื่องธรรมดาไม่ เพราะจวิ้นอ๋องหมิงจิ้นเหอพระองค์นี้ เป็นรองแต่เพียงองค์รัชทายาทเท่านั้น หนำซ้ำพระองค์ยังเป็นพระอนุชาที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยยิ่ง หากเขาได้เป็นท่านพ่อตาของจวิ้นอ๋องขุนนางทั้งหลายย่อมต้องเกรงบารมี

          “เจ้าว่า ท่านอ๋องไปร้านตระกูลเหอบ่อยๆ รึ”

         “ใช่ขอรับใต้เท้า รวมทั้งคุณชายกัง คุณชายหวัง คุณชายเถียนด้วย”

         “อืม”

ขนาดคุณชายทั้งสามของตระกูลคหบดีใหญ่ยังไปเยือนร้านนั้น เห็นทีในร้านสกุลเหอต้องมีสิ่งดึงดูดไม่ธรรมดา

         “เหตุใดคุณชายทั้งสามต้องไปร้านนั้นด้วย   อยู่ไกลถึงหน้าค่ายพยัคฆ์เหิน ไกลจากเมืองพอสมควร”

         “นายท่าน นอกจากอาหารจะเลิศรสแล้ว สองแม่ลูกตระกูลเหอมีความสะสวยอย่างยิ่ง รูปโฉมนับได้ว่าเป็นเอกจนร่ำลือกันทั่วเมือง บุตรสาวคนโตที่มีชื่อว่าเหอเจียอีมีจิตรกรวาดภาพนางไปวางขายทั่วตลาดเลยขอรับ”

         เจ้าเมืองหวังลูบเคราใคร่ครวญ “เจ้าไปเชิญคุณหนูรองมาที บอกว่าข้าอยากให้นางติดตามไปร้านนอกเมือง”

         สองพ่อลูกสกุลหวังนั่งรถม้ามาจนถึงหน้าภัตตาคารสกุลเหอ ทั้งสองมองหน้าร้านที่ตกแต่งสวยงามด้วยความแปลกใจ

         “ท่านพ่อเจ้าคะ หน้าค่ายพยัคฆ์เหินมีร้านสวยงามเพียงนี้เมื่อใดกัน  ”

         “พ่อเพิ่งได้ยินจากปากบ่าวรับใช้วันนี้ว่าที่นี่ มีคุณชายมาเฝ้าอยู่ทุกวัน ถึงต้องมาดูให้หายข้องใจ”        

         ทั้งสองเดินเข้าไปข้างใน เถ้าแก่เนี้ยเหอแต่งตัวงดงามรอกายรอต้อนรับ “คารวะใต้เท้าหวัง ข้าน้อยหงจางลี่ยินดีอย่างยิ่งที่ใต้เท้าให้เกียรติร้านเราเจ้าค่ะ”

         หวังเฉินอี้ตะลึงในความงามอ่อนหวานของนาง สตรีตรงหน้าสวยสมวัย ดูสง่างามยิ่งกว่าฮูหยินและอนุภรรยาทั้งหลายในจวนของเขาเสียอีก นึกเสียดายที่เขาพบนางช้าไป นี่ถ้าหากนางเป็นโสดหรือเป็นม่ายเขาคงไม่ลังเลที่ขอรับนางเป็นฮูหยิน

         “เอ่อ....ข้าได้ยินคำร่ำลือถึงร้านนี้ จึงอยากจะมาชิมอาหารดูสักครา เถ้าแก่เนี้ยมีสิ่งใดพอจะแนะนำข้าบ้าง  ”

         “ท่านลองชิม เกี๊ยวน้ำ เป็ดย่าง และข้าวผัดดูก่อนเถิด นี่คืออาหารที่ทุกคนมาต้องสั่งเจ้าค่ะ”

         ใต้เท้าหวังพยักหน้ายิ้มแย้ม “เจ้าจัดมาเลย”

         “ใต้เท้าโปรดดื่มน้ำชารอสักครู่ ข้าจะรีบกำชับในครัวให้เร่งมือนนะเจ้าคะ” นางย่อกายลาเข้าในครัว

หวังเฉินอี้จึงนึกขึ้นมาได้ “หลี่เอ๋อร์ พ่อได้ยินเขาลือกันว่า แม่นางเหอรูปโฉมงดงามสะสวยยิ่งนัก จวิ้นอ๋องทรงโปรดเสด็จมาร้านนี้ พ่อจึงอยากให้เจ้ามาดูนางเสียหน่อย”

         หวังหลี่น่ายิ้มเหยียด “เช่นนั้นรึเจ้าคะ นางเป็นเพียงแม่ครัวร้านเล็กๆ จะเทียบเท่าสาวงามอันดับหนึ่งแห่งพยัคฆ์เหินอย่างข้าได้เชียวหรือ  ”

         คนเป็นบิดาได้ยินบุตรสาวชมตนเองเช่นนั้นก็ยิ้มน้อยๆ

         “เพราะได้ยินผู้คนร่ำลือนั่นล่ะ เจ้ากับพ่อจึงต้องมาให้เห็นด้วยตาตนเองอย่างไรเล่า  ”

“ไหนล่ะเจ้าคะ   แม่นางคนงามที่ท่านพ่อว่า”

“นางเป็นแม่ครัว ย่อมจะอยู่ในครัว คงต้องรอให้นางทำอาหารเสร็จก่อน เราค่อยเชิญนางให้ออกมาพบ”

         รสชาติอาหารของภัตตาคารสกุลเหออร่อยสมคำร่ำลือ  ใต้เท้าหวังถึงกับออกปากชม หวังหลี่น่าเองก็เห็นด้วยกับบิดา เมื่อรับประทานเสร็จใต้เท้าหวังก็ขอให้เถ้าแก่เนี้ยช่วยเชิญเหอเจียอีออกมาพบ

ครั้นเหอเจียอีย่างเท้ามายืนอยู่ตรงหน้า สองพ่อลูกสกุลหวังถึงกับอ้าปากค้าง ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณ รูปร่าง หน้าตา หรือกริยา ดูราวกับนางเป็นชนชั้นสูงจากในรั้วในวัง ความงามที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนของเหอเจียอี ทำให้หวัง หลี่น่า ถึงกับเก็บอาการเคืองขุ่นไว้ไม่ได้

         ขณะนั้นโต๊ะอาหารมีผู้คนเข้าจับจองเต็มทุกโต๊ะ คุณชายเถียน บุตรชายของคหบดีเถียนเจ้าของร้านค้าข้าวสารที่ใหญ่ที่สุดในเมือง มานั่งปั้นยิ้มคอยชำเลืองมองแม่นางเหอเจียอี ที่ทักทายลูกค้า ส่วนคุณชายกังมานั่งอยู่นานพอสมควรคอยจ้องมองหญิงสาวไม่วางตา

         “เจ้าดูสิ หนุ่มพวกนั้น ล้วนแล้วแต่มาเพื่อเมียงมองนางกันทั้งนั้น”

         หวังหลี่น่าสะบัดหน้า “ท่านพ่อ ข้าว่าเรากลับเถอะ เห็นทีท่านจะต้องพาข้าไปเยือนจวนแม่ทัพสักหน่อยแล้วเจ้าค่ะ”

         เจ้าเมืองหวังพยักหน้า หากปล่อยเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่แน่ว่า ท่านอ๋องอาจจะทรงเป็นหนึ่งในคุณชายเหล่านี้ที่มาหลงใหลในตัวของเหอเจียอีก

         หากจวิ้นอ๋องทรงนึกอยากรับแม่นางเหอไปเป็นชายารอง ความหวังที่จะได้เป็นพระญาติกับฮ่องเต้ก็คงแหลกสลาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 27 เห็นนางเปลือย

    “หมิงจิ้นเหอ ท่านเป็นคนของหม่อมฉันแล้ว ห้ามให้คนอื่นแตะต้องเด็ดขาดนะเพคะ” นางเลื่อนตัวขึ้นมานั่งบนตักสามีสองแขนวางบนไหล่ สองมือลูบไล้ต้นคอด้านหลัง คนถูกลูบขนคอลุกเกรียว สัมผัสอ่อนโยนของนางทำให้เขาไม่อาจสงบใจ “ถ้าเช่นนั้น แขนที่คุณหนูจางจับแล้วนี่เล่า จะทำเช่นไรดี” “หม่อมฉันก็จะจูบประทับตราไว้แทน”นางจับมือของจวิ้นอ๋องข้างที่คุณหนูจางหมายจะเข้ามาฉวยขึ้นมา จุมพิตที่ข้อนิ้วทีละนิ้ว จากนั้นก็คลายเสื้อตัวนอกของชายหนุ่มออก“เจ้าเป็นคนท้าข้าเองนะ อย่าร้องขอให้หยุดก็แล้วกัน” เสียงกระซิบกระเส่าดังขึ้นที่ข้างหูของหญิงสาว“หม่อมฉันสุดแต่แท้ท่านอ๋องนะเพคะ”สาวใช้อุ่นเตียงของหมิงจิ้นเหอยิ้มหวาน ยื่นหน้ามาจูบปลายคางบึกบึนเบาๆ แล้วค่อยจูบไล้ไปใกล้ใบหู“เจ้าทำเช่นนี้ ตัวข้าเริ่มร้อนไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มรีบถอดสายรัดเอวและเสื้อตัวนอกของตนเองออกเขาเอนกายลงไปด้านหลัง ปล่อยให้นางแหวกสาบเสื้อของเขาออกจากกัน เหอเจียอีจูบต่ำลงไปตามแนวคอ ท่านอ๋องครางอือๆ แผ่นอกแกร่งถูกนางจูบไซ้จนต้องแอ่นขึ้นด้วยความซาบซ่าน ฉินหวังหย่งหน้าแดงซ่านอยู่บนขื่อ‘อีกแล้ว ท่านอ๋องกับแม่นางเ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 26 หมีป่าช่วยสาวงาม

    “ข้าดื่มแค่จอกเดียวเท่านั้นนะ” นางหน้าบึ้งแต่ยอมยกจอกเหล้าขึ้นดื่มกับเขา‘เจ้าหมีป่า คราวหน้าอย่าหวังว่าข้าจะให้เจ้ามานั่งใกล้’นางวางจอกแล้วขอตัวกลับเรือนรับรอง จวนแม่ทัพใหญ่โตมีโรงเรือนหลายหลัง เมื่อนางก้าวออกจากโถงใหญ่ไปด้านหน้ารู้สึกเหมือนมีเงาวูบผ่านครั้นหันมองตามไปเห็นแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูงใหญ่ลับไปทางเรือนบรรทมของจวิ้นอ๋อง คลับคล้ายเหมือนจะมีร่างนั้นจะอุ้มอีกคนอยู่ นางไม่กล้าก้าวขาตามไปเพราะนางกำนัลหญิงสองคนเดินตรงมาพอดี“คารวะคุณหนู ข้าน้อยจะนำทางท่านไปเรือนรับรองแขกเองเจ้าค่ะ”ยังดีที่เรือนนี้ยังพอเหลือนางกำนัลอยู่บ้าง นางเคยได้ยินข่าวลือว่า จวนแม่ทัพของจวิ้นอ๋อง ไม่ชอบให้มีนางกำนัลรับใช้ดูแลอยู่ส่วนใน‘จวิ้นอ๋อง ท่านช่างดูแลตนเองเสียบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่รู้ว่าตัดชอบตัดแขนเสื้อหรือไร ไม่แน่ว่าอยู่กับบุรุษมากมายนานๆ เข้า อาจจะชอบไม่รู้ตัว’ รองแม่ทัพมู่รู้สึกปวดเบาจึงขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ พลันเงาสายหนึ่งพาดผ่าน องครักษ์เงาฉินจางหย่งกำลังเงื้อดาบต่อสู้กับชายชุดดำสองคนเคร้ง! เคร้ง! เหล่าองครักษ์รักษาการในจวนกรูกันเข้ามา กลับปรากฏชายชุดดำอีกหลายสิบชีวิตรายล้อม“มีคนร้าย!

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 25 แช่น้ำพุร้อน

    บ่าวรับใช้และองครักษ์ส่วนหนึ่งต้องคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่นอกรั้ว ส่วนองครักษ์เงาก็ต้องรักษาความปลอดภัยโดยเร้นกายอยู่ละแวกนั้นเหอเจียอีได้ผ่อนคลายร่างกายอย่างเต็มที่ นางกำนัลสองคนเข้ามาดูแล “เจ้าไม่ต้องดูแลข้า พวกเราเป็นบ่าวเหมือนกัน” “นี่เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง พวกเราขัดไม่ได้นะเจ้าคะ มิฉะนั้นจะโดนโบย แม่นางเห็นใจพวกเราด้วย” ได้ยินเช่นนั้น เหอเจียอีจึงยอมให้พวกนางขัดผิว สระผมให้ตนโดยดี น้ำพุร้อนทำให้ร่างกายของนางผ่อนคลายสามวันที่ผ่านมา นางโดนหมิงจิ้นเหอรุกไล่ เคล้าคลึง เค้นเอาจนหมดแรงทุกคืน ทำเช่นไรเขาก็ดูเหมือนจะไม่เต็มอิ่มสักครา นางได้แต่โอดครวญฉอเลาะในยามที่จวนจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง เขาหัวเราะร่วนแล้วรวบตัวนางที่เปลือยเปล่ามากอดไว้ใต้ผ้าห่มหลับลงพร้อมกันนางกำนัลมองดูรอยผิวแดงจ้ำตามเนินอก หลังไหล่ และต้นขาของแม่นางเหอแล้วหัวเราะคิกคักเขินอาย“แม่นางเหอ ท่านอ๋องทรงโปรดปรานท่านจริงๆ เจ้าค่ะ พวกเราไม่เคยเห็นท่านอ๋องสนใจสตรีนางใดมาก่อน อย่าว่าแต่จะพามาที่จวนเลย” เหอเจียอีได้ยินก็ยิ้มกว้าง ซักไซ้พวกนางถึงเรื่องที่พวกนางรู้เกี่ยวกับจวิ้นอ๋อง เสียงหัวเราะข

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 24 จางเลี่ยงหวง

    เหอเจียอีอาบน้ำแต่งตัวจวนตะวันจะตรงศีรษะ นางรับประทานอาหารด้วยความสุขล้น นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วอยากจะกลับไปเล่าให้แม่นมเหอฟังว่า เขาอ่อนโยนและรักใคร่นางเหลือเกิน“น้องเจียอี เจ้าช่างดูมีความสุขยิ่งนัก” จินวั่งซูเดินอาดๆ ถือพัดโบกไปมา มองซ้ายมองขวาเมื่อไม่รู้สึกสัมผัสได้ว่ามีองครักษ์เงาอยู่ในห้องจึงกล่าวต่อ “เจ้าช่างไม่นึกถึงข้าว่าเสี่ยงชีวิตเพื่อแผนเจ้าเพียงใด เจ้านี่มันข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพาน[1]เห็นๆ”“ท่านอย่าเรียกชื่อข้าเช่นนี้ต่อหน้าท่านอ๋องเทียว ท่านไม่ควรแสดงความสนิทสนมกับข้าให้มากนัก ข้าไม่รับประกันความปลอดภัยของท่าน”“จุ๊ๆ เจ้าใจร้ายจริง” จินวั่งซูนั่งลงตรงข้าม “ข้ากินด้วยคน เมื่อเช้าองค์ชายสิบสองดึงข้าออกไปในเมืองแต่เช้าตรู่ได้กินไปนิดเดียว”จินวั่งซูสั่งบ่าวรับใช้ไปเอาถ้วยและตะเกียบมาเพิ่ม“องค์ชายสิบสองจะเสด็จกลับพรุ่งนี้แล้ว แต่ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่ก่อนเพราะมีข่าวใหม่น่าสนใจ”เหอเจียอีเงยหน้าจากถ้วยข้าวขึ้นมองเพื่อนพี่ชาย“ข่าวนี้เกี่ยวพันกับข้าหรือไม่ ”จินวั่งซูยกยิ้มมีเลศนัย “เกี่ยวสิ ไม่งั้นข้าจะอยู่ทำไมกัน ” “พี่วั่งซู ท่านรู้เรื่องใดมา บอกข้าได้หรือไม

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 23 เข้าหออย่างสุขสม

    “หม่อมฉันไม่อยากจะหวังลมๆ แล้งๆ นี่เพคะ หากวันหน้าท่านอ๋องทรงมีสตรีอื่น หม่อมฉันคงทนไม่ได้”“ข้าให้สัญญา ข้าจะไม่มีสตรีอื่นอีก”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ “ขอบพระทัยเพคะ”“ต่อไปเจ้าเป็นคนของข้า ทุกอย่างข้าจะเชื่อเจ้า เข้าข้างเจ้า ไม่ว่าผู้ใดกล่าวร้ายเจ้า ข้าก็จะถามเจ้าก่อน”นางประคองใบหน้าของชายที่รัก เอียงคอตอบด้วยรอยยิ้ม “สัญญาแล้วเพคะ หากวันใดไม่รักษาสัญญาหม่อมฉันจะ......”“เจ้าจะทำอย่างไร ”“หม่อมฉันจะหนีพระองค์ไปแต่งงานกับชายอื่น” นางสบตาเขา กล่าวโดยไม่ยิ้มสักนิดดวงตาจวิ้นอ๋องวาววับ “เจ้ากล้ารึ” เขากดร่างนางลงกับแท่นบรรทม “เจ้าเป็นของข้าแล้ว ใต้หล้านี้ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าหวังจะมาชิงเจ้า”เหอเจียอียิ้มหวาน ใจเต้นระริกรัวกับคำประกาศนั้น “เพคะ” นางโน้มคอของเขาลงมา เงยหน้าประกบริมฝีปากเย็นชืดกับริมฝีปากรุ่มร้อนนั้นจวิ้นอ๋องดูดเม้มริมฝีปากล่างของนาง มือค่อยลูบไล้ไปไปตามเรือนร่าง ค่อยกระตุกสายผูกเสื้อตัวนอกของนางออก สัมผัสผิวเนียนนุ่มด้านในจากหน้าท้องน้อยไปด้านหลังถึงบั้นสะโพกนางจูบตอบไม่ลดละ เขาสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนาง หญิงสาวหมุนศีรษะไปตามจังหวะของเขาที่พลิกไปหัน

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 22 ต้องเข้าหอกับเจ้าให้ได้

    องค์ชายสิบสองได้ยินเรื่องแม่นางเหอจากองครักษ์เงาก็รู้สึกเห็นใจ เขาดูออกว่าพี่ชายของตนหลงใหลนางมากแต่เพราะตลอดชีวิตวัยหนุ่มเอาแต่รบทัพจับศึกจึงไม่เคยเข้าใจความคิดของเพศตรงข้ามความคลั่งไคล้หลงใหลที่หมิงจิ้นเหอมีต่อเหอเจียอีเห็นได้อย่างชัดเจน แต่คงเป็นเพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาความรักเช่นไร จึงทำให้ต้องผิดใจกับสตรีที่ตนรัก ยามนี้แม่ทัพใหญ่หมิงคงกลัดกลุ้มอย่างหนัก...เช้านี้การฝึกทหารจึงเป็นไปอย่างดุเดือดกว่าปกติ... “รองแม่ทัพมู่ ท่านว่า พี่ชายข้าฝึกทหารเช่นนี้อยู่แล้ว หรืออารมณ์ไม่ดี ” “เอ่อ! กระหม่อมว่าอย่างหลัง พะยะค่ะ ปกติก็ทรงดุดันแต่ไม่ได้ดูหงุดหงิดอย่างนี้” หมิงเฉินกงหัวร่อออกมาเมื่อคนสนิทของจวิ้นอ๋องไม่ยั้งความคิดเห็น“เจ้านี่...ช่างไม่ไว้หน้าท่านแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย” “กระหม่อมทูลไปตามความจริง” “พี่ชายของเปิ่นหวาง คงจะห่วงนางมากกระมัง” องค์ชายหมิงเฉินกงมองดูร่างสูงใหญ่ที่กวัดแกว่งดาบดุเดือดอยู่ท่ามกลางทหารหลายสิบนาย “ทั้งห่วงทั้งหวงเลยล่ะพะยะค่ะ หากมีคนเข้าใกล้นางก็จะทรงหงุดหงิด” “อืม ค่ำนี้แล้วสินะ” องค์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status