Mag-log inคุณหนูฟ่านหรือชื่อปลอมคือเหอเจียอี ถึงกับกลั้นหัวเราะจนตัวโยนเมื่อเห็นนายกองซ่งควบม้ากลับค่ายพยัคฆ์เหินจนฝุ่นตลบ
“คุณหนูเจ้าคะ ดูเหมือนนายกองผู้นั้นจะถูกส่งมาดูตัวคุณหนูนะเจ้าคะ” เหอหงเซ่อน้องสาวอุปโลกน์ยิ้มกลั้วหัวเราะ “ข้าเห็นมานั่งเมียงๆ มองๆ จ้องประตูทางเข้าครัวอยู่นานสองนานแล้วเจ้าค่ะ”
“ต่อให้เขาไม่มา ข้าก็ต้องหาทางบีบเขาจนได้นั่นล่ะ ในที่สุดข่าวลือก็ทะลุทะลวงเข้าไปถึงในค่าย เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ อาวุธที่ไม่มีตาและมีพลังทำลายล้างมากที่สุดชนิดหนึ่งก็คือ ลมปากของคน”
“คุณหนูกล่าวได้ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ” เถ้าแก่เนี้ยเหอเดินชดช้อยมายืนยิ้มอยู่ด้านหลัง “เป็นอย่างไรบ้าง ”
“เป็นจริงดังคาด นายกองซ่งน่าจะถูกส่งให้มาดูตัวข้าว่าเป็นอย่างคำร่ำลือจริงหรือไม่ ”
“ถ้าเช่นนั้น อีกไม่นานท่านแม่ทัพคงจะมาเยือนร้านของเราแน่”
เหอเจียอีส่ายหน้า “ยังหรอก หมิงจิ้นเหอเป็นแม่ทัพใหญ่ที่เคร่งครัดในวินัยทหารยิ่งนัก ระยะนี้เขาต้องฝึกทหารใหม่ คงจะออกมาจากค่ายในเดือนนี้ ระหว่างนี้ ข้าจะกระพือข่าวให้เขารู้สึกอยากจะเห็นหน้าข้ามากๆ มากจนวันแรกของการฝึกทหารเสร็จต้องรีบบึงมาที่นี่”
เหอเจียวางแผนปล่อยข่าวเรื่องความงามของตนเองอยู่พักใหญ่ เริ่มจากจ้างคนไปพูดเรื่องรูปโฉมของนางในตลาดเพื่อให้บ่าวรับใช้ตระกูลใหญ่ในพยัคฆ์เหินได้ยินเข้า แล้วนำเรื่องนี้ไปพูดในแต่ละคฤหาสน์
หลังจากปิดครัว นางก็แต่งกายงดงามออกมานั่งจิบน้ำชา ส่งสายตาให้กับคุณชายร่ำรวยที่อุตส่าห์นั่งรถม้าคันใหญ่เพื่อมาทานอาหารในเพิงเล็กๆ ของสกุลเหอ ทำเอาข่าวลือเรื่องรูปโฉมลามเร็วยิ่งกว่าฝีมือการทำอาหาร
ความงามของสองแม่ลูกร้านตระกูลเหอ ดึงดูดผู้คนได้ดียิ่ง คุณชายทั้งหลายต่างหมายมั่นปั้นมืออยากได้เหอเจียอีมาเป็นภรรยา พวกเขาต่างอาสาส่งคนงานมาช่วยก่อสร้างร้านอาหาร
“ทั้งคุณชายกัง คุณชายหวัง คุณชายเถียน ต่างส่งคนงานมาช่วย อีกไม่นานร้านของคุณหนูก็จะเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม...พลังของบุรุษทั้งหลาย ทำให้งานของข้าก้าวหน้ารวดเร็วยิ่ง หงเซ่อในเมื่อข้าสร้างข่าวลือปลอมได้ ข่าวลือจริงนั้นยิ่งไม่ยาก คราวนี้หมิงจิ้นเหอจะได้รู้ว่า การต้องไปตื้อคนอื่นเป็นเรื่องคับข้องใจเพียงใด”
จินหงเซ่อสาวใช้คนสนิทของคุณหนูฟ่านยิ้มพอใจ “ดีเจ้าค่ะ นายท่านเคยไปขอร้องท่านอ๋อง คราวนี้ท่านอ๋องจะได้มาขอร้องนายท่านคืนบ้าง”
“แค้นนี้ข้าต้องชำระให้ท่านพ่ออย่างแน่นอน”
เหอเจียอีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองพยัคฆ์เหิน ยามนี้นางกลายเป็นเจ้าของภัตตาคารใหญ่ที่อยู่ใกล้ค่ายทหาร ฝีมือการทำอาหารว่ายอดเยี่ยมแล้วแต่ความงดงามกลับถึงขั้นบัณฑิตหนุ่มทั้งหลายต้องร่ายกลอนสรรเสริญ
คุณชายทั้งหลายให้จิตรกรวาดรูปของนางออกมาแล้วเอาไปแขวนไว้ยังห้องนอน พร่ำเพ้ออยากจะได้นางมาเป็นภรรยา ยามนี้ในเมืองพยัคฆ์เหิน แม่ครัวสกุลเหอ กลายเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งไปเสียแล้ว
“แม่สื่อมาทาบทามท่านอีกแล้วเจ้าค่ะคุณหนู นี่ข้าก็หาทางปฏิเสธพวกเขาไปเรียบร้อยแล้ว อ้างว่าดวงของท่านในปีนี้ไม่เหมาะจะแต่งงาน” เหอฮูหยินหัวเราะหึๆ พอใจ
เหอเจียอียิ้มมีเลศนัย “ป่านนี้ข่าวของข้าคงจะอยู่ในปากของทหารกว่าครึ่งกองทัพแล้วล่ะ”
จริงอย่างที่เหอเจียอีคาด เรื่องของนางกลายเป็นหัวข้อสนทนาของเหล่าทหารในกองทัพ ซ้ำหลายคนยังมีภาพวาดของนางเก็บเอาไว้
“เจ้าได้มาอย่างไรหรือ ”
“ข้าซื้อมาจากเหล่าซานน่ะสิ เมื่อวานมันติดตามพ่อครัวออกไปหาซื้อวัตถุดิบมาทำอาหาร เห็นว่ามีภาพของแม่นางเหอวางขายอยู่ก็เลยซื้อมา เมื่อเช้าต้องแย่งกันกับพวกทหารม้า ดีที่ได้มาภาพหนึ่ง”
“ไหนๆ ข้าขอดูหน่อย เขาว่านางสวยราวกับนางฟ้า เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ”
“ดูเอาเองสิ” เจ้าของภาพยื่นให้สหายกลุ่มใหญ่ดู
เสียงฮือฮาดังขึ้นไม่ขาดสาย นายกองซ่งเดินเข้ามาเห็นพลทหารพากันรุมล้อมส่งเสียงเอะอะก็เดินไปดุ ครั้นเห็นในมือคนผู้หนึ่งมีภาพวาดของสาวงามก็รีบขอดู
“นี่มันแม่นางเหอนี่ ”
“ขอรับ ภาพของนางตอนนี้มีขายเต็มตลาดไปหมด บุรุษทั้งหลายล้วนซื้อหาไปครอบครอง”
“ภาพนี้เจ้าขายต่อข้าได้หรือไม่ ”
พลทหารหนุ่มได้ยินว่านายกองซ่งจะขอซื้อต่อโดยให้ราคามากกว่าซื้อมาถึงหนึ่งเท่า เขาก็รีบพยักหน้า ในใจก็นึกว่าหากนายกองซ่งคิดจะริบเขาก็คงจะไม่ได้เงินสักอีแปะ
นายกองซ่งถือภาพวาดของเหอเจียอีไปเก็บไว้ที่ห้องทำงานของตนด้วยความรื่นรมย์ สาวงามที่เขาเคยเห็นมาในชีวิตนี้ ไม่มีผู้ใดสวยเท่านางเลยสักคน
...หรือนางจะเป็นนางฟ้าที่ตกสวรรค์มายังเมืองพยัคฆ์เหิน...
ยังไม่ทันที่จะม้วนเก็บภาพของนางลงในลิ้นชักตู้ด้านหลัง รองแม่ทัพมู่ก็ปรากฏกายขึ้นแล้วยื่นมือมากุมม้วนภาพนั้นเอาไว้
“ข้าว่าภาพนี้เจ้าชมแล้ว ขายต่อข้าเสียดีกว่า”
นายกองซ่งทำสีหน้าปั้นยาก หากว่ารองแม่ทัพมู่ข่มขู่เอาภาพนี้จากเขาไปเฉยๆ เขาก็คงไม่ได้เงินคืนสักอีแปะ สู้ดียอมขายไปเสียดีกว่า นายกองซ่งได้กำไรจากการขายภาพเหอเจียอีให้กับมู่หลี่เฉียงสามร้อยอีแปะ
ชายหนุ่มผู้ครอบครองภาพหญิงงามเดินยิ้มแย้มแจ่มใสไปยังห้องทำงานของท่านแม่ทัพที่อยู่สุดทางเดิน ชายหนุ่มผู้กุมกองกำลังใหญ่ที่สุดในแคว้นหมิงกำลังตรวจบัญชีเสบียงอย่างคร่ำเคร่ง พอได้ยินเสียงเคาะประตูก็เงยหน้าขึ้นเอ่ยอนุญาต
“มีอันใดหรือ สีหน้าเจ้าดูมีเลศนัยพิลึก”
“ก็มีนะสิ ท่านดูเอาเถิดว่าอานุภาพความงามของแม่นางเหอ ทะลุทะลวงกำแพงค่ายทหารของเราเข้ามาได้แล้ว”
“อย่างไรหรือ ”
มู่หลี่เฉียงยื่นม้วนภาพวาดของเหอเจียอีมาตรงหน้า
“ภาพวาดของนางถูกซื้อมาจากในตลาด ท่านอยากเห็นหรือไม่ว่าเหอเจียอีผู้ที่ทำอาหารได้ถูกปากถูกใจท่านไปเสียทุกอย่าง รูปร่างหน้าตาเป็นเช่นใด ”
หมิงจิ้นเหอใจเต้นรัวขึ้นเล็กน้อย ระยะนี้เขาได้ยินชื่อของนางอยู่บ่อยครั้ง ดูเหมือนทหารในค่ายของเขาจะพูดถึงนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
“ขอดูหน่อยสิว่านางสวยสมกับที่คนทั้งหลายพร่ำเพ้อหรือไม่ ”
เขารับม้วนภาพของนางไปคลี่ออกดู หญิงสาวที่ถูกวาดเอาไว้นั้นมีใบหน้างดงามอ่อนหวาน ดวงตาดุจกวางน้อย รูปร่างอ้อนแอ้นอวบอิ่ม ชายหนุ่มตะลึงไปเล็กน้อย
“นี่ก็แค่ภาพวาด ไม่รู้ว่าตัวจริงจะเป็นเช่นนี้หรือไม่ ”
“อีกสิบวันการฝึกทหารก็จะเสร็จสิ้นแล้ว ท่านค่อยออกไปดูนางก็ได้ ข้าเห็นนางบ่อยแล้ว ภาพนี้ข้าซื้อต่อเขามา ในฐานะที่ท่านเลี้ยงอาหารข้าอยู่บ่อยๆ ข้ายกให้ท่านก็แล้วกัน”
ใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา แต่มู่หลี่เฉียงรู้สึกว่าสหายของเขารู้สึกสนใจหญิงสาวในภาพเข้าให้แล้ว รองแม่ทัพมู่ยิ้มน้อยๆ สายตาของหมิงจิ้นเหอเมื่อครู่ดูเหมือนจะถูกใจหญิงสาวในภาพเข้าให้แล้ว
“หากว่าท่านแม่ทัพสนใจในตัวนาง ข้าก็จะยอมหลีกทางให้”
จวิ้นอ๋องปรายตาขึ้นมองสหายแล้วยิ้มน้อยๆ
“อย่าพูดดีเข้าตัวเลยมู่หลี่เฉียง ข้าว่าอย่างเจ้าไม่มีปัญญาไปเกี้ยวนางได้สำเร็จต่างหาก”
“รู้ทันข้าเสียจริง ข้าก็ได้แต่มองนางไปอย่างนั้นล่ะ ถึงเป็นท่านก็เถอะ นางอาจจะไม่สนใจท่านก็ได้ ข้าได้ยินว่ามีคุณชายใหญ่น้อยส่งแม่สื่อไปทาบทามนางแต่ก็โดนปฏิเสธกันทั่วหน้า”
หมิงจิ้นเหอรู้สึกร้อนรนในอก หากว่านางตกลงแต่งงานกับไปคุณชายร่ำรวยสักคน ต่อไปก็คงจะไม่ออกมาทำอาหารขายอีกแล้ว ด้วยรูปร่างหน้าตาอย่างนาง สามีคงพร้อมจะเอาเงินมาใช้หนี้และยกร้านให้เถ้าแก่เหอไปทำต่ออย่างไม่ลังเล
“ไม่ได้! ข้าต้องได้นางมาเป็นแม่ครัวที่จวนของข้า”
มู่หลี่เฉียงลอยหน้าลอยตา
“ท่านจะทำอย่างไรได้ หนี้สินของท่าน อีกไม่นานคงมีคนอยากจะมาใช้หนี้แทนนาง เฮ้อ! หรือว่าพอฝึกทหารเสร็จข้าจะลองส่งคนไปทาบทามดู เผื่อนางจะยินยอมแต่งงานกับข้า”
“หยุดเลย! สกุลเหอเป็นหนี้ข้าหลายหมื่นตำลึง เจ้าอย่าได้มาวุ่นวายด้วยเป็นเด็ดขาด”
“ท่านแม่ทัพ เรื่องอย่างนี้ใครดีใครได้มิใช่หรือ”
สีหน้าของหมิงจิ้นเหอเข้มขึ้นในทันที
“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็จะหาทางทำให้นางยอมมาเป็นแม่ครัวของข้า”
หลังจากมู่หลี่เฉียงออกจากห้องไปแล้ว แม่ทัพหนุ่มก็คลี่ภาพของนางออกมากางไว้ชม ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่านางงดงามประทับใจ ชายหนุ่มถึงกับเก็บเอาไปฝัน...เป็นครั้งแรกที่เขาฝันว่าได้กอดจูบหญิงงาม
“หมิงจิ้นเหอ ท่านเป็นคนของหม่อมฉันแล้ว ห้ามให้คนอื่นแตะต้องเด็ดขาดนะเพคะ” นางเลื่อนตัวขึ้นมานั่งบนตักสามีสองแขนวางบนไหล่ สองมือลูบไล้ต้นคอด้านหลัง คนถูกลูบขนคอลุกเกรียว สัมผัสอ่อนโยนของนางทำให้เขาไม่อาจสงบใจ “ถ้าเช่นนั้น แขนที่คุณหนูจางจับแล้วนี่เล่า จะทำเช่นไรดี” “หม่อมฉันก็จะจูบประทับตราไว้แทน”นางจับมือของจวิ้นอ๋องข้างที่คุณหนูจางหมายจะเข้ามาฉวยขึ้นมา จุมพิตที่ข้อนิ้วทีละนิ้ว จากนั้นก็คลายเสื้อตัวนอกของชายหนุ่มออก“เจ้าเป็นคนท้าข้าเองนะ อย่าร้องขอให้หยุดก็แล้วกัน” เสียงกระซิบกระเส่าดังขึ้นที่ข้างหูของหญิงสาว“หม่อมฉันสุดแต่แท้ท่านอ๋องนะเพคะ”สาวใช้อุ่นเตียงของหมิงจิ้นเหอยิ้มหวาน ยื่นหน้ามาจูบปลายคางบึกบึนเบาๆ แล้วค่อยจูบไล้ไปใกล้ใบหู“เจ้าทำเช่นนี้ ตัวข้าเริ่มร้อนไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มรีบถอดสายรัดเอวและเสื้อตัวนอกของตนเองออกเขาเอนกายลงไปด้านหลัง ปล่อยให้นางแหวกสาบเสื้อของเขาออกจากกัน เหอเจียอีจูบต่ำลงไปตามแนวคอ ท่านอ๋องครางอือๆ แผ่นอกแกร่งถูกนางจูบไซ้จนต้องแอ่นขึ้นด้วยความซาบซ่าน ฉินหวังหย่งหน้าแดงซ่านอยู่บนขื่อ‘อีกแล้ว ท่านอ๋องกับแม่นางเ
“ข้าดื่มแค่จอกเดียวเท่านั้นนะ” นางหน้าบึ้งแต่ยอมยกจอกเหล้าขึ้นดื่มกับเขา‘เจ้าหมีป่า คราวหน้าอย่าหวังว่าข้าจะให้เจ้ามานั่งใกล้’นางวางจอกแล้วขอตัวกลับเรือนรับรอง จวนแม่ทัพใหญ่โตมีโรงเรือนหลายหลัง เมื่อนางก้าวออกจากโถงใหญ่ไปด้านหน้ารู้สึกเหมือนมีเงาวูบผ่านครั้นหันมองตามไปเห็นแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูงใหญ่ลับไปทางเรือนบรรทมของจวิ้นอ๋อง คลับคล้ายเหมือนจะมีร่างนั้นจะอุ้มอีกคนอยู่ นางไม่กล้าก้าวขาตามไปเพราะนางกำนัลหญิงสองคนเดินตรงมาพอดี“คารวะคุณหนู ข้าน้อยจะนำทางท่านไปเรือนรับรองแขกเองเจ้าค่ะ”ยังดีที่เรือนนี้ยังพอเหลือนางกำนัลอยู่บ้าง นางเคยได้ยินข่าวลือว่า จวนแม่ทัพของจวิ้นอ๋อง ไม่ชอบให้มีนางกำนัลรับใช้ดูแลอยู่ส่วนใน‘จวิ้นอ๋อง ท่านช่างดูแลตนเองเสียบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่รู้ว่าตัดชอบตัดแขนเสื้อหรือไร ไม่แน่ว่าอยู่กับบุรุษมากมายนานๆ เข้า อาจจะชอบไม่รู้ตัว’ รองแม่ทัพมู่รู้สึกปวดเบาจึงขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ พลันเงาสายหนึ่งพาดผ่าน องครักษ์เงาฉินจางหย่งกำลังเงื้อดาบต่อสู้กับชายชุดดำสองคนเคร้ง! เคร้ง! เหล่าองครักษ์รักษาการในจวนกรูกันเข้ามา กลับปรากฏชายชุดดำอีกหลายสิบชีวิตรายล้อม“มีคนร้าย!
บ่าวรับใช้และองครักษ์ส่วนหนึ่งต้องคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่นอกรั้ว ส่วนองครักษ์เงาก็ต้องรักษาความปลอดภัยโดยเร้นกายอยู่ละแวกนั้นเหอเจียอีได้ผ่อนคลายร่างกายอย่างเต็มที่ นางกำนัลสองคนเข้ามาดูแล “เจ้าไม่ต้องดูแลข้า พวกเราเป็นบ่าวเหมือนกัน” “นี่เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง พวกเราขัดไม่ได้นะเจ้าคะ มิฉะนั้นจะโดนโบย แม่นางเห็นใจพวกเราด้วย” ได้ยินเช่นนั้น เหอเจียอีจึงยอมให้พวกนางขัดผิว สระผมให้ตนโดยดี น้ำพุร้อนทำให้ร่างกายของนางผ่อนคลายสามวันที่ผ่านมา นางโดนหมิงจิ้นเหอรุกไล่ เคล้าคลึง เค้นเอาจนหมดแรงทุกคืน ทำเช่นไรเขาก็ดูเหมือนจะไม่เต็มอิ่มสักครา นางได้แต่โอดครวญฉอเลาะในยามที่จวนจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง เขาหัวเราะร่วนแล้วรวบตัวนางที่เปลือยเปล่ามากอดไว้ใต้ผ้าห่มหลับลงพร้อมกันนางกำนัลมองดูรอยผิวแดงจ้ำตามเนินอก หลังไหล่ และต้นขาของแม่นางเหอแล้วหัวเราะคิกคักเขินอาย“แม่นางเหอ ท่านอ๋องทรงโปรดปรานท่านจริงๆ เจ้าค่ะ พวกเราไม่เคยเห็นท่านอ๋องสนใจสตรีนางใดมาก่อน อย่าว่าแต่จะพามาที่จวนเลย” เหอเจียอีได้ยินก็ยิ้มกว้าง ซักไซ้พวกนางถึงเรื่องที่พวกนางรู้เกี่ยวกับจวิ้นอ๋อง เสียงหัวเราะข
เหอเจียอีอาบน้ำแต่งตัวจวนตะวันจะตรงศีรษะ นางรับประทานอาหารด้วยความสุขล้น นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วอยากจะกลับไปเล่าให้แม่นมเหอฟังว่า เขาอ่อนโยนและรักใคร่นางเหลือเกิน“น้องเจียอี เจ้าช่างดูมีความสุขยิ่งนัก” จินวั่งซูเดินอาดๆ ถือพัดโบกไปมา มองซ้ายมองขวาเมื่อไม่รู้สึกสัมผัสได้ว่ามีองครักษ์เงาอยู่ในห้องจึงกล่าวต่อ “เจ้าช่างไม่นึกถึงข้าว่าเสี่ยงชีวิตเพื่อแผนเจ้าเพียงใด เจ้านี่มันข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพาน[1]เห็นๆ”“ท่านอย่าเรียกชื่อข้าเช่นนี้ต่อหน้าท่านอ๋องเทียว ท่านไม่ควรแสดงความสนิทสนมกับข้าให้มากนัก ข้าไม่รับประกันความปลอดภัยของท่าน”“จุ๊ๆ เจ้าใจร้ายจริง” จินวั่งซูนั่งลงตรงข้าม “ข้ากินด้วยคน เมื่อเช้าองค์ชายสิบสองดึงข้าออกไปในเมืองแต่เช้าตรู่ได้กินไปนิดเดียว”จินวั่งซูสั่งบ่าวรับใช้ไปเอาถ้วยและตะเกียบมาเพิ่ม“องค์ชายสิบสองจะเสด็จกลับพรุ่งนี้แล้ว แต่ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่ก่อนเพราะมีข่าวใหม่น่าสนใจ”เหอเจียอีเงยหน้าจากถ้วยข้าวขึ้นมองเพื่อนพี่ชาย“ข่าวนี้เกี่ยวพันกับข้าหรือไม่ ”จินวั่งซูยกยิ้มมีเลศนัย “เกี่ยวสิ ไม่งั้นข้าจะอยู่ทำไมกัน ” “พี่วั่งซู ท่านรู้เรื่องใดมา บอกข้าได้หรือไม
“หม่อมฉันไม่อยากจะหวังลมๆ แล้งๆ นี่เพคะ หากวันหน้าท่านอ๋องทรงมีสตรีอื่น หม่อมฉันคงทนไม่ได้”“ข้าให้สัญญา ข้าจะไม่มีสตรีอื่นอีก”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ “ขอบพระทัยเพคะ”“ต่อไปเจ้าเป็นคนของข้า ทุกอย่างข้าจะเชื่อเจ้า เข้าข้างเจ้า ไม่ว่าผู้ใดกล่าวร้ายเจ้า ข้าก็จะถามเจ้าก่อน”นางประคองใบหน้าของชายที่รัก เอียงคอตอบด้วยรอยยิ้ม “สัญญาแล้วเพคะ หากวันใดไม่รักษาสัญญาหม่อมฉันจะ......”“เจ้าจะทำอย่างไร ”“หม่อมฉันจะหนีพระองค์ไปแต่งงานกับชายอื่น” นางสบตาเขา กล่าวโดยไม่ยิ้มสักนิดดวงตาจวิ้นอ๋องวาววับ “เจ้ากล้ารึ” เขากดร่างนางลงกับแท่นบรรทม “เจ้าเป็นของข้าแล้ว ใต้หล้านี้ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าหวังจะมาชิงเจ้า”เหอเจียอียิ้มหวาน ใจเต้นระริกรัวกับคำประกาศนั้น “เพคะ” นางโน้มคอของเขาลงมา เงยหน้าประกบริมฝีปากเย็นชืดกับริมฝีปากรุ่มร้อนนั้นจวิ้นอ๋องดูดเม้มริมฝีปากล่างของนาง มือค่อยลูบไล้ไปไปตามเรือนร่าง ค่อยกระตุกสายผูกเสื้อตัวนอกของนางออก สัมผัสผิวเนียนนุ่มด้านในจากหน้าท้องน้อยไปด้านหลังถึงบั้นสะโพกนางจูบตอบไม่ลดละ เขาสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนาง หญิงสาวหมุนศีรษะไปตามจังหวะของเขาที่พลิกไปหัน
องค์ชายสิบสองได้ยินเรื่องแม่นางเหอจากองครักษ์เงาก็รู้สึกเห็นใจ เขาดูออกว่าพี่ชายของตนหลงใหลนางมากแต่เพราะตลอดชีวิตวัยหนุ่มเอาแต่รบทัพจับศึกจึงไม่เคยเข้าใจความคิดของเพศตรงข้ามความคลั่งไคล้หลงใหลที่หมิงจิ้นเหอมีต่อเหอเจียอีเห็นได้อย่างชัดเจน แต่คงเป็นเพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาความรักเช่นไร จึงทำให้ต้องผิดใจกับสตรีที่ตนรัก ยามนี้แม่ทัพใหญ่หมิงคงกลัดกลุ้มอย่างหนัก...เช้านี้การฝึกทหารจึงเป็นไปอย่างดุเดือดกว่าปกติ... “รองแม่ทัพมู่ ท่านว่า พี่ชายข้าฝึกทหารเช่นนี้อยู่แล้ว หรืออารมณ์ไม่ดี ” “เอ่อ! กระหม่อมว่าอย่างหลัง พะยะค่ะ ปกติก็ทรงดุดันแต่ไม่ได้ดูหงุดหงิดอย่างนี้” หมิงเฉินกงหัวร่อออกมาเมื่อคนสนิทของจวิ้นอ๋องไม่ยั้งความคิดเห็น“เจ้านี่...ช่างไม่ไว้หน้าท่านแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย” “กระหม่อมทูลไปตามความจริง” “พี่ชายของเปิ่นหวาง คงจะห่วงนางมากกระมัง” องค์ชายหมิงเฉินกงมองดูร่างสูงใหญ่ที่กวัดแกว่งดาบดุเดือดอยู่ท่ามกลางทหารหลายสิบนาย “ทั้งห่วงทั้งหวงเลยล่ะพะยะค่ะ หากมีคนเข้าใกล้นางก็จะทรงหงุดหงิด” “อืม ค่ำนี้แล้วสินะ” องค์






![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
