Share

บทที่ 2

Penulis: สายธารสะท้อนเงา
“เฮ้อ พูดถึงโจโฉโจโฉก็มาหา” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เย็นชา

ท่านอ๋องสามในความทรงจำของเจ้าของเดิมนั้น เป็นบุรุษเจ้าชู้โดยแท้

ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงลุกขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้า พร้อมทั้งเป่าผมให้แห้งอย่างลวก ๆ

เดิมทีร่างกายนี้ยังอ่อนแอมากนัก แม้ว่าจักจะอาบน้ำต้มยาเพื่อขับไล่ความหนาวเย็นออกไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้

นางจึงพับเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวใหญ่อย่างเรียบร้อย พร้อมทั้งนำมันออกมาข้างนอกห้องด้วยกัน

บริเวณด้านนอกห้องโถงนั้น พลันมีบุรุษสองคนที่มีรูปหน้าดูคล้ายคลึงกัน หากแต่อีกคนสวมใส่อาภรณ์สีขาวและอีกคนใส่อาภรณ์สีดำเท่านั้น

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้เห็นพวกเขา หากแต่สายตาของนางกลับถูกบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีขาวดึงดูดไปมากที่สุด

ในยุคปัจจุบันที่นางอาศัยอยู่นั้น มีบุรุษมากหน้าหลายตาหล่อเหลาอยู่มากมาย นางกลับรู้สึกเบื่อกับการชื่นชมความหล่อเหล่าพวกนั้นยิ่งนัก

อย่างไรก็ตาม บุรุษที่อยู่ตรงหน้าของนางนั้น กลับทำให้นางไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

ถึงแม้ว่าเขาจะยืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้น ผมสีน้ำหมึกที่ปล่อยสยาย มีเพียงปิ่นหยกสีดำที่ปักเอาไว้ ท่าทีเคร่งขรึมนิ่งไม่ไหวติ่งราวกับต้นสนนั้น ใบหน้าที่เจือไปด้วยความเย็นราวกับความหนาวเย็นในยามเหมันต์ พร้อมด้วยท่าทีสง่างามราวกับเทพเซียน ผิวพรรณที่ใสกระจ่างราวกับเกร็ดหิมะที่กำลังโบยบิน

บุรุษผู้นี้คล้ายกับเทพเซียนที่เดินออกมาจากภาพวาดก็ไม่ปาน เสมือนกับสิ่งของที่อยู่โดยรอบกำลังถูกกลิ่นอายและรัศมีของเขาบดบังไปเสียหมด

แม้ว่าเขาจะมีรูปร่างดูคล้ายคลึงกับบุรุษชุดดำที่อยู่ข้างกายนั้น ทว่า กลิ่นอายต่าง ๆ ช่างต่างกันราวกับฟ้ากับเหวก็ไม่

“พระชายาเจ็ดจะจ้องมองเจ้าเจ็ดนานหรือไม่?” บุรุษชุดดำพลางเอ่ยออกมาด้วยวาจาเยาะเย้ย

ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันตกตะลึงไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่นางจะค่อย ๆได้สติกลับมาว่าตนเองเผลอจ้องมองบุรุษชุดขาวโดยไม่ได้ตั้งใจ

ตามความทรงจำของเจ้าของร่างนี้นั้น บุรุษในชุดอาภรณ์ขาวที่คล้ายกับเทพเซียนผู้นี้เป็นพระสวามีราคาถูกของนาง ผู้สืบทอดลำดับที่เจ็ดหนิงอ๋องตงฟางหลี

บุรุษชุดดำที่อยู่ถัดจากตงฟางหลีนั้น หาใช่ใครอื่นใดไม่นอกเสียจากตงฟางลั่ว ผู้สืบทอดลำดับที่สามท่านอ๋องตงฟางลั่ว

เดิมทีเจ้าของร่างเดิมนั้นได้ทำการหมั้นหมายกับท่านอ๋องสามที่ตนเองหลงรักเสียจนหัวปักหัวปำเอาไว้อยู่แล้ว เพียงเพื่อต้องการเอาใจท่านอ๋องสามนั้น ทำให้นางสามารถลงมือทำเรื่องโง่ ๆลงไปเสียมากมายโดยไม่อาจถอนตัวออกมาได้

ทว่า เจ้าของเดิมที่หลงรักอ๋องสามอย่างบ้าคลั่งนั้นกลับต้องมาตบแต่งให้กับอ๋องเจ็ดตงฟางหลีแทน นั่นก็เป็นเพราะแผนการสมรู้ร่วมคิดที่ออกแบบมาอย่างดี

หากตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมนั้น ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้หลงเชื่อในคำโกหกของฉินเสวี่ยเย่ว์ นางเตรียมการที่จะใช้งานเลี้ยงฉลองช่วงสารทฤดูของราชวงศ์ วางแผนให้อ๋องสามดื่มสุราจนมอมมายเพื่อให้เกิดเรื่องที่มิอาจหวนคืนกลับไปได้อีก

ฉินเสวี่ยเย่ว์พยายามหลอกลวงให้นางมอบทั้งกายและใจของตนเองให้กับอ๋องสาม เช่นนี้ก็จะทำให้นางสามารถครอบครองหัวใจของอ๋องสามได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกัน ฉินเสวี่ยเย่ว์ก็ได้เล่าแผนการนี้พร้อมทั้งใส่สีเติมไข่ลงไปให้อ๋องสามฟัง นั่นจึงทำให้อ๋องสามโกรธโมโหยิ่งนัก พร้อมทั้งนัดแนะห้องที่ว่างเว้นเอาไว้ เพื่อที่จักให้ชายหูหนวกทำลายความบริสุทธิ์ของฉินเหยี่ยนเย่ว์เสีย

ทว่า สิ่งที่มิมีผู้ใดคาดคิดก็คือ อ๋องเจ็ดตงฟางหลีที่มีอาการไม่ค่อยสบายนั้น กลับเข้าไปนอนพักผ่อนในห้องนั้นเสียแทน ทั้งยังเอาตัวชายหูหนวกผู้นั้นจัดการนำตัวออกจากห้องไปเสียด้วย

เจ้าของร่างเดิมที่เมามายด้วยฤทธิ์สุราพร้อมทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนั้น จึงบุกเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับตงฟางหลีที่นอนพักผ่อนอยู่แทน พร้อมทั้งฉินเสวี่ยเย่วและอ๋องสามที่พาผู้คนกรูเข้ามาตามหาความจริงคาหนังคาเขา

หลังจากที่มีเรื่องอื้อฉาวนี้เกิดขึ้น ท่านอ๋องสามซึ่งแต่เดิมทีได้ทำการหมั้นหมายกับเจ้าของร่างเดิมเอาไว้นั้น จึงได้ทำการยกเลิกการหมั้นหมายขึ้นในทันที

หลังจากที่เจ้าของเดิมรู้เรื่องเข้า ก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ พลางเอาแต่สร้างปัญหาโวยวายว่าจะจบชีวิตของตนเอง จนกระทั่งทำก่อเรื่องโง่ ๆ ขึ้นมาว่าตงฟางหลีจงใจทำลายความสัมพันธ์ของนางกับท่านอ๋องสาม

ไม่นานนัก อ๋องเจ็ดจึงได้นำเรื่องกราบทูลขอสมรสพระราชทานเพื่อตบแต่งกับเจ้าของร่างเดิมในทันที ฝ่าบาทที่ต้องการปลอบใจตระกูลฉินนั้น จึงได้ออกพระราชโองการให้ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตบแต่งกับตงฟางหลี พร้อมทั้งยังมอบสมรสพระราชทานน้องสาวของนางฉินเสวี่ยเย่ว์ให้ตบแต่งกับท่านอ๋องสามแทน

เมื่อความทรงจำในครั้งนั้นพรั่งพรูเข้ามา ก็ทำฉินเหยี่ยนเย่ว์ถึงกับขมวดคิ้วเป็นปมโดยไม่รู้ตัว

ผู้ที่หลงมัวเมาในความรักจักนึกโง่เง่าขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ?

ถึงแม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจักก่อเรื่องใหญ่วุ่นวายมากถึงขนาดนี้ แต่นางกลับได้รับการช่วยเหลือจากตงฟางหลีขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทว่า ตนเองยังคิดจะไปหวังพึ่งพาอ๋องสามผู้ไร้ยางอายเช่นนั้นอีก? หากมิใช่ว่ามีตระกูลฉินปกป้องนางอยู่ละก็ เกรงว่านางคงได้ถูกเอาตัวเข้าไปคุมขังอยู่ในคุกนานแล้ว คนโง่เง่าเช่นนี้อยู่รอดจนเติบใหญ่มาได้นับว่าน่าอัศจรรย์​ยิ่งนัก

"พวกเจ้า นำมันเข้ามา" จู่เสียงของท่านอ๋องสามพลันขัดจังหวะความคิดของฉินเหยี่ยนเย่ว์ในทันที ก่อนที่ทจะเห็นข้ารับใช้หลายคนอุ้มศพร่างหนึ่งขึ้นมาที่กลางห้องโถง

“เจ้าเจ็ด พระชายาของเจ้าทำเรื่องเช่นนี้ลงไป เจ้าควรจักลงโทษนางเช่นไรดี เจ้าชี้แจ้งมาเสีย?” ท่านอ๋องสามเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชา “นางบุกเข้าไปก่อความวุ่นวายถึงในวังของข้า ทั้งยังเตะพระชายาของข้าลงไปในน้ำอีก ยังทำการสังหารนางกำนัลรับใช้ในของข้าอีกด้วย มีอย่างที่ไหนกัน”

เมื่อฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นศพที่ถูกยกเข้ามานั้น นางจึงตกใจไปในทันที

สาวใช้นามว่าไห่ถังผู้นั้นตายแล้วหรือ?

ถึงแม้ว่านางจะโจมตีจุดซ่างชิงของไห่ถังอย่างรุนแรง ทว่า ด้วยเรี่ยวแรแค่นั้นย่อมมามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตไปได้ อีกทั้ง นางยังลากไห่ถังไปที่น้ำตื้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วนางไม่มีทางจมน้ำตายได้อย่างแน่นอน

หลังจากที่นางเดินออกมาได้ไม่นานนัก ย่อมต้องมีคนเข้าไปช่วยเหลือนางแน่ ๆทั้งยังมิถูกแช่แข้งจนตายอีกด้วย เช่นนั้นไห่ถังจักตายได้อย่างไร?

เสด็จพี่สามต้องการให้มีการลงโทษเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ?” ตงฟางหลีเอ่ยถามออกมาด้วยท่าทีใจเย็น

“พระชายาทำการสังหารคน ต้องโทษมีความผิดเสมือนกับสามัญชนทั่วไป ทั้งยังต้องชดใช้ชีวิตด้วยชีวิตของตัวเอง” นัยน์ตาที่เรียวเล็กขององ์ชายสามพลันทอประกายออกมาด้วยความคิดชั่วร้าย “นำตัวพระชายาเจ็ดมอบให้กับทางศาลาว่าการเสีย เพื่อให้ใต้หล้าได้ล่วงรู้ถึงความชั่วร้ายที่นางได้กระทำลงไป น้องเจ็ดเจ้าคิดว่าเช่นไรกัน?”

สีหน้าของตงฟางหลีพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ถึงอย่างไรฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็เป็นพระชายาของเขา หากว่ามอบตัวนางให้ทางศาลาว่าการแล้วไซร้ ไม่เพียงแต่จะสร้างปัญหาให้กับเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นการดึงตระกูลฉินให้เจอกับความยากลำบากอีกด้วย แม้แต่หน้าตาของราชวงศ์ก็จะถูกนำลงมาเหยียบย่ำเช่นกัน

ในคราก่อน นางก็ทำให้ราชวงศ์ต้องอับอายเสียหน้าในงานเลี้ยงเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ไปแล้ว เพื่อเห็นแก่หน้าตาของราชวงศ์นั้นและไม่ทำให้เสด็จพ่อของเขาต้องอับอายไปมากกว่านี้ เขาจึงได้ทำการทูลขอพระราชทานมงคลสมรสกับนาง ทั้งยังใช้เวลาเป็นอย่างมากที่จะสยบข่าวลือที่เกิดขึ้นมาได้

ยังมิทันไรเลย สตรีนางนี้ก็ก่อเรื่องขึ้นมาอีกครั้งแล้ว!

อ๋องเจ็ดพลางมองดูฉินเหยี่ยนเย่ว์ด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความรังเกียจ พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "เจ้ามีต้องการจะเอ่ยอะไรออกมาหรือไม่?"

“ข้ามิได้สังหารผู้ใด” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันหน้าขึ้นมามอง ดวงตานัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

นั่นทำเอาตงฟางหลีถึงกับตกตะลึงไปในทันที เขามิคิดเลยว่าเขาจักมิได้ยินเสียงกรีดร้องอันบ้าคลั่งของนาง แต่กลับได้ยินน้ำเสียงที่หนักแน่นเอ่ยอธิบายการกระทำของตนเองออกมาแทน เขาถึงกับเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจว่า "เจ้ามิได้สังหารผู้ใด?"

“เพคะ หม่อฉันมิได้สังหารใคร” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พยายามจ้องมองเข้าไปในดวงตาของตงฟางหลี “หากว่าการสังหารคนต้องแลกด้วยอีกหนึ่งชีวิตแล้วไซร้ ทว่า หม่อมฉันขอยืนยันได้ว่า หม่อมฉันมิได้สังหารผู้ใดเพคะ”

“น่าขัน” ท่านอ๋องสามถึงกับตบโต๊ะเสียงดังขึ้นมาในทันที “ข้าถึงกับให้คนนำศพมาถึงที่นี่แล้ว เจ้ายังกล้าเล่นลิ้นอีกหรือ”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์เหลือบมองดูศพเพียงเล้กน้อย พลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเยาะเย้ยว่า "ทูลถามท่านอ๋องสามเพคะ ไห่ถังตายได้อย่างไรหรือเพคะ?"

"จมน้ำตาย"

“ท่านอ๋องสามรู้หรือไม่เพคะ ว่าบ้านเกิดของไห่ถังอยู่ริมทะเล แต่เล็กจนโตนางมีทักษะทางน้ำที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ทว่า หม่อมฉันว่ายน้ำมิเป็นเพคะ การจมน้ำตายของไห่ถังเกี่ยวอันใดกับหม่อมฉันหรือเพคะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยถาม

“นี่…” ท่านอ๋องสามตกตะลึงไปในทันที “เป็นเจ้าที่จับหัวนางกดลงน้ำ เพื่อให้นางหายใจไม่ออกและจมน้ำตายเองใช่หรือไม่เล่า”

“โอ้? คำพูดนี้มินับว่าไร้สาระไปหน่อยหรือเพคะ? ไห่ถังที่มีร่างกายสูงใหญ่และแข็งแรงมีพละกำลังมากมายเช่นนี้ แต่หม่อมฉันกลับมีร่างกายที่ผอมแห้งอ่อนแอ ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคภัยมาตั้งแต่เด็ก ๆ หม่อมฉันจักสามารถจับนางกดลงน้ำได้อย่างไร?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยกยิ้มมุมปากขึ้นมา “หากฝ่าบาทมิเชื่อ สามารถเชิญหมอหลวงมาจับชีพจรของหม่อมฉันได้เพคะ เช่นนี้ก็จักรู้แล้วว่าหม่อมฉันเอ่ยความจริงหรือพูดความเท็จออกไปกันแน่ "

“ฮึ่ม! เจ้าคิดเล่นลิ้นอยู่อีกสินะ” ท่านอ๋องสามพลางเอ่ยออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว“ไห่ถังตายไปอย่างน่าอนาถเช่นนี้ เจ้าจักเล่นลิ้นอันใดไปก็ไร้ประโยชน์!”

ตงฟางหลีพลางมองสำรวจไปที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ในทันที

สตรีนางนี้ เป็นสตรีโง่เง่าอ่อนแอนาม ฉินเหยี่ยนเย่ว์จริง ๆ หรือ?

ข้อโต้แย้งที่นางเอ่ยขึ้นมาเมื่อครู่นั้น มันสมเหตุสมผลมากเสียจนทำให้พวกเขาสามารถคลายข้อสงสัยทุกอย่างลงไปได้ ทั้งยังสามารถจัดการอุดปากประเด็นที่อ๋องสามเอ่ยกลืนลงไปได้อย่างง่ายดาย

“เสด็จพี่สามพ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เหตุใดพวกเราถึงมิให้หมอหลวงมาตรวจดูเล่า?” ตงฟางหลีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ใบหน้าของท่านอ๋องสามพลันมืดมนลงไปในทันที

ตงฟางหลีหาได้รอให้อ๋องสามเอ่ยตกลงออกมาไม่ พร้อมทั้งโบกมือให้คนไปเรียกตัวหมอหลวงมาในทันที

ไม่นานนักหมอหลวงพลันเดินเข้ามา

หลังจากที่จับชีพจรของฉินเหยี่ยนเย่ว์อยู่นาน หมอหลวงจึงโค้งกายคำนับก่อนจะเอ่ยออกมา "ทูลท่านอ๋องเจ็ด ท่านอ๋องสามพ่ะย่ะค่ะ พระชายาเจ็ดมีร่างกายอ่อนแอ ชีพจรของพระนางอ่อนแอยิ่งนัก ถือว่าเป็นอาการที่มีติดตัวตั้งแต่กำเนิด พระนางจำเป็นต้องทานยาบำรุงให้ตรงเวลาพ่ะย่ะค่ะ”

"ไปเถอะ" ตงฟางหลีพลันมองดูฉินเหยี่ยนเย่ว์ด้วยแววตาสงสัยไปในทันที "เสด็จพี่สาม กระหม่อมคิดว่าการตายของนางกำนัลผู้นี้ยังมีข้อสงสัยอีกจำนวนมากพ่ะย่ะค่ะ ยังมิเหมาะสมที่พวกเราจักด่วนสรุปในตอนนี้"
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (3)
goodnovel comment avatar
Toy M
คนโบราณมีการเป่าผมด้วย หรอ ใช่อะไรเป่า
goodnovel comment avatar
Chatree Sedakum
ขอบคุณครับ
goodnovel comment avatar
Rainy Nicely
ลงตอนซ้ำกันคะ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1850

    ตู้เอ๋อร์!คำพูดของอวิ๋นจงจื่อทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงนามจริงของอ๋องหลูหยางคือหลินซูตู้ เขาเองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตา และมีน้อยคนนักในราชสำนักจะกล้าเอ่ยชื่อของเขาแต่อวิ๋นจงจื่อกลับเรียกเขาว่าตู้เอ๋อร์น่ะหรือ?ทุกคนรู้สึกว่าการมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตามทีละเหตุการณ์ ช่างน่า

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1849

    นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยตอนนั้นเป็นเพราะนางต้องตาซูจิ้นก่อน และเป็นเซี่ยหลินหลางที่ขวางทางนาง จึงบีบให้นางต้องลงมือสังหารนี่ไม่ใช่ความผิดของนางเลย แล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษนางด้วย?“อนุเยี่ยนอิจฉาข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นางต้องคับแค้นใจแน่นอน คำพูดเหล่านั้นล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้น หลักฐานก็เป็นของปล

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1848

    ครั้นซูจิ้นได้ยินคำพูดของอนุเยี่ยน ร่างกายพลันสั่นสะท้านไม่หยุดเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ช่วยเขาไว้ในเวลานั้น คือ คืออนุเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?อนุเยี่ยนอยู่เคียงข้างเขามาตลอด แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยอมให้ฮูหยินซูทำลายลูกของอนุเยี่ยนอีกด้วยลูกของอนุเยี่ยน...เซี่ยหลินหลาง...ทั้งหมดเป็นเพราะเขา

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1847

    “ข้ากำลังถามท่านอยู่นะ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?” อนุเยี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนคงไม่มีปัญหากระมัง?”อนุเยี่ยนไม่ได้ทำความเคารพ และไม่ได้ทักทายผู้ใดทว่าทุกคนกลับไม่รู้สึกว่านางล่วงเกินเลยเมื่อเทียบกับกิริยามารยาทของอนุเยี่ยนแล้ว กลับเป็นฮูหยินซูเสียอีกที่ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึก

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1846

    เพียงชั่วพริบตาเดียว ซูจิ้นรู้สึกราวกับฟ้าดินถล่มทลายลงมาในทันทีความโกรธความเครียดที่คุกครุนอยู่ภายในใจ ทำเอาเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา ก่อนจะเป็นลมหมดสติไปในทันที“นายท่าน!”“ใครก็ได้!”“ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”ลู่จิ้นที่กำลังนั่งฟันเรื่องราวอยู่ด้านหลังนั้น — ซึ่งแท้จริงแล้วคือการร่ำสุราชมงิ้วสนุก ๆ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1845

    “ท่านบอกว่าท่านลืมแล้ว” หลินเฟยจิ้งหัวเราะออกมาอยู่พักใหญ่ “ถ้าเช่นนั้น แม้แต่บุญคุณที่มารดาของข้าเคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ก็ลืมไปแล้วใช่หรือไม่?”“ข้าไม่ได้ลืม” ซูจิ้นอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบกลับไป“‘ไม่ได้ลืมหรือ? ท่านไม่ได้ลืมอะไรเลย สิ่งเดียวที่ท่านลืมก็คือตำแหน่งบาดแผลที่เกือบจะคร่าชีวิตของท่านไป” หลิ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1723

    “จักลองดูหรือไม่?” “ยัยหนู ช่วงนี้เจ้าหาญกล้าขึ้นมากนะ” ตงฟางหลีจับมือของฉินเหยี่ยนเย่ว์เอาไว้ ก่อนจะดึงเข็มเงินที่อยู่ในมือนางออก “ผู้ใดมอบความกล้าให้เจ้ากัน?” “เฮยตั้นให้มา เฮยตั้น ข่วนเขาเลย!” “เหมียว” เฮยตั้นที่ได้ยินนั้น พลันลืมตาขึ้นมาด้วยท่าทีเกลียจคร้าน เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของตงฟาง

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1717

    ทุกเรื่องที่เย่เหนียงพูด ล้วนกลายเป็นความจริงขึ้นมาแล้ว!“เย่เหนียง ข้าผิดไปแล้ว ข้ารับรองว่าต่อไปข้าจะเชื่อฟังท่านทุกอย่าง รับรองว่าต่อไปจะไม่ทำตามอำเภอใจอีกแล้ว ขอแค่ทำลายเกียรติของฉินเหยี่ยนเย่ว์ให้พังย่อยยับได้ ข้าจะเชื่อฟังเป็นอย่างดี”เย่เหนียงแค่นฮึเสียงเย็นชา “คราก่อนเจ้าก็พูดเช่นนี้”“คราวน

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1017

    “โจรลักพาตัวไม่มีทางรักษาให้ข้า ข้ามีไข้สูง อาศัยวาสนาที่มีต่อสัตว์และโชคดีที่มีมาตั้งแต่กำเนิด ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากเป็นอย่างยิ่งและโชคดีที่ยากจะหาอันใดเปรียบถึงมีชีวิตรอดกลับมาได้ ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอดีตกลับจำอะไรได้ไม่ชัดเจนเท่าไร”“ข้าจำชื่อตนเองไม่ได้ จำบ้านเกิดไม่ได้ หรือแม้กระทั่ง

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1028

    ฮ่องเต้ได้ยินเช่นนั้นแล้วดีใจยกใหญ่พระสนมอวิ๋นให้อภัยเขาแล้ว!กลอุบายของเจ้าเจ็ดได้ผลมาก แต่ก็ค่อนข้างลำบากทีเดียว และต้องพยายามรักษาความลับไว้ให้ดีด้วยเขายกอาภรณ์แล้วลุกขึ้นยืน ครั้นเห็นท่าทางเขินอายของพระสนมอวิ๋นที่นอนตะแคงข้างอยู่ ในใจรู้สึกคันคะเยอ“อวิ๋นเอ๋อร์ ขาของข้าชาเสียแล้ว”“...” พระสนม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status