共有

บทที่ 3

作者: สายธารสะท้อนเงา
“ยังมิเหมาะที่จะด่วนสรุปในตอนนี้?” นัยน์ตาของท่านอ๋องสามพลันฉายแววเคร่งขรึมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมองฉินเหยี่ยนเย่ว์ด้วยหางตา “มีคนเห็นว่าเจ้าเตะเสวี่ยเอ๋อร์ลงไป เจ้ายังกล้าที่จะปฏิเสธอีกหรือ?”

“หม่อมฉันมิเคยคิดที่จะปฏิเสธเพคะ”ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางยืนตัวตรง ทั้งน้ำเสียงและนัยน์ตาที่สื่อออกมาหาได้มีท่าทีเกรงกลัวไม่ “เป็นหม่อมฉันที่เตะฉินเสวี่ยเยว่ลงไปจริง ๆ เพคะ นั่นเพราะนี่เป็นสิ่งที่นางควรจะได้รับมัน ทว่า นางกำนัลผู้นั่นหม่อมฉันมิได้เป็นคนที่สังหารนาง ท่านอ๋องสามเพคะ หม่อมฉันหวังว่าพระองค์จะทรงแยกแยะออกว่าเรื่องนี้หาใช่เรื่องเดียวกันไม่”

“เจ้า!” ท่านอ๋องสามสะบัดแขนเสื้อตนเองลงอย่างรุนแรง “เหตุใดเจ้าจึงต้องลงมือกับเสวี่ยเอ๋อร์เช่นนี้?”

“หม่อมฉันตรัสแล้วเพคะ นั่นเป็นสิ่งที่นางสมควรได้รับ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางยื่นเสื้อคลุมหนังสัตว์ไปให้ท่านอ๋องสาม “ฝ่าบาทช่วยคืนเสื้อคลุมหนังสัตว์ตัวนี้แทนหม่อมฉันด้วยเพคะ ทั้งฝากข้อความไปบอกนางด้วยว่า เสื้อคุลมหนังสัตว์ตัวนี้มิเหมาะกับหม่อมฉันเท่าใดนัก หม่อมฉันมอบมันคืนให้กับนางจักเป็นการดีกว่า”

“นังอสรพิษ”ท่านอ๋องสามพลันสบถออกมาด้วยท่าทีเย็นชา “เสวี่ยเอ๋อร์เป็นน้องสาวของเจ้า เจ้าทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้กับนางได้เช่นไร? การตายของนางกำนัลผู้นั้น ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับเจ้าอย่างแน่นอน พวกเจ้าเข้ามา มาตรวจสอบนางให้ข้าเดี๋ยวนี้ ... ”

“เสด็จพี่สาม ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าต้องการตรวจสอบทุกอย่าง?” ตงฟางหลีรีบเข้ามารับช่วงต่อในทันที

ท่าทีที่เย็นชาราวกับหิมะเหมันต น้ำเสียงที่เยือกเย็นเฉยเมยแต่เจือไปด้วยท่าทีเยาะเย้ย

“เมื่อครู่ท่านตรัสออกมาว่า โทษทัณฑ์ของพระชายาย่อมต้องโทษมีความผิดเสมือนกับสามัญชนทั่วไป นางกำนัลผู้นั้นตกตายอย่างผิดแปลกเกินไปนัก ทั้งยังเต็มไปด้วยข้อสงสัยมากมายอีก ความจริงย่อมสืบค้นได้ไม่ยาก หากว่าพวกเราสืบค้นลงไปจริง ๆ แล้ว บางทีอาจจะมิเจออะไรเลยก็เป็นไปได้ เสด็จพี่สามคิดเห็นเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ”

ท่านอ๋องสามพลันหรี่ตาลงเล็กน้อย

เจ้าเจ็ดที่มักจะเป็นคนทำอะไรรอบคอบและระมัดระวังมาโดยตลอดนั้น บางทีเขาอาจจะเจออะไรขึ้นมาก็เป็นได้ถึงได้เอ่ยออกมาเช่นนี้ ทั้งยังรู้สึกว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์มิน่าจะทำเรื่องโง่ ๆ เช่นนี้ออกมาได้ เมื่อใจเย็นลงได้สักพักหนึ่งแล้วนั้น องค์​ชายจึงตระหนักได้ว่าเรื่องราวต่าง ๆ หาได้ง่ายดายขนาดนั้นไม่

ในจวนท่านอ๋องสามเช่นนี้ ฉินเหยี่ยนเย่ว์ย่อมมิสามารถทำอันใดได้อย่างใจตนเองได้เป็นแน่ ทั้งรูปร่างของนางแล้วก็หาได้มีความสามารถมากพอที่จะจับตัวนางกำนัลกดน้ำให้ตกตายไปไม่ นอกจากฉินเหยี่ยนเย่ว์แล้วนั้น ผู้ที่น่าสงสัยมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นฉินเสวี่ยเย่ว์

หากพบว่าการตายของนางกำนัลเกี่ยวข้องกับฉินเสวี่ยเย่ว์จริง ๆ แล้วไซร้ เรื่องทุกอย่างย่อมต้องเกี่ยวโยงมาถึงตัวเขาด้วยอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น เสด็จพ่อย่อมต้องผิดหวังในตัวเขาแน่ ๆ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อการคัดเลือกองค์รัชทายาทอีกด้วย

เขาจะไม่ยอมให้มีตราบาปเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด

“แม้ว่าเจ้าจักไม่ได้สังหารนางกำนัลผู้นั้น แต่ความจริงที่ว่าเจ้าบุกเข้าไปในจวนของท่านอ๋องสามก็มิอาจหลีกเลี่ยงไปได้ ทั้งเรื่องที่เจ้าเตะเสวี่ยเอ๋อร์ลงไปในน้ำและทำให้เสวี่ยเอ๋อร์ตกใจนั้นก็ยังเป็นความจริงเช่นเดียวกัน”ท่านอ๋องสามพลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเย็นชา ก่อนจะหันหน้าไปทางตงฟางหลีว่า "เจ้าเจ็ด นางเป็นพระชายาของเจ้า เจ้าบอกมาเสียว่าเจ้าจักจัดการลงโทษนางเช่นไร?"

ตงฟางหลีพลันสะบัดมือ ก่อนจะกะพริบตาลงสองสามครั้ง

ฉินเหยี่ยนเย่ว์แก้ไขสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกออกมาด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำเช่นนี้ ทั้งท่าทีที่นางมีต่อเสด็จพี่สามยังมีแต่ความเย็นชารวมไปถึงความก้าวร้าว นางหาได้มีท่าทีเป็นสตรีโง่เง่าเฉกเช่นนางคนเดิมที่เขาเคยรู้จักไม่

“เสด็จพี่สามเห็นว่าข้าควรจักลงโทษนางเช่นไรดีหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ท่านอ๋องเจ็ดเอ่ยถามกับท่านอ๋องสามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทั้งยังลอบสังเกตปฏิกิริยาของฉินเหยี่ยนเย่ว์อีกครั้งด้วย

“โบยสามสิบไม้ ห้ามให้หมอหลวงรักษานาง น้องเจ็ดคิดว่าบทลงโทษนี้เป็นเช่นไร?” ท่านอ๋องสามพลันเม้มริมฝีปากลงเล็กน้อย“พระชายาเจ็ดมีท่าทีก้าวร้าวจองหองเช่นนี้ นางสมควรจักได้รับการสั่งสอนเสียหน่อย จักได้มิมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีก"

หัวใจของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันเต้นรัวออกมาในทันที

ด้วยสภาพร่างกายของนางที่เป็นเช่นนี้ นางจักอดทนต่อโทษโบยสามสิบไม้ได้อย่างไรกัน?

อีกทั้งบุรุษเจ้าเล่ห์ใจดำอำมหิตเช่นเขา ยังกล่าวออกมาอย่างชัดเจนด้วยว่าห้ามให้หมอหลวงมาทำการรักษานาง แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาจงใจที่จะเอาชีวิตนางแน่ ๆ

“เจ้ารีบบอกพระองค์เร็ว ๆ เข้า ว่าเป็นฉินเสวี่ยเย่ว์ที่โกหกทุกอย่าง เรื่องราวก่อนหน้านั้นก็เป็นนางที่ขอให้ข้าทำเช่นกัน เป็นฉินเสวี่ยเย่ว์ที่สั่งให้ไห่ถังผลักข้าลงไปในน้ำ ท่านอ๋องสามจักต้องเชื่อข้าอย่างแน่นอน ตราบใดที่ท่านอ๋องสามล่วงรู้ความจริงขึ้นมา พระองค์ย่อมมิลงโทษข้าอย่างแน่นอน” เสียงของเจ้าของร่างเดิมที่ดังเจื้อแจ้วขึ้นมาในหัวไม่มีหยุด

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่บีบนวดขมับของนางที่กำลังถูกเสียงวุ่นวายรบกวนขึ้นมาเช่นนี้

เจ้าของร่างเดิมช่างโง่เง่ายิ่งนัก แม้ว่าตนเองจักถูกผู้คนหลอกใช้เช่นนี้ กลับกล้ามาอวดฉลาดกับนางอีก ตนเองตบแต่งกับคนอื่นไปแล้วเช่นนี้ แต่ยังคิดที่จะฝากฝังชีวิตของตนเองไว้กับท่านอ๋องสามอีกหรือ

ท่านอ๋องสามจอมเจ้าเล่ห์ที่ใบหน้าเขียนเอาไว้ว่าต้องการจะเอาชีวิตของนางเช่นนี้ นางยังเชื่อฟังคำพูดของเขาอย่างไร้เดียงสาอีก

นับว่าโง่เง่าเสียจนมิอาจหาคำใด ๆ มาอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

ฉินเหยี่ยนหยูพลันสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ พร้อมทั้งกัดฟันบีบนวดขมับของตนเอง

ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมตาบอดเช่นนี้ เช่นนั้นนางก็จักทำให้เจ้าของร่างเดิมได้เปิดหูเปิดตามองโลกแห่งความเป็นจริงเสียที ว่าบุรุษที่นางหลงรักจนหัวปักหัวปำเช่นนี้ว่าเขาเป็นขยะเช่นไรกันแน่

ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันเงยหน้าขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามกับท่านอ๋องสามด้วยท่าทีว่า "ท่านอ๋องสามเพคะ หากหม่อมฉันกล่าวว่า เรื่องราวก่อนหน้านั้นที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็น ฉินเสวี่ยเย่ว์ที่หลอกให้หม่อมฉันกระทำ พระองค์จะเชื่อหรือไม่เพคะ?"

สีหน้าขององค์ชายพลันเปลี่ยนไปในทันที พลางหันไปมองตงฟางหลีที่มีท่าทีเฉยเมย พร้อมเอ่ยออกมาด้วยความแย็นชาว่า "พระชายาเจ็ด เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตนั้น ก็ให้มันผ่านไปสียเถอะ ในเมื่อเจ้าตบแต่งกับผู้อื่นไปแล้วเช่นนี้ เรื่องราวระหว่างพวกเราหาได้มีประโยนช์อันใดไม่ "

“หม่อมฉันเพียงแค่ถามพระองค์ว่าเชื่อหรือไม่เท่านั้นเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่เย็นชา พร้อมกับน้ำเสียงที่หนักแน่น

"ไม่เชื่อ"

“เช่นนั้น หากหม่อมฉันกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ล้วนแต่เป็นฉินเสวี่ยเย่ว์ที่สั่งให้ไห่ถังผลักหม่อมฉันตกลงไปในน้ำ จนกระทั่งหม่อมฉันโกรธเกรี้ยวเสียมเตะฉินเสวี่ยเย่ว์ลงไปเพื่อแก้แค้นนาง ท่านอ๋องสามจะเชื่อหรือไม่เพคะ?”

"ไม่เชื่อ"

"เพคะ" ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงเอ่ยถามออกมาอีกว่า "เช่นนั้น หม่อมฉันจักถามคำถามสุดท้ายเพคะ หวังว่าท่านอ๋องสามจะตอบตามความจริง"

ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางเงยหน้าขึ้นมา พลางพูดออกมาด้วยท่าทีชัดถ้อยชัดคำว่า "พระองค์เคยชอบฉินเหยี่ยนเย่ว์บ้างหรือไม่เพคะ?"

ท่านอ๋องสามเสมือนว่าตนเองเพิ่งจะได้ยินเรื่องตลกมาก็ไม่ปาน "ไร้สาระ ข้าหาได้เคยชายตามองเจ้าไม่ ทั้งยังรู้สึกขยะแขยงเจ้าเป็นอย่างมาก"

"เช่นนั้น ก็ดีเพคะ" รอยยิ้มที่มุมปากของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันยกยิ้มขึ้นมาในทันที พร้อมด้วยดวงตาที่โค้งขึ้นเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เห็นได้ชัดว่านางกำลังยิ้ม หากแต่นัยน์ตาของนางกลับเผยท่าทีเย็นชาราวกับหิมะออกมา

ท่านอ๋องสามรู้สึกเขินอายเล็กน้อยไปกับรอยยิ้มนี้ ทำเขามิรู้ว่าตนเองควรจะเอ่ยอันใดออกมาอยู่ครู่หนึ่ง

หากแต่ใบหน้าของตงฟางหลีกลับดูน่าเกลียดขึ้นมาแทน

เมื่อครู่เขาเพิ่งคิดว่าท่าทีที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์มีต่อพี่สามกำลังจะเปลี่ยนไป เกรงว่านางคงจะรู้แจ้งแล้วกระมัง

ยังมิทันที่เขาจะคิดอันใดขึ้นมา กลับได้ยินนางพ่นคำพูดที่ไร้ยางอายเช่นนี้ออกมาเสียได้

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจในตัวนางนัก แต่นางเป็นคนของจวนท่านอ๋องเจ็ด ทั้งยังมีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาเจ็ดเช่นนี้ กลับมาเอ่ยถามเรื่องไร้สาระกับท่านอ๋องสามเช่นนี้ได้ นางไม่เห็นหัวเขาเลยหรืออย่างไร?

ตงฟางหลีพลางเอ่ยออกมาเสียงดังด้วยท่าทีเย็นชา พระองค์หาได้มองไปที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่ ก่อนจะหันไปสั่งลงโทษนางด้วยท่าทีไร้คลื่นลมใด ๆ "พระชายาบุกเข้าไปในจวนท่านอ๋องสามโดยมิได้รับอนุญาต จนก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมาเช่นนี้ ฉะนั้นแล้วบทลงโทษจักเป็นไปตามที่ท่านอ๋องสามเป็นคนกำหนด โบยสามสิบไม้ห้ามให้หมอหลวงทำการรักษา”

หน้าผากของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันกระตุกขึ้นมาสองครั้ง

เมื่อครู่นางรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดที่เจ้าของร่างเดิมเอาแต่พูดพร่ำออกมายิ่งนัก จึงได้เอ่ยถามคำถามกับท่านอ๋องสามไปโดยไม่ทันคิดถึงจิตใจตงฟางหลีเช่นนี้

นี่มิใช่ว่านางกำลังสวมหมวกเขียวให้กับตงฟางหลีหรือ

บุรุษผู้นี้ ยังฉวยโอกาสนี้ในการลงโทษนางอีกด้วย

นางมิคิดเลยว่าท่าทีภายนอกที่ดูอบอุ่นราวกับเทพเซียน แต่กลับมีนิสัยใจดำอำมหิตและชอบล้างแค้นเช่นนี้ได้

“ท่านอ๋องเจ็ดเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงเงยหน้าขึ้นไปมองดูเขา

ใบหน้าของตงฟางหลีพลันมีแต่ความเฉยเมย มิมีอารมณ์ใดปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา

คอของนางรู้สึกแห้งผาดยิ่งนัก ในที่สุดนางก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา "ขออภัยเพคะ"

น้ำเสียงที่แผ่วเบา เสมือนกับนางหาได้ขยับริมฝีปากเพื่อเอื้อยเอ่ยออกมาไม่

ทว่า ตงฟางหลีกลับได้ยิน ทั้งยังนึกไม่ถึงอีกด้วยว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์จักมาขอโทษตนเองเช่นนี้ เขาจึงชะงักไปเล็กน้อย พร้อมทั้งเอ่ยวาจาเจือไปด้วยท่าทีเยาะเย้ยออกมาว่า “ในเมื่อเรื่องราวในวันนี้ได้รับการคลี่คลายแล้ว กระหม่อมเองร่างกายรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าใดนัก เสด็จพี่สามเสด็จกลับไปก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

พูดจบ ตงฟางหลีพลันหันกายจากไปในทันที

ท่านอ๋องสามที่ยืนมองดูฉินเหยี่ยนเย่ว์เป็นเวลานานนั้น เขาหาได้เห็นสายตาที่เจือไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ของฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่มีต่อเขาไม่

กลับกัน แววตาของนางกลับฉายไปด้วยความรังเกียจในตัวเขามากมาย

“ท่านอ๋องสามมิจำเป็นต้องมองหม่อมฉันแล้วเพคะ คนผู้หนึ่งมิอาจตาบอดไปได้ตลอดชีวิต” ฉินเหยี่ยนเย่ว์แย้มยิ้มยิงฟันของตนเองออกมา “บทลงโทษโบยสามสิบไม้ในวันนี้ หม่อมฉันจักคืนให้ฉินเสวี่ยเย่ว์เป็นพันเท่าอย่างแน่นอนเพคะ"
この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード
コメント (4)
goodnovel comment avatar
บัณฑิต แซ่จิว
อ่านต่อไม่ไหวค่ะ เนื้อเรื่องขัดๆ
goodnovel comment avatar
ออนกนก โพธิรักษ์
อ่านต่อเรื่องเดิมคะ
goodnovel comment avatar
Suamporn Jeep
มีแต่ความคิด ไม่มีบทพูดกันน้อยมาก ทำให้เรื่องเดินไม่สนุก
すべてのコメントを表示

最新チャプター

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1850

    ตู้เอ๋อร์!คำพูดของอวิ๋นจงจื่อทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงนามจริงของอ๋องหลูหยางคือหลินซูตู้ เขาเองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตา และมีน้อยคนนักในราชสำนักจะกล้าเอ่ยชื่อของเขาแต่อวิ๋นจงจื่อกลับเรียกเขาว่าตู้เอ๋อร์น่ะหรือ?ทุกคนรู้สึกว่าการมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตามทีละเหตุการณ์ ช่างน่า

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1849

    นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยตอนนั้นเป็นเพราะนางต้องตาซูจิ้นก่อน และเป็นเซี่ยหลินหลางที่ขวางทางนาง จึงบีบให้นางต้องลงมือสังหารนี่ไม่ใช่ความผิดของนางเลย แล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษนางด้วย?“อนุเยี่ยนอิจฉาข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นางต้องคับแค้นใจแน่นอน คำพูดเหล่านั้นล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้น หลักฐานก็เป็นของปล

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1848

    ครั้นซูจิ้นได้ยินคำพูดของอนุเยี่ยน ร่างกายพลันสั่นสะท้านไม่หยุดเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ช่วยเขาไว้ในเวลานั้น คือ คืออนุเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?อนุเยี่ยนอยู่เคียงข้างเขามาตลอด แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยอมให้ฮูหยินซูทำลายลูกของอนุเยี่ยนอีกด้วยลูกของอนุเยี่ยน...เซี่ยหลินหลาง...ทั้งหมดเป็นเพราะเขา

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1847

    “ข้ากำลังถามท่านอยู่นะ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?” อนุเยี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนคงไม่มีปัญหากระมัง?”อนุเยี่ยนไม่ได้ทำความเคารพ และไม่ได้ทักทายผู้ใดทว่าทุกคนกลับไม่รู้สึกว่านางล่วงเกินเลยเมื่อเทียบกับกิริยามารยาทของอนุเยี่ยนแล้ว กลับเป็นฮูหยินซูเสียอีกที่ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึก

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1846

    เพียงชั่วพริบตาเดียว ซูจิ้นรู้สึกราวกับฟ้าดินถล่มทลายลงมาในทันทีความโกรธความเครียดที่คุกครุนอยู่ภายในใจ ทำเอาเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา ก่อนจะเป็นลมหมดสติไปในทันที“นายท่าน!”“ใครก็ได้!”“ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”ลู่จิ้นที่กำลังนั่งฟันเรื่องราวอยู่ด้านหลังนั้น — ซึ่งแท้จริงแล้วคือการร่ำสุราชมงิ้วสนุก ๆ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1845

    “ท่านบอกว่าท่านลืมแล้ว” หลินเฟยจิ้งหัวเราะออกมาอยู่พักใหญ่ “ถ้าเช่นนั้น แม้แต่บุญคุณที่มารดาของข้าเคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ก็ลืมไปแล้วใช่หรือไม่?”“ข้าไม่ได้ลืม” ซูจิ้นอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบกลับไป“‘ไม่ได้ลืมหรือ? ท่านไม่ได้ลืมอะไรเลย สิ่งเดียวที่ท่านลืมก็คือตำแหน่งบาดแผลที่เกือบจะคร่าชีวิตของท่านไป” หลิ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1585

    “อ้อ...” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว “ดูท่าว่าพี่เจ็ดจะมองหญิงอัปลักษณ์คนนั้นเป็นข้าจริง ๆ มิหนำซ้ำยังเกิดเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นด้วยอีกสินะ ในเมื่อท่านอ๋องเจ็ดทำลายความบริสุทธิ์ของผู้อื่นแล้ว เช่นนั้นก็ทำได้เพียงไปเชิญมาที่จวนอ๋องเจ็ดแล้ว...”“ไม่มีเรื่องเช่นนั้นแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรับรองได้” เฟยอิ่งร

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1608

    ฉินเหยี่ยนเย่ว์แตะศีรษะของตัวเองนางน่าจะเข้าใจความรู้สึกของตงฟางหลีได้ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ตอนที่ได้ยินข่าวอันน่าตกใจนี้ก็พลันรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าห้าสายฟาดลงกลางกระหม่อมไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเขาคือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง“เสด็จอาบอกข้าว่า เดิมที่เสด็จพ่ออยากจะแต่งตั้งรัชทายาทในวันตรุษเล็ก” ตงฟางหลีเ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1602

    เมื่อเห็นปฏิกิริยาของตงฟางหลีนั้น หัวใจของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันตกลงไปอยู่บนตาตุ่มในทันทีท่าทีที่เขาตกอกตกใจ ทั้งยังตื่นตระหนกเช่นนี้ นั่นหมายความว่าเรื่ององค์หญิงชิงอินเอ่ยออกมานั้นเป็นเรื่องจริงมิแปลกใจเลยที่เขากลับมาช้าหลังจากรีบร้อนเข้าในวังหลวงเช่นนี้ เรื่องการแต่งงานขององค์หญิงองค์ชายทั้งสองแคว

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1579

    พูดให้ชัดเจนก็คือ ไป๋หลินยวนเพียงแตะผ้าคลุมหน้าของนางเพื่อถอนพิษออกให้นางเท่านั้นนอกจากช่วงเวลานี้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาล้วนมากกว่าหนึ่งฝ่ามือพอตงฟางหลีเข้ามาใกล้ นางอยู่ห่างจากไป๋หลินยวนไปแล้วหนึ่งเมตรตรอกนี้ค่อนข้างลับตาคน และแสงก็ไม่สว่างมากนัก หากไม่เดินมาถึงปากตรอกก็จะมองไม่เห็นพวกเขาอีกอย่

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status