共有

บทที่ 10

作者: สายธารสะท้อนเงา
“ฉินเหยี่ยนเย่ว์ มีเพียงเจ้า ที่ไม่คู่ควรที่จะเอ่ยถึงชื่อนั้น” น้ำเสียงของตงฟางหลีเย็นชา

เขาบีบคอแน่นขึ้น สีหน้าของฉินเหยี่ยนเย่ว์เปลี่ยนเป็นสีม่วงเนื่องจากหายใจไม่ออก

ฉินเหยี่ยนเย่ว์หายใจไม่ออก พวกเขาอยู่ใกล้กันมาก จนสามารถมองเห็นใบหน้าของเขา ดวงตาของเขาได้อย่างชัดเจน

เธอมองความโศกเศร้าจากนัยน์ตาคู่นั้นออก

มองออกถึงความอดกลั้นและโกรธแค้น จากใบหน้าที่คอยรักษาสีหน้าสบาย ๆ นั้นมาตลอด

“เวลาไม่อาจย้อนคืนได้ เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วผู้ใดก็ไม่สามารถแกไขได้ แต่ อนาคตสามารถแก้ไขได้ หม่อมฉันกับท่านอ๋องยังบริสุทธิ์ ภายภาคหน้าก็จะเป็นเช่นนั้น พวกเราแค่จำต้องเล่นละครตบตาบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อรอโอกาสที่เหมาะสมแล้วค่อยแยกทางกัน ท่านก็คือท่าน หม่อมฉันก็คือหม่อมฉัน พวกเราต่างคนเลือกชีวิตของตนเอง มีอะไรที่เป็นไปมิได้หรือเพคะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว

“สิ่งที่ติดค้างท่าน ข้าจะชดใช้ให้ สิ่งที่ติดค้างหม่อมฉัน หม่อมฉันจะทวงกลับมาแน่นอนเพคะ”

“เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่?” ตงฟางหลีเอ่ยปากน้ำเสียงจริงจัง

“ฉินเหยี่ยนเย่ว์”

“เจ้ามิใช่นาง” ตงฟางหลีกล่าว

“อันที่จริงคงมิใช่ คนที่เคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งแล้วฟื้นคืนชีพอีกครั้ง หม่อมฉันเป็นฉินเหยี่ยนเย่ว์คนใหม่ คำตอบข้อนี้ท่านพึงใจหรือไม่” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ย

ตงฟางหลีหรี่ดวงตา มือที่บีบคอของฉินเหยี่ยนเย่ว์เอาไว้ยิ่งออกแรงมากกว่าเดิม

เขาเข้ามาใกล้ตัวนาง น้ำเสียงเย็นยะเยือก “อันที่จริงหลังจากงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ข้าก็ได้ครุ่นคิดนับครั้งไม่ถ้วน อยากจะบีบคอเจ้าให้ตายด้วยมือตนเอง”

ความรู้สึกหายใจไม่ออกที่รุนแรงขึ้นมา สีหน้าของฉินเหยี่ยนเย่ว์แย่ลงเรื่อย ๆ ภายใต้สถานการณ์ที่ขาดอากาศถึงขีดสุด หัวสมองของนางเกิดความสับสน

“ตงฟางหลี หม่อมฉันน่าจะบอกกับท่านได้ชัดเจนแล้ว ต่อให้หม่อมฉันติดค้างเรื่องอันใดกับท่าน ก็ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลที่ต้องถูกข่มเหงรังแก ปล่อยหม่อมฉัน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พยายามสุดชีวิตกว่าจะพูดคำเหล่านี้ออกมาได้

“ท่านบีบคอข้าให้ตาย ท่านก็จะมีความผิดฐานฆ่าคนตาย แก้ไขเรื่องใด ๆ มิได้ ในทางกลับกันท่านกับนางก็จะยิ่งห่างกันไปเรื่อย ๆ...แค่กแค่ก”

ตงฟางหลีออกแรงมากเกินไป ตอนแรกเริ่มยังพอฝืนอ้าปากพูดได้ เมื่อถึงตอนหลัง แทบจะไม่สามารถพูดออกมาได้

ความรู้สึกเกือบใกล้ความตายโจมตีมาเป็นระลอก ๆ หัวใจของนางกำลังบีบรัดแน่น ในมือกำมีดเล่มหนึ่งเอาไว้แน่น

มีดเล่มนั้นเป็นมีดนางหาเจอจากด้านในกล่องสินสมรส บางและคมมาก สามารถใช้ป้องกันตัวได้

คิดไม่ถึงว่าจะได้นำออกมาใช้ประโยชน์ในสถานการณ์แบบนี้

จุดที่มีดไปถึง ก็คือเส้นชีพจรของตงฟางหลี เพียงแค่กรีดเบา ๆ ทีหนึ่ง เขาก็จะไปสู่สุขคติทันที

ในช่วงเวลาคับขัน ทันใดนั้นมือของตงฟางหลีก็คายออก

อาการสดชื่นพลั่งพรูเข้ามา ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไอสองสามที ออกแรงสูดอากาศที่หายไปนาน

เดิมทีร่างกายนี้มีภาวะบกพร่องแต่กำเนิด ผ่านการทรมานติดต่อกันหลายรอบ จึงอ่อนระโหยโรยแรงเป็นอย่างยิ่ง ล้มนอนบนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง

ตงฟางหลีกลับมามีท่าทีที่เย็นชาตามปกติ ความอำมหิตและโหดร้ายเมื่อครู่นี้ ราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เขาจ้องมองนางที่หายใจโรยแรงหลายครั้ง ทันทีที่สะบัดแขนเสื้อ ก็สาวเท้ายาวเดินมุ่งหน้าไปที่ประตู

ตอนที่เดินใกล้ถึงประตู น้ำเสียงเบาของฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็ลอยมา “ยินดีกับท่านอ๋องที่รักษาชีวิตเอาไว้ได้ครั้งหนึ่งนะเพคะ”

ตงฟางหลีหันหน้ากลับไปมองเห็นมีดลักษณะคล้ายใบหลิวเล่มหนึ่งในมือของนางกำลังส่องประกายแวววาว เขาหรี่ดวงตาลง “เมื่อครู่นี้เจ้า คิดจะสังหารข้าอย่างนั้นรึ?”

“ช่างน่าขัน ท่านอ๋องก็คิดจะสังหารหม่อมฉันเช่นกันมิใช่รึเพคะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว

“ท่านสังหารหม่อมฉัน อาจจะสบายใจ แต่เรื่องราวรังแต่จะเลวร้ายลง นี่มิใช่การกระทำที่ชาญฉลาด” น้ำเสียงของนางแหบแห้ง “หม่อมฉันกล่าวตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้วว่า สิ่งที่หม่อมฉันติดค้างท่าน จะต้องชดใช้ให้ท่านด้วยวิธีที่ท่านพึงพอใจแน่นอนเพคะ หม่อมฉันขอรับรอง แต่ ในช่วงเวลานี้ มิควรมีผู้ใดใช้เหตุผลใดก็ตามแต่เพื่อมารังแกหม่อมฉัน แม้แต่ท่านอ๋องก็มิใช่ข้อยกเว้นเพคะ”

ตงฟางหลีไม่ตอบโต้ สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป

หลังจากที่เขาเดินออกไป แจกันดอกไม้ที่มุมกำแพงก็เกิดเสียงดังเพล้งขึ้น จากนั้น แจกันดอกไม้ที่เคยอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก็แตกละเอียด เศษกระเบื้องกระจายเต็มพื้น

ไม่เพียงแจกันดอกไม้เท่านั้น ยังมีของตกแต่งที่เป็นกระเบื้องภายในห้อง ต่างมีรอยแตกร้าวที่ต่างระดับกันไป

ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกเสียใจเล็กน้อย

ตงฟางหลีไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่แจกันดอกไม้กลับแตกเสียได้ เกรงว่าจะเป็นคลื่นความอาฆาตแค้นของเขา

แรงอาฆาตแค้นที่เอ่อล้นมาจากบนร่างกายของยอดฝีมือสามารถทำลายสิ่งของที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ให้เสียหายได้ สรรพคุณพิเศษเหนือทั่วไปเช่นนี้ นางได้เห็นมากับตาตนเองแล้ว

นี่ก็หมายความว่า เมื่อครู่นี้คนผู้นั้นมิได้อยากจะฆ่านางเลยสักนิด เพียงแค่กำลังข่มขวัญนางเท่านั้น

ไม่เช่นนั้น ด้วยฝีมือของเขา บี้นางให้ตายก็ง่ายดายเฉกเช่นเดียวกันบี้มดตัวหนึ่งให้ตาย!

ตงฟางหลีกลับมายังตำหนักหมิงอวี้ด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ

หลังจากกลับมาถึง ก็ปิดประตูห้องสนิท พวกองครักษ์ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกห้องต่างมองหน้ากัน ผู้ใดก็ไม่กล้าเข้าใกล้

ลู่ซิวนายทหารที่ปรึกษาแห่งจวนอ๋องเดินมาจากด้านนอก เมื่อเห็นพวกองครักษ์ที่เดินไปเดินมาอยู่หน้าประตูไม่หยุด จึงเลิกคิ้ว “เกิดเรื่องอันใดขึ้น? พวกเจ้าแต่ละคนยืนทำอะไรอยู่ด้านนอก?”

“คุณชายลู่” องครักษ์ทำท่าทางให้เบาเสียง “ท่านอ๋องไม่ค่อยเป็นปกติขอรับ ราวกับว่ากำลังโมโหอยู่”

“หา?” ลู่ซิวเกิดความสนใจขึ้นมา

ท่านอ๋องเจ็ดผู้ขึ้นชื่อเรื่องใบหน้าไร้อารมณ์ น้อยมากที่จะแสดงอาการอย่างชัดเจน ลักษณะนิสัยก็คือสบาย ๆ

เขารู้จักท่านอ๋องมานานเช่นนี้ น้อยครั้งที่จะเห็นเขาไม่ปกติ

“กระหม่อมก็มิทราบขอรับ” องครักษ์กล่าว “หลังจากที่ท่านอ๋องเสด็จกลับมาจากเรือนโยวหลาน นั่นก็คือสถานที่พำนักของพระชายาอ๋องเจ็ดก็ขังพระองค์ไว้ในห้อง ราวกับว่าท่านทรงกริ้วเล็กน้อยด้วยขอรับ”

ตอนที่เขาเอ่ยถึงฉินเหยี่ยนเย่ว์ ก็รู้สึกตัวสั่นอย่างประหลาด

เขาเคยเจอสตรีที่โหดร้ายมาก่อน แต่ไม่เคยเจอสตรีที่โหดร้ายมากเช่นนี้

“ถูกพระชายาทำให้ทรงกริ้วอย่างนั้นรึ?” ลู่ซิวรู้สึกน่าขัน “ท่านอ๋องของพวกเราไม่แม้แต่จะชายตามองคนโง่เขลาผู้นั้น จะถูกทำให้ทรงกริ้วได้อย่างไรกัน?”

“อย่าว่าแต่คุณชายลู่ไม่เชื่อ พวกกระหม่อมก็ยังไม่เชื่อเลยขอรับ” องครักษ์เอ่ยอย่างอึดอัดใจ “แต่ว่าเกี่ยวข้องกับพระชายาจริง ๆ ขอรับ หรือไม่อย่างนั้นอีกประเดี๋ยวท่านค่อยมาใหม่ไหมขอรับ”

ลู่ซิวจับคาง “ข้ามีธุระด่วน จำเป็นต้องพบท่านอ๋อง”

เขาเคาะประตู

รออยู่ครู่หนึ่ง ตงฟางหลีถึงให้เขาเข้าไป

หลังจากลู่ซิวเข้าไป ตงฟางหลีก็กลับมามีท่าทีตามปกติโดยสมบูรณ์แล้ว

“ท่านอ๋อง” ลู่ซิวประสานมือคำนับ

“นั่งลง ดื่มน้ำชา” ตงฟางหลีส่งสัญญาณให้เขานั่งลง

“กระหม่อมได้สืบแน่ชัดแล้ว แม่นางหงเย้าเป็นคนที่ท่านอ๋องสามส่งให้มาอยู่ข้างพระวรกายของพระสนมอวิ๋น แล้วใช้มือพระสนมอวิ๋นเพื่อมาอยู่ข้างกายของท่าน” ลู่ซิวกล่าว “หน้าที่หลักของนาง ก็คือจดบันทึกช่วงเวลาที่ท่านอาการกำเริบ อาการของโรค อาการหนักเบาขอรับ”

เขาหรี่ดวงตา “นางเป็นสาวใช้ของท่าน บางที ที่อาการป่วยของท่านรุนแรงขึ้นอาจจะเกี่ยวข้องกับนาง พวกเราควรใช้มาตรการอะไรบางอย่างหรือไม่ขอรับ?”

ตงฟางหลีขมับกระตุก “นางได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ยังไม่ต้องสนใจ”

ลู่ซิวตกใจ “บาดเจ็บสาหัส? ท่านลงมือหรือขอรับ? หรือว่าพวกเราแหวกหญ้าให้งูตื่น?”

“มิใช่ทั้งสิ้น” ตงฟางหลีหลุบตาลง “ถูกฉินเหยี่ยนเย่ว์โบย ข้าได้กำชับหมอหลวงแล้ว ให้อาการของหงเย้าคงสภาพแบบนี้ต่อไปอย่างน้อยสักสามเดือน ตอนนี้นางไม่เป็นภัยคุกคาม ไม่ต้องสนใจ”

ลู่ซิวกระตุกมุมปากเล็กน้อย พระชายาโบยอย่างนั้นรึ?

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ชื่อเสียงฉาวโฉ่ผู้นั้น จะทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้จริง ๆ

นี่นับว่าช่วยพวกเขาได้มาก

“ต่อให้หงเย้าไม่เป็นภัยคุกคาม สถานการณ์ของพวกเราก็ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก” ลู่ซิวกล่าว “ท่านอ๋อง วันมงคลใกล้เข้ามา วันอาการกำเริบครั้งถัดไปของท่าน ตรงกับวันมงคลพอดีขอรับ”

ตงฟางหลีกำหมัดแน่น

ลู่ซิวสีหน้าเคร่งขรึม “ท่านอ๋อง ถ้าไม่อย่างนั้นทูลฝ่าบาทเสียหน่อยหรือไม่ขอรับ? ว่าครั้งนี้ไม่สามารถเข้าร่วมได้”

“ไม่ได้” ตงฟางหลีกล่าว “หากข้าไม่ปรากฏตัว ก็จะเข้าทางพวกเขาพอดี ลู่ซิว เจ้าไม่คิดว่านี่มันไม่บังเอิญเกินไปหน่อยรึ? วันงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นวันที่อาการกำเริบ วันที่เป็นวันมงคลก็เป็นวันที่อาการกำเริบอีก”

ลู่ซิวเลิกคิ้ว พยักหน้า “น่าจะมีคนจงใจจัดการขอรับ”

ตงฟางหลีจ้องมองใบชาที่ลอยอยู่ในถ้วยชา ใช้น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา “ทั้งหมดดำเนินการตามปกติ ข้าอยากจะดูว่า ที่จริงแล้วพวกเขาคิดจะทำเรื่องอันใดกันแน่”
この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード
コメント (2)
goodnovel comment avatar
Chatree Sedakum
ขอขคุณครับ
goodnovel comment avatar
Issayaporn Surateekosol
เสียเงินซื้อแล้วจะเทผู้อ่าน เหมือนกับหลายๆเรื่องมั้ยอ่ะ
すべてのコメントを表示

最新チャプター

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1850

    ตู้เอ๋อร์!คำพูดของอวิ๋นจงจื่อทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงนามจริงของอ๋องหลูหยางคือหลินซูตู้ เขาเองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตา และมีน้อยคนนักในราชสำนักจะกล้าเอ่ยชื่อของเขาแต่อวิ๋นจงจื่อกลับเรียกเขาว่าตู้เอ๋อร์น่ะหรือ?ทุกคนรู้สึกว่าการมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตามทีละเหตุการณ์ ช่างน่า

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1849

    นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยตอนนั้นเป็นเพราะนางต้องตาซูจิ้นก่อน และเป็นเซี่ยหลินหลางที่ขวางทางนาง จึงบีบให้นางต้องลงมือสังหารนี่ไม่ใช่ความผิดของนางเลย แล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษนางด้วย?“อนุเยี่ยนอิจฉาข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นางต้องคับแค้นใจแน่นอน คำพูดเหล่านั้นล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้น หลักฐานก็เป็นของปล

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1848

    ครั้นซูจิ้นได้ยินคำพูดของอนุเยี่ยน ร่างกายพลันสั่นสะท้านไม่หยุดเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ช่วยเขาไว้ในเวลานั้น คือ คืออนุเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?อนุเยี่ยนอยู่เคียงข้างเขามาตลอด แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยอมให้ฮูหยินซูทำลายลูกของอนุเยี่ยนอีกด้วยลูกของอนุเยี่ยน...เซี่ยหลินหลาง...ทั้งหมดเป็นเพราะเขา

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1847

    “ข้ากำลังถามท่านอยู่นะ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?” อนุเยี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนคงไม่มีปัญหากระมัง?”อนุเยี่ยนไม่ได้ทำความเคารพ และไม่ได้ทักทายผู้ใดทว่าทุกคนกลับไม่รู้สึกว่านางล่วงเกินเลยเมื่อเทียบกับกิริยามารยาทของอนุเยี่ยนแล้ว กลับเป็นฮูหยินซูเสียอีกที่ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึก

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1846

    เพียงชั่วพริบตาเดียว ซูจิ้นรู้สึกราวกับฟ้าดินถล่มทลายลงมาในทันทีความโกรธความเครียดที่คุกครุนอยู่ภายในใจ ทำเอาเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา ก่อนจะเป็นลมหมดสติไปในทันที“นายท่าน!”“ใครก็ได้!”“ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”ลู่จิ้นที่กำลังนั่งฟันเรื่องราวอยู่ด้านหลังนั้น — ซึ่งแท้จริงแล้วคือการร่ำสุราชมงิ้วสนุก ๆ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1845

    “ท่านบอกว่าท่านลืมแล้ว” หลินเฟยจิ้งหัวเราะออกมาอยู่พักใหญ่ “ถ้าเช่นนั้น แม้แต่บุญคุณที่มารดาของข้าเคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ก็ลืมไปแล้วใช่หรือไม่?”“ข้าไม่ได้ลืม” ซูจิ้นอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบกลับไป“‘ไม่ได้ลืมหรือ? ท่านไม่ได้ลืมอะไรเลย สิ่งเดียวที่ท่านลืมก็คือตำแหน่งบาดแผลที่เกือบจะคร่าชีวิตของท่านไป” หลิ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1039

    “พระชายางดงามเหมือนกับภาพวาดเลย” ตงฟางหลีพูดยิ้ม ๆ“เอ๋ ท่านกินยาผิดหรือเพคะ? จู่ ๆ ถึงได้พูดถ้อยคำแปลกประหลาดเช่นนี้” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไร้คำใดจะเอ่ย “พี่เจ็ดหม่อมฉันพบว่าท่านมักจะพ่นถ้อยคำหวานซึ้งออกมาโดยที่มิมีสัญญาณบอกกล่าวล่วงหน้า”ตงฟางหลียิ้มกว้าง“เจ้าไม่ชอบหรือ?”ฉินเหยี่ยนเย่ว์ครุ่นคิดชั่วอึด

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1078

    “เจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่ใช้ความรุนแรงกับเจ้าหรอก” มู่เหยี่ยแค่นฮึเสียงเย็นชา “ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะเรียนวิธีใช้พิษ ฉินเหยี่ยนเย่ว์ จะต้องมีสักวัน เจ้าจะต้องตายอย่างเจ็บปวดภายใต้พิษของข้า”“อ้อ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์บีบเข็มพิษแน่น“ท่านกำลังเรียนวิธีวางยาพิษหรือ?”คนเลวไม่ว่าอย่างไรก็เลวอยู่ดี?“ไม่ได้หรืออย

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1000

    พระสนมเหยาค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องลับทั่วร่างของนางเต็มไปด้วยเลือด และไม่สามารถมองเห็นสีดั้งเดิมของเสื้อผ้าได้เลยร่างกายอ่อนแอมาก ต้องมีชื่อเจี้ยนประคองถึงจะสามารถฝืนยืนได้“สนมเหยา” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นว่านางยังมีชีวิตอยู่ หัวใจที่แขวนไว้กลางอากาศก็ร่วงหล่นลงมา “พระองค์อย่าขยับ ยังต้องพักฟื้นอย่างร

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1017

    “โจรลักพาตัวไม่มีทางรักษาให้ข้า ข้ามีไข้สูง อาศัยวาสนาที่มีต่อสัตว์และโชคดีที่มีมาตั้งแต่กำเนิด ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากเป็นอย่างยิ่งและโชคดีที่ยากจะหาอันใดเปรียบถึงมีชีวิตรอดกลับมาได้ ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอดีตกลับจำอะไรได้ไม่ชัดเจนเท่าไร”“ข้าจำชื่อตนเองไม่ได้ จำบ้านเกิดไม่ได้ หรือแม้กระทั่ง

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status