LOGINตู้เอ๋อร์!คำพูดของอวิ๋นจงจื่อทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงนามจริงของอ๋องหลูหยางคือหลินซูตู้ เขาเองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตา และมีน้อยคนนักในราชสำนักจะกล้าเอ่ยชื่อของเขาแต่อวิ๋นจงจื่อกลับเรียกเขาว่าตู้เอ๋อร์น่ะหรือ?ทุกคนรู้สึกว่าการมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตามทีละเหตุการณ์ ช่างน่า
นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยตอนนั้นเป็นเพราะนางต้องตาซูจิ้นก่อน และเป็นเซี่ยหลินหลางที่ขวางทางนาง จึงบีบให้นางต้องลงมือสังหารนี่ไม่ใช่ความผิดของนางเลย แล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษนางด้วย?“อนุเยี่ยนอิจฉาข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นางต้องคับแค้นใจแน่นอน คำพูดเหล่านั้นล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้น หลักฐานก็เป็นของปล
ครั้นซูจิ้นได้ยินคำพูดของอนุเยี่ยน ร่างกายพลันสั่นสะท้านไม่หยุดเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ช่วยเขาไว้ในเวลานั้น คือ คืออนุเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?อนุเยี่ยนอยู่เคียงข้างเขามาตลอด แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยอมให้ฮูหยินซูทำลายลูกของอนุเยี่ยนอีกด้วยลูกของอนุเยี่ยน...เซี่ยหลินหลาง...ทั้งหมดเป็นเพราะเขา
“ข้ากำลังถามท่านอยู่นะ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?” อนุเยี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนคงไม่มีปัญหากระมัง?”อนุเยี่ยนไม่ได้ทำความเคารพ และไม่ได้ทักทายผู้ใดทว่าทุกคนกลับไม่รู้สึกว่านางล่วงเกินเลยเมื่อเทียบกับกิริยามารยาทของอนุเยี่ยนแล้ว กลับเป็นฮูหยินซูเสียอีกที่ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึก
เพียงชั่วพริบตาเดียว ซูจิ้นรู้สึกราวกับฟ้าดินถล่มทลายลงมาในทันทีความโกรธความเครียดที่คุกครุนอยู่ภายในใจ ทำเอาเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา ก่อนจะเป็นลมหมดสติไปในทันที“นายท่าน!”“ใครก็ได้!”“ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”ลู่จิ้นที่กำลังนั่งฟันเรื่องราวอยู่ด้านหลังนั้น — ซึ่งแท้จริงแล้วคือการร่ำสุราชมงิ้วสนุก ๆ
“ท่านบอกว่าท่านลืมแล้ว” หลินเฟยจิ้งหัวเราะออกมาอยู่พักใหญ่ “ถ้าเช่นนั้น แม้แต่บุญคุณที่มารดาของข้าเคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ก็ลืมไปแล้วใช่หรือไม่?”“ข้าไม่ได้ลืม” ซูจิ้นอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบกลับไป“‘ไม่ได้ลืมหรือ? ท่านไม่ได้ลืมอะไรเลย สิ่งเดียวที่ท่านลืมก็คือตำแหน่งบาดแผลที่เกือบจะคร่าชีวิตของท่านไป” หลิ
“ดังนั้น ฮ่องเต้องค์ก่อนเลือกที่จะเสียสละตนเอง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ราชบัลลังก์ของฮ่องเต้องค์ใหม่ วิธีการเสียสละของเขาช่างน่าเศร้านัก เขาใช้ความวิกลจริตมาบังหน้า สังหารศัตรูตัวฉกาจที่มีผลงานทางทหารยิ่งใหญ่ด้วยน้ำมือตน หลังจากกำจัดศัตรูตัวฉกาจแล้ว ราชสำนักตกอยู่ในความโกลาหล ผู้คนลุกฮือ เพื่
“แข็ง” หลังจากที่เจ้าเก้ากัดเกี๊ยวลงไปแล้ว พลันถูกของอะไรบางอย่างกระทบฟันเขารีบคายเกี๊ยวออกมาทันควัน ก่อนจะมองเห็นว่าด้านในมีหยกส่องแสงแวววาวอยู่ชิ้นหนึ่ง“เอ๋?” พระสนมเหยาประหลาดใจ “พวกเราห่อเกี๊ยวมากมายเพียงนั้น แต่ใส่หยกลงไปแค่ก้อนเดียว กลับถูกเจ้ากินเสียนี่”“เจ้าเป็นดาวนำโชคของพวกเราเสียจริง”
“ข้านำสุรามาเพียงแค่ไหเดียวเท่านั้น” เฟยอิ่งกล่าว “ข้าดื่มเพียงจอกเดียวก็พอ หากดื่มมากเกินไปจะทำให้ตอบสนองช้า อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้”“หากไม่ร่ำสุราชีวิตนี้จักไปมีประโยชน์อันใด” ตู้เหิงพึมพำกล่าวออกมา “มามา หมดแก้ว”เฟยอิ่งที่ไม่มีทางเลือกนั้น จึงได้แต่นั่งดื่มเป็นเพื่อนกับเขาตู้เหิงที่ร่ำสุราไป
ไป๋ตั่วเชื่องมาก ไม่ได้ดิ้นรนและไม่ได้ส่งเสียงร้อง เพียงแค่อยู่ในอ้อมแขนของนางอย่างเชื่อฟัง“เช่นนั้น พวกเราไปตามหาเฮยตั้นกันเถอะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์บอกลาพระสนมเหยา ก่อนจะพาไป๋โค้วไปยังตำหนักชิงเฟิงที่ซึ่งหวงกุ้ยเฟยพำนักอยู่ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่ท้องฟ้ามืดครึ้มลงพระอาทิตย์อันอบอุ่นถูกบดบังด้วยหมู่เมฆหนา







