เล่ห์ร้าย รักต้องห้าม

เล่ห์ร้าย รักต้องห้าม

last updateLast Updated : 2026-10-22
By:  กัวซืออวี่Updated just now
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
5Chapters
5views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

โอรสสวรรค์ที่ทำได้เพียงนอนอยู่บนเตียงตวาดเสียงดังลั่น ร่างกายไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้ ไม่ต่างจากคนที่รอเวลาตาย ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนา และสะท้อนใจว่านี่น่ะหรือมังกรผู้น่าเกรงขาม บุรุษผู้นี้ไม่ได้ใกล้เคียงคำนั้นแม้แต่น้อย บัดนี้แม้แต่การขยับแขนขายังเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเสียด้วยซ้ำ แต่ทุกอย่างก็สาสมแล้ว.. สาสมกับความโง่เง่าและใฝ่ต่ำของพระองค์...

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1: บทนำ

ปีที่หนึ่ง

ด้วยโองการแห่งสวรรค์ เมื่อถึงวันอันเป็นมงคล ทั้งเมืองหลวงก็เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง ท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เฝ้ามองเกี้ยวเจ้าสาวที่ออกจากจวนตระกูลกัวไปเข้าสู่วังหลวง...

โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าสตรีงามในเกี้ยวเจ้าสาวใบหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกเพียงใด

‘กัวอิ่งหรง’ กำลังก้าวเข้าสู่วังหลวงเพื่อประกอบพิธีสมรสกับโอรสสวรรค์ แม้ว่าในพิธีมงคลนั้นพระองค์จะเมินเฉยต่อนางตั้งแต่ต้นจนจบพิธีก็ตาม กระทั่งเมื่อถึงพิธีเข้าห้องหอ โอรสสวรรค์ก็ยังคงไม่แม้แต่จะแยแสนาง

นี่น่ะหรือตำแหน่งหงส์งามเคียงข้างมังกรกล้า...เหตุใดจึงดูไร้ตัวตนได้ถึงเพียงนี้กัน

“ฝ่าบาท...”

กัวอิ่งหรงมองวรกายที่เคยนั่งเคียงกันบนเตียงกว้าง ทว่าบัดนี้กลับลุกขึ้นและตั้งท่าจะออกจากห้องบรรทมอย่างผิดธรรมเนียม แม้แต่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวพระองค์ก็ไม่แม้แต่จะสัมผัสมันเสียด้วยซ้ำ

“อะไร”

“...” กัวอิ่งหรงเม้มปาก ก้มหน้าเมื่อได้ยินสุรเสียงแข็งกระด้างจากจางโตวหวงตี้

“คนอย่างเจ้า...อย่าหวังอะไรที่มันเกินเอื้อมนัก จงเจียมตนอยู่ในที่ของเจ้า และข้าจะไม่เข้าไปยุ่ง ต่างคนต่างอยู่ไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แค่พิธีวันนี้ข้าก็กล้ำกลืนฝืนทนจะแย่แล้ว อย่าหวังว่าข้าจะร่วมหอกับเจ้าเลย แค่คิดก็สะอิดสะเอียนเต็มทน”

ตรัสจบก็ออกจากห้องหอไปไม่แม้แต่จะหันมาสนใจสตรีที่เพิ่งแต่งเข้ามา สุดท้ายแล้วกัวอิ่งหรงก็ถูกทิ้งให้อยู่ในห้องหอเพียงลำพังในคืนวันแต่งงาน

ช่างน่าสมเพชสิ้นดี นี่น่ะหรือสิ่งที่บิดากล่าวเอาไว้ว่าการเป็นสตรีของหวงตี้คือเรื่องที่มีเกียรติ และน่ายกย่องสูงสุดของชีวิตสตรีแล้ว เหตุใดบัดนี้นางจึงรู้สึกไร้ค่าถึงเพียงนี้กัน...

สุดท้ายในคืนนั้นนางก็เป็นคนปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวด้วยตัวเอง ลุกขึ้นไปกินขนมมงคลเพียงลำพังเพื่อให้คลายหิว ผลัดเปลี่ยนชุด และหลับใหลบนเตียงกว้างอย่างเดียวดายภายในวังหลวงที่ได้กลายเป็นคุกจองจำนางโดยสมบูรณ์

ปีที่สอง

เพราะความเมาสุราในค่ำคืนของการเฉลิมฉลอง จางโตวหวงตี้จึงได้เผลอไผลพาตัวเองมายังตำหนักคุนหนิงที่แทบจะเสด็จมานับครั้งได้ พอมาถึงก็ไม่พูดพล่ามอะไรคว้าตัวสตรีงามมากอดรัด สูดดมกลิ่นกาย และประทับจูบที่แสนร้อนรุ่มจากพิษสุราไปทั่วเรือนร่าง ตีตราประทับบนผิวขาวจนเกิดรอย กัวอิ่งหรงไม่แม้แต่จะเอื้อนเอ่ยสิ่งใด รองรับบุรุษมากตัณหาอย่างไม่ยินดียินร้าย เดินตามโอรสสวรรค์เฉกเช่นที่พระองค์ต้องการ จนสุดท้ายก็ได้แต่ปลายสุดของสวรรค์ชั้นฟ้า แต่ทว่าพอตื่นขึ้นมาโอรสสวรรค์ที่เคยพานางบินสูงไปยังสวรรค์ยามค่ำคืนกลับผลักนางให้ตกลงกระแทกพื้นด้วยวาจาร้ายกาจของพระองค์

“หญิงมากมารยา” คำบริภาษดังขึ้น แต่ทว่ากัวอิ่งหรงยังนิ่งงัน ความอดทนของนางช่างมากมายเหลือคณาจนแม้แต่นางก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่ท่าทีที่ไม่ยี่หระในคำต่อว่ายิ่งทำให้โอรสสวรรค์พิโรธกว่าเก่า “อย่าคิดว่าเจ้าจะได้อุ้มครรภ์บุตรของข้า ต่อให้เจ้าตั้งครรภ์เราจะกำจัดมันด้วยตนเอง”

ตรัสจบก็กลับออกไปด้วยความโกรธกริ้ว สายตาเย็นชามองตามแผ่นหลังของจางโตวหวงตี้ไปจนลับตา หากเป็นสตรีอื่นคงกอดหมอนร่ำไห้ไปแล้ว แต่ทว่ากัวอิ่งหรงไม่ใช่สตรีพวกนั้น...นางเติบโตมาในตระกูลกัว ฉะนั้นนางไม่มีสิทธิ์หลั่งน้ำตา สิ่งที่นางทำได้คือเก็บความโกรธทั้งหมดเอาไว้ในใจ และเฝ้ารอโอกาสเท่านั้น...

สมรสมาได้สองปี ด้วยเส้นสายของตระกูลกัวที่ดิ้นรนสุดชีวิต สุดท้ายนางก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นหวงโฮ่ว เมื่อนางกลายเป็นสตรีที่เป็นใหญ่ในวังหลัง เส้นสายภายในวังก็เริ่มมากขึ้นไปด้วย...

“ฝ่าบาทเสด็จออกนอกวังเป็นการส่วนพระองค์พ่ะย่ะค่ะ มีราชองครักษ์ลอบพาออกไป” ขันทีที่เป็นดั่งมือขวาของกัวอิ่งหรงเอ่ยรายงาน หวงตี้เสด็จออกนอกวังหาใช่เรื่องแปลกใหม่ ในรัชสมัยก่อน ๆ หวงตี้มากมายล้วนทำแบบเดียวกันเพื่อออกไปทำเรื่องสนุกบ้าง เพื่อรับรู้สุขทุกข์ของราษฎรบ้าง แต่สำหรับสวามีของนางแล้วอาจจะต่างออกไป...

กัวอิ่งหรงมิได้หูหนวกตาบอด จึงไม่ทราบว่าสวามีของนางนั้นลอบออกไปทำอะไรที่นอกวัง...

บุรุษมากตัณหาผู้นั้นออกไปเล่นชู้กับสตรีนางหนึ่ง ที่พระองค์ดูแลอย่างดี และเลี้ยงดูเอาไว้ที่ด้านนอกวังหลวง...เหตุที่พระองค์ไม่พานางเข้ามาในวังเพราะเกรงว่าจะถูกกลั่นแกล้งจากสตรีในวังหลังกระมัง

สนมมากมายในวังหลังยังไม่สามารถทำให้พระองค์พอพระทัยได้ กลับต้องไปหาเศษหาเลยจากด้านนอก จากหญิงสาวชาวบ้านไร้หัวนอนปลายเท้า

ช่างใฝ่ต่ำสิ้นดี

แต่กระนั้นกัวอิ่งหรงก็ได้แต่เก็บเอาไว้ในใจไม่พูดสิ่งใดออกมา ตราบใดที่นางยังเป็นหวงโฮ่ว เรื่องพวกนั้นนางก็จะแสร้งทำเป็นว่าไม่เห็น...

ปีที่สาม

หลังจากค่ำคืนแห่งความเมามายในวันนั้นของหวงตี้ก็คล้ายว่าโชคจะเข้าข้างกัวอิ่งหรง เพราะสามเดือนจากนั้นหมอหลวงได้ตรวจพบว่าหมิงจูหวงโฮ่วกำลังตั้งครรภ์ ความปีติยินดีเกิดขึ้นทั่วใต้หล้า แต่กระนั้นกัวอิ่งหรงกลับทราบข่าวที่ไม่ดีนัก เพราะสตรีที่โอรสสวรรค์ไปสมสู่ก็ตั้งครรภ์เช่นกัน...นางเฝ้ารอวันที่หวงตี้จะมาหาและสนทนาว่าจะเอาอย่างไรต่อไป แต่ทว่ารอแล้วรอเล่าพระองค์ก็ไม่แม้แต่จะปรากฏกาย จนนางได้ทราบข่าวว่าพระองค์ยังคงปกป้องสตรีนางนั้นอย่างสุดกำลัง ถึงขั้นชักนำคนนอกให้มาพัวพันด้วย...

บัดนี้พระองค์ให้สตรีนางนั้นสมรสกับชุนอ๋อง อนุชาต่างมารดาของพระองค์ การสมรสครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการสร้างเกราะป้องกันภัยให้กับสตรี และบุตรที่กำลังจะเกิดของพระองค์

ชุนอ๋องเป็นแม่ทัพ ชื่อเสียงขจรไกลไปทั่ว ฉะนั้น ไม่มีใครกล้ายุ่งกับชายาและบุตรชายของชุนอ๋องเป็นแน่ อีกอย่างชุนอ๋องก็เคารพหวงตี้เสียยิ่งกว่าอะไร ในเมื่อทราบดีแก่ใจว่าสตรีนางนี้เป็นของหวงตี้มีหรือจะกล้าแตะต้อง มิหนำซ้ำเขาคงใช้ทั้งชีวิตเพื่อปกป้องสองแม่ลูกนั่นเพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ที่หวงตี้ทรงมอบหมายให้

หวงตี้ใช้ความภักดีของขุนนางมาทำเรื่องเห็นแก่ตัว ส่วนชุนอ๋องก็หัวอ่อนเกินไป...

การส่งนางไปหลบอยู่ในวังชุนอ๋องนั้นปลอดภัยที่สุดแล้ว การให้บุตรถือกำเนิดในวังชุนอ๋องย่อมดีกว่าเกิดมาท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจในวังหลวง และดีกว่าการปล่อยให้สองแม่ลูกอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนเมื่อก่อน มิหนำซ้ำยังสามารถสืบทอดตำแหน่งของชุนอ๋องได้ มีหน้ามีตาในสังคม ได้รับเกียรติ และการเชิดชูโดยไม่ต้องดิ้นรนเช่นอยู่ในวังหลวง

ช่างเป็นบิดาที่เปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อบุตรมากล้น กลับกันพระองค์กลับเลือดเย็นทำร้ายบุตรของพระองค์ที่อยู่ในครรภ์ของกัวอิ่งหรงได้อย่างไม่ไยดีเช่นกัน...

“ฝ่าบาทเอาอะไรให้หม่อมฉันกิน”

กัวอิ่งหรงถามด้วยเสียงอันสั่นครือ เมื่อกินยาที่โอรสสวรรค์อ้างว่าเป็นยาบำรุงครรภ์ แต่ทว่าหลังจากนั้นหนึ่งชั่วยามนางกลับปวดท้องอย่างหนักคล้ายกับถูกบีบรัดจากภายใน นางนิ่วหน้ามองพักตร์ที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด และรอยแย้มสรวลที่น่าสะอิดสะเอียน เพียงเท่านี้ก็ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว...

“ข้าบอกแล้วว่าหากเจ้าตั้งครรภ์ขึ้นมา ข้าจะกำจัดมันเอง” ตรัสจบก็เดินจากไปไม่เหลียวแลสตรีที่ร้องโอดครวญอยู่เบื้องหลังแม้แต่น้อย สุดท้ายโอรสน้อยก็ไม่อาจทนต่อความร้ายกาจของบิดาได้ กัวอิ่งหรงสูญเสียลูกในครรภ์ไป และความสูญเสียก็นำมาซึ่งความเกลียดชัง หลังจากเกิดเรื่องนางก็ไม่หลั่งน้ำตาอีก แต่ทว่าภายในใจกลับแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

หลังจากข่าวการสูญเสีย ครอบครัวของกัวอิ่งหรงก็มาเยี่ยมเยียนคล้ายว่าเป็นการมาหาด้วยความเป็นห่วงอันเหลือล้น แต่ทว่าสิ่งที่บิดาพูดออกมานั้นกลับทำให้กัวอิ่งหรงได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างฝืดเฝื่อน

“ดูแลร่างกายให้ดี และรีบตั้งครรภ์อีกหน คราวนี้อย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เจ้าเข้ามาเพื่อสิ่งใดอย่าลืม เป็นคนตระกูลกัวต้องทดแทนบุญคุณ อย่าทำตัวไร้ค่าไร้ประโยชน์อยู่แบบนี้”

ตระกูลกัวต้องการเป็นใหญ่ และบุตรของนางสำคัญกับตระกูลกัวมากเช่นกัน แต่กระนั้นการมีชีวิตอยู่ของกัวอิ่งหรงช่างไร้ค่าปานนี้เชียวหรือ...สุดท้ายกัวอิ่งหรงก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้นอกเสียจากเก็บความเจ็บปวดทั้งหมดที่มี และฝืนยิ้มต่อไปเท่านั้น

ปีที่สี่

หวงตี้ไม่เสด็จมาที่ตำหนักคุนหนิงอีกเลยหากไม่จำเป็น พระองค์แวะเวียนไปยังตำหนักของสนมต่าง ๆ เป็นบางครั้งคราว แต่ไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ตำหนักคุนหนิงอีกเลย ความปรารถนาที่จะมีทายาทอีกครั้งจึงริบหรี่ แต่กระนั้นกัวอิ่งหรงก็มิได้นิ่งนอนใจ นางวางตัวให้น่าเกรงขามอยู่เสมอด้วยความเป็นประมุขของวังหลัง

ในทุก ๆ วันสนมทั้งหลายย่อมต้องแวะเวียนมาแสดงความเคารพ และสนทนาคล้ายกับว่าเป็นพี่น้องคลานตามกันมา นางพยายามแสดงอำนาจที่นางมีให้พวกนาง ๆ ทั้งหลายได้เห็น และล่วงรู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ

สนมทั้งหลายแม้อยากจะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นแต่ทว่าก็ต้องตระหนักให้ดีว่าสุดท้ายพวกนางก็เป็นแค่สนมอยู่วันยังค่ำ มิหนำซ้ำหมิงจูหวงโฮ่วก็ยังเป็นคนของตระกูลกัว ตระกูลขุนนางใหญ่หยั่งรากลึกมานับร้อยปี ลูกหลานทุกคนล้วนทำงานให้ราชสำนัก อำนาจบารมีมากล้นจนพวกนางไม่อาจเข้าไปสร้างเรื่องขุ่นข้องหมองใจให้นางได้

นับว่าเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม เพราะในภายภาคหน้าสนมพวกนี้จะได้ไม่ดื้อรั้นคิดตั้งตนเป็นศัตรูกับนาง หากไม่กำราบให้รู้ฟังในภายภาคหน้านางคงเหนื่อยยากมากกว่านี้

ปีที่ห้า

กัวอิ่งหรงและจางโตวหวงตี้ยังคงห่างเหินกันเช่นเคย เว้นเสียแต่มีพิธีใดให้ต้องเข้าร่วมด้วยกันทั้งสองก็จะพยายามฝืนทนปั้นหน้ายิ้มคล้ายกับคนรักกันปานจะกลืนกินทั้ง ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างอดกลั้นอย่างสุดความสามารถ แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ดีขึ้น แม้ว่าหวงตี้จะยังคงโง่เขลาสร้างเรื่องไม่หยุดหย่อน กัวอิ่งหรงก็พยายามอย่างมากที่จะสร้างอำนาจของตนในวังหลวง และรวมไปถึงนอกวังหลวง

“เมื่อหลายปีก่อน ชุนอ๋องมีสตรีที่รักมั่นด้วยนางหนึ่ง ทว่ามีเหตุให้ต้องห่างกัน ต่อมาสตรีนางนั้นได้ให้กำเนิดบุตรชายมาคนหนึ่ง แต่ชุนอ๋องไม่ทราบว่าตนนั้นมีบุตรชายเพราะหวงตี้เข้ามาขัดขวาง อีกทั้งในตอนนั้นชุนอ๋องถูกสั่งให้ไปคุมค่ายที่ทางใต้จึงไม่มีโอกาสกลับไปหาภรรยา ต่อให้อยากตามหาก็ยากจะเจอตัวเพราะหวงตี้ทรงขัดขวางทุกทาง และเกรงว่าภรรยาของชุนอ๋องอาจจะถูกกำจัดในไม่ช้านี้”

ข่าวที่ได้รับมานั้นช่างน่าสังเวชใจอย่างยิ่ง ชุนอ๋องนั้นมีภรรยาและบุตรอยู่แล้ว แต่เพราะความเห็นแก่ตัวของหวงตี้จึงทำให้พ่อแม่ลูกต้องพลัดพรากกันโดยใช่เหตุ เพราะพระองค์กลัวว่าหากชุนอ๋องมีครอบครัวของตัวเองแล้ว ภรรยาและบุตรชายของพระองค์จะตกที่นั่งลำบาก เรื่องน่าสังเวชใจจึงบังเกิดขึ้น เพราะครอบครัวของผู้จงรักภักดีก็กำลังจะถูกกำจัด ด้วยความเห็นแก่ตัวที่ไม่รู้จักจบของจางโตวหวงตี้...

แน่นอนว่ากัวอิ่งหรงย่อมต้องขัดขวาง ในพระทัยของหวงตี้นั้น ย่อมเห็นสองแม่ลูกที่เป็นครอบครัวที่แท้จริงของชุนอ๋องเป็นศัตรู เพราะสตรีและบุตรของพระองค์จำต้องพึ่งพาชุนอ๋อง แล้วจะปล่อยให้ชุนอ๋องไปอยู่กับครอบครัวที่แท้จริงอย่างเป็นสุขได้อย่างไร สิ่งที่กัวอิ่งหรงหวาดหวั่นคือหวงตี้จะทำกับบุตรชายของชุนอ๋องเช่นเดียวกับที่ทำกับบุตรของนาง...

“ส่งคนไปดูแลสองแม่ลูกนั่น หากมีโอกาสก็พาหนีไปเสีย ซ่อนตัวเด็กคนนั้นให้ดี แล้วไม่ต้องบอกเรื่องนี้ให้ชุนอ๋องรู้ เข็นเรือตามน้ำไปก่อน หวงตี้ปรารถนาสิ่งใดก็ให้เป็นดั่งที่พระองค์ต้องการ”

กัวอิ่งหรงยื่นมือเข้าไปช่วยครอบครัวของชุนอ๋องด้วยความปรารถนาที่ไม่อยากให้เด็กคนไหนมีชะตากรรมเดียวกับบุตรของนาง และปรารถนาให้ในอนาคตชุนอ๋องรู้แจ้งเสียทีว่าหวงตี้พระองค์นี้ไม่ได้เห็นว่าเขานั้นเป็นอนุชา แต่เห็นเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่ต้องปกป้องเจ้าของด้วยชีวิตเท่านั้น

และหากชุนอ๋องตาสว่างกัวอิ่งหรงจะได้แรงสนับสนุนยิ่งกว่าใครในวังหลวงแห่งนี้...

ปีที่หก

คนในตำหนักของหวงตี้กลายเป็นคนของกัวอิ่งหรงไปมากกว่าครึ่ง แม้แต่โม่โฉวขันทีคนสนิทของหวงตี้เองก็ไม่เว้น ช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่หวงตี้เลี้ยงคนไม่เป็น ดูแลราวกับเลี้ยงสุนัขจนนางที่เข้ามาไม่นานก็ได้ซื้อใจคนเหล่านั้นให้กลายมาเป็นคนของตนได้โดยไม่ยากเย็นอะไร

บัดนี้ความสัมพันธ์ของกัวอิ่งหรง และหวงตี้ก็มิได้ดีไปกว่าเก่า ความสัมพันธ์ง่อนแง่นเกินบรรยาย มิหนำซ้ำบัดนี้นางยังโดนตระกูลกัวกดดัน แต่จะอะไรก็ช่างกัวอิ่งหรงทราบดีว่าทุกอย่างย่อมมีเวลาของมัน นางมิอาจไปเร่งรัดได้ และนางต้องตั้งครรภ์อีกครั้ง...

กัวอิ่งหรงบำรุงร่างกายตนเองเป็นอย่างดีเพื่อให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ แม้มีโอกาสเพียงน้อยนิดแต่ทว่าหากเกิดขึ้นเมื่อใดนางย่อมต้องคว้าเอาไว้โดยเร็วที่สุด

ปีที่เจ็ด

กัวอิ่งหรงยังคงโดดเดี่ยวอยู่ในตำหนักคุนหนิง แต่ทว่าในปีเดียวกันนั้นนางได้พบกับหมอคนหนึ่งที่ถูกส่งมาจากแคว้นหานนามว่าม่อหาน หมอผู้นี้เก่งกาจในหลาย ๆ เรื่อง และแน่นอนว่าถูกส่งมาเพื่อมาเตรียมตัวให้นางตั้งครรภ์โดยเฉพาะ แต่ที่มากไปกว่านั้นคือนางสั่งให้หมอผู้นี้ปรุงยาปลุกกำหนัด และส่งมอบมันให้กับหวงตี้ ยาที่ม่อหานปรุงนั้นต่างจากยาปลุกชนิดอื่น ไร้สี ไร้กลิ่น และอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นหาใช่ผิดแปลกรุนแรงดั่งยาปลุกกำหนัดอื่น แต่เป็นเพียงปลุกความต้องการที่แฝงเร้นให้ออกมาเท่านั้น

ในหนึ่งเดือนหวงตี้จะเสด็จมารับน้ำชาที่ตำหนักคุนหนิงหนึ่งครั้ง แม้ว่าไม่อยากจะมาแต่ก็ต้องมาเพื่อไม่ให้ตกเป็นที่ครหาแก่คนนอก กัวอิ่งหรงใส่ยาปลุกในน้ำชาของจางโตวหวงตี้ กัวอิ่งหรงนั่งทนฟังคำบริภาษต่าง ๆ นานาจากหวงตี้ได้ครู่หนึ่งก็คล้ายว่ายาจะออกฤทธิ์

หวงตี้พยายามจะพาตัวเองกลับตำหนัก แต่กระนั้นกัวอิ่งหรงกลับเข้าไปแตะวรกายมังกรคล้ายจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ทว่าไม่ใช่เลย นางเพียงปลุกเร้าอารมณ์ให้กับหวงตี้เท่านั้น และสุดท้ายบุรุษย่อมไม่ทิ้งวิสัยบุรุษ หวงตี้ไม่อาจต้านทานสิ่งใดได้อีก พระองค์ฉุดรั้งกัวอิ่งหรงเข้าห้องหอตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน และพาตัวเองกลับออกมาตอนรุ่งสางของอีกวันหนึ่ง...

แต่ใครจะล่วงรู้ว่าก่อนที่หวงตี้จะเสด็จกลับนั้นพระองค์เดือดดาลถึงขั้นหยิบมีดสั้นที่อยู่บนถาดผลไม้ออกมาจี้คอกัวอิ่งหรง รอยแผลที่มีเลือดไหลซิบออกมา คำบริภาษอีกนานัปการถูกสาดใส่กัวอิ่งหรงอย่างไม่ยั้งปาก หากมีดาบสักเล่มอยู่ในห้องนี้นางคงมิวายโดนหวงตี้บั่นคอไปแล้วเป็นแน่

“นางหญิงร้อยเล่ห์มากมารยา! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าใส่อะไรลงไปในชานั่น!”

“ทำเลยสิเพคะ ฆ่าหม่อมฉันเลย แล้วพระองค์จะได้รู้ว่าตระกูลกัวจะทำอะไรกับพระองค์บ้าง...อีกอย่างต่อให้หม่อมฉันตาย ก็จะมีกัวอิ่งหรงคนที่สอง คนที่สามเข้ามาอยู่ดี พระองค์หนีไม่พ้นหรอกเพคะ”

นี่ไม่ใช่คำท้าทาย แต่เป็นคำบอกกล่าวที่ทั้งนาง และจางโตวหวงตี้ต่างทราบดี หวงตี้ไม่อยากถูกขุนนางครอบงำ แต่ทว่าก็ไร้ความสามารถเกินกว่าจะแข็งข้อ

“ถ้ามันเกิดมาอีก ข้าจะกำจัดมันทิ้งอีก อย่าหวังว่ามันจะมีชีวิตรอด” ตรัสจบโอรสสวรรค์ก็เดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมาอีก...

ปีที่แปด

วันเวลาล่วงเลยความอดทนของกัวอิ่งหรงก็สัมฤทธิผล ชุนอ๋องที่เคยให้การช่วยเหลือหวงตี้มาตลอดทราบเรื่องราวเกี่ยวกับภรรยา และบุตรชายที่ตามหามาโดยตลอด และเมื่อทราบว่าหวงตี้อยู่เบื้องหลังก็บังเกิดความเดือดดาล ถึงขั้นที่ชุนอ๋องตัดขาดจากหวงตี้

ความสัมพันธ์อันดีถูกบั่นทอนจนด้อยค่า สตรีงามที่ชุนอ๋องเคยดูแลบัดนี้กลับไร้การเหลียวแล ถึงขั้นที่ว่าชุนอ๋องสั่งให้นางไปอยู่เรือนหลัง และขนสมบัติไปให้ภรรยาและบุตรชายที่เพิ่งตามหาเจอ ทอดทิ้งสตรีของหวงตี้ไว้อย่างไม่ทราบชะตากรรม ในขณะเดียวกันนั้นกัวอิ่งหรงก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง ความดีความชอบในครั้งนี้ตกเป็นของหมอม่อหาน แต่กระนั้นเมื่อหวงตี้ล่วงรู้เข้า ชะตาของหมอคนนี้ก็ขาดสะบั้น จบชีวิตด้วยคมดาบของหวงตี้ที่เต็มไปด้วยความโกรธาภายในตำหนักคุนหนิง...

หวงตี้พยายามกำจัดบุตรที่เกิดกับกัวอิ่งหรง แต่สตรีที่เคยมีบทเรียนมาแล้วจึงรอบคอบมากกว่าเคย ความเจ็บปวดที่ผ่านมาสอนให้นางเข้มแข็งและรู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป นางเอาตัวรอดจากความตายมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ปกป้องบุตรที่นอนอุตุในครรภ์ได้อย่างดีเยี่ยม และทุกอย่างที่นางทำก็เพียงเพื่อรอดูวันที่โอรสสวรรค์ต้องยอมศิโรราบต่อหน้านางให้สาสมกับความเจ็บปวดที่พระองค์เคยมอบให้

เรื่องราวในปีนั้นบานปลาย เมื่อหวงตี้เลอะเลือนถึงขั้นให้การช่วยเหลือกบฏแคว้นหานอย่างลับ ๆ ถึงขั้นที่ว่าส่งทหารไปช่วยเหลือ แต่ดีที่ชุนอ๋องทราบข่าวและห้ามทัพเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่หวงตี้จะชักศึกเข้าบ้าน เรื่องราวบานปลาย ราชสำนักร้อนเป็นไฟ ขุนนางบีบบังคับหวงตี้ต่าง ๆ นานาท้ายที่สุดพระองค์ก็ล้มพับอยู่ในท้องพระโรง และเข้าสู่นิทราอันยาวนานถึงสามเดือนเต็ม โดยระหว่างนี้มีหมิงจูหวงโฮ่วว่าราชการแทนสวามีโดยไร้คนทัดทาน...

แต่กระนั้นอาการประชวรของจางโตวหวงตี้ก็หาใช่เรื่องบังเอิญที่เกิดจากความเครียด แต่เกิดจากความตั้งใจทั้งสิ้น...

แปดปีที่อดกลั้นมา ถึงเวลาที่นางต้องเอาคืนอย่างสาสมแล้ว...

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
5 Chapters
ตอนที่ 1: บทนำ
ปีที่หนึ่งด้วยโองการแห่งสวรรค์ เมื่อถึงวันอันเป็นมงคล ทั้งเมืองหลวงก็เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง ท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เฝ้ามองเกี้ยวเจ้าสาวที่ออกจากจวนตระกูลกัวไปเข้าสู่วังหลวง...โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าสตรีงามในเกี้ยวเจ้าสาวใบหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกเพียงใด‘กัวอิ่งหรง’ กำลังก้าวเข้าสู่วังหลวงเพื่อประกอบพิธีสมรสกับโอรสสวรรค์ แม้ว่าในพิธีมงคลนั้นพระองค์จะเมินเฉยต่อนางตั้งแต่ต้นจนจบพิธีก็ตาม กระทั่งเมื่อถึงพิธีเข้าห้องหอ โอรสสวรรค์ก็ยังคงไม่แม้แต่จะแยแสนางนี่น่ะหรือตำแหน่งหงส์งามเคียงข้างมังกรกล้า...เหตุใดจึงดูไร้ตัวตนได้ถึงเพียงนี้กัน“ฝ่าบาท...”กัวอิ่งหรงมองวรกายที่เคยนั่งเคียงกันบนเตียงกว้าง ทว่าบัดนี้กลับลุกขึ้นและตั้งท่าจะออกจากห้องบรรทมอย่างผิดธรรมเนียม แม้แต่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวพระองค์ก็ไม่แม้แต่จะสัมผัสมันเสียด้วยซ้ำ“อะไร”“...” กัวอิ่งหรงเม้มปาก ก้มหน้าเมื่อได้ยินสุรเสียงแข็งกระด้างจากจางโตวหวงตี้“คนอย่างเจ้า...อย่าหวังอะไรที่มันเกินเอื้อมนัก จงเจียมตนอยู่ในที่ของเจ้า และข้าจะไม่เข้าไปยุ่ง ต่างคนต่างอยู่ไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แค่พิธีวันนี้ข้าก็กล้ำกลืนฝืนทนจะแย่แล้ว อ
last updateLast Updated : 2026-10-22
Read more
ตอนที่ 2: หงส์งามทะยานขึ้นฟ้า มังกรกล้ากลับร่วงหล่น
ตอนที่ 2: หงส์งามทะยานขึ้นฟ้า มังกรกล้ากลับร่วงหล่นแผ่นดินอันสงบสุข และร่มเย็นมาช้านานกลับมีเรื่องให้เป็นที่โจษจันเมื่อ 'จางโตวหวงตี้' จักรพรรดิผู้ครองแคว้นเยี่ยนไม่ประพฤติอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดี ลุกขึ้นมาตั้งตนเป็นศัตรูกับพี่น้องของตนจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต ทำให้ราชสำนักลุกเป็นไฟ และที่เลวร้ายไปกว่านั้น พระองค์ให้การช่วยเหลือกบฏในต่างแคว้น นำมาซึ่งความโกรธกริ้วของ 'หวังรั่วหวงตี้' จักรพรรดิต่างแคว้น เรื่องทุกอย่างกำลังดำดิ่งสู่ความเลวร้าย ชาวบ้านกล่าวขานถึงความชั่วร้ายของพระองค์ และภาวนาให้หมดยุคสมัยของจักรพรรดิพระองค์นี้เสียที กระนั้น ในความสิ้นหวังก็ปรากฏแสงสว่างเมื่อหมิงจูหวงโฮ่วให้กำเนิดโอรสน้อย ความหวังของชาวแคว้นจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้งมีข่าวจากวังหลวงว่าจางโตวหวงตี้ชังโอรสพระองค์นี้มาก ไม่เคยแม้แต่จะไปเยี่ยมเยียน เนื่องด้วยการมีชีวิตของเด็กน้อยผู้นี้นั้นนำความโชคร้ายมาสู่พระองค์ เพราะหลังจากการประสูติของพระโอรสน้อยไม่ถึงหนึ่งเดือน จางโตวหวงตี้ก็ประชวรอย่างหนัก สลบไสลไม่ได้สติไปเกือบสามเดือน แม้ฝืนขึ้นมาก็ไม่อาจเดินเหินได้ปกติ ต้องใช้ขันทีสองคนคอยพยุง ช่างเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความน
last updateLast Updated : 2026-10-22
Read more
ตอนที่ 3: หงส์งามที่กุมอำนาจที่แท้จริง
ตอนที่ 3: หงส์งามที่กุมอำนาจที่แท้จริง“บัดนี้ก็ล่วงเลยมานานแล้วกระหม่อมเห็นควรว่าราชสำนักควรแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่เสียที”การหารือในท้องพระโรงนั้นเป็นกิจของหวงตี้ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ล้วนเป็นภาระหน้าที่ แต่ทว่าหวงตี้ที่ไม่อาจลุกไปไหนมาไหนได้นั้นไม่อาจทำราชกิจใดได้ ดังนั้นผู้ที่ทำหน้าที่แทนคือหวงโฮ่ว...สตรีงามประดับรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้ารับฟังข้อเสนอต่าง ๆ อย่างไม่รีบร้อน แม้ในใจยิ้มย่องกับเรื่องที่ได้ยินก็ตามที“เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องที่ขุนนางทั้งหลายเห็นพ้อง เราไม่อาจกระทำได้โดยพลการ พวกท่านเห็นผู้ใดสมควรก็ขอให้เสนอมา”พระนางตอบอย่างถ่อมตน แม้มีอำนาจจับผู้ใดขึ้นเป็นก็ย่อมได้ แต่ทว่าพระนางกลับเลือกถามความเห็นพ้องของขุนนางทั้งหลาย เรื่องวุ่นวายก่อนหน้านี้อีกสาเหตุหนึ่งก็เกิดจากสุนัขรับใช้ของจางโตวหวงตี้ ที่เชื่องแสนเชื่องนำทัพไปช่วยกบฏแคว้นหานจนเกือบจะเกิดข้อพิพาทกับแคว้นหาน สงครามใหญ่อาจบังเกิดหากวันนั้นไม่ได้ชุนอ๋องห้ามทัพเอาไว้ได้การช่วยเหลือกบฏต่างแคว้นไม่ต่างอะไรจากการชักศึกเข้าบ้าน แต่ทว่าจางโตวหวงตี้กลับทำเพราะความโง่เขลา และความจนตรอก ขุนนางทั้งหลายรับรู้แต่แสร้งว่าไม่รู้ โยนควา
last updateLast Updated : 2026-10-22
Read more
ตอนที่ 4: ผู้เป็นดั่งรักแรกในวัยดรุณี
ตอนที่ 4: ผู้เป็นดั่งรักแรกในวัยดรุณี“เหตุใดจึงช้านัก กระหม่อมมารอตั้งนานสองนาน จนเจ้าก้อนแป้งนี้ร้องจะกินนมอีกคราเสียแล้ว”หมิงจูหวงโฮ่วประดับยิ้มอีกครั้งบนใบหน้า ร่างบางย่อกายถวายคำนับบุรุษที่คอยท่าอยู่ในห้องของพระนาง ในอ้อมแขนแกร่งประคองบุตรชายของนางไว้คล้ายจะกล่อมให้หลับใหลบุรุษองอาจผู้เป็นดั่งรักแรกในวัยดรุณี แต่ทว่าด้วยหน้าที่ทำให้ต่างคนต่างต้องหันหน้ากลับสู่ความจริงในวันวานที่พระนางเป็นเพียงกัวอิ่งหรง และบุรุษตรงเบื้องหน้าเป็นเพียงหวังเจินซาน ความงดงามในวัยเยาว์ยังคงตราตรึงมิอาจลืมเลือน หากแต่ใครได้ล่วงรู้เข้าคงได้ครหาว่าพระนางก็มิต่างอะไรจากหวงตี้ แต่ทว่าเรื่องทั้งหมดมิได้ใกล้เคียงกันเลยเพราะต่างฝ่ายต่างทราบดีว่ามีหน้าที่ต้องแบกรับ การหันหลังให้กันในวันวานคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด หลังจากพบกันเมื่อตอนอายุสิบห้าปี ก็ไม่ได้พบเจอกันอีกเลยกัวอิ่งหรงเข้าวังเป็นหมิงจูหวงโฮ่ว ส่วนหวังเจินซานต้องขึ้นครองบัลลังก์เป็นหวังรั่วหวงตี้ต่อจากบิดา เรื่องทุกอย่างคล้ายจะหยุดชะงักลงที่ตรงนั้น แต่ทว่ารักแรกเมื่อครั้งวัยเยาว์หวนกลับมาพร้อมกับสารฉบับหนึ่งที่ระบุใจความสำคัญแต่เพียงว่าสวามีของพระน
last updateLast Updated : 2026-10-22
Read more
ตอนที่ 5: หมดเวลาสนุก
ตอนที่ 5: หมดเวลาสนุกการเดินทางมาพร้อมกับสาสน์แสดงความยินดีของหวังรั่วหวงตี้ไม่ใช่ครั้งแรก ครั้งก่อนหน้านี้พระองค์ก็ทำเช่นนี้ กิจวัตรคือการมานั่งเฝ้าหงส์งามสะสางงานมากมายก่ายกอง ให้คำปรึกษาต่าง ๆ นานาตามประสานักปกครอง แต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี้กิจวัตรของพระองค์กลับเปลี่ยนไป เพราะพระองค์ได้ค้นพบว่าการนั่งมองเด็กน้อยที่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากปัดมือปัดไม้กลางอากาศ ร้องอ้อแอ้ไม่ได้ศัพท์ ดื่มแต่น้ำนมของมารดา และง่วงนอนตลอดทั้งวันนั้นก็เพลินจิตเพลินใจดีเหมือนกัน“มีสักคนดีหรือไม่เพคะ”หวังรั่วหวงตี้มองมารดาของโอรสน้อยที่หาวหวอดอีกครั้งก่อนจะนิ่วหน้า ใจร้ายใจดำจริง ๆ สตรีนางนี้ “ไม่มี ต่อให้มหาเสนาบดีถือดาบมาบังคับข้าก็ไม่มีหรอก”“ทำเช่นนี้ก็ได้หรือ เป็นหวงตี้จะไร้ทายาทสืบบัลลังก์คงเป็นที่ครหา”“ข้ามีซีเฉิง เขาเป็นบุตรบุญธรรมของข้า บิดาของเขาก็เป็นอดีตไท่จื่อผู้เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของข้า เขามีอำนาจในบัลลังก์อย่างชอบธรรม ในเมื่อข้ามีเขาแล้วไยต้องมากลัดกลุ้มเรื่องมีลูกด้วยเล่า อีกอย่างข้าไม่มีน่ะดีแล้ว ซีเฉิงจะได้ไม่ลำบากในวันหน้า เขาควรได้ครอบครองทุกอย่างที่เขาเป็นเจ้าของ ข้าแค่มาดูแลชั่วคราวเท่านั้น
last updateLast Updated : 2026-10-22
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status