Share

บทที่ 2 ตัวน่ารังเกียจ ( 2/2)

last update Terakhir Diperbarui: 2025-01-27 14:18:05

คล้อยหลังโจวหมิง เฉิงซินเหลียวหน้ามองถาดอาหารที่วางอยู่โต๊ะตรงข้ามตนไม่ไกลมากนัก นางผ่อนลมหายใจเบา แล้วจึงตัดสินใจสาวเท้าเดินไปเบื้องหน้าเชื่องช้าเพื่อปรับร่างกายให้คุ้นชิน เฉิงซินยอบกายลงนั่งพลางมองโจ๊กเปล่าถ้วยหนึ่ง และผักทอดน้ำมันไม่กี่หยิบมือ พลางยิ้มเยาะออกมาด้วยความขบขัน

"แม่ทัพงี่เง่า ท่านจะรังแกข้าเกินไปเสียแล้ว ชังน้ำหน้าข้าก็ไม่เป็นไร แม้แต่อาหารการกิน ท่านก็ยังดูถูกข้าเช่นนั้นหรือ" ถึงจะรู้สึกโมโหเสียจนอยากระเบิดอารมณ์เพียงใด ทว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง วันนี้นางต้องไปเจรจากับแม่ทัพเว่ยให้รู้เรื่อง ไหน ๆ เขาก็ไม่แยแสตนอยู่แล้ว การรั้งอยู่ที่นี่ก็รังแต่จะสร้างความรำคาญและหงุดหงิดใจระหว่างกันเสียเปล่า

ซ้ำเฉิงซินไม่อยากกลับไปตายอย่างอนาถซ้ำรอยเดิม บุรุษใจแคบ อำมหิตผิดมนุษย์ ฆ่าแกงได้แม้กระทั่งฮูหยินของตนเพื่ออนุผู้หนึ่ง ทว่าเมื่อหวนนึกถึงตรงนี้ เฉิงซินจึงพ่นลมหายใจอย่างเสียไม่ได้

ในเมื่อนางช่วงชิงคนรักของเขามา เช่นนั้นก็ควรคืนเจ้าของอย่างแท้จริงนั่นถูกต้องแล้ว ผลกรรมที่ผ่านมาคงเป็นการชดเชยบาปหนาที่ตนเคยกระทำแต่กาลก่อนกระมัง

เฉิงซินละเลียดชิมโจ๊กเปล่าด้วยความใจเย็น แววตาที่เคยแข็งกร้าวเลื่อนลอยไร้ทิศทาง เหตุใดเมื่อก่อนนางจึงเป็นสตรีผู้ละโมบต่อความรัก เสียจนไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้นะ สวรรค์ให้โอกาสนางได้ย้อนกลับมา ทว่าดันหวนคืนไม่ถูกช่วงเวลาเอาเสียเลย เหตุใดจึงไม่ย้อนเอาตอนที่นางยังไม่จับแม่ทัพผู้นี้มาเป็นสามีของตนกันเล่า

ขณะที่ยังติดอยู่ในภวังค์ และอาหารในมือแทบไม่พร่องลงเลย เฉิงซินได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาอย่างสับสน นางจึงผินหน้าไปมองฝั่งธรณีทางเข้า ที่แท้เป็นสาวใช้ของจวนนั่นเอง ดูเหมือนพวกนางจะเกรงกลัวเฉิงซินอยู่ไม่น้อย เฉิงซินเลิกคิ้วฉงน

ข้ายังไม่เคยตบตีพวกเจ้าเสียหน่อย เหตุใดต้องเกรงกลัวถึงเพียงนี้เล่า

เฉิงซินทำได้เพียงฉุกนึกในใจ ก็ได้แต่ละอายแล้ว เรื่องฉาวโฉ่ที่นางก่อไว้คงโจษจันกันไปทั่วแล้วสิท่า เอาเถอะ ถึงอย่างไรนางก็เป็นผู้ก่อเรื่องเอาไว้เองจริง ๆ เช่นนั้นก็ได้แต่ทำใจ และแก้ไขบางเรื่องที่สามารถทำได้เป็นพอ

"พวกเจ้าเข้ามาเถิด มัวอ้ำอึ้งอยู่ด้วยเหตุใด"

บ่าวรับใช้ทั้งสองจึงทำได้เพียงก้มหน้างุด และสาวเท้าเข้ามาอย่างสงบเสงี่ยม

"ฮูหยินทานอิ่มแล้วหรือไม่เจ้าคะ อีกเดี๋ยวพวกข้าจะได้เตรียมน้ำอุ่นไว้ให้ท่าน" สาวใช้นางหนึ่งกล่าวด้วยอาการประหม่า เพียงเสียงลมหายใจของเฉิงซินก็ทำเอานางแทบอยากล้มพับลงเดี๋ยวนั้น

เฉิงซินวางถ้วยอาหารและตะเกียบลงแล้ว พลางเหลียวมาทั้งกาย กวาดสายตามองสตรีทั้งสองเขม็ง หลังจากนั้นจึงผ่อนแววตาและน้ำเสียงลง "ในสายตาของพวกเจ้าข้าน่ากลัวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ"

สาวใช้ทั้งสองส่ายศีรษะทั้งยังก้มหน้างุดเป็นพัลวัน

"โกหก"

ทันทีที่ได้ยินเสียงเช่นนั้น ทั้งสองนางจึงทิ้งตัวลง และร่ำร้องราวกับว่าเฉิงซินกำลังจะฆ่าแกงพวกนางอย่างไรอย่างนั้น

"ฮูหยิน ได้โปรดอภัยข้าด้วยเจ้าค่ะ"

เฉิงซินทอดถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน "ลุกขึ้นเถิด"

"บ่าวมิกล้า"

"เช่นนั้นเจ้าก็เลือกเอา จะลุกขึ้นหรือว่า..."

"ละ...ลุกแล้วเจ้าค่ะ"

สาวรับใช้ทั้งสองนางดีดกายพรวดขึ้นจากพื้น ยืนตัวตรงแน่ว เฉิงซินหัวเราะขบขันให้กับท่าทีของทั้งสองราวกับว่าตนกำลังดูละครตลกฉากหนึ่ง

"เอาล่ะ ข้าไม่แกล้งพวกเจ้าแล้ว เจ้าชื่ออะไร"

"หลี่อ้ายซีเจ้าค่ะ" นางหนึ่งยอบกายลงตอบ

"ข้า เผิงหลินเจ้าค่ะ"

"อ้อ หลี่อ้ายซี และ เผิงหลิน ใครส่งเจ้ามาเล่า"

ทั้งสองส่ายศีรษะพร้อมเพรียง เฉิงซินประหลาดใจไม่น้อย เกรงว่าบ่าวในจวนแห่งนี้คงไม่มีผู้ใดอยากเข้าใกล้นางกระมัง เฉิงซินเป็นบุตรสาวคนเดียวของจวนตระกูลเฉิงก็จริงอยู่ ทว่านางไม่เคยมีสาวใช้คนสนิทสักคน สาวใช้ที่อยู่ข้างกายนางซึ่งถูกรับเข้ามา ไม่ถูกไล่ตะเพิดกลับภูมิลำเนาก็ถูกส่งไปทำงานอื่นแทน เฉิงซินทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างเอือมระอาต่อนิสัยกาลก่อนของตน

"พวกเจ้าอาสามาเองเลยหรือ"

เผิงหลิน "จะ...เจ้าค่ะ ถึงอย่างไรท่านก็เป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพ หาก..."

"เอาล่ะ ไม่ต้องเอ่ยแล้ว ข้าคงอยู่ที่นี่อีกไม่นาน อีกเดี๋ยวเตรียมน้ำเรียบร้อยแล้วก็มาบอกข้า" เฉิงซินกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

บ่าวทั้งสองเห็นรอยยิ้มเช่นนั้นก็พลอยใจชื้นขึ้น ฮูหยินผู้นี้หาได้เหมือนกับที่พวกนางได้ยินข่าวโคมลอยเหล่านั้นแม้แต่น้อย กิริยาท่าทางก็หาได้ดุร้ายปานนั้น แม้ใบหน้างดงามอีกทั้งดูเคร่งขรึมอยู่หน่อยก็ตาม ทว่าเมื่ออีกฝ่ายฉีกยิ้มขึ้นมา โลกใบนี้กลับเสมือนว่าน่าอยู่เต็มประดา

สาวใช้ทั้งคู่จึงยิ้มตอบเบาบาง พลางหมุนกายจากไปเพื่อเตรียมอ่างน้ำให้พร้อมสำหรับการชำระกายแด่ฮูหยินคนใหม่แห่งจวนแม่ทัพ เฉิงซินมองตามแผ่นหลังของสตรีทั้งสอง นางลอบระบายลมหายใจอ่อน

"เฉิงซินนะเฉิงซิน เจ้ามันตัวน่ารังเกียจ และเป็นดั่งฝันร้ายของผู้อื่น ไฉนก่อนหน้าจึงยโสโอหัง ไม่รู้จักฟังคำใครเช่นนี้นะ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดหย่ากับข้าเถิด   บทที่ 20 ดวงจันทร์ที่ส่องสว่าง (ตอนพิเศษ)

    โคมไฟดวงกลมห้อยระย้าสีแดงสาดสะท้อนประดับประดาเต็มรายทางและบ้านเรือน บรรยากาศดูละเมียดละไมอบอุ่น บุหลันสีนวลตาเปล่งลำแสง รอบด้านโอบล้อมด้วยดวงดาวพราวระยับ วันนี้เป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ ท้องถนนเบื้องหน้าจึงแลดูครึกครื้นเป็นพิเศษ หนึ่งสตรีร่างบางทว่าโอบประคองท้องกลมสวยเดินเคียงคู่บุรุษร่างสูง ราวกับภาพบนผนังลายวิจิตรเลิศตา"ท่านพี่ ดูนั่นสิเจ้าคะ"เว่ยจวินอี้ทอดสายตามองตามปลายนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังขนมไหว้พระจันทร์ลวดลายดอกไม้งามตา เขาคลี่ยิ้มอ่อนอย่างนึกเอ็นดู ตอนนี้มือทั้งสองของเขาแทบไม่เหลือที่ว่างให้สามารถหอบหิ้วสิ่งใดได้แล้ว"เจ้าอยากกินหรือ ที่ซื้อไปนี่เจ้าว่าจะทานหมดหรือไม่" เสียงทุ้มเอ่ยอบอุ่นเฉิงซินยู่หน้าเล็กน้อย "ข้าไม่ได้หิวเสียหน่อย เป็นเจ้าตัวเล็กต่างหากเล่าเจ้าคะที่กำลังหิวอยู่" เฉิงซินลูบไล้ไปยังท้องของตนซึ่งยื่นออกมากลมดิก พลางแหงนหน้ามองแล้วฉีกยิ้มกว้างให้ผู้เป็นสามี"ก็ได้ เช่นนั้นเจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้เล่า อย่าเที่ยวเดินสุ่มสี่สุ่มห้า"เฉิงซินฉีกยิ้มกว้างดีใจ "เจ้าค่ะท่านพี่"เว่ยจวินอี้เดินเข้าไปยังร้านที่มีผู้คนต่อแถวกันให้เนืองแน่น แม้เขาจะมียศถาบรรดาศักดิ์แต่ก็มิได้ใช้

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดหย่ากับข้าเถิด   บทที่ 19 ลิขิตแห่งสวรรค์ (จบ)

    บรรยากาศภายในห้องสงบเงียบ แสงจากเชิงเทียนกลางโต๊ะกำลังส่องสว่างริบหรี่ เฉิงซินกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับบาดแผลบนต้นแขนของเว่ยจวินอี้ ส่วนเขาก็เอาแต่นั่งจ้องคนที่กำลังดูแลบาดแผลให้ตนอย่างขะมักเขม้น ด้วยดวงตาเป็นประกาย"เหตุใดเจ้าจึงอยากหย่ากับข้าเช่นนั้นหรือ" เว่ยจวินอี้กล่าวทำลายความเงียบสงัดเฉิงซินชะงักมือลงชั่วครู่ นางไม่ได้แหงนหน้ามองเขา เพียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบาหวิว "ท่านเองก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรือ"เว่ยจวินอี้ขมวดคิ้ว "รู้? ข้ารู้เรื่องใดเล่า หลังจากวันแต่งงานได้เพียงคืนเดียว ยามเช้าเจ้าก็เดินดุ่ม ๆ เข้ามาจ้องจะหย่ากับข้าให้ได้"การดูแลรักษาบาดแผลสิ้นสุดลง เฉิงซินเก็บข้าวของเรียบร้อย นางไม่ได้ตอบอีกฝ่ายเดี๋ยวนั้น เว้นระยะเล็กน้อย แล้วจึงช้อนดวงตาขึ้นสบประสานกับดวงตาคมกริบที่ไม่คิดละสายตาออกจากตน"แม่ทัพเว่ย...""ท่านพี่"เฉิงซินนิ่งเงียบ เว่ยจวินอี้จึงกล่าวอีกครั้ง "เรียกว่าท่านพี่""เอ่อ...ท่านพี่"เว่ยจวินอี้ยกโค้งมุมปากอย่างพึงพอใจ "ว่าอย่างไรเล่า""ที่ข้าอยากหย่ากับท่าน เดิมทีท่านก็ไม่เคยมีใจให้แก่ข้า""เจ้ารู้ได้อย่างไร" เว่ยจวินอี้เลิกคิ้ว นัยน์ตาพยายามกวาดมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาราว

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดหย่ากับข้าเถิด   บทที่ 18 มือสังหารในวันนั้นนี่มันเรื่องไม่เป็นเรื่องโดยแท้ (2/2)

    ไม่รู้เช่นกันว่าค่ำคืนนี้นางนึกอุตริใดจึงพกมีดสั้นเอาไว้ เมื่อเห็นว่ามันหายไปจากเอวของตนและด้วยความเป็นกังวลจะเกิดอันตรายต่อแม่ทัพ นางจึงมุ่งหน้าตามอีกฝ่ายมา แม้ระหว่างทางอาจไขว้เขวเส้นทางไปบ้าง ทว่าโชคยังดีที่การเดาสุ่มของนางก็นำพาตนมาจนถึงที่แห่งนี้เสวียนเฉิงฮุย "เฉิงซิน"เฉิงซินช้อนดวงตามองคนตรงข้ามที่ยืนนิ่งเป็นหินผาไปเสียแล้ว รองแม่ทัพเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มิใช่ว่าเจ้าเคยบอกข้าว่าอยากหย่ากับเขา แต่เขาไม่ยอมเช่นนั้นหรือ ข้ากำลังช่วยเจ้าให้สมปรารถนา ทว่าเจ้าก็ยังวิ่งรี่กลับมาหาเขาตามเดิม ข้าไม่เข้าใจ""เฉิงฮุย นี่มันวิธีการใดของท่าน ข้าอยากหย่า แต่ท่านก็ไม่ต้องทำถึงเพียงนี้หรือไม่" เฉิงซินกล่าวตำหนิ"ข้าล้วนทำเพื่อเจ้า""ท่านไม่ต้องพูดแล้ว ข้าขอร้องพวกท่านทั้งสอง ถึงอย่างไรท่านก็คือสหายของข้า ส่วนท่าน..." เฉิงซินแหงนหน้ามองผู้ที่ยืนนิ่งเงียบ เว่ยจวินอี้จึงจดจ้องดวงตาของนางตอบอย่างรอถ้อยคำเฉิงซินพ่นลมหายใจอ่อน "แม้ข้าอยากหย่ากับท่าน ทว่าในใจลึก ๆ ข้าไม่เคยลืมท่านได้เลย ข้าเพียงต้องการหลุดพ้นจากวงโคจรแห่งความเจ็บปวด..."เว่ยจวินอี้นิ่วหน้า "ข้าทำให้เจ้าเจ็บปวดถึงเพียงนั้นเช

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดหย่ากับข้าเถิด   บทที่ 18 มือสังหารในวันนั้นนี่มันเรื่องไม่เป็นเรื่องโดยแท้ (1/2)

    ภายในป่าอันเงียบสงัดมีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไร ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ เว่ยจวินอี้ไล่ตามชายชุดดำจนลึกเข้ามาถึงป่าไผ่สูงชะลูด เขายืนเยือกนิ่งอยู่กลางวงล้อมของบรรดาไผ่ต้นยาว เสียงเอี๊ยดอ๊าดเสียดสีของลำต้นโงนเงนไปมาตามแรงลม เสริมความวังเวงให้น่าหดหู่มากยิ่งขึ้น เว่ยจวินอี้หอบหายใจเข้าออกถี่กระชั้น บ่งบอกถึงระยะทางที่เขาใช้แรงกายวิ่งออกมาไกลลิบ เส้นผมซึ่งถูกปล่อยสยายลงกลางหลัง และแขนเสื้อสีขาวกว้างปลิวล้อสายลมยามราตรีขับเน้นความหล่อเหลาทว่าน่าเกรงขามอยู่ในที เขาพยายามเงี่ยหูฟังเสียงการเคลื่อนไหวอย่างใจจดใจจ่อ"มัวหลบซ่อนราวสุนัขหดหัว ไม่อายบ้างหรืออย่างไร ออกมาเสีย!"เวลาผ่านไปชั่วครู่ เสียงฝีเท้าจึงค่อย ๆ ย่างกรายเนิบนาบมาจากมุมอับสายตาอันมืดมิดด้านหนึ่ง ชายร่างสูงสวมอาภรณ์ทะมัดทะแมงสีดำเข้ม ปกปิดหน้าครึ่งใบ ในมือถือมีดสั้นเล่มหนึ่ง เว่ยจวินอี้เขม้นมองของสิ่งนั้นอย่างสนใจใคร่รู้"เจ้าเป็นใคร ต้องการอะไรจากข้าเช่นนั้นหรือ ไฉนจึงตามระรานไม่เลิก"เว่ยจวินอี้ได้ยินเสียงแค่นหัวเราะจากลำคอของอีกฝ่าย "เรื่องนั้นสำคัญด้วยเช่นนั้นหรือ""หึ" เว่ยจวินอี้แค่นยิ้ม "ต่อให้เจ้าไม่บอกคิดว่าข้าไม่รู้เช่

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดหย่ากับข้าเถิด   บทที่ 17 โอกาสแห่งแสงสว่างอีกครา

    ซุนอี้เหวินยื่นช้อนจ่อไปยังริมฝีปากเว่ยจวินอี้ นางรู้สึกประหม่าจิตใจเต้นอึกทึก ดวงตาที่ไม่มีผ้าคาดปกปิดมานานเพียงนี้ราวกับว่าเขากำลังจดจ้องมาที่นางโดยไม่ละสายตา กลิ่นขมของยาโชยปะทะโพรงจมูกของเขา เว่ยจวินอี้รู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องกลืนของเหลวรสย่ำแย่นี้แล้วจริง ๆ"ข้าไม่กินยาแล้วได้หรือไม่"ซุนอี้เหวินไม่ได้คะยั้นคะยอใด นางวางถ้วยลงและยื่นมือไปยังข้อมือของเว่ยจวินอี้ เขารู้เจตนาของนางดีว่าต้องการทำสิ่งใด เว่ยจวินอี้ยังคงนั่งสงบนิ่งเพื่อให้อีกฝ่ายตรวจวัดชีพจรของตนอย่างใจเย็น ซุนอี้เหวินขมวดคิ้ว หัวใจของนางเริ่มเต้นดังโครมคราม เหงื่อเย็นผุดพราวราวพบเจอเรื่องน่าประหวั่นเข้าให้เสียแล้ว ก่อนจะทันได้ผละออก จู่ ๆ ข้อมือของนางก็ตึงวืด กายลอยหวือนั่งแหมะลงบนตักแกร่ง ใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยผ้าแพรผืนบางถูกดึงลงแทบลืมหายใจ ซุนอี้เหวินเบิกตากว้างตะลึงลาน ส่วนผู้กระทำการอุกอาจกลับยิ้มลอยหน้าลอยตาไม่อนาทรร้อนใจใด"ซุนอี้เหวิน อา...ไม่ใช่กระมัง เฉิงซิน… หากเจ้าเป็นห่วงข้าก็ควรบอกเป็นห่วง ไฉนต้องทำถึงเพียงนี้กันเล่า"ผู้ที่ถูกจับได้ถึงกับใจเต้นกระหน่ำเรือนกายแข็งดั่งรูปสลักหินผาอยู่เช่นนั้น ริมฝีปากซึ่งไม

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดหย่ากับข้าเถิด   บทที่ 16 เป็นเพียงแค่นิทานเท่านั้น (2/2)

    "หลายวันนี้ลำบากท่านแล้ว อากาศเช่นนี้ท่านชอบหรือไม่"ซุนอี้เหวินพยักหน้า"ข้าขอถามท่านหมอหนึ่งสิ่งได้หรือไม่"นางแหงนหน้าขึ้นมองคนตัวสูง ครุ่นคิด แล้วจึงพยักหน้าเป็นการตกลง"ท่านมีสามีแล้วหรือไม่"ดั่งอสนีบาตฟาดกลางกระหม่อม ซุนอี้เหวินยืนตัวแข็งทื่อหยุดฝีเท้าลงเดี๋ยวนั้น'สามีหรือ เกรงว่าสามีของนางคงไม่ยอมรับนางเป็นภรรยากระมัง'ซุนอี้เหวินจึงตัดสินใจยกฝ่ามืออีกฝ่ายขึ้นและเขียนบางสิ่ง'เหตุใดท่านจึงต้องการรู้เล่า'เว่ยจวินอี้คลี่ยิ้มบาง "ท่านไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไร เช่นนั้นข้าจะเล่านิทานให้ท่านฟัง"ซุนอี้เหวินกะพริบดวงตางุนงง"ครั้งหนึ่งมีนายทหารและคุณหนูตระกูลใหญ่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา ทั้งสองดูเหมือนรักใคร่กันดี แต่ที่จริงแล้วคุณหนูผู้นี้ต้องการหย่ากับเขายิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่นางก็ชมชอบเขา ทว่าสาเหตุที่นางต้องการหย่านายทหารผู้นั้นก็สุดจะรู้ วันหนึ่งเขาต้องออกไปรบรายังชายแดน เมื่อกลับมาก็พบว่าตนดั่งผู้พิกลพิการ ดวงตามืดบอดไม่อาจมองเห็นใบหน้าอันงดงามของภรรยาตนได้อีกต่อไป เขาไม่อยากให้คุณหนูผู้เป็นภรรยาที่รักต้องลำบากและจมปลักไร้อนาคต จึงตัดสินใจเขียนใบหย่ายื่นให้นาง หลังจากนั้นท่านว่านาง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status