รักนี้ ที่มอดไหม้

รักนี้ ที่มอดไหม้

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-03
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
51Bab
4.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เสี่ยวเสี่ยว นักเขียนนิยาย ถูกชาวเน็ตสาปแช่งจนกลายเป็นนายหญิงผู้ชั่วร้ายในหอนางโลม ที่จับนางเอกของเรื่องมาเป็นหญิงคณิกา ก่อนที่จะถูกหลี่หยางพระเอกของนิยายสังหาร นางต้องเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเองให้ได้

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 คำสาปแช่ง

 แกร๊ก แกร๊ก

เสียงคีย์บอร์ด ที่เกิดจากการพิมพ์งานอย่างตั้งใจของฉู่เสี่ยวเสี่ยว นักเขียนนิยายอิสระ ที่พยายามจะจบนิยายเล่มนี้ก่อนสิ้นเดือน ไม่อย่างนั้นเธอต้องหอบของออกจากห้องนี้ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ตอนนี้กลับโดนขัดจังหวะจากเสียงเตือนที่หน้าต่างคอมเมนต์ในนิยายเรื่องล่าสุดของเธอเอง เสี่ยวเสี่ยวที่มักสนใจในคอมเมนต์ของชาวเน็ต เปิดเข้าไปอ่านในทันที 

          “นักเขียนโรคจิต เป็นอะไรนักหนา ชอบทรมานพระเอกฉันซะจริง”

         “ยัยแม่เล้านี่ก็โหดร้ายเกิ๊น ไม่มีความเป็นคนเลย นางเอกฉันบอบช้ำหมดแล้ว”

          “เมื่อไหร่ พระเอกกับนางเอกจะหนีจากนางแม่เล้าบ้าอำนาจนี้ได้ซะที”

          “นี่ทุกคน! สมน้ำหน้านางแม่เล้าถูกฆ่าตายแล้วในตอนล่าสุด”

            “กว่าจะตายได้ นักเขียนก็ให้บทนางซะจริง สงสัยจะนิสัยเหมือนนางแม่เล้า”

          “เกี่ยวกันตรงไหน ฉันก็แค่อยากให้พวกเขาผ่านบททดสอบพิสูจน์ความรักย่ะ” เสี่ยวเสี่ยวบ่นให้กับชาวเน็ตเพียงลำพัง

              “ถ้าสวรรค์มีจริงนะ ฉันขอให้คุณนักเขียนมีชีวิตที่ยากลำบากแบบนางเอกของฉันบ้าง”

              “ใช่ ๆ ให้หล่อนมีจุดจบแบบแม่เล้าก็ดี อิอิ” 

       ชาวเน็ตคอมเมนต์เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย มีเพียงแค่ฉู่เสี่ยวเสี่ยว ที่ไม่สนุกกับเรื่องนี้ แต่เธอก็เลือกที่จะปิดหน้าคอมเมนต์ และพิมพ์นิยายของเธอต่อไป 

                          เปี้ยง!

      เสียงฟ้าที่ผ่าลงมาทั้งที่ข้างนอกไม่มีพายุ ทำให้เสี่ยวเสี่ยวตกใจไม่น้อย ไฟในห้องของเธอเริ่มกะพริบและดับลงในที่สุด 

               “อะไรเนี่ย จู่ ๆ ทำไมไฟถึงดับ”  เสี่ยวเสี่ยวบ่นพึมพำ พลางลุกเดินไปดูคัตเอาท์ไฟ 

      กลับมา กลับมา เสียงเบาลอยมาจากที่ไหนสักแห่ง ทำเอาเสี่ยวเสี่ยว ขนลุกด้วยความกลัว

               “ใครน่ะ?” เสี่ยวเสี่ยวตะโกนออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ 

ไม่มีเสียงตอบรับ จากคำถามของเธอ 

       ยังไม่ทันที่เธอจะได้เดินไปถึงคัตเอาท์ เสี่ยวเสี่ยว กลับรู้สึกดวงตาหนักอึ้ง และค่อยๆปิดลง ทุกอย่างดำมืดเหมือนเอกภพที่กว้างใหญ่ไม่มีสิ้นสุด………………

            กลับมา กลับมา  เสียงเดิมอีกแล้ว เสี่ยวเสี่ยวลืมตาขึ้นเพื่อตามหาเจ้าของเสียง 

แต่ยังไม่ทันได้มองหาเจ้าของเสียงนั่น เสี่ยวเสี่ยวกลับมองเห็นใบหน้าหญิงสาวคนหนึ่ง ที่แต่งตัวประหลาดจ้องมองเธออยู่ 

                              “เธอเป็นใคร?” เสี่ยวเสี่ยวถามด้วยความตกใจ

                              “เจียลี่ไงเจ้าคะ คุณหนูจำข้าน้อยไม่ได้หรือเจ้าคะ” เจียลี่มีสีหน้างุนงง

               เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นหูจัง แต่คิดไม่ออกว่าได้ยินมาจากไหน หล่อนสำรวจไปรอบๆ ห้อง ทุกอย่างแปลกตาไปหมด ห้องโดนกั้นด้วยไม้ และผ้าฉาก มีผ้าม่านที่ห้อยอยู่ตามเตียงนอนเต็มไปหมด เสี่ยวเสี่ยวพยายามหามือถือเพื่อโทรหาใครสักคน

                              “มือถือ! ฉันว่าฉันต้องโทรหาตำรวจแล้ว นี่มันโจรโรคจิตที่ชอบจับคนมาทำอะไรแปลกๆ แน่” 

ยังไม่ทันที่เสี่ยวเสี่ยวจะค้นหามือถือ สายตาของเธอก็ไปสะดุดกับกระจกที่ตั้งไม่ห่างจากเตียงนอน กระจกสีเหลืองขุ่นที่มองไม่เห็นหน้าชัดเจนนั้น ยังพอมองออกว่าคนในกระจกคือเธอเอง

                              “ฉันนี่ แต่ชุด..ไม่ใช่ชุดฉัน ชุดอะไรของพวกเธอเนี่ย” เสี่ยวเสี่ยวเริ่มสติแตกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ต่างจากเจียลี่ที่รู้สึกหวาดกลัวกับท่าทางประหลาดของคุณหนูตัวเอง

               เสี่ยวเสี่ยวเริ่มสับสนว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนี้เป็นเธอฝันไปหรือเปล่า 

                           โอ๊ย!

               เสี่ยวเสี่ยวหยิกแขนตัวเองจนเป็นรอยแดง หล่อนร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด

                              “ไม่ได้ฝันไป” เสี่ยวเสี่ยวยังคงเดินไปเดินมาและพูดกับตัวเอง ภายใต้การจ้องมองของเจียลี่ ที่ตอนนี้นางรู้สึกหวาดกลัวคนที่อยู่ตรงหน้าไม่น้อย 

                              “ต้องมีคนแกล้งฉันแน่ ใครกันนะ?”

                              “คุณหนู ให้บ่าวตามหมอไหมเจ้าคะ” เจียลี่คิดว่าอาการคุณหนูของตนหนักกว่าที่นางคิด

               เสี่ยวเสี่ยวหันไปมองเจียลี่ แต่ไม่พูดอะไร จากนั้นก็เริ่มวิ่งออกห้องไป ท่าทางเสี่ยวเสี่ยวตอนนี้เหมือนคนบ้าในสายตาเจียลี่ไปแล้ว

               เสี่ยวเสี่ยววิ่งพล่านไปทั่ว หล่อนหาทางออกไม่เจอ ดวงตาของเธอตกตะลึงกับทุกอย่างที่พบเห็น การแต่งกายที่รุ่มร่ามของผู้หญิง ผู้ชายที่ต่างไว้ผมยาวเหมือนผู้หญิง การพูดคุยโหวกเหวกเสียงดังบนโต๊ะอาหารรูปร่างแปลกประหลาด กับร้านอาหารที่แปลกประหลาด 

               ไม่ต่างจากสายตาคนอื่นที่มองมายังเสี่ยวเสี่ยว วันนี้นางดูแปลกในสายตาแขกในร้าน เหมือนคนสติฟั่นเฟือนที่วิ่งไปทั่วด้วยดวงตาหวาดกลัว ที่มีเจียลี่วิ่งตามหลังมาด้วยความเป็นห่วง

                              “คุณหนู! รอเจียลี่ก่อนเจ้าค่ะ” เสียงตะโกนไล่หลังมาทำให้เสี่ยวเสี่ยวหันไปมอง เมื่อเห็นเป็นเจียลี่หล่อนก็ยิ่งใส่เกียร์หมาวิ่งหนีสุดชีวิต ด้วยคิดว่าเป็นเจียลี่ที่ลักพาตัวเธอมาให้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้

               เสี่ยวเสี่ยวสามารถพาตัวเองออกมาจากสิ่งปลูกสร้างที่เธอเรียกว่าร้านอาหารจนได้

               แต่นั่นยิ่งทำให้สมองของเธอว่างเปล่ามากยิ่งขึ้น เพราะที่นี่ไม่มีรถแม้แต่คันเดียว มีแต่บ้านรูปทรงแปลก ๆ ร้านค้าที่วางแผงลอยข้างถนน รถม้าที่วิ่งไปมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนการจัดฉากแม้แต่น้อย

                              “ที่นี่คือที่ไหนกันเนี่ย”

               ตอนนี้เสี่ยวเสี่ยวเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริง ๆ ซะแล้ว

                              “นี่คือเมืองเจียงป่าย เมืองหลวงของแคว้นเทียนกั๋วเจ้าค่ะ” เจียลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย

                              “เทียนกั๋วหรอ? ทำไมชื่อแคว้นคุ้นหูขนาดนี้” เสี่ยวเสี่ยวครุ่นคิดด้วยแววตาสับสน ทันใดนั้นดวงตาเธอก็เบิกกว้าง

                              “นี่คงไม่ใช่เมืองในนิยายที่ฉันแต่งหรอกนะ!” เสี่ยวเสี่ยวที่บัดนี้หน้าตาซีดเซียว พร้อมจะเป็นลมอีกครั้ง

                              “คุณหนู ๆ เป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ” เจียลี่รีบเข้าประคองผู้เป็นนาย

                              “ตอนนี้เราอยู่ไหน?” เสี่ยวเสี่ยวที่บัดนี้ไม่มีแม้แต่แรงขัดขืนปล่อยให้เจียลี่ประคองตามใจ ถามอย่างไร้จุดหมาย

                              “หอบุปผาไงเจ้าคะ เหตุใดการล้มหัวฟาดพื้นครั้งนี้ คุณหนูจึงลืมแม้กระทั่งกิจการที่สร้างมากับมือได้”

               เมื่อได้ยินชื่อนี้เสี่ยวเสี่ยวก็เสียสติในทันที ทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ จนผู้คนเริ่มจ้องมอง

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
ละครดีชอบสั้นเสมอ ...
2026-02-22 06:17:47
0
0
Siri
Siri
สนุกมากค่ะ กระชับ เนื้อเรื่องดี จบดี
2025-11-25 14:05:41
0
0
51 Bab
บทที่ 1 คำสาปแช่ง
แกร๊ก แกร๊กเสียงคีย์บอร์ด ที่เกิดจากการพิมพ์งานอย่างตั้งใจของฉู่เสี่ยวเสี่ยว นักเขียนนิยายอิสระ ที่พยายามจะจบนิยายเล่มนี้ก่อนสิ้นเดือน ไม่อย่างนั้นเธอต้องหอบของออกจากห้องนี้ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ตอนนี้กลับโดนขัดจังหวะจากเสียงเตือนที่หน้าต่างคอมเมนต์ในนิยายเรื่องล่าสุดของเธอเอง เสี่ยวเสี่ยวที่มักสนใจในคอมเมนต์ของชาวเน็ต เปิดเข้าไปอ่านในทันที “นักเขียนโรคจิต เป็นอะไรนักหนา ชอบทรมานพระเอกฉันซะจริง” “ยัยแม่เล้านี่ก็โหดร้ายเกิ๊น ไม่มีความเป็นคนเลย นางเอกฉันบอบช้ำหมดแล้ว” “เมื่อไหร่ พระเอกกับนางเอกจะหนีจากนางแม่เล้าบ้าอำนาจนี้ได้ซะที” “นี่ทุกคน! สมน้ำหน้านางแม่เล้าถูกฆ่าตายแล้วในตอนล่าสุด” “กว่าจะตายได้ นักเขียนก็ให้บทนางซะจริง สงสัยจะนิสัยเหมือนนางแม่เล้า” “เกี่ยวกันตรงไหน ฉันก็แค่อยากให้พวกเขาผ่านบททดสอบพิสูจน์ความรักย่ะ” เสี่ยวเสี่ยวบ่นให้กับชาวเน็ตเพียงลำพัง “ถ้าสวรรค์มีจริงนะ ฉันขอให้คุณนักเขียนมีชีวิตที่ยากลำบากแบบนางเอกของฉันบ้าง” “ใช่ ๆ ให้หล่อนมีจุดจบแบบแม่เล้าก็ดี อิอิ” ชาวเน็ต
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ไม่มีอยู่จริง
เจียลี่ประคองคุณหนูของตนกลับไปยังห้อง โดยที่เสี่ยวเสี่ยวไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เอาแต่เดินเหม่อลอยอยู่เช่นนั้น เมื่อพานางนั่งบนเก้าอี้แล้วเจียลี่ก็จะออกไปตามหมอ แต่เสี่ยวเสี่ยวกลับรั้งเธอไว้ “ฉันชื่ออะไร” เสี่ยวเสี่ยวคิดถึงคำสาปแช่งของชาวเน็ตขึ้นมา เธอได้แต่ภาวนาอย่าให้เป็นอย่างที่ตนเองคิด “เว่ยหนิงอวี่เจ้าค่ะ” เจียลี่ย้ำแต่ละคำชัดเจน ด้วยนางคิดว่าหนิงอวี่หัวฟาดพื้นจนสมองเลอะเลือนเสียแล้ว สิ้นคำพูดของเจียลี่ ความหวังของนางก็พังทลายลง นี่เธอมาอยู่ในนิยายของตัวเองจริง ๆ หรือ “เป็นไปไม่ได้ ดินแดนนี้ไม่มีจริงนี่ ฉันแค่สมมติขึ้น” เสี่ยวเสี่ยวในร่างเดิมแต่ชื่อที่ผู้คนรู้จักกลับเป็นเว่ยหนิงอวี่ พึมพำกับตนเอง..................เจียลี่นำหมอมาตรวจ และจัดเทียบยาให้เรียบร้อยนานแล้ว แต่หนิงอวี่ยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่อย่างนั้น หนิงอวี่ใช้ความคิด คิดหาทางออกจากเรื่องบ้าๆ นี้ หล่อนคิดเองเออเองว่าหากนิยายนี้จบลง เธอก็จะตื่นจากฝัน‘ถ้าตอนนี้นางอยู่ในเทียนกั๋วดังนิยายจริง คือเว่ยหนิงอวี่จริง งั้นนางก็ต้องตายเพราะถูก
Baca selengkapnya
บทที่ 3 หญิงไร้ยางอาย
หนิงอวี่กลับเข้ามายังห้อง นางออกไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม แต่อาหารหลายสิบอย่างที่อยู่บนโต๊ะบัดนี้เหลือแค่ความว่างเปล่าแล้ว นางหลุดขำให้กับท่าทางหยิ่งทะนงของจ้าวหลี่หยาง ที่บัดนี้กลับมานั่งสุขุมและเย็นชาเช่นเดิม “อิ่มแล้วหรือยัง?” นางถามอย่างยิ้มแย้ม “อื้อ” จ้าวหลี่หยางตอบมาเพียงเท่านั้น “เมื่อข้าออกไปหางานวันนี้ได้ ข้าจะชดใช้ค่าอาหารให้” จ้าวหลี่หยางไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณคนอย่างนาง สตรีที่น่าเกลียดที่สุดที่เขาเคยเห็นมา “ไม่ต้องหรอก ข้าไม่คิดมาก” หนิงอวี่กล่าวยิ้ม ๆ พลางโบกมือเป็นการปฏิเสธ แต่คำพูดนั้นกลับทำให้หลี่หยางเดือดดาล “ข้ามิใช่ขอทาน! ที่จะให้คุณหนูเว่ยโยนอาหารให้” “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น แค่ข้าทำให้เจ้าต้องป่วย เลยถือเป็นการชดใช้อย่างไรเล่า” หนิงอวี่พยายามจะอธิบายไม่ให้เขาเข้าใจนางผิด “หึ! คนอย่างนายหญิงหอบุปผาเคยขอโทษผู้ใดเล่า” หลี่หยางพูดด้วยสายตาเย้ยหยัน “ครั้งก่อนเพียงข้าหาเงินมาให้ช้าไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ท่านถึงขั้น
Baca selengkapnya
บทที่ 4 แลกเปลี่ยน
เมื่อทำอะไรไม่ได้ในเวลานี้ หนิงอวี่ก็ถือโอกาสที่ไปไหนไม่ได้เยี่ยมชมหอบุปผาที่นางเขียนขึ้นเสียเลย บรรยากาศของหอบุปผาช่างทำให้นางตื่นตาตื่นใจ หญิงคณิกาที่เชื้อเชิญเหล่าบุรุษมาร่วมดื่มกินอย่างไม่เขินอาย บ้างก็คลอเคลียกันขึ้นหอนอน เสียงเพลงที่บรรเลงสร้างบรรยากาศที่สุขสม จนทำให้หนิงอวี่รู้สึกขนลุก ‘ไม่อยากจะเชื่อว่านางจะได้มาเห็นหญิงคณิกาของตัวเป็น ๆ’ หนิงอวี่สังเกตเห็นว่า เหล่านางโลมมองนางด้วยท่าทีหวาดกลัว เมื่อนางเดินไปทางใดสตรีเหล่านั้นกลับหลบเลี่ยงไปหมด “เจียลี่ ทำไมคนพวกนี้ต้องหลบข้าขนาดนี้” “เอ่อ...คุณหนูค่อนข้างเคร่งครัดกับพวกนางมากไปหน่อยเจ้าค่ะ” ใช่แล้ว นางลืมไปว่าบัดนี้คือหนิงอวี่ผู้เป็นดังความชั่วร้ายของหอบุปผา “ข้าเคร่งครัดอย่างไรหรือ” หนิงอวี่ถามด้วยความสงสัย “คุณหนูมักจะใช้เข็มจิ้มไปที่ต้นขาของพวกนางหากไม่ทำตามเจ้าค่ะ” หนิงอวี่ถึงกับขนลุกกับสิ่งที่ได้ยิน นี่มันทารุณกรรมชัด ๆ “แล้วพวกนางไม่ทำตามเรื่องอะไร?” “ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องปรนนิบั
Baca selengkapnya
บทที่ 5 หนทางกำจัด
“ข้านึกว่าเจ้าอยากแต่งกับลูกสาวบัณฑิตเว่ยเสียอีก” ฮ่องเต้นึกถึงเมื่อสิบสองปีก่อน โอรสของเขามักฝากสิ่งของกับเว่ยจิ้นหงผู้เป็นอาจารย์สอนตำราไปให้เว่ยซินเอ๋อร์อยู่บ่อยครั้ง จนเขาเตรียมราชโองการหมั้นหมายของเด็กทั้งสองไว้แล้ว ทว่ายังไม่ทันได้ประกาศออกไป กลับมีเรื่องของหรงเยว่เกิดขึ้นเสียก่อน หยางเฉิงนิ่งงันเมื่อผู้เป็นบิดาเอ่ยถึงสตรีอันเป็นที่รัก แววตาเย็นชาวูบไหวอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกลับมานิ่งสงบดั่งเดิม “นางหมั้นหมายแล้ว คุณชายใหญ่จวนแม่ทัพมู่ก็องอาจ สง่าผ่าเผย ไม่มีเหตุผลใดจะต้องไปทำลายพวกเขา” “เช่นนั้นการแต่งงานของเจ้าก็เพื่อทำลาย?” “พ่ะย่ะค่ะ” หยางเฉิงตอบคำถามโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ คล้ายกับการแต่งงานไม่ได้มีผลอันใดกับเขาแม้แต่น้อย “หลานสาวเจ้ากรมคลังมีถึงสองคน เจ้าหวังคนใดเล่า?” ฮ่องเต้เพิ่งนึกได้ว่าโอรสเบื้องหน้ายังไม่ได้เอ่ยถึงชื่อนางสตรีที่ต้องการอภิเษกเสียด้วยซ้ำ “คนใดก็สุดแล้วแต่เจ้ากรมคลังจะเสียสละเถิดพ่ะย่ะค่ะ สิ่งที่กระหม่อมต้องการไม่ใช่ตั
Baca selengkapnya
บทที่ 6 บ้าไปแล้ว
รอยยิ้มของหนิงอวี่แข็งทื่อในทันที นางรู้สึกว่ามีไอเย็นลอยล้อมรอบนางอยู่ ต่างจากลู่เสียนที่เพิ่งได้รู้ว่าคุณชายไป๋ทำเพื่อนางถึงเพียงนี้ เงินหนึ่งร้อยตำลึงในทุกเดือนนี้อาจจะเป็นสาเหตุที่นายหญิงหอบุปผายินยอมให้นางไม่ต้องรับแขก ในใจของนางก็พลันอบอุ่นขึ้นมา หลี่หยางที่ได้รู้ว่าหนิงอวี่ขูดรีดเงินจากไป๋มู่เฉินถึงหนึ่งร้อยตำลึง ก็แค้นใจไม่น้อย “คุณหนูเว่ยช่างฉลาดหลักแหลม ที่หาวิธีทำเงินจากคุณชายไป๋และข้าได้พร้อมกัน” หลี่หยางที่แม้จะกล่าวชมนาง แต่น้ำเสียงกลับเหมือนจะฆ่านางเสียตรงนี้ ไป๋มู่เฉินนิ่งอึ้งเมื่อรู้ว่าบุรุษตรงหน้าก็ยอมจ่ายเงินเพื่อปกป้องลู่เสียน ‘ชายผู้นี้น่าจะมีใจให้ลู่เสียนเช่นกัน’ “นี่ไง คือเรื่องที่ข้าอยากคุยกับคุณชายไป๋ ข้าอยากจะบอกท่านว่าไม่ต้องจ่ายค่าตัวแม่นางป้ายแล้ว ข้าจะไม่บังคับนางรับแขกอีก แบบนี้ดีหรือไม่” นางกล่าวกับมู่เฉิน แต่สายตาอ้อนวอนขอชีวิตกลับส่งไปให้หลี่หยาง ยังไม่ทันที่บุรุษทั้งสองจะได้กล่าวสิ่งใด ด้านล่างก็มีเสียงโวยวายของแขกดังขึ้นมา ทุกคนละสายตาจากหนิงอวี่ไปที่ต้นตอของ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 สะเทือนฟ้าสะท้านดิน
ในเมื่อการต่อรองกับมู่เฉินไม่สำเร็จ หนิงอวี่จำเป็นต้องคิดวิธีหาเงินทางอื่นแทน นางครุ่นคิดถึงโลกที่จากมามีอะไรบ้างที่จะเป็นประโยชน์กับอาชีพของนางตอนนี้ ‘ใช่ สมัยนี้ยังไม่มีการแสดงโชว์ของเหล่าหญิงคณิกาแน่ ถ้าการแสดงมีความแปลกใหม่ย่อมได้เงินไม่น้อย’ “เจียลี่ หากระดาษกับพู่กันให้ข้า” หนิงอวี่ตื่นเต้นกับการแสดงที่จะพลิกโฉมหอบุปผาของนางในครั้งนี้ “คุณหนูจะทำอะไรเจ้าคะ” เจียลี่ที่นำกระดาษและพู่กันวางตรงหน้านางถามขึ้น ร้อยวันพันปีคุณหนูของนางไม่เคยถามหาพู่กันกับกระดาษเสียด้วยซ้ำ “วาดภาพน่ะ” “คุณหนูวาดเป็นหรือเจ้าคะ!” เจียลี่ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน หนิงอวี่ไม่ได้สนใจคำถามนั้น นางตั้งใจบรรจงวาดสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาทีละขั้นตอน โดยอาศัยความสามารถด้านศิลปะของนางที่มักได้รับการชื่นชมจากอาจารย์ที่สอนเสมอ แม้การใช้พู่กันยากกว่าใช้ดินสอมาก แต่การจับพู่กันครั้งแรกก็พอมองออกเป็นรูปเป็นร่างได้ หนิงอวี่ใช้เวลาไม่นานก็ได้แบบที่นางต้องการสองสามแบบ “นี่คืออะไรเจ้าคะ?” เจียลี่ถามด้วยความงุนงง
Baca selengkapnya
บทที่ 8 หอนางโลมอันดับหนึ่ง
หลี่หยางรู้สึกไม่ดีเล็กน้อย ที่กล่าวไปเช่นนั้น ที่จริงเขาไม่ได้จะเหยียดหยามสตรีคนใด เพียงแต่เขาไม่ชอบที่เห็นลู่เสียนสวมอาภรณ์ที่ไม่เรียบร้อยเช่นนี้ ด้านหนิงอวี่ไม่สนใจหลี่หยางจะคิดเห็นเช่นไร ตอนนี้นางต้องทำหน้าที่เจ้าของหอที่ดีเดินทักทายแขกเสียหน่อย “คุณชายไป๋ ชอบการแสดงนี้หรือไม่” หนิงอวี่จงใจเดินมาหาเขาโดยตรง เพื่อทำความคุ้นเคยกันเสียใหม่ ไป๋มู่เฉินละสายตาจากลู่เสียนมาจ้องมองหนิงอวี่ด้วยสายตาเย็นชา “ข้ามาที่นี่ไม่ใช่เพราะการแสดงของคุณหนูเว่ย แต่เพราะป้ายลู่เสียน” คำพูดของไป๋มู่เฉิน ทำเอารอยยิ้มของหนิงอวี่แข็งทื่อในทันที “คุณชายไป๋ถนอมน้ำใจสตรีได้ไม่เก่งเลยนะเจ้าคะ” หนิงอวี่กล่าวประชดประชัน วันนี้นางอารมณ์ดีจึงไม่เอาคำพูดเขามาใส่ใจ ไป๋มู่เฉินได้แต่ส่ายหน้าให้กับความไม่รู้จักเอียงอายของนาง “คุณชายไป๋” ลู่เสียนที่มองเห็นเขาพูดคุยอยู่กับหนิงอวี่ จึงเข้ามาทักทาย “คุณหนูป้าย วันนี้เสียงพิณของเจ้าช่างไพเราะ” มู่เฉินก
Baca selengkapnya
บทที่ 9 กังวลใจ
หนิงอวี่ตกใจที่ตนเองเผลอเล่าเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้เขาฟัง นางจึงลุกขึ้นยืนในทันที “ข้ามองจากหน้าตา รูปร่างที่สง่างาม ความองอาจของคุณชายจ้าว จิตใจอันดีงามที่ซ่อนอยู่ส่วนลึกภายในใจจึงเดาได้ไม่ยากว่าอนาคตของท่านต้องไม่ธรรมดาแน่” หนิงอวี่กล่าวแก้ตัว พลางชี้มือชี้ไม้ไปทางหลี่หยางอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยในสายตาของหลี่หยางแล้วท่าทางนี้ของนางดูประหลาดเกินจะมองได้ “เช่นนั้นข้าขอตัวไปดูแขกก่อนนะ” กล่าวจบหนิงอวี่ก็รีบวิ่งหนีหายไป ทิ้งไว้เพียงขวดยาสมานแผลให้กับหลี่หยาง ‘ช่างทำตัวแปลกประหลาด เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย’ หลี่หยางส่ายหัวให้กับท่าทางไม่เหมือนคนปกตินั้นของนาง พลางหยิบขวดยาที่นางทิ้งไว้ให้ ในใจของเขาก็รู้สึกยินดีที่อย่างน้อยวันนี้ก็ยังมีคนมองเห็นความพยายามของเขา คืนนี้ถึงแม้จะมีคนของหอมรกตเข้ามาก่อความวุ่นวาย แต่ด้วยการร่ายรำที่งดงาม ยั่วยวนของหอบุปผา จึงทำให้แขกไม่นำเหตุการณ์ก่อนหน้ามาใส่ใจ ยังคงนั่งชมการแสดงของเหล่าหญิงคณิกาตั้งแต่ต้นจนจบ หนิงอวี่ที่ตอนนี้เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด นา
Baca selengkapnya
บทที่ 10 โดนตบหน้า
หลี่หยางมองไปรอบ ๆ ห้อง พบว่ามีความเปลี่ยนแปลงไม่น้อย ทั้งผ้าที่เขาห่มที่ดูเป็นของใหม่ ถ้วยชาที่ถูกเปลี่ยนไม่ใช่ถ้วยชาที่แตกบิ่นเหมือนที่เขาเคยใช้ ตะเกียงที่มีน้ำมันเติมไว้จนเต็มจำนวนหลายอัน ห้องที่ถูกเช็ดถูจนสะอาด หรือแม้แต่ประตูเรือนที่พังจนไม่สามารถปิดได้ ตอนนี้กลับมีสภาพเรียบร้อย ถ้าเทียบกับเงินสองตำลึงที่เสียไปถือว่าเขาไม่ขาดทุนแล้ว เมื่อหลี่หยางลงจากเตียง เดินไปที่โถงเรือนก็พบโต๊ะตัวใหม่ แลเก้าอี้อีกหลายตัวเรียงไว้เป็นวงกลมอย่างเรียบร้อย บนโต๊ะยังมีอาหารหลายอย่าง ทั้งเป็ดย่าง หมูตุ๋น ผัดผัก แลยาต้มอยู่ด้วย “คุณหนูเว่ยใจดีไม่ใช่น้อยเลยนี่” หลี่หยางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะนั่งลงคีบอาหารเข้าปากไม่หยุด ด้วยเขาเองไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อคืน ร่างกายก็หิวจนแทบทนไม่ไหวแล้ว หนิงอวี่เองตอนนี้ก็หิวไม่น้อย พอกลับถึงเรือนนางก็สั่งให้พ่อครัวทำอาหารมาเต็มโต๊ะอย่างกับจะกินกันทั้งหมู่บ้าน “เจ้านั่ง” หนิงอวี่ชี้ไปทางเจียลี่ที่ยืนอยู่ เจียลี่ได้แต่งุนงง คุณหนูจะให้นางร่วมโต๊ะด้วยเช่นนั้นหรือ เมื่อเห็นสีหน้า
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status