Share

ตอนที่ 7 ไปเที่ยว

Penulis: วริษา
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-30 20:09:53

ตอนที่ 7 ไปเที่ยว

ยามฉวี (19.00)

เสี่ยวเถาแต่งกายเรียบร้อยยืนรอที่หน้าเรือนด้วยความตื่นเต้น ร้องเรียกมารดาเสียงดัง

“ท่านแม่เร็ว ๆ สิขอรับเพื่อน ๆ ของข้าคงไปกันหมดแล้ว”

“เจ้าอย่าเร่งท่านแม่ของเจ้านักเลย งานเทศกาลมีจนถึงยามสามมีเวลาให้เจ้าวิ่งเล่นนานโข”

“ท่านตาไม่ไปด้วยกันหรือขอรับ”

“ไม่ล่ะข้าแก่แล้วเฝ้าเรือนดีกว่า เจ้าไปเที่ยวเล่นให้สนุกเถอะนะ”

“เช่นนั้นข้าจะซื้อขนมอร่อย ๆ ติดไม้ติดมือมาฝากนะขอรับ” เด็กชายกระปรี้กระเปร่าพูดไม่หยุดปาก เยว่ฉีเดินออกมาจากห้องพร้อมรอยยิ้มนางเลือกไม่ผิดจริง ๆ ที่จะพาเสี่ยวเถาไปงานเทศกาลค่ำคืนนี้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ไปเขายังดีใจและตื่นเต้น หากได้เห็นแสงไฟ โคมไฟระรานสายตาของกินเต็มข้างถนนอีกทั้งยังมีการละเล่นการแสดงมากมายเขาคงจะสนุกและมีความสุขไม่น้อย

“เสี่ยวเถาข้าเสร็จแล้วเราไปกันเถอะ ท่านพ่อไม่ไปกับพวกเราจริง ๆ นะหรือเจ้าคะ”

“ไม่ล่ะร่างกายของข้าไม่ได้อ่อนเยาว์เหมือนพวกเจ้า หัวค่ำก็อยากจะนอนแล้วล่ะ ไปกันได้แล้วอย่าลืมเอาโคมไฟไปด้วยยามกลับจะได้มีแสงสว่างนำทาง”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ” เยว่ฉียื่นมือไปรับโคมไฟจากบิดาพาบุตรชายเดินทางไปงานเทศกาล ชาวบ้านหลายคนก็พากันไปเที่ยวเช่นเดียวกัน สายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่รั่วเรือน อวี้หรานยังคงไม่ถอดใจเรื่องของเยว่ฉีกับครอบครัว

“อวี้หรานเจ้าทำอะไรอยู่ด้านนั้น รีบมากินอาหารเร็วเข้าอาหารเย็นชืดหมดอร่อยพอดี" เสียงมารดาของนางดังขึ้น หญิงชราร่างกายอ่อนแอ ผอมแห้งมีเพียงหนังหุ้มกระดูกคอยดูแลบุตรสาวและทำงานในบ้านแทบทุกอย่างเพราะมีบุตรสาวที่ขี้เกียจไม่เอาการเอางาน อายุเลยยามออกเรือนมาหลายปีก็ไม่มีบุรุษใดมาสู่ขอ

“ท่านแม่ ท่านอยากกินก็กินไปสิเจ้าคะ ข้าไม่หิวอีกอย่างวันนี้ข้าจะไปเที่ยวงานเทศกาลท่านแม่พอจะมีเงินหรือไม่? เอามาให้ข้าก่อน 5 ตำลึงเงิน” อวี้หรานหันขวับกลับมามองมารดารีบย่างเท้ามาใกล้กลัวเรือนแซ่เหวินจะได้ยินว่าตนเองแอบมองอยู่ นางเดินมาเห็นอาหารที่ท่านแม่ทำก็ไม่อยากกิน มีเพียงผักไม่มีเนื้อสัตว์แม้แต่น้อยยิ่งเห็นเช่นนี้นางยิ่งอิจฉาริษยาเยว่ฉีที่มีแต่จะร่ำรวยไปข้างหน้า

“อวี้หรานข้าจะหาเงินมากขนาดนั้นมาได้จากที่ใดกัน ร่างกายของข้าแก่ชราไม่มีผู้ใดรับเข้าทำงานมีเพียงงานเก็บผักของหนูเยว่ฉีที่ยังพอจ้างข้าไปช่วยเก็บแถมยังใจดีให้ผักมาทำอาหาร เงินมากมายขนาดนั้นข้าไม่มีให้เจ้าหรอก รีบมากินข้าวกันเถอะ”

“ท่านแม่ ท่านเอ่ยมาเช่นนี้เพื่อที่จะเปรียบเทียบข้ากับนางเยว่ฉีอย่างนั้นหรือ ? ข้ารู้ว่าท่านแม่มีเงิน อีกอย่างครอบครัวนั้นมิใช่คนดีอะไร ผักที่ท่านแม่เอามาทำอาหารก็เป็นเพียงเศษผักเหลือทิ้งเท่านั้น เฮอะ! ร่ำรวยขึ้นทำราวกับว่าผู้อื่นเป็นขอทานเลยสินะ คอยดูเถอะวันหนึ่งข้าจะเปิดเผยความลับของเจ้าเอง เจ้ามีดีอะไรไปกว่าข้า ท้องไม่มีคนรับเป็นบิดา ทำตัวต่ำช้ากลับได้ดีข้าไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด ท่านแม่รีบเอามาให้ข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปไม่ทันเพื่อน ๆ " อวี้หรานแบมือขอเงินจากมารดา นางไม่มีจะให้ทำได้เพียงพูดให้บุตรสาวเปลี่ยนความคิด

“อวี้หรานเหตุใดจิตใจของเจ้าถึงได้มืดบอดเช่นนี้ ที่หนูเยว่ฉีมีทุกวันนี้ได้เพราะความขยันไม่หยุดพัก ลงมือทำงานทุกอย่างด้วยตนเอง ส่วนเงินข้าไม่มีให้เจ้ามีเพียงข้าวกับผัดผักเท่านั้น” อวี้หรานโมโยยิ่งกว่าเดิม เดินเข้ามายกสำรับอาหารของมารดาโยนทิ้งทันที

เพล้ง!!

“อาหารพวกนี้ข้าไม่กินและไม่อยากกิน ข้าบอกให้เอาเงินมา เอามาให้ข้าเดี๋ยวนี้ทำไมชอบทำให้ข้าโมโห ได้ในเมื่อท่านแม่ไม่ยอมเอาให้ข้า ข้าไปหยิบมันเองก็ได้” อวี้หรานปรี่เดินเข้าไปในห้องของมารดานางรู้ว่ามารดาเก็บเงินไว้ที่ใด หญิงชราร้อนอกร้อนใจทั้งเสียดายกับข้าวที่บุตรสาวคว่ำทิ้งเมื่อครู่ แต่นางต้องรีบวิ่งตามหลังบุตรสาวใเพื่อหยุดยั้งไม่ให้นางเอาเงินที่ซ่อนไว้ไป นั่นคือเงินที่เหลืออยู่ในบ้านนางเก็บเอาไว้ซื้อยารักษาตนเอง

“อวี้หรานอย่าทำเช่นนั้นเลย ได้โปรดขอร้องล่ะเงินนั่นข้าเอาไว้ซื้อยา หากไม่มีเงิน ยาที่ข้ากินมาตลอดก็คงไม่มีทางจะซื้อมันได้อีก”

“แล้วอย่างไรเจ้าคะ นั่นคือตัวของท่านมิใช่ตัวข้า ปล่อย!!” อวี้หรานสะบัดแขนข้างที่มารดาจับเอาไว้ จนร่างของหญิงชราล้มลงกับพื้นเจ็บร้าวไปทั้งตัวมิอาจจะห้ามนางได้อีก ทำได้เพียงสะอึกสะอื้นด้วยความซอกช้ำใจมองบุตรสาวเอาเงินไปจนหมดและเดินไปอย่างมีความสุขโดยไม่หันมามองนางเลยแม้แต่น้อย

โชคดีที่เสียงของทั้งสองที่ทะเลาะกันอยู่ดังไปถึงเรือนของเหวินเทียนมู่ เขากำลังเดินไปดูเล้าไก่เพื่อดูว่ามีสัตว์เข้ามารบกวนหรือไม่ เขาชะเง้อมองชั่วครู่เห็นอวี้หรานเดินออกไป ได้ยินเสียงร่ำไห้ของหญิงชราจึงรีบเดินไปถามไถ่เพื่อมีอะไรให้ช่วยเหลือ

“พี่ลี่ พี่ลี่เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ ข้าขอเข้าไปนะขอรับ"

“เทียนมู่เจ้าเองสินะ ข้าคิดว่าอวี้หรานจะเปลี่ยนใจ ทำไมกันนะทั้ง ๆ ที่ข้าเฝ้าเลี้ยงนางมาเป็นอย่างดีมาโดยตลอดแต่นางกลับมีนิสัยเช่นนี้ อึก” นางร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดเล่าเรื่องทุกอย่างให้เทียนมู่ได้ฟัง เขาสงสารหญิงชราเหลือเกิน จึงเดินกลับเรือนนำข้าวสวยเมล็ดงามพร้อมกับอาหารที่เยว่ฉีทำเอาไว้มาให้นางได้กินเพื่อเอาแรงเสียก่อน ยิ่งร่างกายอ่อนแอเช่นนี้หากไม่มีข้าวลงท้องเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้

“พี่ลี่กินข้าวนี่ก่อนเถอะนะ ส่วนเรื่องเงินหรือยาข้าจะช่วยท่านเองมิต้องเกรงใจ หากกลัวว่าไม่มีงานรับจ้าง ข้าจะให้เยว่ฉีจ้างท่านเก็บผักเก็บเห็ดให้ท่านพอมีรายได้ ดีหรือไม่ขอรับ” ป้าลี่คุกเข่าก้มโค้งลงศีรษะแนบพื้นด้วยความซาบซึ้งน้ำใจ

“น้ำใจครั้งนี้ข้าจะไม่ลืม ข้าจะตอบแทนบุญคุณครอบครัวแซ่เหวินจนกว่าข้าจะหมดลมหายใจ”

“พี่ลี่อย่าทำเช่นนั้นขอรับ มีอะไรที่ข้าช่วยได้ข้าก็อยากช่วย ข้าเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ยุ่งยากและลำบากมาเช่นเดียวกันเข้าใจดีว่ายามนี้ท่านรู้สึกเช่นไร อย่านับว่าเป็นบุญคุณเลย ท่านก็ทำงานเพื่อแลกค่าจ้างมิได้ทำให้ข้าอย่างเปล่าประโยชน์อย่างนั้นอย่านับว่าเป็นบุญคุณเลยขอรับ" หญิงชราตื้นตันหัวใจจริง ๆ ขนาดผู้อื่นยังทำดีกับนางมากกว่าบุตรสาวที่นางเฝ้าเลี้ยงมาด้วยความรัก ยิ่งคิดนางก็ยิ่งซอกช้ำในใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 19 ขอโอกาส(ตอนจบ)

    บทที่ 19 ขอโอกาส“แต่สำหรับฉันมันคือความรัก ฉันไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน ฉันเฝ้าแต่มองหาจดหมายทุกสัปดาห์ ชอบที่เธอเขียนหาและเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างสนุกสนานราวกับว่าตัวของฉันได้อยู่ในทุก ๆ เหตุการณ์กับเธอ คืนนั้นครั้งแรกที่ได้เชยชม ฉันไม่เคยลืมมันได้สักครั้ง ไม่มีทางเลยหรือที่เราจะได้เคียงคู่""คุณอาเลิกพูดแบบนี้เถอะค่ะแค่นี้หนูก็ละอายใจมากพอแล้ว พรุ่งนี้หนูจะเดินทางกลับโรงเรียนต่อจากนี้ขอให้คุณอาดูแลสุขภาพและตามหาความสุขตามที่พี่ญาดาอยากให้คุณอาทำเถอะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" แสงดาวพูดจบกำลังจะเดินหันหลังจากพัฒน์ไป เขารีบคว้าตัวของเธอเอาไว้และโอบกอดเธอแนบอก"แสงดาวไหนเธอเคยบอกว่ารักฉันไม่ใช่หรือ ? การที่เธอเอาตัวเองออกไปอยู่ที่อื่นและหลบหนีฉันไม่ใช่ว่าเธอรักฉันหรอกรึ ตอบมาสิว่าตอนนี้เธอรู้สึกยังไงกับฉัน เรื่องของฉันกับญาดาตอนนี้เธอเองคงรับรู้ทุกอย่าง ""ใช่ค่ะหนูรู้และตอนนี้หนูก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้รักคุณอามากขนาดนั้น มันเป็นเพียงความหลงใหลชั่วครู่เท่านั้น ปล่อยเถอะค่ะอย่าทำแบบนี้อีกเลย " แสงดาวหัวใจเต้นระรัวนานมากแค่ไหนกันนะที่เธอกับเขาไม่ได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ ยิ่งพัฒน์ยื้อแสงดาวยิ่งเ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 18 ขอโทษ

    บทที่ 18 ขอโทษร่างเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น โผล่กอดญาดาแน่น“พี่ญาดาหนูขอโทษ ขอโทษหนูไม่คิดว่าเรื่องนั้นพี่จะรับรู้วันนั้นหนูเมาจนไม่ได้สติและทำเรื่องร้ายแรง หนูรู้สึกตัวและละอายใจที่ทำผิดต่อพี่ญาดาจึงไม่กล้าแม้แต่จะกล้าเผชิญหน้า ขอโทษที่ทำให้พี่เจ็บปวดอยู่เพียงลำพัง สิ่งที่พี่ขอหนูไม่สามารถทำมันได้หรอกค่ะ หนูจะกล้าทำร้ายพี่เป็นครั้งที่สองได้อย่างไร”“แสงดาว นั่นไม่ใช่ความผิดเธอ และไม่ใช่ความผิดใครอย่าคิดว่าเธอทำร้ายฉันแต่เป็นฉันต่างหากที่เป็นคนทำร้ายชีวิตของเธอกับพัฒน์ หากฉันไม่ป่วยและขอร้องให้เพื่อนเพียงคนเดียวของฉันแต่งงานกับฉันเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง ตอนนี้เธอกับพัฒน์อาจจะมีความสุขกันอยู่ก็ได้ อย่าโทษตัวเองทุกอย่างถูกกำหนดมาหมดแล้ว วาสนาของฉันคงไม่คู่ควรกับพัฒน์จึงมอบเวลาให้ฉันอยู่เคียงข้างเขาได้ไม่นาน รับปากสิว่าเธอจะทำตามความรู้สึกของเธอ” ญาดาลูบหลังแสงดาวเบา ๆ คำพูดของเธอดังกึกก้องในหูจนสมองของแสงดาวอื้ออึง ทั้งตกใจและไม่ทันได้ตั้งตัว“หนูรับปากค่ะว่าหนูจะทำตามความรู้สึก แต่ไม่รับปากนะคะว่าจะกลับไปอยู่เคียงข้างคุณอาพัฒน์”“เพียงเท่านี้แหละที่ฉันต้องการ ตอนนี้ฉันสามารถตายตาหลับอ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 17 มาหาถึงที่

    บทที่ 17 มาหาถึงที่เช้าวันนี้อากาศเย็นกว่าทุกวันที่ผ่านมา เด็ก ๆ ตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อแต่งหน้าแต่งตัวทำการแสดง เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวตื่นเต้นของเด็ก ๆ ครูเองก็ไม่ต่างกัน นานครั้งถึงจะมีผู้ใหญ่ใจดีมาเยือนที่ทุรกันดานอย่างนี้ แสงดาวเองก็อยากเห็นใบหน้าของผู้มีพระคุณจริง ๆ และอยากขอบคุณพวกเขาที่มอบโอกาสและของดี ๆ ให้กับเด็กนักเรียนไม่นานนักเสียงรถยนต์ได้ดังมาหน้าโรงเรียนครูใหญ่เดินเข้ามาแจ้งทุกคนให้เตรียมความพร้อมตอนนี้คนที่พวกเขารออยู่มาถึงแล้ว“ครูแสงดาวออกไปต้อนรับแขกกับผม ส่วนครูมุกจัดขบวนเด็กและดูความเรียบร้อยเมื่อไหร่ที่ฉันกล่าวต้อนรับเสร็จ เด็ก ๆ ต้องแสดงสิ่งที่ซ้อมไว้อย่างเต็มที่เข้าใจมั้ย”“ค่ะ/ครับ” ทั้งครูและเด็ก ๆ ต่างขานรับอย่างเข้าใจ แสงดาวออกไปต้อนรับพร้อมกับครูใหญ่ ส่วนครูอีกคนต้องอยู่กำกับเด็ก ๆเสียงรถยนต์ดับลง รถยนต์จำนวนสามคันจอดอยู่สนามเล็ก ๆ ในโรงเรียน แสงดาวตื่นเต้นจนเหงื่อออกเต็มมือไปหมด ทว่าเมื่อเธอเหลือบไปเห็นคนที่เดินลงจากรถหัวใจของเธอเต้นแรงระรั่วอีกครั้ง เธอไม่เคยติดต่อเขาไปอีกเลยตั้งแต่วันนั้นและไม่ได้บอกที่อยู่กับพี่มลเลยสักครั้งจดหมายที่เธอส่งให้พี่ม

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 16 เจ็บปวด

    บทที่ 16 เจ็บปวด“คุณอาคิดว่าแสงดาวเป็นคนแบบนั้นหรือคะ แม้ว่าแสงดาวจะมาจากสลัมแต่ไม่เคยคิดทำตัวต่ำตรมเหมือนดอกบัวอยู่ใต้โคลน ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณอาเคยทำให้ แต่ต่อจากนี้แสงดาวจะหาเลี้ยงตัวเองและพาตัวเองประสบผลสำเร็จเอง “น้ำเสียงสั่นระรั่วด้วยความเจ็บปวด พัฒน์พึ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดแรงเกินไป เขายื่นมือไปด้านหน้าอยากจะคว้าแสงดาวเอาไว้พรางกล่าวคำขอโทษ ทว่าร่างเล็กก็วิ่งหนีเขาไปแล้ว“แสงดาวไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันขอโทษ”ไมค์กำลังพูดคุยกับพี่มลอย่างสนุกสนานส่วนป้าอิ่มไปดูแลคุณญาดาอยู่ที่เรือนใหญ่ แสงดาวหยุดวิ่งรีบปาดน้ำตากลัวคนอื่นจะจับได้ ก่อนจะตะโกนเรียกชักชวนไมค์กลับหอพัก“ไมค์ตอนนี้ตะวันตกดินแล้วกลับหอกันเถอะ พี่มลฉันกลับหอก่อนนะคะ ฝากบอกป้าอิ่มด้วย ”“แสงดาวเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย พี่จะห่อข้าวให้ไปกินที่หอดีมั้ย”“ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่ค่อยหิว ”ไมค์มองสีหน้าของแสงดาวก็รู้ทันทีว่าเธอผ่านการร้องไห้มา ดวงตาของเธอเอ่อแดง หยาดน้ำตาที่ยังคลั่งค้างอยู่ในเบ้ายังคลออยู่“พี่มลครับดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ ส่วนแสงดาวพี่ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวผมจะพาเธอแวะหาอะไรกินก่อนเข้าหอ อย่าลืมแต่งตัวสวย ๆ ไปงานรับปริญ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 15 ป่วย

    บทที่ 15 ป่วยพัฒน์เดินออกไปให้ทั้งสองได้อยู่กันอย่างที่ญาดาต้องการ แสงดาวนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้าม เอ่ยถามญาดาด้วยความเป็นห่วงเกี่ยวกับอาการของเธอตอนนี้“พี่ญาดาทำไมถึงได้ป่วยขนาดนี้นะ เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่”“แสงดาวฉันนะมีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ มีเงินแค่ไหนไม่มีทางรักษาก็เปล่าประโยชน์ตอนนี้ฉันยุติการรักษาทุกอย่างแล้วล่ะ ฉันเหนื่อยที่ต้องใช้ชีวิตในโรงพยาบาล ฉันเกลียดกลิ่นยาที่คละคลุ้ง เกลียดห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่พื้นที่สีขาว ฉันถูกส่งตัวไปรักษาที่ต่างประเทศหมดเงินไปมากแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงหนทางการพยุงชีวิตของฉันเอาไว้เท่านั้น จนกระทั้งวันที่ฉันได้เจอกับพัฒน์ ฉันได้เจอแสงสว่างและการอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันไม่เคยอิจฉาใครที่รวยและไม่เคยดูหมิ่นคนที่จนกว่า แต่ฉันอิจฉาคนที่เขามีชีวิตอยู่อย่างไร้ความโรคและมีความสุขกับการใช้ชีวิต ตอนนี้ฉันปลงกับชีวิตแล้วละ และมีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันเป็นห่วงคือพัฒน์ เพราะรักมากจึงห่วงมากเลยอยากขอฝากให้เธอช่วยดูแลวันที่ฉันไม่อยู่”“ทำไมถึงพูดแบบนี้คะ พี่ญาดาต้องอยู่ไปนาน ๆ อย่าพึ่งหมดหวังนะ หากไม่ใช่โรคร้ายแรง

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 14 เรียนจบ

    บทที่ 14 เรียนจบหลายปีต่อมาแสงดาวกับไมค์เดินทางมาถึงจุดหมายของชีวิต ทั้งสองตั้งใจเรียนจนจบปริญญา เกียรตินิยมทั้งคู่“ในที่สุดเราสองคนก็เรียนจบกันจนได้ แสงดาวต่อจากนี้เราจะได้แยกทางกันจริง ๆ แล้วสินะ ฉันนะอยากไปเป็นครูอาสาอยู่บนดอยกับเธอจังเลย แต่ติดที่ว่าคุณแม่ของฉันท่านล้มป่วย ฉันต้องหาโรงเรียนใกล้ ๆ บ้านเพื่อจะได้ดูแลแม่ด้วย เพียงแค่นึกก็ใจหายแล้ว”“คิดถึงก็ติดต่อกันได้เอาไว้ฉันได้ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนฉันจะติดต่อนายกลับมานะ ฉันคิดว่าที่นั่นคงไม่มีสัญญาณมือถือแน่ ๆ เลย ต่อจากนี้ฉันขอให้นายโชคดีเจอกับคนดี ๆ นะไมค์”“เธอนี่นะ ใจร้ายจริง ๆ ใจร้ายไม่พอใจแข็งอีกต่างหาก ไม่ยอมเปิดใจให้ฉันเลย “ไมค์ขยี้หัวของแสงดาวอย่างเคยชิน เขายิ้มบาง ๆ ให้คนตรงหน้า สองปีที่แล้ว ไมค์เคยบอกความรู้สึกกับแสงดาวว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ และอยากเป็นแฟนของเธอมากกว่าเพื่อน ทว่าแสงดาวรับรู้มาตลอดและไม่ให้เขาเกินกว่าคำว่าเพื่อน แสงดาวบอกกับไมค์ว่าเธอไม่เคยคิดถึงเรื่องความรักเลย เธอต้องการตั้งใจเรียนและความรู้สึกที่มีต่อไมค์ก็มีได้เพียงเพื่อน เธอไม่ต้องการคบกันและเลิกกันหากยิ่งฝืนจะยิ่งทำให้ทั้งสองคนเจ็บปวดและต้องเลิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status