Masukจากหญิงสาวที่ยึดมั่นในรักเดียวยินยอมเป็นชายาอ๋องแม้จะได้เปนชายารอง แต่กลับถูกตอบแทนด้วยความตาย บัดนี้สวรรค์เข้าข้างให้มาเกิดใหม่ เสิ่นลู่ถิงตั้งมั่นที่จะขึ้นเป็นสนมของฮ่องเต้เพื่อแก้แค้นทุกคนแทน
Lihat lebih banyakสายลมพัดหวนด้วยแรงกระโชกก่อนเม็ดฝนจะกระหน่ำลงมาราวกับว่าร้องไห้แทนหญิงสาวแสนอาภัพผู้กำลังถูกสั่งประหารอย่างไม่ไยดี ยามที่หยดน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาแสนบอบช้ำจนนองหน้าแต่ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งประหารจากจักรพรรดิแห่งแผ่นดินได้
นางได้แต่มองดูฮ่องเต้ผู้ที่ประทานความตายให้ แต่นั่นยังไม่ทำให้ในใจเจ็บปวดเท่ามองดูชายแสนสง่าผู้นั้นที่ได้ชื่อว่าเป็นสวามียืนมองอยู่อย่างไม่รู้สึกไยดี แถมข้างกายนั้นยังมีชายาเอก สตรีที่ถูกกล่าวถึงทั่วแคว้นว่าเหมาะกับเขามากกว่าใครยืนอยู่ด้วย
ตำแหน่งของข้าและเจ้าต่างกันเพียงขั้นเดียว แต่ความห่างไกลในใจท่านอ๋องนั้นต่างกันมากมายเสียเหลือเกิน
เสียงของสายฟ้าดังลั่นกึกก้องกลบเสียงร้องไห้ราวขาดใจของบุตรีคนโตตระกูลเสิ่นไม่ได้แม้สักนิด ผู้เป็นพ่อแม่ที่ยืนมองอยู่ก็มิเคยเอ่ยปากพูดสิ่งใดเพื่อช่วยลูกสาวเลยสักครั้ง เมื่อคิดได้ดังนั้นเสียงร้องไห้ก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะราวกับคนเสียสติ
“หึ ข้าเกลียดเจ้ามากเท่าใดเจ้าย่อมรู้ดี แต่หากเจ้ามิคิดแย่งความโปรดปรานจากท่านอ๋องไปจากข้าตั้งแต่แรก ข้าคงมิต้องจัดการเจ้าถึงแก่ชีวิตเช่นนี้” ชายาเอกผู้มาจากตระกูลหลี่ยืนมองผลงานของตัวอย่างสุขใจ เพียงแค่ดาบคมนั่นบั่นลงที่คอนางทุกอย่างก็จะจบลง
“เจ้ามีอะไรอยากจะพูดหรือไม่?”
“แล้วท่านอ๋องคิดว่าข้ามีสิ่งใดที่ควรพูดอีกหรือ แม้พูดก็ตาย แม้มิพูดก็ต้องตายอยู่ดี แล้วสวามีอย่างท่านต้องการให้ข้าพูดสิ่งใดกันเล่า!”
“เจ้ามันดื้อดึงไม่รู้จักจบสิ้น!! เดิมทีข้าคิดว่าจะขอให้เสด็จพี่ประทานยกเลิกการประหารนี้หากเจ้าสำนึกบ้าง แต่หากเป็นเช่นนี้ เจ้าก็จงใช้ชีวิตของเจ้าเพื่อชดเชยทุกอย่างก็แล้วกัน”
คุณหนูเสิ่นได้แต่ยิ้มเยาะให้กับตัวเอง มองดูผู้ที่พูดจาทิ่มแทงใจกันกำลังหมุนตัวหันหลังเพื่อเดินหนีไป
“เดี๋ยวก่อน”
“หึ เจ้าสำนึกแล้วใช่หรือไม่ว่าตัวเองผิด?”
“ข้า เสิ่น ลู่ถิง มิเคยทำสิ่งใดผิด”
“เจ้า!”
“ทุกคนที่นี่ได้โปรดเป็นพยาน หากข้ามิได้ทำผิด ขอให้ข้าได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และเมื่อถึงวันนั้นข้าจะมาทวงคืนทุกอย่างจากพวกท่านทุกคน!!!”
“บังอาจ!! ประหารนางเดี๋ยวนี้!!”
หยดโลหิตสีแดงสดไหลนองเปรอะเปื้อนพื้นดินทันทีเมื่อสิ้นเสียงคำสั่งประหาร ฝนฟ้ายิ่งเทกระหน่ำตกลงมาราวกับกำลังโกรธเคืองผู้คนที่นี่ ไม่มีเสียงร้องไห้ใด ไม่มีแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์ ใครว่าชายารองอย่างข้าได้อยู่อย่างสุขสบาย เป็นชายารองของท่านอ๋องแล้วอย่างไร สุดท้ายก็แค่ถูกสั่งให้หยุดหายใจด้วยการถูกใส่ความ….ชายารองอย่างข้ามันก็เท่านี้เอง
“คุณหนูเสิ่น” “เสิ่น ลู่ถิง!” นั่นมันเสียงเรียกชื่อข้ามิใช่หรือ หรือโลกหลังความตายจะมีจริงอย่างที่ผู้คนกล่าวถึง
“คุณหนูเสิ่น เหตุใดถึงไม่คุกเข่า!”
ดังเสียงเรียกที่ดึงให้วิญญาณถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาแสนพร่ามัวพยายามมองไปโดยรอบ บรรยากาศในตอนนี้แสนคุ้นเคยนัก เหมือนกับว่ามันจะเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
“ฮ่องเต้มีราชโองการประทานงานสมรสให้คุณหนูเสิ่นกับท่านอ๋อง และหลังจากงานสมรสเสร็จสิ้น ทรงแต่งตั้งคุณหนูเสิ่นขึ้นเป็นชายารองของท่านอ๋องในทันที”
ข้อมือเล็กถูกกระชากให้คำนับลงสู่พื้น คุณหนูเสิ่นได้แต่มองดูและครุ่นคิด ยกสองมือบางของตนขึ้นมองดูพักใหญ่ ราชโองการที่เคยได้ยินมาก่อนแล้วหนึ่งครั้ง กับสถานการณ์เดิมที่เกิดขึ้นซ้ำอีก
อย่าบอกว่าข้าได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งจริงๆ แถมยังเป็นตอนที่ฮ่องเต้พึ่งประทานงานสมรสให้ด้วย … สวรรค์ช่างเข้าข้างข้าเสียจริง
“คุณหนูเสิ่นเชิญรับราชโองการ”
เสียงกงกงผู้นำราชโองการของฮ่องเต้มาที่ตระกูลเสิ่นเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง คุณหนูเสิ่นชันเข่าขึ้นนั่งอย่างสง่าและมีมารยาท ก่อนจะคำนับลงเพื่อรับราชโองการที่มิมีผู้ใดสามารถหลีกเลี่ยงได้
ชาติก่อนข้าตั้งใจปฏิเสธราชโองการเพราะคำขู่จากคุณหนูตระกูลหลี่ที่ถูกส่งมาหาข้าล่วงหน้า ทำให้ข้าถูกฮ่องเต้สั่งลงโทษที่กล้าขัดราชโองการ หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่จวนอ๋องก็ถูกกลั่นแกล้งเพราะข่าวลือที่ปฏิเสธราชโองการนั้นถูกแพร่กระจายไปทั่วจนผู้คนมองว่าข้าเป็นดั่งหญิงใจกล้ารนหาที่ตาย ในครั้งนี้ข้าจะมิยอมให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง
“เสิ่น ลู่ถิง น้อมรับราชโองการ”
ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับทีท่าตื่นตระหนกของบิดาหลังจากที่ได้ยินคำน้อมรับราชโองการแม้สักนิด ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยเอะใจเลยว่าทำไมทั้งท่านแม่และท่านย่าถึงได้มีเครื่องประดับราคาแพงอย่างนี้ ทั้งที่ตระกูลเสิ่นของเรามิเคยมีของล้ำค่าเช่นนี้มาก่อนเลย
ข้าเข้าใจแล้ววันนี้ ชาติก่อนเป็นท่านพ่อที่ออกคำสั่งและย้ำเตือนข้าว่าให้ปฏิเสธราชโองการนี้ด้วย ที่แท้แล้วพวกท่านก็แค่รับเอาของมีค่าที่ตระกูลหลี่ให้มา เพื่อกดดันให้ข้าปฏิเสธราชโองการนี้
จนในตอนนี้ข้าถึงได้รู้ตัวเองว่าในตระกูลเสิ่น มิเคยมีใครห่วงชีวิตของข้าเลยแม้สักนิด
“เหตุใดท่านพ่อถึงตื่นตระหนกอย่างนั้นละเจ้าคะ?”
“ทำไมเจ้าถึง?”
“ราชโองการของฮ่องเต้เป็นสิ่งทีหลีกเลี่ยงมิได้ ผู้ใดกล้าปฏิเสธก็คงโง่เต็มทีแล้ว หรือว่าท่านพ่ออยากให้ลูกปฏิเสธหรือเจ้าคะ?”
“ว่าอย่างไรนะ?”
เสียงกงกงถามขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์จนใต้ท้าวเสิ่นต้องก้มหน้าลงอีกครั้ง คุณหนูเสิ่นยิ้มเยาะก่อนจะตีหน้าเศร้าแล้วคำนับลงที่พื้น
“แม้ข้าจะทราบดีว่าราชโองการไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ในเมื่อท่านพ่อต้องการเช่นนั้น บุตรีอย่างข้ามิอาจไม่เชื่อฟัง ดังนั้นรบกวนกงกงช่วยกลับไปทูลฮ่องเต้ให้ทีเถิดเจ้าค่ะว่าท่านพ่อเป็นคนสั่งให้ข้าปฏิเสธราชโองการนี้”
“เสิ่น ลู่ถิง!!”
“บังอาจ!! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครถึงได้กล้าให้ลูกสาวเจ้าปฏิเสธราชโองการของข้า!!!”
คุณหนูเสิ่นยิ้มมุมปากทั้งทำความเคารพ ข้ารู้อยู่แล้วว่าฮ่องเต้จะต้องเสด็จมาที่นี่เวลานี้ เพียงแต่ในครั้งนี้ประโยคที่ฮ่องเต้ทรงได้ยินต่างจากชาติที่แล้วก็เท่านั้น
“ฝะ ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วพ่ะย่ะค่ะ หม่อมชั้น….”
“คุณหนูเสิ่นเจ้าจะปฏิเสธราชโองการของข้าใช่หรือไม่?”
“หม่อมชั้นมิกล้าเพคะ เพียงแต่เป็นลูกต้องเชื่อฟังพ่อแม่นั่นถึงจะเรียกว่ากตัญญู ดังนั้นหม่อมชั้นจึงทำตามประสงค์ของท่านพ่อเพคะ”
“เช่นนั้นเป็นใต้ท้าวเสิ่นที่บังคับให้เจ้าปฏิเสธใช่หรือไม่?”
ในเวลาแบบนี้หากรีบร้อนตอบไปคงเป็นข้าที่ถูกลงโทษเสียเอง ดังนั้นต้องพูดให้ฮ่องเต้รู้สึกว่าข้ายังพยายามปกป้องท่านพ่ออยู่บ้าง
“ฝ่าบาทตรัสผิดแล้วเพคะ ท่านพ่อเพียงชี้แนะมิได้บังคับ ไม่แน่ว่าท่านอาจมีความคิดอะไรที่เราไม่เข้าใจเพคะ ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วเลยนะเพคะ”
ปลายคางมลถูกเชยขึ้นให้เงยหน้ามองสบตา ในตอนนี้ถึงได้มองเห็นว่าฮ่องเต้ดูสง่าเพียงใด เป็นพี่ชายของท่านอ๋องดังนั้นอายุไม่ต่างกันมาก ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยมองท่านเลย งั้นก็เปลี่ยนมันเสียตั้งแต่ตอนนี้ ข้าจะไม่ขึ้นเป็นชายารองของท่านอ๋อง แต่จะเป็นผู้หญิงของฮ่องเต้
“ข้าพึ่งสังเกตว่าคุณหนูเสิ่นงดงามเช่นนี้เชียว”
เสิ่นลู่ถิงรีบผละออกแล้วก้มหน้าลง แม้ไม่ได้เห็นรอยยิ้มจากใบหน้าของฮ่องเต้แต่ก็รับรู้ได้ ราชโองการในมือถูกดึงกลับไปจนต้องเงยหน้าขึ้นมอง แขนเรียวถูกจับให้ลุกขึ้นยืนเพียงคนเดียวก่อนจะได้สบตากันอีกครั้ง
“คุณหนูเสิ่นกตัญญูอย่างนี้ งั้นราชโองการนี้ข้าจะเก็บมันก่อนก็แล้วกัน”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเข้าพระทัยเพคะ”
“ท่านอบรมลูกสาวได้ดี เห็นทีแค่ตำแหน่งชายารองของท่านอ๋องคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่”
บุรุษอย่างไรก็คือบุรุษ ต่อให้อยู่สูงส่งเพียงไหนก็ยังคงแพ้มารยาของสตรีเป็นอย่างนี้เสมอมา ชาติก่อนท่านเป็นคนสั่งประหารข้า เพราะท่านเชื่อแต่คำเท็จของคุณหนูหลี่และท่านอ๋อง เช่นนั้นชาตินี้ข้าจะสอนให้ท่านรู้จักว่าตายทั้งเป็นนั้นเป็นเช่นไร
จวนตระกูลเสิ่นฮ่องเต้เสด็จ!!! พระสนมเสิ่นเสด็จ!!!เสียงอึกกระทึกหน้าประตูจวนตระกูลเสิ่นดังขึ้นดังลั่น ก่อนบานประตูจวนต้องเปิดออกโดยไม่มีใครขัดขวางได้ ฮ่องเต้เดินประคองเสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง เหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต้องโค้งคำนับต้อนทำความเคารพตามที่ควร ดวงตากลมมองเห็นคนในตระกูลที่วิ่งออกมาต้อนรับอย่างร้อนรน“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมและฮูหยินไม่ได้ออกมาต้อนรับ”“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือ?”“ถิงถิง….” เสิ่นลู่ถิงขมวดใส่ผู้เป็นพ่อแม่ที่ใช้สายตาไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับตน นานมากแล้วที่เขาถูกส่งไปอยู่บ้านท่านป้าที่เมืองห่างไกล ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่หาทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าให้ถูกยกเลิกการประหาร ทั้งยอมเสียบรรดาศักดิ์ แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายเพราะข้า ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น“ฝ่าบาทเพคะ ดูเหมือนว่าท่านพ่อท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับหม่อมชั้น”“เหลวไหลสิ้นดี!!”“บังอาจ!!! ฮูหยินเสิ่น แม้เจ้าจะเป็นมารดา แต่บัดนี้ถิงถ
ตำหนักจิ่งเหรินวุ่นวายด้วยความห่วงใยของฮ่องเต้ หลังเสิ่นลู่ถิงถูกอุ้มกลับมาที่ตำหนักไม่นานข่าวก็ไปถึงไท่เฮา และทันทีที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่นี่ทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นบ่งบอกถึงความดีใจจนฮองเฮานึกขัดใจไม่น้อย ทั้งที่เปิดโปงสนมหลี่ได้แล้วแท้ เหตุใดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งนี้มองอย่างไรก็รู้ว่าเสิ่นลู่ถิงท้องจริงอย่างที่หมอหลวงว่า เช่นนี้แล้วฮองเฮาควรจะทำอย่างไร ปกติเสิ่นลู่ถิงก็เป็นที่โปรดปรานมากอยู่แล้ว ในวังหลังต่างรู้กันดี หากตั้งท้องลูกของฮ่องเต้เช่นนี้ คงกอบโกยทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายแล้วตนก็จะเป็นแค่ฮองเฮาเพียงชื่อ แต่สิ้นอำนาจ“กังวลใจหรือฮองเฮา” ไท่เฮาเดินมาแตะที่มือจนฮองเฮาสะดุ้งตกใจอย่างไม่ได้ตั้งตัว มือเหี่ยวย่นลูบราวกับพยายามปลอบใจตาหารู้ไม่ว่านั่นไม่ช่วยอะไร อาการดีพระทัยของไท่เฮาเมื่อครู่กำลังทำให้ฮองเฮารู้ตัวว่าต้นเหลือพื้นที่ยืนในวังน้อยลงทุกที“ปกตินางก็เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท หากนางตั้งครรภ์โอรส….”“นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้าว่าสนมเสิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันจะดีมากหากเจ้าอยู่กับนางได้อ
บรรยากาศวันพระราชสมภพใหญ่โตตามคาด เหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกเชิญเข้าวังมามากเสียใจผิดปกติ เสิ่นลู่ถิงยิ้มอย่างรู้ทัน วันนี้คงไม่ใช่แค่ฮองเฮาที่คิดจะทำการใหญ่ แต่สนมหลี่เองก็มีการใหญ่ที่วางแผนเอาไว้ตามคาด แล้วไม่แน่ว่าก็คงเกี่ยวข้องกับมารดาข้าที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเยว่จินรินชาร้อนให้ทั้งสายตายังคอยระแวดระวังอยู่เสมอ อย่างน้อยข้าก็มองคนไม่ผิดเลย เยว่จินเป็นหญิงสาวที่มีความภักดีมาก การได้นางมาอยู่ในกำมือช่างดียิ่ง“วันนี้สนมหลี่กับมีหน้าท้องนูนขึ้นมานิดหน่อย หรือว่านางจะตั้งครรภ์จริงๆ เพคะ”“ท้องคนเราจะนูนและใหญ่ขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันได้อย่างไร ข้าคิดวาวันนี้คงมีอะไรสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” เสิ่นลู่ถิงยกชาขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ก่อนเสียงพูดที่แสนระคายหูจะดังขึ้นมาจนต้องวางจอกชาลงแล้วหันมองอย่างไม่นึกหวาดกลัว“ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงสั่งให้จัดการงานพระราชสมภพอย่างใหญ่โตเพื่อสนมหลี่ คิดว่าอีกไม่นานก็คงเป็นคนโปรดเช่นเคย ไม่แน่ว่าตำแหน่งสนมเอกก็อาจจะได้คืนมาไม่ยาก” คุณหนูตระกูลเจียงคนนี้มิใช่ว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่วั
เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระ ดวงตากลมจดจ้องอยู่กับการปักผ้าผืนสวยเพื่อจะมอบให้สนมหลี่เป็นของขวัญ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสนมหลี่ ดูเหมือนฮ่องเต้จะสั่งให้คนเตรียมงานอย่างเอาอกเอาใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้านึกหนักใจแม้สักนิดถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเอาใจสนมหลี่เพียงใด แต่ใครต่างก็รู้ว่านั่นเพราะนางมีทายาทของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ทุกค่ำคืนฮ่องเต้ยังคงเสด็จมาหาข้าอยู่เสมอ ไม่มีใครได้เห็นฮ่องเต้ในยามท้องฟ้ามืดยกเว้นข้า และข้าก็เชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกไม่นานนี้“พระสนมเพคะ”“ว่าอย่างไรบ้าง?”“ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทำการใหญ่ในวันพระราชสมภพของสนมหลี่เพคะ อีกอย่างเท่าที่หม่อมชั้นให้คนคอยจับตาดู สนมหลี่ไม่เหมือนกับคนกำลังตั้งครรภ์เลยเพคะ”“อย่างไร?” เยว่จินขยับมาพูดที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตมา เสิ่นลู่ถิงฟังอย่างตั้งใจทั้งคิดตามก่อนจะยิ้มกว้าง ก็จริงอย่างที่เยว่จินว่า ทั้งที่ท้องแต่ยังพยายามยั่วให้ได้ร่วมรักกับฮ่องเต้อยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นฮ่องเต้ที่ไหวตัวทันและไม่ได้ทำอ