เข้าสู่ระบบจากหญิงสาวที่ยึดมั่นในรักเดียวยินยอมเป็นชายาอ๋องแม้จะได้เปนชายารอง แต่กลับถูกตอบแทนด้วยความตาย บัดนี้สวรรค์เข้าข้างให้มาเกิดใหม่ เสิ่นลู่ถิงตั้งมั่นที่จะขึ้นเป็นสนมของฮ่องเต้เพื่อแก้แค้นทุกคนแทน
ดูเพิ่มเติมดอกไม้ในสวนหลังวังบานสะพรั่งราวกับกำลังเฉลิมฉลองให้กับเสิ่นลู่ถิง มือบอบบางหยิบดอกไม้ขึ้นมาแล้วสูดดมทั้งรอยยิ้ม ความหอมที่แตะปลายจมูกนั้นทำให้มีความสุขขึ้นมาไม่น้อย ก่อนจะหันไปเห็นอาลี่และเยว่จินที่ผลักกันไปมาราวกับมีคำถาม“พวกเจ้ามีอะไรจะถามข้าหรือไม่?”“เยว่จิน พูดสิ”“เจ้านั่นแหละพูด”“ใครก็ได้ พูดมาเถิด” เสิ่นลู่ถิงพูดเสียงเรียบแต่ไม่ได้นึกหงุดหงิด ก้าวเดินไปนั่งลงที่ศาลากลางสวนดอกไม้ทั้งยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมารอรับฟัง“วันก่อนหม่อมชั้นกับอาลี่ได้ยินที่พระสนม…..”“หึ แล้วพวกเจ้าคิดอย่างไร?” เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นมาโดยไม่ต้องรอให้เยว่จินพูดจบ ไม่แปลกนักที่ทั้งสองคนมีอาการแปลกๆ มาช่วงไม่กี่วันนั้น ใครได้ยินเข้าก็คงมีแต่คนหาว่าข้ากับชินอ๋องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ“มันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว” คุณหนูเสิ่นมองลึกเข้าไปในดวงตาของทั้งสอง ยื่นมือลูบผมนุ่มของอาลี่อย่างเอ็นดูก่อนแววตาจะแฝงไป
“ก็รอดูเถิดว่าเป็นใครที่จะตาย”ไม่ทันได้มอบเวลาให้คุณหนูรองหลี่กับหลี่ต้าเจียได้ฉุกคิดมากนัก ฮ่องเต้ก็ปรากฏตัวขึ้น เสิ่นลู่ถิงหันมองคนที่ปรี่มาหาตนด้วยสีหน้าเป็นห่วง แล้วหันกลับไปมองคนที่ยืนมองด้วยความตกอกตกใจก่อนจะคุกเข่าลง ไหล่ที่เคลื่อนไหวเล็กน้อยยิ่งแสดงออกถึงความหวาดกลัว ได้เวลาคิดบัญชีของเราเสียที….. เสียเวลาให้ฮ่องเต้จัดการอยู่นานดาบคมถูกจ่อที่คอของคนรนหาที่ตาย หลี่หว่านหว่านทิ้งตัวนั่งลงสู่พื้นแล้วส่ายหัวราวกับไม่เชื่อว่าตนจะถูกจับได้ ก่อนหน้านี้คงตายใจไม่น้อยที่ฮ่องเต้ไม่ทรงกำหนดโทษเสียที บัดนี้ข้าช่วยส่งพวกเจ้าให้ได้ลิ้มรสความตายเร็วขึ้นหน่อยเป็นอย่างไร“ทำเรื่องชั่วช้า แล้วยังกล้าทำร้ายสนมรักของข้า!! สมควรตายนัก!!!”“ฝะ ฝ่าบาท หม่อมชั้นถูกใส่ร้ายเพคะ”“ใส่ร้ายหรือ!? ข้าเห็นด้วยตาตัวเองยังจะกล้าแก้ตัวอีก!!” ประโยคเอ่ยอ้างนั้นยิ่งทำให้ฮ่องเต้กริ้วเพิ่มมากขึ้นไปอีก ปลายดาบคมที่จ่อใกล้มากขึ้นนั้นราวกับพร้อมจะปลิดชีพหลี่หว่านหว่านเสียตั้งแต่ตอนนี้ ชินอ๋อง…หากท่านรู้ว่าชาย
“เจ้ายังเจ็บขาเหตุใดไม่รออยู่ที่โรงเตี๊ยมก่อนเล่า” เสิ่นลู่ถิงมองฮ่องเต้ที่เอาแต่พูดบ่นกันตั้งแต่ออกมา ก้มมองดูขาของตัวเองที่ยังหลงเหลืออาการเจ็บอยู่นิดหน่อยแต่ก็สามารถเดินได้แล้วก่อนจะส่ายหัวให้กับความห่วงใยที่เกินเหตุนี้“ถิงถิงไม่เป็นอะไรแล้วเพคะ ฝ่าบาทอย่าทรงกังวล” พูดก่อนจะรีบก้าวจ้ำไปหลบอยู่ที่มุมหนึ่งเพื่อเฝ้าดู ไม่นานนักเสียงฝีเท้าม้าก็ดังขึ้นพร้อมกับชายอีกหลายคนที่เข้ามา“เป็นหลี่ต้าเจียจริงๆ” ฮ่องเต้เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน หลี่ต้าเจียญาติผู้น้องของใต้เท้าหลี่ที่ไม่ได้ถูกจับไปด้วยเพราะอาศัยอยู่ในจวนของเมืองทางใต้ ตระกูลหลี่นี่ช่างเหมาะกับคำว่าชั่วทั้งตระกูลนักไม่นานเสียงโหวกเหวกของหญิงสาวที่ถูกฉุดกระชากก็ดังขึ้นผสมปนเปกับเสียงของญาติพี่น้องที่ร้องไห้ระงมเพื่อกราบขอร้องไม่ให้พาหญิงสาวเหล่านั้นไปเสิ่นลู่ถิงกำมือแน่นด้วยความโกรธเคืองกับสิ่งที่เห็น ที่แท้แล้วตระกูลหลี่ไม่ได้เคยใจร้ายแค่กับข้า แต่กลับมองชีวิตของทุกคนเป็นผักปลาที่จะสามารถนำไปทำอะไรก็ได้อย่างที่ใจต้องการทุกอย่างเ
ฮ่องเต้ไล่มองชาวบ้านที่ยิ้มแย้มยามได้รับเสบียงจากมือของเสิ่นลู่ถิง บางคนถึงขั้นยกเสบียงเพียงน้อยนิดนั่นเหนือหัวแล้วกล่าวขอบคุณตนไม่ยอมหยุดทั้งที่ความคิดนี้เป็นของหญิงสาวที่ยืนข้างกายในตอนนี้ แต่ความดีความชอบกลับเป็นของกษัตริย์ผู้ครองใต้หล้าอย่างข้าไม่รู้เลยว่าเสิ่นลู่ถิงออกมาที่นี่แล้วกี่วัน หรือแม้แต่ใช้เงินของตัวเองไปเท่าไหร่กับการซื้อเสบียงเหล่านี้มา นึกโกรธตัวเองที่ก่อนหน้านี้หลงเชื่อคำพูดของฮองเฮาที่ใส่ร้ายเสิ่นลู่ถิง ข้านี่มันโง่เสียจริง….“ฟู่เอ๋อ หลังกลับวังให้คนสืบดู ทางใต้ประสบภัยถึงเพียงนี้ เหตุใดถึงไม่มีใครเข้าวังไปแจ้งข้าเลย” เอ่ยแผ่วเบาสั่งกงกงคนสนิทเอาไว้ ตลอดทางมานี้ข้ามองเห็นความยากลำบากของที่นี่ ทั้งที่พื้นที่ทางใต้ย่ำแย่ถึงเพียงนี้ แต่ขุนนางทางใต้ไม่มีใครคิดจะรายงาน ปล่อยให้ข้ากลายเป็นฮ่องเต้ที่ไร้ความเมตตามาตั้งนานเท่าไหร่กัน“คุณหนูมาอีกแล้ว ข้าขอถามสักคำได้หรือไม่” หญิงชราจับมือเสิ่นลู่ถิงแน่นก่อนมือเล็กจะจับมือเหี่ยวย่นนั้นกลับไปแล้วพยักหน้าอนุญาตให้คนตรงหน้าเอ่ยปากถาม“เสบียงเหล่า











