Share

ตอนที่ 8 ดีใจที่ได้เจอ

Penulis: วริษา
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-31 21:09:05

ตอนที่ 8 ดีใจที่ได้เจอ

เสี่ยวเถามาพร้อมกับมารดาและเพื่อน ๆ อีกหลายคนสองข้างทางมีแสงสว่างจากโคมไฟตลอดทั้งทางเสียงผู้คนดังต่อเนื่องทำให้คลายความกังวลเรื่องความปลอดภัย ระหว่างทางเสี่ยวเถาพบเจอกับจิ้งฟงที่กำลังเดินทางไปเช่นเดียวกันทั้งสองสหายจึงจับมือกันเดินไปพร้อม ๆ กัน

เมื่อมาถึงงานทุกคนตื่นเต้นแต่ทว่าเสี่ยวเถาตื่นเต้นยิ่งกว่าคนอื่น ยิ่งเยว่ฉีเห็นรอยยิ้มได้ยินเสียงหัวเราะที่บุตรชายสนุกสานนางก็มีความสุขไปด้วยเช่นเดียวกัน

“แม่เสี่ยวเถาข้าดีใจจริง ๆ ที่ท่านพาบุตรชายออกมาเที่ยวเล่น จิ้งฟงเสียดายและพูดในทุก ๆ ครั้งที่ไม่ได้เที่ยวกับเสี่ยวเถา” ฮูหยินสวี่มารดาของจิ้งฟงเอ่ยขึ้นเมื่อมองดูเด็กทั้งสองกำลังเล่นเครื่องเล่นอยู่

“เพราะความกลัวของข้าเองเจ้าค่ะ ข้าไม่เคยคิดถึงจิตใจของบุตรชาย ยามนี้ข้ารู้แล้วว่าความสุขของลูกทำให้ข้ามีความสุขเพียงใด ขอบคุณฮูหยินนะเจ้าคะที่ไม่ห้ามจิ้งฟงมาคบหากับบุตรชายของข้า ทั้ง ๆ ที่ผู้อื่นในหมู่บ้านแทบไม่อยากจะพูดคุยกับครอบครัวของข้าเลย เพียงเพราะครอบครัวของข้ายากจน”

“ผิดแล้วครอบครัวแม่เสี่ยวเถามิได้ยากจนและข้าไม่ได้ห้ามที่บุตรชายจะคบผู้ใดเป็นสหายอีกอย่างเสี่ยวเถาเป็นเด็กฉลาดและเป็นเด็กดีมีจิตใจเมตตา ความขยันของครอบครัวแซ่เหวินทำให้ข้ายอมรับและประจักษ์ว่าคนร่ำรวยมิได้น่าคบเหมือนคนที่ขยันหรอกนะอย่าไปคิดว่าตนเองต่ำเลยทุกคนล้วนมีคุณค่าเช่นกันหมดอยู่ที่ทำตัวว่าจะทำตัวสูงต่ำเพียงใด” ฮูหยินสวี่จิตใจดีมีเมตตาความไมตรีนี้เหมือนจิ้งฟงจริง ๆ เยว่ฉีดีใจที่บุตรชายเจอสหายเช่นนี้ ตอนนั้นเองนางก็คิดถึงสหายของนางที่เคยมาเที่ยวงานเทศกาลครั้งนั้น ตั้งแต่นั้นมานางก็ไม่ได้ไปหาและรู้ข่าวของนางอีกเลยได้ยินเพียงว่าหลังคืนงานเทศกาลนางก็เดินทางไปต่างแคว้นกับสามีของนาง หลังขอนางเป็นภรรยาได้เพียงหนึ่งวัน เยว่ฉีไม่ได้ไปร่วมงานแสดงความยินดีตอนนั้นนางกำลังกังวลกลัวท่านพ่อจะจับได้เรื่องที่นางแอบออกไปเที่ยว

หลู่เหย่าหลายปีมาแล้วที่ข้าไม่ได้ข่าวคราวของเจ้าไปอยู่ที่ใดกันนะ หากรู้ว่าวันนั้นจะไม่ได้พบเจอเจ้าข้าคงออกไปหาเจ้าที่เรือนหวังว่าเจ้าจะสุขสบาย’ เยว่ฉีคิดในใจครั้นนั้นเองเสียงเล็กแหลมดังขึ้นด้านหลังของนางและเป็นเสียงที่นางจำได้ดีและคิดถึงอยู่เมื่อครู่

“เหวินเยว่ฉี ข้าดีใจจริง ๆ ที่ได้พบเจ้าที่นี่ ข้าคิดว่ารุ่งเช้าจะไปหาเจ้าที่เรือนเสียหน่อยมาพบเจอที่นี่ราวกับรู้ใจข้าจริง ๆ เจ้างดงามเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยนะ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะงดงามและสวมอาภรณ์แต่งกายดูดีกว่าเมื่อก่อนเสียอีก สบายดีหรือไม่” ร่างเล็กกระโดดกอดเยว่ฉีด้วยความดีใจการแต่งกายของนางแตกต่างกันโดยชิ้นเชิงเพียงมองก็รู้แล้วว่านางคงแต่งเข้าตระกูลที่ร่ำรวยไม่น้อย

“หลู่เหย่าข้าเองก็คิดถึงเจ้าเช่นเดียวกัน เมื่อครู่ยังหวนคิดถึงเจ้าอยู่เลยไม่คิดว่าจะได้เจอเจ้าที่นี่”

“นั่นสิ ข้านะมีเรื่องมากมายอยากพูดคุยกับเจ้า เราไปที่โรงเตี๊ยมดีหรือไม่”

“ข้าไปไม่ได้หรอกนะ ข้าไม่ได้ออกมาเพียงลำพัง” เยว่ฉีคิดถึงเพื่อนมากจริง ๆ แต่ก็ไม่สามารถจะไปโรงเตี๊ยมกับหลู่เหย่าได้ เพราะตอนนี้เสี่ยวเถายังสนุกสนานกับเพื่อน ๆ เช่นเดียวกัน

“ทำไมล่ะหรือว่าเจ้าออกเรือนแล้ว แต่ก็ไม่แปลกหรอกเพราะเจ้างดงามราวกับนางฟ้า"

“เลิกล้อเล่นเสียที ข้าไม่ได้ออกเรือนหรอกนะแต่ว่าคืนนั้นที่เราออกมาเที่ยวด้วยกันเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยทำให้ข้าตั้งครรภ์ นั่นบุตรชายของข้าเหวินเสี่ยวเถา” เยว่ฉีชี้นิ้วไปทางด้านเสี่ยวเถาเด็กชายเหลียวมองมาพอดีคิดว่าท่านแม่เรียกจึงรีบเดินกึ่งวิ่งมาหา

“ท่านแม่ ท่านแม่เรียกข้าหรือขอรับ”

“เสี่ยวเถานี่คือสหายของแม่ ป้าหลู่เหย่า”

“สหายของท่านแม่ช่างงดงามราวกับเทพธิดาเลยขอรับเช่นนี้ข้าไม่ควรจะเรียกว่าท่านป้า ต้องเรียกว่านางฟ้าสิถึงจะถูก”

“เสี่ยวเถาอย่าเสียมารยาท”

“ฮ่า ฮ่า เยว่ฉีข้าถูกชะตากับบุตรชายของเจ้าจริง ๆ เด็กน้อยเอ่ยเจ้านี่นะช่างเจรจาไม่ว่าเจ้าจะเรียกข้าอย่างไรย่อมได้เสมอ ข้ามีเรื่องมากมายจะพูดคุยกับมารดาของเจ้า รุ่งเช้าไปพบข้าที่เรือนสิข้าว่าเจ้าต้องชอบขนมที่ข้านำมาด้วยแน่ ๆ เลย เยว่ฉีรุ่งเช้าเจ้ามาหาข้าที่จวนคณะทูตนะ และแจ้งผู้เฝ้าประตูว่ามาขอพบท่านเจ้าเมืองซ่งไป๋ เมื่อทุกคนได้ยินจะพาเจ้าไปหาข้าเอง ส่วนนี่คือป้ายที่จะพาเจ้าเข้าไปหาข้าได้อย่างง่าย ๆ เสี่ยวเถานางฟ้าผู้นี้รอตอบรับเจ้านะหวังว่าจะเจ้ามาพร้อมกับท่านแม่ของเจ้า”

“ขอรับท่านป้า ข้าจะไปพบท่านกับท่านแม่แน่นอน” เด็กชายยิ้มกว้างหูผึ่งเมื่อได้ยินว่ามีขนมแสนอร่อย ดวงตาเป็นประกายแวววาว หลู่เหย่ายื่นป้ายประจำตัวของนางให้แก่เยว่ฉีและร่ำลาเพื่อให้นางได้พาบุตรชายเที่ยวเล่นให้สนุก ก่อนจะเดินจากมา ทว่าในใจของนางยังคงเคลือบแคลงและค้างคา เสมือนคุ้นเคยและเคยเห็นสายตาใบหน้าของเสี่ยเถาที่ใดสักที แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก นางจึงเลิกคิดเอาไว้สอบถามกับเยว่ฉีในวันรุ่งสาง

ฝั่งหนึ่งของงาน ร่างสูงใหญ่กำยำใบหน้าคร้ามแดดประกายมุ่งมั่นบัดบังความห้ามหาญเอาไว้ไม่มิด ใบหน้าคมเข้มมีกลิ่นอายดุดัน นัยน์ตาลึกเป็นเบ้าชัด นั่งจิบสุราอยู่โรงสุราใกล้ ๆ งานเทศกาลภายในใจหวนคิดถึงสตรีที่เขาเคยนอนกอดเมื่อครั้น 6 ปีที่แล้ว ใบหน้าของนางขนาดเท่าฝ่ามือ คิ้ววาดคล้ายจันทร์ครึ่งเสี้ยว ดวงตาหงส์ เนินแก้มอ่อนช้อยนับเป็นโฉมสะคราญหยาดฟ้ามาดินผู้หญิง นางผอมแห้งซูบเซียวประหนึ่งต้นหญ้าขาดน้ำพร้อมจะล้มลงทุกเมื่อ จนเขาอยากจะเก็บเอานางมาไว้ข้างกายและพร้อมดูแลชีวิตของนาง ทว่าค่ำคืนนั้นจบลงคำมั่นที่เขามีต่อนางยังคงอื้ออึงก้องอยู่ในหูของเขาไม่จางหาย ทว่าเขากลับถูกพี่ชายพาตัวกลับมาก่อนที่เขาจะได้สติเสียอีก แม้แต่ชื่อของนางเขายังไม่มีโอกาสได้ถามด้วยซ้ำ เขากลับมาที่นี่ทุกปีในวันเทศกาลหวังว่าจะได้พบนางอีก แต่กระนั้นนี่ก็ผ่านมา6 ปีแล้วเขาก็ยังหานางไม่พบเลย

“ท่านแม่ทัพ ท่านดื่มมากไปแล้วนะขอรับคืนนี้ผู้คนมากมายออกไปเดินเล่นสูดอากาศด้านนอกดีหรือไม่ขอรับไม่แน่คืนนี้อาจจะพบสตรีที่ท่านตามหาอยู่ก็เป็นได้”

“จางเซียงเจ้าตามข้ามีกี่ปีแล้ว เจ้าเห็นหรือไม่แต่ละปีข้าต้องกลับไปพร้อมกับความผิดหวัง เจ้าคิดว่าข้ายังมีหวังอีกหรือ”

“หากท่านแม่ทัพไม่หวังเหตุใดไม่แต่งงานกับคุณหนูตระกูลลู่เล่าขอรับ” เสมือนจางเซียงทหารคู่ขาและองครักษ์ประจำตัวของแม่ทัพซ่งฉินเฟิงจะพูดถูก เขาเงียบชะงัดวางจอกสุราลงบนโต๊ะก่อนจะถอนหายใจตำหนิจางเซียงลุกขึ้นวางเงินไว้บนโต๊ะและเดินออกไป

“พูดมาน่ารำคาญเสียจริง” จางเซียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ พรางเดินตามคุณชายของตนเองออกไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 19 ขอโอกาส(ตอนจบ)

    บทที่ 19 ขอโอกาส“แต่สำหรับฉันมันคือความรัก ฉันไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน ฉันเฝ้าแต่มองหาจดหมายทุกสัปดาห์ ชอบที่เธอเขียนหาและเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างสนุกสนานราวกับว่าตัวของฉันได้อยู่ในทุก ๆ เหตุการณ์กับเธอ คืนนั้นครั้งแรกที่ได้เชยชม ฉันไม่เคยลืมมันได้สักครั้ง ไม่มีทางเลยหรือที่เราจะได้เคียงคู่""คุณอาเลิกพูดแบบนี้เถอะค่ะแค่นี้หนูก็ละอายใจมากพอแล้ว พรุ่งนี้หนูจะเดินทางกลับโรงเรียนต่อจากนี้ขอให้คุณอาดูแลสุขภาพและตามหาความสุขตามที่พี่ญาดาอยากให้คุณอาทำเถอะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" แสงดาวพูดจบกำลังจะเดินหันหลังจากพัฒน์ไป เขารีบคว้าตัวของเธอเอาไว้และโอบกอดเธอแนบอก"แสงดาวไหนเธอเคยบอกว่ารักฉันไม่ใช่หรือ ? การที่เธอเอาตัวเองออกไปอยู่ที่อื่นและหลบหนีฉันไม่ใช่ว่าเธอรักฉันหรอกรึ ตอบมาสิว่าตอนนี้เธอรู้สึกยังไงกับฉัน เรื่องของฉันกับญาดาตอนนี้เธอเองคงรับรู้ทุกอย่าง ""ใช่ค่ะหนูรู้และตอนนี้หนูก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้รักคุณอามากขนาดนั้น มันเป็นเพียงความหลงใหลชั่วครู่เท่านั้น ปล่อยเถอะค่ะอย่าทำแบบนี้อีกเลย " แสงดาวหัวใจเต้นระรัวนานมากแค่ไหนกันนะที่เธอกับเขาไม่ได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ ยิ่งพัฒน์ยื้อแสงดาวยิ่งเ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 18 ขอโทษ

    บทที่ 18 ขอโทษร่างเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น โผล่กอดญาดาแน่น“พี่ญาดาหนูขอโทษ ขอโทษหนูไม่คิดว่าเรื่องนั้นพี่จะรับรู้วันนั้นหนูเมาจนไม่ได้สติและทำเรื่องร้ายแรง หนูรู้สึกตัวและละอายใจที่ทำผิดต่อพี่ญาดาจึงไม่กล้าแม้แต่จะกล้าเผชิญหน้า ขอโทษที่ทำให้พี่เจ็บปวดอยู่เพียงลำพัง สิ่งที่พี่ขอหนูไม่สามารถทำมันได้หรอกค่ะ หนูจะกล้าทำร้ายพี่เป็นครั้งที่สองได้อย่างไร”“แสงดาว นั่นไม่ใช่ความผิดเธอ และไม่ใช่ความผิดใครอย่าคิดว่าเธอทำร้ายฉันแต่เป็นฉันต่างหากที่เป็นคนทำร้ายชีวิตของเธอกับพัฒน์ หากฉันไม่ป่วยและขอร้องให้เพื่อนเพียงคนเดียวของฉันแต่งงานกับฉันเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง ตอนนี้เธอกับพัฒน์อาจจะมีความสุขกันอยู่ก็ได้ อย่าโทษตัวเองทุกอย่างถูกกำหนดมาหมดแล้ว วาสนาของฉันคงไม่คู่ควรกับพัฒน์จึงมอบเวลาให้ฉันอยู่เคียงข้างเขาได้ไม่นาน รับปากสิว่าเธอจะทำตามความรู้สึกของเธอ” ญาดาลูบหลังแสงดาวเบา ๆ คำพูดของเธอดังกึกก้องในหูจนสมองของแสงดาวอื้ออึง ทั้งตกใจและไม่ทันได้ตั้งตัว“หนูรับปากค่ะว่าหนูจะทำตามความรู้สึก แต่ไม่รับปากนะคะว่าจะกลับไปอยู่เคียงข้างคุณอาพัฒน์”“เพียงเท่านี้แหละที่ฉันต้องการ ตอนนี้ฉันสามารถตายตาหลับอ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 17 มาหาถึงที่

    บทที่ 17 มาหาถึงที่เช้าวันนี้อากาศเย็นกว่าทุกวันที่ผ่านมา เด็ก ๆ ตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อแต่งหน้าแต่งตัวทำการแสดง เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวตื่นเต้นของเด็ก ๆ ครูเองก็ไม่ต่างกัน นานครั้งถึงจะมีผู้ใหญ่ใจดีมาเยือนที่ทุรกันดานอย่างนี้ แสงดาวเองก็อยากเห็นใบหน้าของผู้มีพระคุณจริง ๆ และอยากขอบคุณพวกเขาที่มอบโอกาสและของดี ๆ ให้กับเด็กนักเรียนไม่นานนักเสียงรถยนต์ได้ดังมาหน้าโรงเรียนครูใหญ่เดินเข้ามาแจ้งทุกคนให้เตรียมความพร้อมตอนนี้คนที่พวกเขารออยู่มาถึงแล้ว“ครูแสงดาวออกไปต้อนรับแขกกับผม ส่วนครูมุกจัดขบวนเด็กและดูความเรียบร้อยเมื่อไหร่ที่ฉันกล่าวต้อนรับเสร็จ เด็ก ๆ ต้องแสดงสิ่งที่ซ้อมไว้อย่างเต็มที่เข้าใจมั้ย”“ค่ะ/ครับ” ทั้งครูและเด็ก ๆ ต่างขานรับอย่างเข้าใจ แสงดาวออกไปต้อนรับพร้อมกับครูใหญ่ ส่วนครูอีกคนต้องอยู่กำกับเด็ก ๆเสียงรถยนต์ดับลง รถยนต์จำนวนสามคันจอดอยู่สนามเล็ก ๆ ในโรงเรียน แสงดาวตื่นเต้นจนเหงื่อออกเต็มมือไปหมด ทว่าเมื่อเธอเหลือบไปเห็นคนที่เดินลงจากรถหัวใจของเธอเต้นแรงระรั่วอีกครั้ง เธอไม่เคยติดต่อเขาไปอีกเลยตั้งแต่วันนั้นและไม่ได้บอกที่อยู่กับพี่มลเลยสักครั้งจดหมายที่เธอส่งให้พี่ม

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 16 เจ็บปวด

    บทที่ 16 เจ็บปวด“คุณอาคิดว่าแสงดาวเป็นคนแบบนั้นหรือคะ แม้ว่าแสงดาวจะมาจากสลัมแต่ไม่เคยคิดทำตัวต่ำตรมเหมือนดอกบัวอยู่ใต้โคลน ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณอาเคยทำให้ แต่ต่อจากนี้แสงดาวจะหาเลี้ยงตัวเองและพาตัวเองประสบผลสำเร็จเอง “น้ำเสียงสั่นระรั่วด้วยความเจ็บปวด พัฒน์พึ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดแรงเกินไป เขายื่นมือไปด้านหน้าอยากจะคว้าแสงดาวเอาไว้พรางกล่าวคำขอโทษ ทว่าร่างเล็กก็วิ่งหนีเขาไปแล้ว“แสงดาวไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันขอโทษ”ไมค์กำลังพูดคุยกับพี่มลอย่างสนุกสนานส่วนป้าอิ่มไปดูแลคุณญาดาอยู่ที่เรือนใหญ่ แสงดาวหยุดวิ่งรีบปาดน้ำตากลัวคนอื่นจะจับได้ ก่อนจะตะโกนเรียกชักชวนไมค์กลับหอพัก“ไมค์ตอนนี้ตะวันตกดินแล้วกลับหอกันเถอะ พี่มลฉันกลับหอก่อนนะคะ ฝากบอกป้าอิ่มด้วย ”“แสงดาวเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย พี่จะห่อข้าวให้ไปกินที่หอดีมั้ย”“ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่ค่อยหิว ”ไมค์มองสีหน้าของแสงดาวก็รู้ทันทีว่าเธอผ่านการร้องไห้มา ดวงตาของเธอเอ่อแดง หยาดน้ำตาที่ยังคลั่งค้างอยู่ในเบ้ายังคลออยู่“พี่มลครับดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ ส่วนแสงดาวพี่ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวผมจะพาเธอแวะหาอะไรกินก่อนเข้าหอ อย่าลืมแต่งตัวสวย ๆ ไปงานรับปริญ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 15 ป่วย

    บทที่ 15 ป่วยพัฒน์เดินออกไปให้ทั้งสองได้อยู่กันอย่างที่ญาดาต้องการ แสงดาวนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้าม เอ่ยถามญาดาด้วยความเป็นห่วงเกี่ยวกับอาการของเธอตอนนี้“พี่ญาดาทำไมถึงได้ป่วยขนาดนี้นะ เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่”“แสงดาวฉันนะมีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ มีเงินแค่ไหนไม่มีทางรักษาก็เปล่าประโยชน์ตอนนี้ฉันยุติการรักษาทุกอย่างแล้วล่ะ ฉันเหนื่อยที่ต้องใช้ชีวิตในโรงพยาบาล ฉันเกลียดกลิ่นยาที่คละคลุ้ง เกลียดห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่พื้นที่สีขาว ฉันถูกส่งตัวไปรักษาที่ต่างประเทศหมดเงินไปมากแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงหนทางการพยุงชีวิตของฉันเอาไว้เท่านั้น จนกระทั้งวันที่ฉันได้เจอกับพัฒน์ ฉันได้เจอแสงสว่างและการอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันไม่เคยอิจฉาใครที่รวยและไม่เคยดูหมิ่นคนที่จนกว่า แต่ฉันอิจฉาคนที่เขามีชีวิตอยู่อย่างไร้ความโรคและมีความสุขกับการใช้ชีวิต ตอนนี้ฉันปลงกับชีวิตแล้วละ และมีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันเป็นห่วงคือพัฒน์ เพราะรักมากจึงห่วงมากเลยอยากขอฝากให้เธอช่วยดูแลวันที่ฉันไม่อยู่”“ทำไมถึงพูดแบบนี้คะ พี่ญาดาต้องอยู่ไปนาน ๆ อย่าพึ่งหมดหวังนะ หากไม่ใช่โรคร้ายแรง

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 14 เรียนจบ

    บทที่ 14 เรียนจบหลายปีต่อมาแสงดาวกับไมค์เดินทางมาถึงจุดหมายของชีวิต ทั้งสองตั้งใจเรียนจนจบปริญญา เกียรตินิยมทั้งคู่“ในที่สุดเราสองคนก็เรียนจบกันจนได้ แสงดาวต่อจากนี้เราจะได้แยกทางกันจริง ๆ แล้วสินะ ฉันนะอยากไปเป็นครูอาสาอยู่บนดอยกับเธอจังเลย แต่ติดที่ว่าคุณแม่ของฉันท่านล้มป่วย ฉันต้องหาโรงเรียนใกล้ ๆ บ้านเพื่อจะได้ดูแลแม่ด้วย เพียงแค่นึกก็ใจหายแล้ว”“คิดถึงก็ติดต่อกันได้เอาไว้ฉันได้ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนฉันจะติดต่อนายกลับมานะ ฉันคิดว่าที่นั่นคงไม่มีสัญญาณมือถือแน่ ๆ เลย ต่อจากนี้ฉันขอให้นายโชคดีเจอกับคนดี ๆ นะไมค์”“เธอนี่นะ ใจร้ายจริง ๆ ใจร้ายไม่พอใจแข็งอีกต่างหาก ไม่ยอมเปิดใจให้ฉันเลย “ไมค์ขยี้หัวของแสงดาวอย่างเคยชิน เขายิ้มบาง ๆ ให้คนตรงหน้า สองปีที่แล้ว ไมค์เคยบอกความรู้สึกกับแสงดาวว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ และอยากเป็นแฟนของเธอมากกว่าเพื่อน ทว่าแสงดาวรับรู้มาตลอดและไม่ให้เขาเกินกว่าคำว่าเพื่อน แสงดาวบอกกับไมค์ว่าเธอไม่เคยคิดถึงเรื่องความรักเลย เธอต้องการตั้งใจเรียนและความรู้สึกที่มีต่อไมค์ก็มีได้เพียงเพื่อน เธอไม่ต้องการคบกันและเลิกกันหากยิ่งฝืนจะยิ่งทำให้ทั้งสองคนเจ็บปวดและต้องเลิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status