Share

ตอนที่ 6 ใจอ่อน

Penulis: วริษา
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-28 21:51:43

ตอนที่ 6 ใจอ่อน

เยว่ฉีเงยหน้ามองท้องฟ้าสายลมพัดเย็นยะเยือกกระทบผิวกาย นี่ก็ใกล้เข้าสู่งานเทศกาลที่ทำให้นางได้พบเจอกับบิดาของเสี่ยวเถาอีกครั้ง มีหลายครั้งที่เสี่ยวเถาชักชวนนางให้พาไปเที่ยวงานเทศกาลแต่นางก็ยังคงปฏิเสธบุตรชายทุกครั้ง ไม่รู้ว่าครั้งนี้บุตรชายจะยอมอีกหรือไม่

“ใบหน้าของท่านจะเหมือนเสี่ยวเถาหรือไม่นะ ทุกเทศกาลยามนี้มาเยือนในใจของท่านจะหวนคิดถึงข้าสักนิดหรือไม่ ? เพราะข้าอ่อนต่อโลกและเป็นสตรีชนบทสินะท่านถึงได้พูดจาหลอกลวงจนทำให้ข้าหลงไหล แต่ก็นับว่าเป็นโชคชะตาที่ท่านทิ้งเสี่ยวเถาไว้ให้ข้า หากเจอท่านอีกคราข้าจะไม่ย้อนถามและไม่เรียกร้องสิ่งใดจากท่านแม้แต่น้อย” เยว่ฉีพูดเบา ๆ หากเป็นเมื่อก่อนนางคงร่ำไห้ทุกครั้งที่คิดถึงบุรุษใจร้าย แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปนางพูดทั้งรอยยิ้มอย่างน้อยเขาก็มอบของมีค่าไว้กับนาง

สองวันถัดมางานเทศกาลมาเยือน เด็ก ๆ ในหมู่บ้านพากันตื่นเต้นพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เสี่ยวเถามีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งเขานั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้สหายได้เดินมาพร้อมขนมไหว้พระจันทร์ยื่นมันให้เสี่ยวเถาได้ลิ้มลอง

“มานั่งทำอะไรอยู่ด้านนี้ ไม่เห็นเจ้าไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ”

“จิ้งฟงเจ้ามาแล้วสินะ ข้าไม่อยากวิ่งเล่นให้เหน็ดเหนื่อย ข้าเพียงต้องการอยู่เงียบ ๆ ใช้ความคิดนะ อีกไม่นานต่อจากนี้ข้าจะต้องไปร่ำเรียนที่สำนักแล้วเจ้าล่ะได้ไปด้วยกันหรือไม่”

“แน่นอนอยู่แล้ว ท่านพ่อของข้าจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ข้าแล้ว โชคดีจริง ๆ ที่มีเจ้าไปด้วยข้านะโง่เขลามีเจ้าอยู่ใกล้ ๆ คงดีไม่น้อย หากข้าติดขัดตรงใดอย่างน้อยก็มีเจ้าคอยช่วยเหลือ เอานี่สินบนของข้า” เสี่ยวเถารับขนมไหว้พระจันทร์พร้อมหัวเราะออกมาอย่างขบขัน สหายผู้นี้เก่งและฉลาดกว่าเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน เสี่ยวเถาจึงยอมคบเขาเป็นเพื่อนเพราะไม่ต้องอธิบายเรื่องยุ่งยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจไม่ว่าเขาจะเอ่ยอันใดออกมาจิ้งฟงก็เข้าใจเขาทุกอย่าง ทั้งสองจึงรู้ใจกันและกัน จิ้งฟงนั่งลงข้าง ๆ กัดกินขนมในส่วนของตนเองพรางเอ่ยถามเรื่องงานเทศกาลกับเสี่ยวเถา

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าไม่เคยไปเที่ยวงานเทศกาลเลยอย่างนั้นหรือ ? ปีนี้เจ้าจะไปหรือไม่ ข้าอยากเดินเล่นกับเจ้า มีการแสดงมากมายน่าทึ่งทั้งนั้น หากเจ้าได้ดูการแสดงสลับใบหน้าเจ้าต้องชื่นชอบและตื่นเต้นมาก ๆ แน่ ๆ ”

“งานเทศกาลหรือ ? คงไม่ได้ไปตามเคยท่านแม่มักจะบอกว่าไม่ว่างมีงานต้องทำมากมาย”

“มิใช่ว่าท่านแม่ของเจ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่ดีในงานเทศกาลหรือไม่ ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดไม่ชื่นชอบที่จะออกไปเที่ยวเลยนะ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ข้าจะไปขอป้าเยว่ฉีให้พาเจ้าไปเที่ยวด้วยกัน” ทันทีที่ได้ยินเสี่ยวเถาก็พลันคิดถึงเรื่องที่มารดาตั้งครรภ์หลังจากงานเทศกาล หรือนี่คือสิ่งที่ทำให้ท่านแม่เกลียดงานเทศกาล ในทุก ๆ ปีจะดับเทียนนอนตั้งแต่หัวค่ำ

“ทำไมข้าถึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ ขอบใจเจ้าจริง ๆ จิ้งฟง” เสี่ยวเถายิ้มระรื่นลุกขึ้นพรวดตบบ่าสหายก่อนจะวิ่งกลับเรือนไปหามารดา

เยว่ฉีกำลังช่วยบิดานำฟักข้าวโพดที่ใช้ทำพันธุ์มาตากเพื่อไว้เพาะปลูกในครั้งหน้าจะได้ลดต้นทุนในการซื้อเมล็ดพันธุ์แม้จะไม่ได้ซื้อแต่ก็ไม่อยากให้ชาวบ้านสงสัยไปมากกว่านี้

“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ” 

“เสี่ยวเถาจะตะโกนร้องเสียงดังทำไมกันแถมยังวิ่งหน้าตั้งมีเรื่องอะไรหรือ ?” เยว่ฉีตำหนิบุตรชายเพราะกลัวจะหกล้มได้รับบาดเจ็บ

“โธ่...ท่านตาดูท่านแม่สิขอรับ ข้าโตขนาดนี้แล้วยังเป็นห่วง ท่านแม่ข้าได้ยินจิ้งฟงกับเพื่อน ๆ พูดคุยกันเรื่องงานเทศกาล ท่านแม่พาข้าไปเที่ยวได้หรือไม่ขอรับ” เยว่ฉีหยุดชะงักวางฟักข้าวโพดไว้ที่เดิม ก่อนจะตอบบุตรชายและเดินหนีไป

“ไม่ได้ อย่างไรก็ไม่ได้” เสี่ยวเถาหุบยิ้มทันทีพรางหันไปมองท่านตาให้ช่วยเหลือตนเอง

“ข้าช่วยเจ้ามิได้หรอกเสี่ยวเถา ตาของข้านั้นพร่ามัวยิ่งตอนกลางคืนยิ่งมองไม่ค่อยเห็น เจ้าลองไปชักชวนมารดาของเจ้าอีกคราไม่แน่นางอาจจะใจอ่อนก็เป็นได้”

“ท่านตาไม่ช่วยข้าเลย ท่านแม่ขอรับข้าอยากไปเที่ยวจริง ๆ นะขอรับ” เสี่ยวเถารีบเร่งฝีเท้าเดินตามหลังมารดาไปที่หลังเรือน

นางทำทีไม่ได้ยินคำพูดของบุตรชาย เก็บผ้าที่ซักเอาไว้เข้าเรือนทันที เสี่ยวเถาไม่ละความพยายามยังคงเดินตามหลังไม่หยุด เยว่ฉีนั่งพับอาภรณ์ เสี่ยวเถาก็รีบมาช่วยส่งสายตาเว้าวอนขอร้องท่านแม่สุดความสามารถ

“ท่านแม่ ข้ารักท่านแม่นะขอรับ หากข้าช่วยท่านพับผ้าเสร็จท่านแม่ต้องพาข้าไปนะขอรับ”

“เสี่ยวเถาข้าบอกไม่ได้คือไม่ได้เจ้าไม่เข้าใจหรอกว่าที่นั่นมันอันตรายเพียงใด ต่อให้เจ้าช่วยข้าพับผ้าหรือทำงานเสร็จข้าก็ไม่พาเจ้าไป ล้มเลิกความคิดนั้นซ่ะ”

“ที่ท่านแม่ไม่อยากไปเพราะไม่อยากนึกถึงท่านพ่อหรือขอรับ ความเจ็บปวดที่ท่านแม่ต้องพบเจอเกี่ยวกับงานเทศกาล”เสี่ยวเถาขยับเข้ามาจับมือของมารดาจ้องมองใบหน้าพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

“แต่ท่านแม่อย่าลืมสิขอรับ หากไม่มีวันนั้นก็คงไม่มีข้าในวันนี้ มิใช่มีแต่เรื่องเจ็บปวดเท่านั้นยังมีข้าบุตรที่ท่านรักมิใช่หรือขอรับ? หรือท่านแม่ไม่ได้ดีใจที่มีข้าในยามนี้ ข้าอยากให้ท่านแม่ลืมเรื่องคืนนั้นและคิดว่าคืนนั้นคือคืนที่ทำให้เราสองคนแม่ลูกได้พบเจอกัน” 

“เสี่ยวเถาแม่ผู้นี้ลืมคิดถึงความรู้สึกของเจ้า ขอโทษขอโทษที่ทำให้เจ้ารู้สึกเช่นนั้น” เยว่ฉีดึงกายบุตรชายเข้ามากอดเอาไว้แน่นพรางลูบศีรษะเบา ๆ ด้วยความรู้สึกผิดในใจ น้ำตาเอ่อคลอออกมา

“ท่านแม่ไปเที่ยวกับข้านะขอรับ เรามาสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ในคืนงานเทศกาลกันเถอะขอรับ แม้ว่าบุรุษผู้นั้นจะทำท่านแม่เจ็บปวด แต่บุรุษผู้นี้จะคอยปกป้องและจับมือท่านแม่ตลอดเส้นทางเองขอรับ ไม่มีทางทำให้ท่านแม่เจ็บปวดและเสียใจเป็นอันขาด” เยว่ฉียิ้มทั้งน้ำตาเป็นวาสนาจริง ๆ ที่ทำให้นางได้พบเจอกับบุตรชายที่แสนดีเช่นนี้

“เอาล่ะ ต่อจากนี้เรามาสร้างความทรงจำใหม่ ๆ กัน ก่อนอื่นเสี่ยวเถาของแม่ต้องช่วยพับผ้ารดน้ำผักเสียก่อนเมื่อตะวันตกดินก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์ให้หล่อเหลาที่สุด แม่ผู้นี้จะพาเจ้าไปเที่ยวงานเทศกาลเอง” เยว่ฉีเปลี่ยนใจเมื่อนึกถึงจิตใจของบุตรชาย เขาเองก็เป็นเด็กเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป อยากรู้อยากเห็นอยากเที่ยวเล่นตามวัยของตนเอง

“ขอรับท่านแม่อย่างนั้นข้าจะรีบลงมือพับผ้าให้เสร็จขอรับ” เด็กชายโผล่กอดมารดาตอนนี้นางสามารถก้าวผ่านความทรงจำไม่ดีได้แล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 19 ขอโอกาส(ตอนจบ)

    บทที่ 19 ขอโอกาส“แต่สำหรับฉันมันคือความรัก ฉันไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน ฉันเฝ้าแต่มองหาจดหมายทุกสัปดาห์ ชอบที่เธอเขียนหาและเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างสนุกสนานราวกับว่าตัวของฉันได้อยู่ในทุก ๆ เหตุการณ์กับเธอ คืนนั้นครั้งแรกที่ได้เชยชม ฉันไม่เคยลืมมันได้สักครั้ง ไม่มีทางเลยหรือที่เราจะได้เคียงคู่""คุณอาเลิกพูดแบบนี้เถอะค่ะแค่นี้หนูก็ละอายใจมากพอแล้ว พรุ่งนี้หนูจะเดินทางกลับโรงเรียนต่อจากนี้ขอให้คุณอาดูแลสุขภาพและตามหาความสุขตามที่พี่ญาดาอยากให้คุณอาทำเถอะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" แสงดาวพูดจบกำลังจะเดินหันหลังจากพัฒน์ไป เขารีบคว้าตัวของเธอเอาไว้และโอบกอดเธอแนบอก"แสงดาวไหนเธอเคยบอกว่ารักฉันไม่ใช่หรือ ? การที่เธอเอาตัวเองออกไปอยู่ที่อื่นและหลบหนีฉันไม่ใช่ว่าเธอรักฉันหรอกรึ ตอบมาสิว่าตอนนี้เธอรู้สึกยังไงกับฉัน เรื่องของฉันกับญาดาตอนนี้เธอเองคงรับรู้ทุกอย่าง ""ใช่ค่ะหนูรู้และตอนนี้หนูก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้รักคุณอามากขนาดนั้น มันเป็นเพียงความหลงใหลชั่วครู่เท่านั้น ปล่อยเถอะค่ะอย่าทำแบบนี้อีกเลย " แสงดาวหัวใจเต้นระรัวนานมากแค่ไหนกันนะที่เธอกับเขาไม่ได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ ยิ่งพัฒน์ยื้อแสงดาวยิ่งเ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 18 ขอโทษ

    บทที่ 18 ขอโทษร่างเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น โผล่กอดญาดาแน่น“พี่ญาดาหนูขอโทษ ขอโทษหนูไม่คิดว่าเรื่องนั้นพี่จะรับรู้วันนั้นหนูเมาจนไม่ได้สติและทำเรื่องร้ายแรง หนูรู้สึกตัวและละอายใจที่ทำผิดต่อพี่ญาดาจึงไม่กล้าแม้แต่จะกล้าเผชิญหน้า ขอโทษที่ทำให้พี่เจ็บปวดอยู่เพียงลำพัง สิ่งที่พี่ขอหนูไม่สามารถทำมันได้หรอกค่ะ หนูจะกล้าทำร้ายพี่เป็นครั้งที่สองได้อย่างไร”“แสงดาว นั่นไม่ใช่ความผิดเธอ และไม่ใช่ความผิดใครอย่าคิดว่าเธอทำร้ายฉันแต่เป็นฉันต่างหากที่เป็นคนทำร้ายชีวิตของเธอกับพัฒน์ หากฉันไม่ป่วยและขอร้องให้เพื่อนเพียงคนเดียวของฉันแต่งงานกับฉันเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง ตอนนี้เธอกับพัฒน์อาจจะมีความสุขกันอยู่ก็ได้ อย่าโทษตัวเองทุกอย่างถูกกำหนดมาหมดแล้ว วาสนาของฉันคงไม่คู่ควรกับพัฒน์จึงมอบเวลาให้ฉันอยู่เคียงข้างเขาได้ไม่นาน รับปากสิว่าเธอจะทำตามความรู้สึกของเธอ” ญาดาลูบหลังแสงดาวเบา ๆ คำพูดของเธอดังกึกก้องในหูจนสมองของแสงดาวอื้ออึง ทั้งตกใจและไม่ทันได้ตั้งตัว“หนูรับปากค่ะว่าหนูจะทำตามความรู้สึก แต่ไม่รับปากนะคะว่าจะกลับไปอยู่เคียงข้างคุณอาพัฒน์”“เพียงเท่านี้แหละที่ฉันต้องการ ตอนนี้ฉันสามารถตายตาหลับอ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 17 มาหาถึงที่

    บทที่ 17 มาหาถึงที่เช้าวันนี้อากาศเย็นกว่าทุกวันที่ผ่านมา เด็ก ๆ ตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อแต่งหน้าแต่งตัวทำการแสดง เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวตื่นเต้นของเด็ก ๆ ครูเองก็ไม่ต่างกัน นานครั้งถึงจะมีผู้ใหญ่ใจดีมาเยือนที่ทุรกันดานอย่างนี้ แสงดาวเองก็อยากเห็นใบหน้าของผู้มีพระคุณจริง ๆ และอยากขอบคุณพวกเขาที่มอบโอกาสและของดี ๆ ให้กับเด็กนักเรียนไม่นานนักเสียงรถยนต์ได้ดังมาหน้าโรงเรียนครูใหญ่เดินเข้ามาแจ้งทุกคนให้เตรียมความพร้อมตอนนี้คนที่พวกเขารออยู่มาถึงแล้ว“ครูแสงดาวออกไปต้อนรับแขกกับผม ส่วนครูมุกจัดขบวนเด็กและดูความเรียบร้อยเมื่อไหร่ที่ฉันกล่าวต้อนรับเสร็จ เด็ก ๆ ต้องแสดงสิ่งที่ซ้อมไว้อย่างเต็มที่เข้าใจมั้ย”“ค่ะ/ครับ” ทั้งครูและเด็ก ๆ ต่างขานรับอย่างเข้าใจ แสงดาวออกไปต้อนรับพร้อมกับครูใหญ่ ส่วนครูอีกคนต้องอยู่กำกับเด็ก ๆเสียงรถยนต์ดับลง รถยนต์จำนวนสามคันจอดอยู่สนามเล็ก ๆ ในโรงเรียน แสงดาวตื่นเต้นจนเหงื่อออกเต็มมือไปหมด ทว่าเมื่อเธอเหลือบไปเห็นคนที่เดินลงจากรถหัวใจของเธอเต้นแรงระรั่วอีกครั้ง เธอไม่เคยติดต่อเขาไปอีกเลยตั้งแต่วันนั้นและไม่ได้บอกที่อยู่กับพี่มลเลยสักครั้งจดหมายที่เธอส่งให้พี่ม

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 16 เจ็บปวด

    บทที่ 16 เจ็บปวด“คุณอาคิดว่าแสงดาวเป็นคนแบบนั้นหรือคะ แม้ว่าแสงดาวจะมาจากสลัมแต่ไม่เคยคิดทำตัวต่ำตรมเหมือนดอกบัวอยู่ใต้โคลน ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณอาเคยทำให้ แต่ต่อจากนี้แสงดาวจะหาเลี้ยงตัวเองและพาตัวเองประสบผลสำเร็จเอง “น้ำเสียงสั่นระรั่วด้วยความเจ็บปวด พัฒน์พึ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดแรงเกินไป เขายื่นมือไปด้านหน้าอยากจะคว้าแสงดาวเอาไว้พรางกล่าวคำขอโทษ ทว่าร่างเล็กก็วิ่งหนีเขาไปแล้ว“แสงดาวไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันขอโทษ”ไมค์กำลังพูดคุยกับพี่มลอย่างสนุกสนานส่วนป้าอิ่มไปดูแลคุณญาดาอยู่ที่เรือนใหญ่ แสงดาวหยุดวิ่งรีบปาดน้ำตากลัวคนอื่นจะจับได้ ก่อนจะตะโกนเรียกชักชวนไมค์กลับหอพัก“ไมค์ตอนนี้ตะวันตกดินแล้วกลับหอกันเถอะ พี่มลฉันกลับหอก่อนนะคะ ฝากบอกป้าอิ่มด้วย ”“แสงดาวเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย พี่จะห่อข้าวให้ไปกินที่หอดีมั้ย”“ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่ค่อยหิว ”ไมค์มองสีหน้าของแสงดาวก็รู้ทันทีว่าเธอผ่านการร้องไห้มา ดวงตาของเธอเอ่อแดง หยาดน้ำตาที่ยังคลั่งค้างอยู่ในเบ้ายังคลออยู่“พี่มลครับดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ ส่วนแสงดาวพี่ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวผมจะพาเธอแวะหาอะไรกินก่อนเข้าหอ อย่าลืมแต่งตัวสวย ๆ ไปงานรับปริญ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 15 ป่วย

    บทที่ 15 ป่วยพัฒน์เดินออกไปให้ทั้งสองได้อยู่กันอย่างที่ญาดาต้องการ แสงดาวนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้าม เอ่ยถามญาดาด้วยความเป็นห่วงเกี่ยวกับอาการของเธอตอนนี้“พี่ญาดาทำไมถึงได้ป่วยขนาดนี้นะ เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่”“แสงดาวฉันนะมีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ มีเงินแค่ไหนไม่มีทางรักษาก็เปล่าประโยชน์ตอนนี้ฉันยุติการรักษาทุกอย่างแล้วล่ะ ฉันเหนื่อยที่ต้องใช้ชีวิตในโรงพยาบาล ฉันเกลียดกลิ่นยาที่คละคลุ้ง เกลียดห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่พื้นที่สีขาว ฉันถูกส่งตัวไปรักษาที่ต่างประเทศหมดเงินไปมากแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงหนทางการพยุงชีวิตของฉันเอาไว้เท่านั้น จนกระทั้งวันที่ฉันได้เจอกับพัฒน์ ฉันได้เจอแสงสว่างและการอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันไม่เคยอิจฉาใครที่รวยและไม่เคยดูหมิ่นคนที่จนกว่า แต่ฉันอิจฉาคนที่เขามีชีวิตอยู่อย่างไร้ความโรคและมีความสุขกับการใช้ชีวิต ตอนนี้ฉันปลงกับชีวิตแล้วละ และมีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันเป็นห่วงคือพัฒน์ เพราะรักมากจึงห่วงมากเลยอยากขอฝากให้เธอช่วยดูแลวันที่ฉันไม่อยู่”“ทำไมถึงพูดแบบนี้คะ พี่ญาดาต้องอยู่ไปนาน ๆ อย่าพึ่งหมดหวังนะ หากไม่ใช่โรคร้ายแรง

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 14 เรียนจบ

    บทที่ 14 เรียนจบหลายปีต่อมาแสงดาวกับไมค์เดินทางมาถึงจุดหมายของชีวิต ทั้งสองตั้งใจเรียนจนจบปริญญา เกียรตินิยมทั้งคู่“ในที่สุดเราสองคนก็เรียนจบกันจนได้ แสงดาวต่อจากนี้เราจะได้แยกทางกันจริง ๆ แล้วสินะ ฉันนะอยากไปเป็นครูอาสาอยู่บนดอยกับเธอจังเลย แต่ติดที่ว่าคุณแม่ของฉันท่านล้มป่วย ฉันต้องหาโรงเรียนใกล้ ๆ บ้านเพื่อจะได้ดูแลแม่ด้วย เพียงแค่นึกก็ใจหายแล้ว”“คิดถึงก็ติดต่อกันได้เอาไว้ฉันได้ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนฉันจะติดต่อนายกลับมานะ ฉันคิดว่าที่นั่นคงไม่มีสัญญาณมือถือแน่ ๆ เลย ต่อจากนี้ฉันขอให้นายโชคดีเจอกับคนดี ๆ นะไมค์”“เธอนี่นะ ใจร้ายจริง ๆ ใจร้ายไม่พอใจแข็งอีกต่างหาก ไม่ยอมเปิดใจให้ฉันเลย “ไมค์ขยี้หัวของแสงดาวอย่างเคยชิน เขายิ้มบาง ๆ ให้คนตรงหน้า สองปีที่แล้ว ไมค์เคยบอกความรู้สึกกับแสงดาวว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ และอยากเป็นแฟนของเธอมากกว่าเพื่อน ทว่าแสงดาวรับรู้มาตลอดและไม่ให้เขาเกินกว่าคำว่าเพื่อน แสงดาวบอกกับไมค์ว่าเธอไม่เคยคิดถึงเรื่องความรักเลย เธอต้องการตั้งใจเรียนและความรู้สึกที่มีต่อไมค์ก็มีได้เพียงเพื่อน เธอไม่ต้องการคบกันและเลิกกันหากยิ่งฝืนจะยิ่งทำให้ทั้งสองคนเจ็บปวดและต้องเลิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status