LOGINตอนที่ 26: กับดักที่หอจันทราเร้น และตราประทับกบฏแสงแดดยามสายทอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักของหอสุราเมฆาหอม เสียงตะโกนสั่งอาหารของเสี่ยวเอ้อร์ กลิ่นเหล้ารัมและเนื้อย่างอบอวลไปทั่วชั้นสอง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบรรดาพ่อค้าต่างเมืองและคหบดีที่มารวมตัวกันแลกเปลี่ยนข่าวสารการค้าหลินอวี้ในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนละมุน นั่งเอนกายอยู่ริมบานพับหน้าต่าง มือหนึ่งถือถ้วยชาเต้าหู้เย็น อีกมือเคาะกับโต๊ะไม้เป็นจังหวะเอื่อยเฉื่อย นัยน์ตาสุกใสเป็นประกายทอดมองลงไปยังชั้นล่างที่มีผู้คนสัญจรขวักไขว่ข้างกายเขาคือ ถังเจีย คหบดีหนุ่มรูปร่างท้วม ผู้สวมแหวนหยกครบทั้งสิบนิ้ว ถังเจียกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าปาดเหงื่อบนหน้าผาก พลางก้มลงกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตื่นตระหนก"เสี่ยวอวี้... เจ้าแน่ใจนะว่าวิธีนี้จะไม่ทำให้ตระกูลกัวกระโดดงับหัวพวกเราก่อน?" ถังเจียกลืนน้ำลายเอื้อก "นั่นอัครเสนาบดีกัวหย่งเลยนะโว้ย! ข้ายังไม่อยากโดนข้อหากบฏแล้วตัดหัวเสียบประตูนครเฉิงอัน!"หลินอวี้วางถ้วยชาลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระเบื้องกระทบไม้ดัง แกร๊ก เขายิ้มตาหยี นัยน์ทาฉายแววเจ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอกน้อย"พี่ถัง... ท่านกังวลเรื่องใดกัน? คนที่กำลังเหงื่อตกจนตูดร้อ
ตอนที่ 25: ค้นพบหอจันทราเร้น และเตรียมการปิดบัญชีกลิ่นหอมผ่อนคลายของชาหลงจิ่งลอยอบอวลไปทั่วห้องอักษรชั้นสองของ โรงน้ำชาชิงอวิ๋น แสงแดดยามบ่ายส่องลอดระแนงไม้ชั้นบน กระทบเงาไม้ที่ไหวตามลมร่มรื่นภายนอก แม้บรรยากาศในโรงน้ำชาจะดูเงียบสงบผ่อนคลาย แต่ทว่าบรรยากาศภายในห้องลับกลับตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลินอวี้ นั่งเอนกายรินชาลงแก้วเบาๆ สายตามองไปยังถ้วยชาที่ควันลอยฉุยอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเงยหน้ามองกลุ่มคนตรงหน้า เหออี้ เจ้าของโรงน้ำชาผู้ปราดเปรื่องเรื่องข่าวสาร ซ่งอวี้ ท่านหมอหนุ่มสายวางแผน และ ถังเจีย พ่อค้าคหบดีใหญ่"ข่าวที่ได้มาจากนักฆ่าก๊กนั้น... เชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด?" หลินอวี้รินชาเสร็จก็เอ่ยถามพลางยกแก้วขึ้นจิบช้าๆเหออี้เคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่จริงจัง "นักฆ่าผู้นั้นทรมานทนพิษบาดแผลไม่ไหว ประกอบกับถูกซ่งอวี้ใช้เข็มเงินกระตุ้นประสาทจนหลุดปากออกมาเอง ยืนยันแน่ชัดแล้วว่า... สถานที่นัดพบและแหล่งเก็บคลังตั๋วเงินกบฏทั้งหมดของอัครเสนาบดีกัวหย่ง ไม่ใช่จวนตระกูลกัว แต่เป็นสถานที่ลับที่ชื่อ หอจันทราเร้น""หอจันทราเร้น?" ถังเจียเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ
ตอนที่ 24: เทศกาลโคมไฟ และแผนลอบสังหารสายฟ้าแลบคืนเทศกาลหยวนเซียว รวงร้านตลอดสองฝั่งถนนฉางอันสว่างไสวด้วยโคมไฟนับร้อยนับพันดวง แสงสีส้มอบอุ่นส่องกระทบหลังคากระเบื้องดิบและพื้นหินกวดที่ถูกเหยียบย่ำจนมันปลาบ เสียงตะโกนร้องขายของขบเคี้ยว เสียงกลองดนตรีการแสดงเชิดเชิดสิงโต และกลิ่นหอมของถังหูลู่ฟุ้งอบอวลไปทั่วบรรยากาศยามราตรีหลินอวี้เดินนำหน้าไปก้าวครึ่ง ดวงตากลมโตเป็นประกายสะท้อนแสงไฟจากโคมกระดาษรูปสัตว์ต่างๆ เขาใส่เสื้อคลุมผ้าวูลสีฟ้าอ่อนตัวหนาที่ทับด้วยขอบขนจิ้งจอกสีขาวรอบคอ เสื้อผ้าหนาแน่นทำให้เขาทั้งดูตัวนุ่มฟูและซุกซนเหมือนกระต่ายป่าที่หลุดเข้ามาในตลาด"ท่านโหว! ดูตรงนั้นสิ มีการแสดงเล่นไฟด้วย!"หลินอวี้หันกลับมาตะโกนบอก พลางชี้มือไปทางศาลาแปดเหลี่ยมไม้หอมที่ตั้งอยู่กลางลานกว้าง หน้าศาลามีฝูงชนมุงดูการแสดงกันแน่นขนัดจนแทบไม่มีช่องว่างให้แทรกตัวเข้าไปเซียวเยี่ยนเหิงเดินตามหลังมาด้วยท่วงท่าสุขุม สายตาเย็นชาชวนให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมารอบๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ แต่สายตาสู่ภายนอกกลับผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิงเมื่อมองแผ่นหลังของคนตรงหน้า เขาสวมชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆา ปราศจากเกราะเหล็กแ
ตอนที่ 23: เงาในท้องพระโรง และแรงกดดันจากอัครเสนาบดีแสงอรุณยามเช้าทอดผ่านบานประตูไม้แกะสลักทองของท้องพระโรงวังเทียนเฉิง ทว่าบรรยากาศภายในกลับไม่ได้อบอุ่นตามแสงตะวัน อากาศเย็นชืดชวนให้เสียวสันหลัง ขุนนางน้อยใหญ่ในชุดกาบคลุมสีแดงสดและดำเข้มยืนเข้าแถวแบ่งฝั่งอย่างชัดเจนฝั่งซ้าย นำโดย กัวหย่ง อัครเสนาบดีผู้มีสีหน้าเรียบเฉยราวกับรูปสลักหิน ทว่าดวงตากลับฉายรังสีลึกล้ำ ด้านหลังของเขาคือบรรดาขุนนางเก่าแก่และกลุ่มคนที่สมาทานผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนฝั่งขวา เซียวเยี่ยนเหิง ยืนเหยียดหลังตรงในชุดขุนนางฝ่ายทหารเต็มยศ สายตาคมกริบมองตรงไปยังราชบัลลังก์ ไม่แม้แต่จะเหลียวมองฝ่ายตรงข้ามบนบัลลังก์มังกร เซียวเฉิงอี้ ฮ่องเต้หนุ่มยกหัตถ์ขึ้นลูบขมับเบาๆ สายตาซ่อนความระอาเอาไว้ใต้รอยยิ้มราบเรียบตามวิถีผู้ครองแผ่นดิน"ฝ่าบาท..." กัวหย่งก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงของเขาแหบต่ำทว่าทรงพลังสะท้านไปทั่วท้องพระโรง "กระหม่อมมีเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะต้องกราบทูล""อัครเสนาบดีกัวมีสิ่งใดจะเสนอหรือ?" ฮ่องเต้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยกัวหย่งหมุนตัวเล็กน้อย สายตาปราบมองไปทางเซียวเยี่ยนเหิง ก่อนจะประสานมือถวา
ตอนที่ 22: ซื้อยาปลุกผี และการตบหน้ากลางตลาดซีอวิ๋นแสงแดดยามสายทอดฉาบลงบนหลังคากระเบื้องดินเผาของย่านการค้า ตลาดซีอวิ๋นเวลานี้คึกคักเป็นพิเศษ ทว่าจุดที่ผู้คนแออัดเบียดเสียดมากที่สุดกลับเป็นบริเวณหน้าสำนักโอสถชิงซิน ชาวบ้านนับร้อยชีวิตยื่นคอชะเง้อมองตรงไปยังลานกว้างหน้าอาคารไม้สองชั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังพึมพำไม่ขาดสายประดุจฝูงผึ้งแตกรัง"ได้ยินหรือไม่... ฮูหยินจวนโหวเจิ้นเป่ยอาการสาหัสถึงขั้นนอนซมรอวันตายเสียแล้ว""เหอๆ ยาสมุนไพรวิเศษของสกุลกัวราคาตั้งห้าพันตำลึงเชียวนะ! หากมิใช่ระดับจวนโหว มีหรือจะปัญญาซื้อ? แต่ยาที่ว่านั่นจะช่วยชีวิตฮูหยินน้อยได้จริงหรือ""ข้าว่ารอดยาก... อาการป่วยของฮูหยินแปลกประหลาดนัก หมอทั่วเมืองหลวงยังจนปัญญา"ท่ามกลางเสียงเล่าลือที่กระพือออกไปกว้างขวาง ถังเจียในชุดพ่อค้าผ้าเนื้อดีสีน้ำเงินเข้มยืนรออยู่หน้าสำนักโอสถด้วยใบหน้าเคร่งเครียด มือทั้งสองข้างประสานไว้ด้านหน้า นิ้วหัวแม่มือถูวนไปมาแสดงถึงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ข้างกายเขาคือซ่งอวี้ที่สะพายย่ามยาสีเข้ม ทั้งสองยืนเคียงข้างกล่องไม้แกะสลักขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะยาวไม่นานนัก กลุ่มคนในชุดสาวใช้และชา
ตอนที่ 21: แผนละครแกล้งป่วย และหมากตัวแรกของกัวหมิงกลิ่นหอมเคี่ยวเข้มข้นของตัวยาสมุนไพรขมจัดลอยอบอวลไปทั่วบริเวณเรือนพักหลักของจวนโหวเจิ้นเป่ย ลมยามบ่ายพัดเอาควันไฟจากเตาต้มยาด้านนอกเข้ามาตามช่องหน้าต่างที่ถูกปิดหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสลัว ทั่วทั้งเรือนตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงฟืดฟาดของคุณชายตัวน้อยที่นอนอยู่บนเตียงไม้แกะสลักหรูหราหลินอวี้นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงหนานุ่ม ใบหน้าที่เคยขี้เล่นบัดนี้ทาด้วยแป้งฝุ่นบางๆ จนดูซีดขาวราวกับคนไร้เลือดลม ริมฝีปากแห้งผากที่เหออี้ช่วยแตะน้ำผึ้งผสมผงชาสีตกรอยบางๆ ไว้ ทำให้ดูคล้ายผู้ที่โดนพิษเล่นงานจนลมหายใจแผ่วเบาเตาต้มยาข้างห้องส่งเสียงเคี่ยวซ่าๆ ไม่หยุดยั้ง เพื่อให้กลิ่นยาสมุนไพรฟุ้งกระจายไปถึงเขตรั้วด้านนอก"ก๊อก... ก๊อก..."เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น ก่อนที่ซ่งอวี้จะเดินถือถาดอาหารเข้ามารวมถึงถ้วยยาที่ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ ชายหนุ่มหมอผู้เป็นสหายสนิทมองดูสภาพของหลินอวี้แล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเอ็นดูผสมอ่อนใจ"พิษประหลาดที่เจ้าว่างวดนี้ สมจริงยิ่งนัก" ซ่งอวี้เอ่ยเสียงเบา รอยยิ้มกริ่มปรากฏที่มุมปาก "หากไม่ติดว่าข้าเป็นคนผสมผงแป้งทาหน้าให้เจ้







