Mag-log inเกิดใหม่ชาตินี้ หลินอวี้ตั้งใจจะรักตัวเองและยื่น ‘หนังสือหย่า’ ให้ท่านโหวผู้แสนเย็นชา “ข้าไม่ได้ทำผิดกฎสามี... เช่นนั้นหนังสือหย่าฉบับนี้ถือเป็นอันตกไป!” "ชาติก่อนเอาแต่วิ่งตามจนตัวตาย ชาตินี้ขอยื่นใบหย่าแล้วไปใช้ชีวิตให้คุ้ม!" เมื่อ 'หลินอวี้' ได้โอกาสย้อนเวลากลับมาในอดีตก่อนแต่งงานสามวัน ชาติก่อนเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจสามี แต่กลับได้รับการตอบรับเพียงความเงียบเหงาและโรคร้ายที่คร่าชีวิตไป ชาตินี้เขาจึงตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะ "รักตัวเองให้มากกว่ารักท่านโหว" คืนเข้าหอ... แทนที่จะนั่งรอสามีอย่างสงบ หลินอวี้กลับยื่น 'หนังสือหย่า' ให้กับ 'เซียวเยี่ยนเหิง' ท่านโหวเจิ้นเป่ย แม่ทัพอันดับหนึ่งผู้เย็นชาและสุขุม ตั้งแต่นั้นมา จวนโหวที่เคยเงียบสงัดก็กลายเป็นศูนย์รวมความวุ่นวาย! หลินอวี้พาบ่าวป่วนเมือง เปิดสำนักพนันตกปลา แอบเลี้ยงห่าน และใช้วิธีแสบๆ แท็กทีมแก้เกมพวกขุนนางโกง โดยมีท่านโหวคอยกุมข้อกฎหมายตามปิดเกมให้แบบเนียนๆ ... แล้วสรุปว่าสัญญาหย่าหนึ่งปีที่ว่า มันจะไปจบที่ตรงไหนกันแน่?!
view moreตอนที่ 1: ตื่นจากความฝัน และสัญญาหย่าในคืนเข้าหอ
สายลมพัดผ่านช่องหน้าต่างไม้ที่เผยอออกเล็กน้อย นำพาความเย็นเฮือกใหญ่เข้ามาปะทะใบหน้า หลินอวี้กระตุกกายเฮือก มือเรียวปัดป่ายไปตามผืนนวมที่ครอบอยู่บนร่าง ความหนาวแทงลึกถึงขั้วหัวใจไม่ใช่ความรู้สึกแปลกใหม่ แต่มันคือสิ่งสุดท้ายที่เขารู้สึกได้ก่อนที่ทุกอย่างจะดับสูญ เขาลืมตาขึ้น ละอองความมืดในดวงตาค่อยๆ ละลายหายไป กลายเป็นเพดานสลักลายดอกเหมยอันคุ้นตาของเรือนพักตระกูลหลิน หลินอวี้ดันกายลุกขึ้นนั่งช้าๆ ผิวเนื้อเย็นชืด คอแห้งผากราวกับทะเลทราย แต่สิ่งที่ตอกย้ำให้หัวใจของเขาเต้นกระตุกคือภาพอดีตที่ทะลักเข้ามาในหัวดั่งสายน้ำท่วมทะลัก ในชาติก่อน... เขาคือฮูหยินของโหวเจิ้นเป่ย ชายผู้ยอมละทิ้งความดื้อรั้นทุกอย่างเพียงเพื่อแลกกับรอยยิ้มของเซียวเยี่ยนเหิง เขาจำได้แม่นยำถึงทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาก่อนยามเหม่า นั่งเย็บเสื้อปักลายอย่างละเอียดประณีตจนนิ้วมือถูกเข็มตำเป็นรอยจุดแดงนับไม่ถ้วน จำได้ถึงความพยายามชงชาร้อนๆ รอคอยชายผู้นั้นกลับมาจากกองทัพ เพียงเพื่อจะได้รับความเย็นชาและการถามสารทุกข์สุกดิบตามหน้าที่ไม่กี่คำ ‘ฮูหยิน รักษาสุขภาพด้วย’ น้ำเสียงนิ่งเรียบ รักษาระยะห่างดั่งกำแพงหินแกรนิต นั่นคือทั้งหมดที่เขาได้รับ และเมื่อกาลเวลาผ่านไป ความพยายามอันไร้ค่าก็ส่งเขาสู่จุดจบอันเวทนา—เขารับหน้าที่แทนจวนโหวไปดูแลชาวบ้านในหมู่บ้านโรคระบาด นอนซมด้วยไข้สูงอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ ไร้คนเหลียวแล และสิ้นใจไปพร้อมกับความหนาวเย็นของฤดูหนาว โดยที่แม้แต่หน้าของสามีก็ไม่ได้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย "หึ..." เสียงหัวเร่อแผ่วเบาลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผาก หลินอวี้ก้มมองฝ่ามือของตนเอง มือคู่นี้ยังนุ่มเนียน ไร้รอยแผลเป็นจากเข็มเย็บผ้า ไร้ความหยาบกร้านของคนป่วยใกล้ตาย เขายังไม่ตาย... ไม่สิ เขาย้อนกลับมาแล้ว! "หลินอวี้หนอหลินอวี้ ชาติก่อนเจ้าโง่งมถึงเพียงนั้นได้อย่างไร" เขายกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ สองที ความเจ็บแล่นปราด ชัดเจนจนไม่ต้องสงสัย "ทุ่มเทให้คนที่เขาเห็นเราเป็นแค่ฉากหน้า ยอมทนหนาวเพื่ออุ่นเตียงให้คนที่ใจเป็นน้ำแข็ง... ชาตินี้พอที!" เขาสูดหายใจเข้าลึก นำอากาศเย็นฉ่ำเข้าสู่ปอด ยืดหลังตรง นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยวผสมรอยยิ้มซุกซนที่หายไปนาน "ชีวิตใหม่ครั้งนี้ ข้าจะรักตัวเอง จะกินของอร่อย นอนให้หลับสนิท และใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด! ส่วนท่านโหว..." หลินอวี้ยักไหล่ "หากท่านอยากเล่นบทแม่ทัพใหญ่ผู้เย็นชา ข้าก็จะเล่นบทฮูหยินผู้ไม่สนใจโลกเช่นกัน!" เสียงกลองและแตรสังข์ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วถนนฉางอัน ขบวนขันหมากอันยิ่งใหญ่ของจวนโหวเจิ้นเป่ยยาวเหยียดสุดสายตา ผ้าแดงประดับประดาตามริมทางเดิน และผู้คนต่างมุงดูพิธีวิวาห์พระราชทานระหว่างแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรกับบุตรชายของเสนาบดีฝ่ายพิธีการ ภายในเกี้ยวแต่งงานสีแดงสด หลินอวี้ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงปักดิ้นทองหรูหร้า ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านหรือเศร้าโศกเสียใจดั่งเช่นชาติก่อนแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห่างอย่างสบายอารมณ์ มือข้างหนึ่งถือกระดาษ อีกข้างหนึ่งยื่นเข้าไปในแขนเสื้ออันกว้างขวาง ก่อนจะหยิบเอาห่อใบตองขนาดเท่าฝ่ามือออกมา กลิ่นหอมของแป้งทอดและใบกุยช่ายฉุยขึ้นเตะจมูก! "อืม... ขนมกุยช่ายร้านเถาหอมนี่เด็ดจริงอย่างที่ชิงเหอบอก" หลินอวี้บ่นพึมพำกับตัวเองขณะเคี้ยวขนมกุยช่ายอย่างอารมณ์ดี คราบน้ำมันเกาะริมฝีปากเล็กน้อย แต่เขาก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับออกอย่างคุ้มเชิง ไร้ซึ่งความกังวล ไร้ซึ่งความประหม่า พระราชโองการแต่งงานฉบับนี้แต่งก็แต่งไป อย่างไรเสียเขาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะให้นั่งอดข้าวตื่นเต้นจนใส้กิ่วแบบชาติก่อนน่ะหรือ? ฝันไปเถอะ! ขณะเดียวกัน ที่หัวขบวนขันหมาก บนหลังม้าสีดำตัวใหญ่ทรงพลัง 'เซียวเยี่ยนเหิง' ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงเข้มดุจเลือดนั่งตั้งตรง ร่างกายบึกบึนแผ่รังสีน่าเกรงขาม ใบหน้าคมสันเรียบตึงดั่งรูปสลัก ดวงตาลึกซึ้งมองตรงไปข้างหน้าอย่างสุขุมนิ่งสงบ สมฐานะแม่ทัพใหญ่ผู้คุมกองทัพเหนือ แม้ผู้คนรอบข้างจะโห่ร้องแสดงความยินดี แต่บรรยากาศรอบตัวเขากลับเย็นเยียบ ทว่า หากสังเกตให้ดี คิ้วหนาของท่านโหวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงเมื่อได้ยินเสียง 'กรวบ... กรวบ...' แผ่วเบาลอยมาจากภายในเกี้ยวที่ตามหลังมา แม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามมีหูตาไวเป็นเลิศ เขาย่อมได้ยินเสียงเคี้ยวขนมและกลิ่นผัดกุยช่ายที่ลอยออกมาจากเกี้ยวเจ้าบ่าวอย่างชัดเจน เซียวเยี่ยนเหิงถอนหายใจแผ่วเบาในอก ‘นี่คือฮูหยินที่พระองค์ทรงเลือกให้ข้าหรือ... ในเกี้ยววิวาห์ยังแอบกินขนมได้ลงคอ’ บรรยากาศภายในห้องหอประดับประดาด้วยผ้าแดงและโคมไฟสีอุ่น เสียงจี๊ดๆ ของแมลงด้านนอกยิ่งส่งให้ความเงียบภายในห้องชัดเจนขึ้น เซียวเยี่ยนเหิงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานทรงสูง นัยน์ตาคมกริบจดจ่ออยู่กับฎีกากองโต เขาพลิกกระดาษทีละแผ่นด้วยท่าทางเคร่งเครียด แต่ในใจกลับครุ่นคิดอย่างหนัก... เขาไม่เคยรับมือกับ ‘ฮูหยิน’ มาก่อน ยิ่งเป็นคนที่ตระกูลเสนาบดีส่งมา เขายิ่งไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นบทสนทนาอย่างไรดี ขณะที่ท่านโหวผู้เกรียงไกรกำลังลำบากใจอยู่นั้น... บนเตียงมงคลปูผ้าสีแดง หลินอวี้ยกขาขึ้นข้างหนึ่ง นั่งแทะเมล็ดแตงอย่างเพลิดเพลิน เสียง ‘เป๊าะ... เป๊าะ...’ ดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เปลือกเมล็ดแตงกองเป็นเนินเขาเล็กๆ อยู่ข้างจาน หลินอวี้ปัดฝุ่นที่มือ ลุกขึ้นยืน ดึงรอยยิ้มการเมืองขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปหาชายหนุ่มที่โต๊ะทำงาน เซียวเยี่ยนเหิงชะงักมือที่กำลังถือพู่กัน เขาเหลือบมองร่างโปร่งที่เดินเข้ามาใกล้ ในใจคิดไปต่างๆ นานา... ‘เขาจะมาฝากเนื้อฝากตัว? หรือจะมาชงชาร้อนให้ข้าดั่งเช่นกุลสตรี/บุรุษเรือนหลังทั่วไป?’ แม่ทัพหนุ่มเตรียมคำปฏิเสธอย่างสุภาพไว้ในหัว ทว่า หลินอวี้ไม่ได้จับกาชา และไม่ได้คุกเข่าฝากตัว ‘พรึ่บ!’ แผ่นกระดาษขาวสะอาดเนื้อดีถูกวางลงบนกองฎีกาตรงหน้าเซียวเยี่ยนเหิงอย่างแรง เซียวเยี่ยนเหิงขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบไล่อ่านตัวอักษรหวัดๆ แต่ชัดเจนที่เขียนอยู่บนหัวกระดาษ ก่อนจะเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า "หนังสือหย่า?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ "ถูกแล้วท่านโหว!" หลินอวี้ยิ้มหวานอย่างเป็นมิตร แต่มือสองข้างยกขึ้นเท้าเอว ท่าทางสดใสและฉะฉานไร้ความเกรงกลัว "การแต่งงานครั้งนี้เกิดจากพระราชโองการที่ไม่อาจขัดได้ ท่านเองก็ไม่ได้รักข้า ข้าเองก็ไม่อยากอยู่เป็นภาระให้ท่านต้องลำบากใจ ในเมื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานไม่ได้ เช่นนั้นเรามาทำข้อตกลงหย่ากันเงียบๆ เมื่อถึงเวลาอันสมควรเถิด" เซียวเยี่ยนเหิงมองใบหน้าหวานที่กำลังยิ้มแป้นอย่างกวนประสาท เขาวางพู่กันลง หยิบกระดาษสัญญาหย่าขึ้นมาพิจารณาอย่างช้าๆ ก่อนจะพับมันเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ววางไว้ข้างโต๊ะ "ยังใช้ไม่ได้" น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบชัดเจนและเด็ดขาด หลินอวี้เบิ่งตากว้าง เบะปากเล็กน้อย "เหตุใดเล่า! ข้าเขียนเงื่อนไขชัดเจนแล้วนะ ท่านไม่ได้เสียประโยชน์อะไรเลยสักนิด!" เซียวเยี่ยนเหิงเงยหน้าสบตากับนัยน์ตาสุกใสของฮูหยิน ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบดั่งสายน้ำ "แต่งงานวันแรกก็ยื่นหนังสือหย่า หากความแพร่งพรายถึงพระราชวัง จะกลายเป็นลบหลู่พระราชโองการ... ฝ่าบาทจะมองว่าจวนโหวเจิ้นเป่ยเห็นคำสั่งโองการเป็นเรื่องเล่นสนุก อย่างน้อยก็ต้องรอให้ครบหนึ่งปีก่อน" หลินอวี้อ้าปากค้าง นัยน์ตาวาววับด้วยความประหลาดใจผสมความขำขัน เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วเอียงคอถามอย่างไม่เชื่อหู "ยังมีระยะเวลาทดลองงานด้วยหรือ?!"ตอนที่ 11: กุศโลบายห้องนอน และธุรกิจใหม่ของฮูหยินแสงตะเกียงอุ่นภายในเรือนหลักของจวนโหวเจิ้นเป่ยส่องสว่างนวลตา สายลมยามค่ำคืนพัดปะทะกรอบหน้าต่างไม้ดังแว่วเป็นระยะ อากาศข้างนอกเริ่มทวีความเย็นชื้น แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของถ่านไม้ไผ่ที่จุดไว้ในเตาอุ่นหลินอวี้กระชับเสื้อคลุมไหล่ รวบม้วนตำราบนโต๊ะเข้าด้วยกันแล้วหยัดกายลุกขึ้น ขาเรียวเตรียมก้าวออกจากเรือนหลักเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังเรือนข้างอันเป็นที่นอนประจำ ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวพ้นขอบประตู ข้อมือบางกลับถูกฝ่ามือใหญ่หนาและอบอุ่นของใครบางคนคว้าหมับไว้เสียก่อนแรงรั้งไม่หนักหน่วง แต่ก็มั่นคงเกินกว่าจะสะบัดหลุดหลินอวี้ชะงัก ชะงักสายตามองมือใหญ่ที่เกาะเกี่ยวข้อมือตนเอง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนสายตาขึ้นมองเจ้าของฝ่ามือนั้น เซียวเยี่ยนเหิงยังคงอยู่ในชุดลำลองสีเข้ม เรือนผมยาวสลวยปล่อยสยายครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบคู่หนังสือนั้นจ้องมองเขาด้วยความนิ่งสงบ ทว่าแฝงกระแสความลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกร้อนวูบวาบที่ข้างแก้ม"ท่านโหว? มีสิ่งใดอีกหรือขอรับ ยามนี้ล่วงเลยเข้ายามไห่แล้ว ข้าควรกลับไปพักผ่อนที่เรือนข้าง" หลินอวี้เอ่ยถาม พยายามท
ตอนที่ 10: คำตอบใต้แสงจันทร์ และหัวใจที่เปิดออกสายลมค่ำคืนในสวนหลวงพัดพาเอากลิ่นไอเย็นของเหมันต์มาเยือน บรรยากาศภายในศาลาริมสระน้ำเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของฝูงชนที่ล้อมรอบ หลินอวี้ยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อม ท่าทีสงบนิ่งทว่าสายตาทอดมองไปทางหลี่ชิงหลานด้วยความเรียบเฉยหลี่ชิงหลานเชิดหน้าขึ้น เล็บยาวที่แต่งแต้มอย่างงดงามจีบเกร็ง "หลินอวี้! ในเมื่อเจ้าบริสุทธิ์ใจ เหตุใดจึงไม่ยอมให้ค้นตัว? ต่างหูหยกพระราชทานของข้าหายไปหลังจากเจ้าเดินผ่าน หากมิใช่เจ้า แล้วจะเป็นผู้ใด!"ยังไม่ทันที่หลินอวี้จะเอื้อนเอ่ยสิ่งใด เสียงก้าวเดินที่หนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นมาจากทางเดินหินอ่อน ทหารองครักษ์เสื้อทองสองฝั่งพร้อมใจกันคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เสียงชุดเกราะกระทบกันดัง แกรก ชัดเจนในความเงียบร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาดั่งรูปสลักคมกริบ คิ้วเข้มกระหนกนิดๆ ดวงตาลึกซึ้งดุจเหวสิ้นสุด ฉายรังสีสังหารออกมาจนผู้คนรอบข้างหลบสายตาโดยสัญชาตญาณ ด้านข้างของเขาคือชายหนุ่มในชุดมังกรฉลององค์หรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาสูงศักดิ์และมีรอยยิ้มพรายประดับที่มุมปากฮ่องเต้เซียว
ตอนที่ 9: งานเลี้ยงชมดอกเหมย และอุบายต่างหูหยกลมฤดูหนาวพัดผ่านกำแพงศิลาสีแดงสดของพระราชวังเทียนเฉิง เกล็ดหิมะบางเบาลอยละล่องลงมาจากฟ้า ละเลียดสัมผัสกิ่งเหมยสีแดงชาดที่กำลังบานสะพรั่งแข่งกับความขาวโพลน กลิ่นหอมอบอวลโชยมาตามลมเย็นเยียบ ผสานกับเสียงดนตรีเครื่องสายที่พริ้วไหวออกมาจากทิศทางของสวนหลวงงานเลี้ยงชมดอกเหมยประจำปีจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ภายในสวนกว้างใหญ่เต็มไปด้วยขุนนางชั้นสูงและเหล่าฮูหยิน คุณหนูจากตระกูลขุนนางแต่งกายด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์และอาภรณ์หรูหราหลากสีสัน ดูประหนึ่งผีเสื้อฤดูหนาวที่ขยับปีกอยู่ท่ามกลางหิมะทว่าในบรรดาฝูงชนที่ขวักไขว่ สายตาหลายคู่กลับจับจ้องไปยังร่างสองร่างที่กำลังเดินเคียงคู่กันเข้ามาตามระเบียงทางเดินไม้เซียวเยี่ยนเหิงอยู่ในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มปักลายพยัคฆ์เหินด้วยเส้นด้ายเงิน ไหล่กว้างตั้งตรง ผิวพรรณคมเข้มและแววตาเย็นชาเรียบเฉยสะท้อนบารมีของแม่ทัพใหญ่ผู้คุมกองทัพเหนืออย่างเด่นชัด ก้าวขาแต่ละก้าวหนักแน่นและมั่นคง แต่หากสังเกตให้ดี จังหวะการเดินของเขาในวันนี้กลับช้ากว่าปกติครึ่งก้าว… เพื่อให้สอดรับกับคนที่เดินอยู่ข้างกายข้างกายเขาคือ หลินอวี้ ฮูหยินโหวเจ
ตอนที่ 8: เชือดนิ่มๆ ด้วยกฎหมายที่ศาลต้าหลี่บรรยากาศยามเช้าบริเวณหน้าศาลต้าหลี่เนืองแน่นไปด้วยฝูงชน ชาวบ้านร้านตลาดที่ได้ข่าวเรื่องการจับกุมตัวกลุ่มนักเลงก่อความวุ่นวายที่ตลาดซีอวิ๋นต่างพากันมารวมตัวจนลานกว้างดูแคบลงไปถนัดตา เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ระเบียดไปทั่วขอบเขตกำแพงหินแกรนิตอันศักดิ์สิทธิ์ภายในโถงพิจารณาคดี ศาลต้าหลี่ถูกออกแบบอย่างเกรงขาม เสาไม้แกะสลักลวดลายกิเลนและมังกรสูงลิ่ว แสงแดดรำไรลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้สลักระแนงสะท้อนฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ป้ายไม้จารึกอักษร ‘ตื่นรู้และยุติธรรม’ แขวนเด่นหราอยู่เหนือแท่นพิจารณาคดีของใต้เท้ากั๋ว หัวหน้าศาลต้าหลี่ที่ด้านข้างโถง หลี่เหวินฉี รองเสนาบดีฝ่ายกรมปกครอง เดินย่ำเท้าไปมาด้วยสีหน้าเครียดขรึม ผิวหน้าของเขากระตุกเป็นระยะ เสื้อคลุมสายขุนนางกว้างกวัดแกว่งตามจังหวะก้าวเดินอย่างเร่งร้อน ด้านข้างของเขาคือหลี่จวิ้น บุตรชายผู้มีสภาพเนื้อตัวมอมแมม คางเขียวช้ำ และพวกนักเลงหน้าโหดอีกสี่ห้าคนที่ยืนคอตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ศาล"เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!" หลี่เหวินฉีหันไปถลึงตาใส่บุตรชาย พร้อมใช้น้ำเสียงลอดฟันข่มขวัญ "ข้าบอกเจ้าก



![The Feast of Casier มื้อค่ำของคาเซียร์[Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

