Beranda / แฟนตาซี / ธรรมจักรทมิฬ / ตอนที่ 33: ค่ายทหารสีทอง และหน้ากากแห่งผู้รับจ้าง

Share

ตอนที่ 33: ค่ายทหารสีทอง และหน้ากากแห่งผู้รับจ้าง

Penulis: Wanderer
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-03 09:15:56

สายลมบน “ที่ราบสูงสุวรรณพฤกษ์“ พัดพาเอาเกสรดอกไม้สีทองปลิวว่อนไปทั่วบรรยากาศประดุจหิมะแห่งสวรรค์ ทว
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 86: ปีกโลหิตที่ร่วงหล่น และพายุเหมันต์ผสานวิญญาณ

    ละอองเลือดที่สาดกระเซ็นจากการปะทะ ถูกความร้อนของเพลิงโลหิตแผดเผาจนกลายเป็นหมอกควันสีแดงคลุ้งไปทั่ววิหารบาดาล มฆวาน ราชันย์โลหิต ผู้สยายปีกสีดำขลับที่หยาดเยิ้มไปด้วยเลือดลอยตระหง่านอยู่เหนือพื้นศิลา ท่าทีหยิ่งผยองของมันทวีความบ้าคลั่งขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อรับรู้ว่าพิธีกรรม ถูกขัดขวาง"เมื่อเจ้าปฏิเสธที่จะมอบเลือดให้แก่ข้าแต่โดยดี... ข้าก็จะบดขยี้เจ้าและคั้นมันออกมาจากซากศพของเจ้าเอง!"มฆวานคำรามลั่น มันตวัด ตรีศูลศิลาโลหิต กลางอากาศ สร้างรอยแยกมิติสีแดงฉานก่อนจะสาดคลื่นเพลิงโลหิตลงมาประดุจห่าฝนอุกกาบาต!ซูม! ซูม! ซูม!สิงขรกัดฟันกลิ้งหลบอย่างทุลักทุเล เปลวเพลิงที่ตกลงกระทบพื้นวิหารไม่ได้ดับมอดลง แต่มันลุกลามและแผดเผาอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ในการยืนหยัดของสิงขรลดน้อยลงทุกขณะ ร่างกายที่บอบช้ำและพละกำลังที่เหือดหายทำให้ความเร็วของเขาตกลงอย่างเห็นได้ชัด ดาบจันทราทมิฬในมือหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาทั้งลูก"ถ้าปล่อยให้มันบินอยู่แบบนี้ ข้าโดนย่างสดแน่!" สิงขรหอบหายใจอย่างหนักมาลินที่แอบอยู่หลังซากเสาหินพยายามจะใช้หน้าไม้เพลิงยิงสกัด แต่มฆวานเพียงแค่สะบัดปีก คลื่นลมผสมเลือดก็กระแทกลูกศรของนางจนหักสะบ

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 85: พิธีกรรมนับถอยหลัง และหยาดน้ำตาผลึกบริสุทธิ์

    ลานกว้างหน้าแท่นบูชาแห่ง "วิหารโลหิต" สั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างอันใหญ่โตมโหฬารของ "มฆวาน ราชันย์โลหิต" กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศทวีความรุนแรงขึ้นจนแทบจะจับตัวเป็นก้อนหยดลงมา ท้องฟ้าใต้บาดาลถูกย้อมด้วยสีแดงฉานประดุจบาดแผลที่เปิดกว้างของจักรวาลสิงขรยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าอสุรกายร้าย ร่างกายของเขาโอนเอนประดุจต้นไม้ที่ถูกพายุโหมกระหน่ำ บาดแผลจากการสู้รบกับเทพธิดามาลินียังคงส่งเสียงกรีดร้องผ่านความเจ็บปวด ทว่ามือที่กำด้าม "ดาบจันทราทมิฬ" กลับมั่นคงและเยือกเย็น ไอสังหารสีน้ำเงินสว่างวาบตัดกับความมืดมิดและสีเลือดของวิหาร"เลือดของเจ้า... ช่างมีกลิ่นหอมหวนของความตาย" มฆวานแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวแหลมคม มันกระแทก "ตรีศูลศิลาโลหิต" ลงบนพื้นศิลา!ตึง!!!เปลวไฟสีแดงเลือด—เพลิงโลหิต—ลุกพรึบขึ้นล้อมรอบตัวมัน ก่อนที่มันจะพุ่งทะยานเข้าหาสิงขรด้วยความเร็วที่ขัดกับขนาดตัวที่เทอะทะ ตรีศูลขนาดยักษ์ถูกง้างขึ้นและฟาดกวาดเป็นแนวนอน หมายจะตัดร่างของ ผู้ไร้บุญให้ขาดเป็นสองท่อนสิงขรเบิกตากว้าง เขายกดาบจันทราทมิฬขึ้นต้านรับอย่างทุลักทุเลเคร้ง!แรงปะทะนั้นมหาศาลเกินบรรยาย! สิงขรถูกกระแ

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 84: วังโลหิตใต้บาดาล และวิถีแห่งนักล่าผู้บาดเจ็บ

    เส้นทางสายเลือดที่หยดทอดยาวลงมาจากรังไหมที่ว่างเปล่า นำพาสิงขรและมาลินดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ลึกซึ้งยิ่งกว่ารากฐานของต้นไทรยักษ์ อุโมงค์ดินชื้นแฉะลาดชันลงสู่ใต้บาดาล กลิ่นเหม็นอับของตะไคร่น้ำถูกแทนที่ด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่ลอยคลุ้งจนแสบจมูก อากาศเบื้องล่างนี้ทั้งร้อนชื้นและเหนียวเหนอะหนะ ราวกับกำลังเดินเข้าไปในปอดของอสุรกายขนาดยักษ์ที่ยังมีลมหายใจเมื่อพวกเขาก้าวพ้นปากอุโมงค์ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือนรกภูมิที่ถูกอาบไล้ด้วยสีแดงฉาน"วังโลหิตมฆวาน"มันไม่ใช่สถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นใหม่ ทว่าเป็นการยึดครองซากวิหารโบราณของอารยธรรมใต้พิภพที่สูญสลายไปแล้ว แม่น้ำที่ไหลเชี่ยวอยู่รอบวิหารแห่งนี้ไม่ได้เป็นน้ำใสเย็น แต่มันคือ "แม่น้ำโลหิต" ที่เดือดพล่านและส่งเสียงปุดๆ อยู่ตลอดเวลา คบเพลิงที่ประดับอยู่ตามทางเดินสลัวจุดด้วยไฟเวทมนตร์สีแดงเลือด ส่องให้เห็นซากศพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกสูบเลือดจนตัวแห้งกรัง ถูกจับตอกตรึงไว้กับเสาศิลาประดุจเครื่องประดับอันวิปริตสิงขรทรุดตัวลงหลบหลังซากเสาหินที่หักโค่น เขากดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงหอบหายใจ ร่างกายที่เพิ่งฟื้นจากพิษมรณะชาดยังคงประท้วงอย่างหนักห

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 83: ลมหายใจแห่งวิญญาณ และการหลับใหลของวายุ

    รากไม้ยักษ์ ณ ก้นบึ้งของ "มหานิโครธสรณะ" เต็มไปด้วยเศษซากความพินาศจากการระเบิดของดอกบัวมรณะ ทะเลสาบสีเลือดเบื้องล่างยังคงเดือดพล่าน ทว่าใจกลางลานประลองกลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของมาลินที่ดังก้องแข่งกับเสียงหยดเลือดร่างของสิงขรนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นไม้ที่ไหม้เกรียม สภาพของเขาก้าวข้ามคำว่าสาหัสไปไกลนัก ผิวหนังทั่วร่างถูกสระมรณะชาดกัดกร่อนจนพุพอง ลอกร่อนจนเห็นชั้นกล้ามเนื้อสีแดงช้ำ เส้นเลือดปูดโปนเป็นสีดำคล้ำ พิษร้ายกำลังชอนไชเข้าสู่กระแสเลือด แผดเผาอวัยวะภายในจนลมหายใจของเขาแผ่วเบาประดุจเปลวเทียนต้องลมกระโชก"ไม่... ไม่นะสิงขร... ลืมตาสิ! ลืมตาขึ้นมามองข้า!"มาลินกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง นางเทยาสมานแผลและยาถอนพิษทุกหยดที่มีลงบนบาดแผลของเขา แต่มันไร้ผล พิษของเทพธิดามาลินีนั้นเข้มข้นและทรงอำนาจเกินกว่าที่สมุนไพรของมนุษย์จะต่อกรได้ น้ำยาเหล่านั้นเดือดปุดๆ และระเหยกลายเป็นไอทันทีที่สัมผัสกับผิวหนังของเขาวายุลอยตัวอยู่เหนือร่างของสิงขร แสงวิญญาณสีฟ้าของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ว่า 'ดวงไฟแห่งชีวิต' ของสหายกำลังจะดับมอดลง"ยาของเจ้าช่วยเขาไม่ได้หรอกมาลิน..." วายุเอ่ยเสียงแผ

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 82: เทพธิดาแห่งความเน่าเปื่อย และบุปผามรณะที่เบ่งบาน

    เสียงหอบหายใจของสิงขรดังก้องสลับกับเสียงหยดเลือดที่ร่วงหล่นกระทบพื้นรากไม้ บาดแผลนับร้อยจาก "ระบำกระเรียนร่ายวารี" ปริปากส่งเสียงกรีดร้องผ่านความเจ็บปวดที่ทะลวงลึกถึงไขกระดูก ทว่าชายหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้งกลับไม่ยอมล้มลงอีกเป็นครั้งที่สอง ดวงตาของเขาที่เคยมืดมนบัดนี้ลุกโชนด้วยไฟแห่งปณิธานที่บ้าคลั่ง จิตสังหารอันเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่าง แช่แข็งหยาดเลือดที่กำลังไหลรินให้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีชาดมาลินี เทพธิดาผู้ไร้พ่าย ชะงักงันไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่เปลี่ยนไปของเหยื่อ นางไม่เคยพบเจอมนุษย์ผู้ใดที่ถูกฟันร่างจนแหลกเหลวแล้วยังสามารถลุกขึ้นมายืนหยัดพร้อมกับรังสีอำมหิตที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน"ความดื้อรั้นของเจ้า... ช่างน่าเวทนา" มาลินีเอ่ยเสียงเรียบ นางยกดาบยาวขึ้นตั้งฉากกับพื้น ขาเทียมทองคำขยับก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าทว่าคุกคาม"สู้กับเจ้า... ข้าไม่จำเป็นต้องใช้ความหวัง" สิงขรเค้นเสียงตอบทะลุไรฟันที่ขบกันแน่น ดาบจันทราทมิฬในมือส่องแสงสีน้ำเงินสว่างจ้าที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา "ข้าจะใช้แค่ความแค้น... และความตาย!"สิงขรไม่รอให้นางเป็นฝ่ายบุก เขากระทืบเท้าลงบนพื้นรากไม้จน

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 81: บุปผาโลหิตที่หลับใหล และดาบที่มิเคยปราชัย

    ความเงียบสงัด ณ ก้นบึ้งของ "มหานิโครธสรณะ" นั้นหนักอึ้งประดุจศิลาแลงพันตันที่กดทับลงมาบนบ่า ทะเลสาบมรณะชาดที่เดือดพล่านและส่งกลิ่นเหม็นเน่าอยู่เบื้องหลัง บัดนี้ถูกทิ้งไว้เบื้องล่างเมื่อสิงขร มาลิน และวายุ ก้าวขึ้นมาถึงรากไม้ยักษ์ที่สานตัวกันเป็นลานประลองกว้างขวาง ณ ใจกลางของนครใต้ร่มเงาเบื้องหน้าของพวกเขา คือรากไม้ที่ขดตัวรวมกันเป็นแท่นบรรทมขนาดมหึมา และบนแท่นนั้น... "ดอกบัวโลหิต" ขนาดยักษ์ที่ยังคงหุบตูมกำลังเต้นตุบๆ อย่างแผ่วเบาและสม่ำเสมอ ราวกับเป็นหัวใจอีกดวงหนึ่งของต้นไทรต้องสาปแห่งนี้ กลีบดอกสีแดงคล้ำของมันมีละอองสปอร์สีทองและสีแดงลอยฟุ้งออกมาตามจังหวะการเต้น ทุกครั้งที่มันขยับ กลิ่นของความตายและความเน่าเปื่อยจะทวีความรุนแรงขึ้นสิงขรหยุดยืนอยู่ที่ขอบลานกว้าง เขายกแขนซ้ายที่ชุ่มเลือดขึ้นปาดเหงื่อเย็นเยียบที่เกาะพราวบนหน้าผาก ลมหายใจของเขาหนักหน่วง บาดแผลทั่วร่างเต้นตุบๆ ประสานกับจังหวะของดอกบัวยักษ์"มาลิน... วายุ..." สิงขรเอ่ยเสียงแผ่วเบาแต่เด็ดขาด โดยไม่ละสายตาจากดอกบัวเบื้องหน้า "พวกเจ้าหยุดอยู่แค่นี้ ห้ามก้าวล่วงเข้าไปในลานกว้างนั้นเด็ดขาด กลิ่นอายของพิษมรณะชาดที่แผ่ออกมาจาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status