ธรรมจักรทมิฬ

ธรรมจักรทมิฬ

last updateآخر تحديث : 2026-01-29
بواسطة:  Wandererتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
25فصول
9وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

"เมื่อกฎแห่งกรรมถูกทำลาย ความตายจึงไม่ใช่จุดสิ้นสุด... แต่เป็นคุกขังชั่วนิรันดร์" ในยุคสมัยที่ ‘มหาโพธิ์ทอง’ ยังคงแผ่กิ่งก้านสีทองปกคลุมไปทั่วทั้งไตรภูมิ ทุกสรรพชีวิตดำรงอยู่ภายใต้แสงแห่งบุญบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อ ‘มหาธรรมจักร’ กฎเกณฑ์ที่ค้ำจุนโลกถูกทุบทำลายจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ความวิปริตจึงบังเกิดเหนือแผ่นดินสยาม เหล่ากึ่งเทพหน่อเนื้อพุทธางกูรต่างแย่งชิงเศษเสี้ยวของมหาธรรมจักรจนบ้าคลั่ง สงครามทำลายร้างเปลี่ยนอารยธรรมที่รุ่งเรืองให้กลายเป็นนรกบนดิน คนตายไม่ไปผุดไปเกิด แต่กลับลุกขึ้นมาเดินดินในร่างเน่าเปื่อย แสงทองที่เคยให้ชีวิตกลับกลายเป็นกรงขังที่สาปแช่งวิญญาณ ท่ามกลางกลีบดอกไม้ทองคำที่เหี่ยวเฉา ‘สิงขร’ อดีตนักรบผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ผู้ไร้บุญ’ ได้ตื่นขึ้นจากความตายตามเสียงเพรียกของพฤกษา เขาต้องออกเดินทางผ่านแคว้นโบราณที่เต็มไปด้วยอสุรกายและอาคมคุณไสย เพื่อรวบรวมเศษขุมพลังจากเหล่าเจ้าเมืองที่คลุ้มคลั่ง ทางเลือกของเขามีเพียงสอง... หนึ่งคือสยบยอมต่อโชคชะตาที่เน่าเฟะ หรือสอง คือการก้าวขึ้นเป็น ‘ธรรมราชา’ คนใหม่ ผู้กำหนดกฎเกณฑ์แห่งโลกขึ้นมาด้วยคมดาบและรอยสักยันต์อาคม!

عرض المزيد

الفصل الأول

ปฐมบท: มหาสงครามธรรมจักรแตกสลาย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... แผ่นดินสยามมิได้ถูกปกคลุมด้วยหมอกธูปหรือเถ้าธุลีดั่งเช่นทุกวันนี้ หากแต่เป็นดินแดนที่รุ่งโรจน์ภายใต้รัศมีของ "มหาโพธิ์ทอง" พฤกษาศักดิ์สิทธิ์ที่กิ่งก้านของมันประดับด้วยใบโพธิ์ทองคำนับล้าน ซึ่งจะคอยหยาดริน "น้ำอมฤตแห่งบุญ" ลงมาสู่พสุธา

ในยุคนั้น ความตายมิใช่สิ่งที่น่าหวาดกลัว เพราะวิญญาณทุกดวงจะถูกนำทางโดยแสงสีทองกลับคืนสู่รากของมหาโพธิ์ เพื่อรอการจุติใหม่ในภพภูมิที่ดีกว่า ภายใต้การปกครองของ พระนางมณีรัตน์ เทวีผู้ครองมหาธรรมจักร กฎแห่งกรรมนั้นเที่ยงตรงและศักดิ์สิทธิ์

แต่แล้ว... "คืนแห่งศัสตรานิล" ก็มาถึง

กลุ่มนักฆ่าลึกลับที่ไม่มีใครรู้ที่มา ได้ลอบขโมยเศษเสี้ยวของ

"มรณธาตุ" ที่ถูกสะกดไว้ในคัมภีร์ต้องห้าม

พวกมันนำมาหลอมเป็นกริชสีนิลอาบยาพิษอาคม และใช้มันสังหาร "เจ้าฟ้าสุทัศน์" โอรสองค์โตผู้เป็นที่รักที่สุดของพระนางมณีรัตน์ วิญญาณของเจ้าฟ้าถูกฉีกกระชากจนไม่สามารถกลับคืนสู่มหาโพธิ์ได้ กลายเป็นศพแรกในประวัติศาสตร์ที่ตายอย่างแท้จริงและทิ้งกายหยาบที่เน่าเปื่อยไว้เป็นแผลเป็นของแผ่นดิน

ความโศกเศร้าของพระนางมณีรัตน์รุนแรงเสียจนทำลายสติสัมปชัญญะของพระนาง ในคืนที่มืดมิดที่สุด พระนางได้ทรงยกค้อนเหล็กเทวะขึ้นสูง และทุบลงบน "มหาธรรมจักร" อันเป็นแกนกลางของกฎเกณฑ์โลกจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ!

เปรี้ยง!!!

เสียงธรรมจักรแตกกัมปนาทเลื่อนลั่นไปถึงสวรรค์ชั้นพรหมและนรกขุมลึกที่สุด แสงสีทองจากมหาโพธิ์ดับวูบลงชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงฉานคล้ายเลือด กฎแห่งไตรภูมิพังทลายลงทันที คนตายลุกขึ้นจากหลุม คนเป็นกลายเป็นบ้า และ "เศษเสี้ยวธรรมจักร" ที่กระเด็นไปทั่วสารทิศ ได้ถูกเก็บไปโดยเหล่าโอรสและธิดาองค์อื่นๆ ของพระนาง

นั่นคือจุดเริ่มต้นของ "มหาสงครามชิงตราธรรม"

เหล่ากึ่งเทพที่เคยรักใคร่ปรองดอง บัดนี้ถูกความโลภและอำนาจจากเศษธรรมจักรเข้าครอบงำ พวกเขาซ่องสุมกำลังพล สร้างกองทัพอสุรกาย และประกาศสงครามต่อกันเพื่อความเป็นใหญ่

ทิศเหนือ: เจ้าพระยาพายัพ ยก‘กองทัพศพ’บุกประชิดปราสาทศิลาลอย หวังจะต่อเติมร่างกายตนเองให้ยิ่งใหญ่ด้วยอวัยวะของเหล่านักรบ

ทิศตะวันออก: เจ้าหญิงจันทรประภา ประกาศตัดขาดจากมหาโพธิ์ทอง และหันไปพึ่งพิงอำนาจลึกลับจาก "ดวงจันทร์ทมิฬ"

ทิศใต้: พญามารราหู ขุนศึกยักษ์ผู้เลอโฉมและสง่างามที่สุด ได้กลายเป็นจอมพลผู้คลั่งไคล้การนองเลือด นำกองทัพช้างศึกเข้าบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า จนทุ่งกุลาร้องไห้กลายเป็นสีแดงชาดด้วยโลหิต

มหาสงครามดำเนินไปนับร้อยปี ไม่มีใครชนะ ไม่มีใครแพ้ มีเพียงความพินาศที่แผ่ขยายตัวออกไป ราวกับโรคร้ายที่กัดกินแผ่นดิน แสงแห่งบุญที่เคยส่องสว่างกลับกลายเป็นเพลิงที่แผดเผา

มหาโพธิ์ทองเริ่มเน่าเฟะจากภายใน รากของมันชอนไชเข้าสู่ซากศพและสูบกินความทุกข์ระทมเป็นอาหาร

เมื่อเห็นว่าไม่มีกึ่งเทพองค์ใดคู่ควรกับบัลลังก์ เสียงเพรียกสุดท้ายจากมหาโพธิ์ทองจึงดังข้ามมหาสมุทร ไปยังดินแดนรกร้างที่ถูกลืม... ไปยังเหล่า "ผู้ไร้บุญ" นักรบผู้ถูกเนรเทศและตายไปแล้วในอดีต ให้ฟื้นคืนชีพกลับมาเพื่อยุติกลียุคนี้

"จงกลับมา... เจ้าคนบาป"

"จงรวบรวมเศษธรรมจักรที่แตกกระจัดกระจาย"

"แล้วขึ้นครองบัลลังก์เป็น ธรรมราชา ผู้เยียวยาไตรภูมิ... หรือจะกลายเป็นผู้เผาทำลายทุกสิ่งให้สิ้นซากไปพร้อมกับมหาโพธิ์ทองนี้"

บัดนี้ สิงขรได้ก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่เทพเจ้าทอดทิ้ง และประวัติศาสตร์หน้าใหม่กำลังจะถูกเขียนด้วยเลือดและอาคมในแผ่นดินที่ไร้ความปรานีแห่งนี้!

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
25 فصول
ปฐมบท: มหาสงครามธรรมจักรแตกสลาย
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... แผ่นดินสยามมิได้ถูกปกคลุมด้วยหมอกธูปหรือเถ้าธุลีดั่งเช่นทุกวันนี้ หากแต่เป็นดินแดนที่รุ่งโรจน์ภายใต้รัศมีของ "มหาโพธิ์ทอง" พฤกษาศักดิ์สิทธิ์ที่กิ่งก้านของมันประดับด้วยใบโพธิ์ทองคำนับล้าน ซึ่งจะคอยหยาดริน "น้ำอมฤตแห่งบุญ" ลงมาสู่พสุธา ในยุคนั้น ความตายมิใช่สิ่งที่น่าหวาดกลัว เพราะวิญญาณทุกดวงจะถูกนำทางโดยแสงสีทองกลับคืนสู่รากของมหาโพธิ์ เพื่อรอการจุติใหม่ในภพภูมิที่ดีกว่า ภายใต้การปกครองของ พระนางมณีรัตน์ เทวีผู้ครองมหาธรรมจักร กฎแห่งกรรมนั้นเที่ยงตรงและศักดิ์สิทธิ์ แต่แล้ว... "คืนแห่งศัสตรานิล" ก็มาถึง กลุ่มนักฆ่าลึกลับที่ไม่มีใครรู้ที่มา ได้ลอบขโมยเศษเสี้ยวของ "มรณธาตุ" ที่ถูกสะกดไว้ในคัมภีร์ต้องห้าม พวกมันนำมาหลอมเป็นกริชสีนิลอาบยาพิษอาคม และใช้มันสังหาร "เจ้าฟ้าสุทัศน์" โอรสองค์โตผู้เป็นที่รักที่สุดของพระนางมณีรัตน์ วิญญาณของเจ้าฟ้าถูกฉีกกระชากจนไม่สามารถกลับคืนสู่มหาโพธิ์ได้ กลายเป็นศพแรกในประวัติศาสตร์ที่ตายอย่างแท้จริงและทิ้งกายหยาบที่เน่าเปื่อยไว้เป็นแผลเป็นของแผ่นดิน ความโศกเศร้าของพระนางมณีรัตน์รุนแรงเสียจนทำลายสติสัมปชัญญะของพระนาง ในค
last updateآخر تحديث : 2026-01-19
اقرأ المزيد
บทนำ: มหาโพธิ์ทองล่มสลาย และเสียงเพรียกจากเถ้าธุลี
ท่ามกลางทุ่งกุลาร้องไห้ที่บัดนี้ไร้ซึ่งเสียงสะอื้นของมนุษย์ มีเพียงสายลมแห้งแล้งที่หอบเอาละอองสีทองจางๆ พัดผ่านซากปรักหักพังของเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ที่หักโค่น แสงสว่างบนฟากฟ้ามิได้มาจากดวงอาทิตย์ตามธรรมชาติ แต่มาจากกิ่งก้านมหึมาของ “มหาโพธิ์ทอง” ต้นไม้ทองคำยักษ์ที่รากของมันหยั่งลึกลงไปถึงแกนโลก และกิ่งก้านของมันค้ำยันสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เอาไว้ แต่แสงนั้นบัดนี้กลับหม่นแสงลง... มันมิใช่สีทองบริสุทธิ์อีกต่อไป แต่เป็นสีเหลืองซีดคล้ายสีผิวกายของคนตาย สิงขร ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลที่ยาวนานนับศตวรรษ ร่างของเขาซุกตัวอยู่ในกองเถ้าธุลีใต้ถุนศาลาวัดเก่าที่ผุพัง ผิวหนังของเขาแห้งกร้าน แผ่นหลังมีรอยสักยันต์ที่ขาดวิ่นไปตามบาดแผลเก่าจากการสู้รบในอดีต เขาคือหนึ่งใน “ผู้ไร้บุญ” เหล่านักรบและขุนนางที่เคยถูกเนรเทศออกจากแผ่นดินขัณฑสีมาเพียงเพราะแสงแห่งบุญบารมีในดวงตาได้มอดดับลง แต่บัดนี้ เมื่อ “มหาธรรมจักร” อันเป็นกฎเกณฑ์แห่งโลกได้แตกสลาย ก้อนธาตุแห่งความตายจึงไหลย้อนกลับ ความตายมิใช่จุดสิ้นสุด และเสียงเพรียกจากเถ้าธุลีได้เรียกพวกเขากลับมาทวงคืนบัลลังก์ ชายหนุ่มยันกายขึ้น ความทรงจำของเขายังคงพร่าเลือ
last updateآخر تحديث : 2026-01-19
اقرأ المزيد
ตอนที่ 1: กลิ่นธูปในทุ่งสังหาร
แสงสีทองหม่นพาดผ่านขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกสีตะกั่ว แต่มันมิใช่แสงของดวงตะวัน หากแต่เป็นรัศมีอันเจิดจ้าที่แผ่ออกมาจากกิ่งก้านมหึมาของ "มหาโพธิ์ทอง" ต้นไม้บรรพกาลที่มีขนาดใหญ่เสียจนรากของมันชอนไชไปทั่วทุกหัวระแหงของแผ่นดิน ใบโพธิ์สีทองขนาดเท่าโล่ขยับไหวตามสายลม เกิดเสียงคล้ายระฆังแก้วที่ดังกังวานอย่างวังเวงไปทั่วทุ่งกุลาร้องไห้ สิงขร ยันกายขึ้นจากกองซากศพที่แห้งกรัง ผิวหนังของเขาซีดเผือดจากการขาดเลือดมานานนับศตวรรษ แต่ในแววตาที่เคยว่างเปล่า บัดนี้กลับมีประกายสีทองเล็กๆ จุดประกายขึ้นมาใหม่ มันคือ "แสงแห่งบุญ" ที่จู่ๆ ก็หวนกลับมาเรียกคืนวิญญาณของเขากลับสู่กายหยาบอีกครั้ง เขาไอออกมาเป็นฝุ่นผงสีดำ ก่อนจะคว้าด้ามดาบเหล็กน้ำพี้ที่วางอยู่ข้างกาย เขามองไปรอบๆ ทุ่งกุลาฯ ที่เขาเคยรู้จักในอดีต บัดนี้กลายเป็นทุ่งสังหารที่ไม่มีสิ้นสุด กองเกวียนที่เคยบรรทุกข้าวปลาอาหารหักพังกลายเป็นซากไม้ที่ประดับด้วยกะโหลกมนุษย์ กระดูกขาวโพลนเกลื่อนกลาดราวกับเม็ดทราย สิงขรจำได้ลางๆ ว่าก่อนที่เขาจะถูกเนรเทศออกไปนอกขอบขัณฑสีมาในฐานะ "ผู้ไร้บุญ" โลกนี้เคยสงบสุขกว่านี้ แต่บัดนี้ กลิ่นที่อบอวลอยู่ในอากาศกลับไม่
last updateآخر تحديث : 2026-01-19
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2: หมู่บ้านรวงข้าวสีเลือด และเศษเสี้ยวแห่งศรัทธา
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งมาตามลมแรงขึ้นทุกขณะเมื่อสิงขรก้าวเท้าเข้าสู่เขต “มณฑลบูรพา” พื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่มั่งคั่งที่สุดของแผ่นดิน แต่บัดนี้ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับเป็นทุ่งนาที่ล่มสลาย ต้นข้าวสีทองที่เคยชูรวงกลับกลายเป็นสีแดงคล้ำคล้ายโลหิตที่แห้งกรัง ลำต้นของมันแข็งทื่อและมีหนามแหลมคมดั่งศัสตรา ราวกับว่าพื้นดินผืนนี้เลิกผลิตอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต แต่เริ่มสูบกินวิญญาณของผู้ที่เหยียบย่างลงไปแทน สิงขรเดินตามทางเกวียนเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยรอยล้อลึก แสงจาก มหาโพธิ์ทอง ที่อยู่ไกลออกไปส่องลอดผ่านม่านหมอกสีเทา ปรากฏเห็นเงาตะคุ่มของหมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่เชิงเขาด้านหน้า ที่นั่นคือ “หมู่บ้านรวงข้าวสีเลือด” ทางผ่านด่านสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่เขตปราสาทศิลาลอยอันเป็นที่ประทับของเจ้าพระยาพายัพ เมื่อเข้าใกล้หมู่บ้าน สิงขรกลับไม่ได้ยินเสียงผู้คนหรือเสียงสัตว์เลี้ยง มีเพียงเสียงไม้กระดานที่เสียดสีกันตามแรงลมและเสียงสวดมนต์พึมพัมที่ฟังไม่ได้ศัพท์ บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก ชายหนุ่มกระชับด้ามดาบเหล็กน้ำพี้ในมือแน่นขึ้น แผ่นหลังที่เป็นรอยสักยันต์เริ่มส่งกระแสความร้อนวูบวาบเป็นการเ
last updateآخر تحديث : 2026-01-19
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3: ปราสาทศิลาลอย และขุนพลหน้ากากอสุรา
สายหมอกยามเช้าที่ปกคลุมเชิงเขาพายัพหนาทึบเสียจนสิงขรแทบมองไม่เห็นปลายเท้าของตนเอง ความชื้นแฉะในอากาศไม่ได้นำมาซึ่งความสดชื่น แต่กลับหอบเอาความเย็นเยือกที่บาดลึกไปถึงกระดูก หลังจากแยกจาก เฒ่าคำ ที่หมู่บ้านรวงข้าวสีเลือด ชายหนุ่มก็มุ่งหน้าขึ้นสู่ที่สูงตามเส้นทางวิบากที่คดเคี้ยวไปตามหน้าผาชัน เป้าหมายของเขาตั้งตระหง่านอยู่เหนือหัวใจของหมอกร้าย... “ปราสาทศิลาลอย” มหาปราสาทที่สร้างขึ้นจากศิลาแลงและศิลาขาว ซึ่งดูเหมือนจะลอยละล่องอยู่บนก้อนเมฆด้วยอำนาจอาคมของเจ้าเมืองผู้บ้าคลั่ง ดาบเหล็กน้ำพี้ที่ผ่านการหลอมรวมเศษบารมีมาแล้วส่องแสงเรืองรองจางๆ อยู่ในฝัก ราวกับมันกำลังสั่นพ้องกับอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า สิงขรหยุดพักที่กองไฟสีนวลจางๆ อีกครั้งที่หน้าตีนสะพานหินข้ามเหว ณ ที่นั่น มาลี สตรีในชุดสไบนิลปรากฏกายขึ้นอีกครั้งจากความว่างเปล่า “ทางข้างหน้าคือด่านทดสอบความคู่ควรของท่าน... สิงขร” เธอเปรยขึ้นขณะที่ดวงตาข้างที่เปิดอยู่จ้องมองไปยังยอดปราสาท “เจ้าพระยาพายัพไม่ได้ครอบครองเพียงเศษธรรมจักร แต่เขายังครอบครองความกลัวของเหล่านักรบที่พ่ายแพ้ เขาเฝ้าคอยใครสักคนที่จะมาเติมเต็ม ‘ร่างกาย’ ที่ไม่ส
last updateآخر تحديث : 2026-01-19
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4: ทางลับใต้ซากเทวาลัย และเงามืดในปราสาทศิลาลอย
บานประตูไม้สักมหึมาของปราสาทศิลาลอยปิดลงตามหลังสิงขรด้วยเสียงดังสนั่น ราวกับจะประกาศว่าบัดนี้เขามิอาจหันหลังกลับไปสู่โลกภายนอกได้อีก ภายในปราสาทมิได้สว่างไสวด้วยแสงจากมหาโพธิ์ทองเหมือนด้านนอก แต่กลับเต็มไปด้วยแสงสลัวสีส้มจากคบเพลิงที่ปักอยู่ตามกำแพงหินศิลาแลง กลิ่นเหม็นอับของกำมะถันและกลิ่นซากศพที่ถูกทิ้งไว้นานวันลอยอบอวลอยู่ใต้หลังคาจั่วสูงชันที่ประดับด้วยลวดลายกนกที่หักพัง สิงขรหมอบตัวต่ำลงในเงามืดหลังกองเสาหินที่สลักลายวิจิตร สายตาของเขาจ้องมองไปยังลานกว้างเบื้องหน้า ที่นั่นคือทางเข้าหลักสู่พระที่นั่งพายัพมณฑล แต่ความตายได้สถิตอยู่ที่นั่นในรูปของ “กองทัพศิลา” นักรบนับร้อยในชุดเกราะศิลาแลงหนาหนักยืนเรียงรายราวกับรูปปั้นที่ไม่ไหวติง ทว่าดวงตาของพวกมันกลับมีเปลวไฟสีเหลืองนวลลุกโชนอยู่ภายในหน้ากากเหล็ก มือของพวกมันกำหอกซัดและง้าวใบใหญ่ไว้อย่างมั่นคง หากบุกเข้าไปตรงๆ แม้จะมีดาบเหล็กน้ำพี้ที่เสริมพลังมาแล้ว สิงขรก็รู้ดีว่าเขาคงถูกรุมกินโต๊ะจนเหลือเพียงชื่อก่อนจะได้เห็นหน้าเจ้าเมืองเสียด้วยซ้ำ “ทางที่สว่างที่สุด... มักเป็นทางที่อันตรายที่สุด” เสียงกระซิบเยือกเย็นของมาลีดังก้องในม
last updateآخر تحديث : 2026-01-20
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5: บัลลังก์ศพของเจ้าพระยาพายัพ
ลมกรรโชกแรงพัดพาเอาละอองฝนสีทองจางๆ ปะทะใบหน้าของสิงขรขณะที่เขาปีนพ้นขอบระเบียงชั้นสูงสุดของปราสาทศิลาลอย ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือลานกว้างหน้าพระที่นั่งพายัพมณฑล ซึ่งประดับประดาด้วยรูปปั้นนาคาศิลาขนาดมหึมาที่แหลกสลาย พื้นหินศิลาแลงอาบไปด้วยสีขาวของหยาดน้ำค้างและสีแดงของคราบเลือดเก่าที่ล้างไม่ออก ที่กลางลานนั้น ร่างมหึมาหนึ่งนั่งอยู่บนตั่งทองที่ผุพัง ร่างนั้นสวมฉลองพระองค์สีแดงเพลิงที่ขาดวิ่น ทว่าสิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดคือ "ร่างกาย" ของเขา... ภายใต้ผ้าคลุมผืนหนานั้นมีแขนและขามนุษย์นับสิบข้างโผล่ออกมา บางข้างยังขยับไหวราวกับมีความคิดเป็นของตัวเอง บางข้างถูกยึดติดด้วยหมุดทองคำและด้ายอาคมสีดำสะอิดสะเอียน เขาคือ “เจ้าพระยาพายัพ” กึ่งเทพผู้ตกต่ำที่สุด แต่กลับกระหายอำนาจที่สุด สิงขรก้าวเท้าออกไปบนลานหิน เสียงฝีเท้าของเขากังวานท่ามกลางความเงียบ เจ้าพระยาพายัพค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความถือตัว ดวงตาข้างหนึ่งเหลือกค้างขณะที่อีกข้างจ้องมองสิงขรด้วยความสมเพช “ผู้ไร้บุญ... อีกตัวหนึ่งงั้นหรือ?” เสียงของเขาแหบพร่าและซ้อนทับกันราวกับมีเสียงของคนนับสิบพูดออกมาพร้อมกัน “เจ้า
last updateآخر تحديث : 2026-01-20
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6: นาคาเล่นน้ำสะบัดชัย
เสียงขวานยักษ์กระแทกพื้นหินศิลาแลงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออก แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เศษกระเบื้องหลังคาปราสาทร่วงหล่นลงมาเป็นสาย สิงขรทะยานหลบออกด้านข้างด้วยสัญชาตญาณที่ว่องไวดุจวานร แต่รังสีของอาคมสีทองหม่นที่แฝงมากับคมขวานยังคงกรีดผ่านชายเสื้อเกราะจนขาดวิ่น พลังทำลายล้างของเจ้าพระยาพายัพนั้นมหาศาลเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้ ร่างกายที่ดูเทอะทะด้วยแขนขานับสิบข้างกลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและทรงพลังอย่างประหลาด ราวกับพายุหมุนที่หุ้มด้วยเหล็ก “หนีไปก็ไร้ผล! เจ้าคนบาป!” เจ้าพระยาพายัพคำราม แขนซ้ายที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ ซึ่งดูเหมือนจะถูกปลูกถ่ายมาจากยักษ์อสุราเหวี่ยงเข้าใส่สิงขรในแนวราบ ชายหนุ่มพยายามยกดาบขึ้นรับ แต่แรงปะทะนั้นส่งเขากระเด็นไปกระแทกกับฐานรูปปั้นนาคาจนกระอักเลือดออกมาเป็นสีเข้ม สิงขรยันกายขึ้นอย่างยากลำบาก ในหูของเขาได้ยินเสียงวี๊ดดังสนั่น สายตาเริ่มพร่ามัวจากการกระทบกระเทือน เจ้าพระยาพายัพไม่ปล่อยให้เขามีเวลากู้คืนสติ มันเหวี่ยงขวานยักษ์ขึ้นอีกครั้ง เตรียมจะปิดบัญชีชีวิตนักรบไร้บุญผู้นี้เสีย ‘สติ... สิงขร... ใช้ลมปราณแห่งพระแม่ธาตุ...’ เสียงกระซิบของมาลีแว่วมาท
last updateآخر تحديث : 2026-01-20
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7: กายทิพย์กลางพงไพร และสัญญาของผู้หลบเร้น
หลังจากการสู้รบอันดุเดือดที่ยอดปราสาทศิลาลอยสิ้นสุดลง สิงขรเดินลงจากบันไดหินที่สลักเสลาด้วยความแค้นและคราบเลือด เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นหินดังกังวานอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางซากปรักหักพังของมหาปราสาทที่บัดนี้ไร้ซึ่งเงาของเจ้าพระยาพายัพ ทหารศิลาที่เคยยืนตระหง่านอยู่ตามระเบียงบัดนี้ล้มพังทลายกลายเป็นเพียงก้อนหินธรรมดา เมื่ออำนาจอาคมที่ยึดโยงพวกมันไว้ได้สลายไปพร้อมกับชีวิตของกึ่งเทพผู้โฉดชั่วสิงขรหยุดยืนอยู่ที่ลานกว้างหน้าประตูเมือง เขามองดู "เศษธรรมจักรแห่งบูรพา" ที่ฝังอยู่ในอก แสงสีทองของมันอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยน้ำหนักที่หนักอึ้ง ราวกับมันกำลังแบกรับภาระแห่งกรรมของแผ่นดินนี้เอาไว้ เขาตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตก ทางทิศที่แสงสีทองของมหาโพธิ์ทองเริ่มถูกกลืนกินด้วยรัศมีสีน้ำเงินจางๆ ของดวงจันทร์ที่ดูเหมือนจะลอยค้างอยู่บนท้องฟ้าตลอดกาลเหนือเขต “ทะเลสาบจันทราพิลาส”ขณะที่เขากำลังเดินผ่านชายป่าละเมาะที่เต็มไปด้วยต้นตะเคียนยักษ์กิ่งก้านคดเคี้ยว สิงขรสัมผัสได้ถึงไออาคมลึกลับที่แตกต่างจากไสยดำของพายัพ มันเป็นไอเย็นที่ให้ความรู้สึกสงบแต่แฝงไปด้วยอำนาจการอำพรางตัว เขาหยุดชะงัก มือขวากระชับดาบเหล็กน
last updateآخر تحديث : 2026-01-21
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8: มนตราจันทรา และปริศนาไสยขาว
ม้าศึกวารินพยศชะลอฝีเท้าลง เมื่อกีบเท้าที่ปกคลุมด้วยเกล็ดนาคาแตะลงบนพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยน้ำขัง ผิวน้ำในเขตนี้ไม่ได้ใสกระจายเหมือนลำธารทั่วไป แต่กลับมีประกายสีรุ้งจางๆ ลอยล่องราวกับมีน้ำมันหอมระเหยเคลือบไว้ หมอกหนาสีน้ำเงินเข้มโอบล้อมรอบตัวคนทั้งสองจนมองเห็นได้เพียงระยะไม่กี่วา สิงขรสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานที่นิ่งสงบผิดปกติ แต่มันเป็นความสงบที่ทำให้เขารู้สึกเย็นเยือกไปถึงดวงจิตวายุบังคับม้าให้หยุดนิ่งหน้า “ศาลเพียงตาโบราณ” ที่ตั้งอยู่ใต้ต้นจามจุรีขนาดยักษ์ซึ่งกิ่งก้านของมันประดับด้วยโคมไฟหินแกะสลักรูปพระจันทร์เสี้ยว แสงจากโคมไฟเหล่านั้นนวลตาและเยือกเย็น ต่างจากแสงสีทองที่ดุดันของมหาโพธิ์ทองที่สิงขรคุ้นเคย“พักที่นี่ก่อนเถิด สิงขร...” วายุกระโดดลงจากหลังม้าอย่างแผ่วเบา ร่างกึ่งโปร่งแสงของเขาดูจะกลมกลืนไปกับบรรยากาศที่นี่อย่างประหลาด “ที่นี่คือเขตแดนของ ไสยขาว หรือที่พวกนักปราชญ์เรียกว่า มนตราดาราศาสตร์”สิงขรลงมานั่งพักข้างศาลเพียงตา เขาพิงหลังกับต้นไม้ใหญ่พลางลูบคางอย่างใช้ความคิด “ไสยขาวงั้นหรือ? ข้าเคยได้ยินแต่ไสยดำที่ใช้ฆ่าคน หรือวิชาคงกระพันที่ข้าใช้อยู่ แต่มนตราที่นี่... มันให้คว
last updateآخر تحديث : 2026-01-21
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status