Beranda / แฟนตาซี / ธรรมจักรทมิฬ / ตอนที่ 63: ปีศาจในคราบนักรบ และคำลวงแห่งอัคคีโกลาหล

Share

ตอนที่ 63: ปีศาจในคราบนักรบ และคำลวงแห่งอัคคีโกลาหล

Penulis: Wanderer
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-19 09:24:25

ไอหมอกสีขาวขุ่นที่ลอยปกคลุมทั่วอาณาบริเวณของ "แดนหวงห้ามเหมันต์" นั้นหนาเสียจนแทบจะมองไม่เห็นปลายเท
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 82: เทพธิดาแห่งความเน่าเปื่อย และบุปผามรณะที่เบ่งบาน

    เสียงหอบหายใจของสิงขรดังก้องสลับกับเสียงหยดเลือดที่ร่วงหล่นกระทบพื้นรากไม้ บาดแผลนับร้อยจาก "ระบำกระเรียนร่ายวารี" ปริปากส่งเสียงกรีดร้องผ่านความเจ็บปวดที่ทะลวงลึกถึงไขกระดูก ทว่าชายหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้งกลับไม่ยอมล้มลงอีกเป็นครั้งที่สอง ดวงตาของเขาที่เคยมืดมนบัดนี้ลุกโชนด้วยไฟแห่งปณิธานที่บ้าคลั่ง จิตสังหารอันเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่าง แช่แข็งหยาดเลือดที่กำลังไหลรินให้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีชาดมาลินี เทพธิดาผู้ไร้พ่าย ชะงักงันไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่เปลี่ยนไปของเหยื่อ นางไม่เคยพบเจอมนุษย์ผู้ใดที่ถูกฟันร่างจนแหลกเหลวแล้วยังสามารถลุกขึ้นมายืนหยัดพร้อมกับรังสีอำมหิตที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน"ความดื้อรั้นของเจ้า... ช่างน่าเวทนา" มาลินีเอ่ยเสียงเรียบ นางยกดาบยาวขึ้นตั้งฉากกับพื้น ขาเทียมทองคำขยับก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าทว่าคุกคาม"สู้กับเจ้า... ข้าไม่จำเป็นต้องใช้ความหวัง" สิงขรเค้นเสียงตอบทะลุไรฟันที่ขบกันแน่น ดาบจันทราทมิฬในมือส่องแสงสีน้ำเงินสว่างจ้าที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา "ข้าจะใช้แค่ความแค้น... และความตาย!"สิงขรไม่รอให้นางเป็นฝ่ายบุก เขากระทืบเท้าลงบนพื้นรากไม้จน

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 81: บุปผาโลหิตที่หลับใหล และดาบที่มิเคยปราชัย

    ความเงียบสงัด ณ ก้นบึ้งของ "มหานิโครธสรณะ" นั้นหนักอึ้งประดุจศิลาแลงพันตันที่กดทับลงมาบนบ่า ทะเลสาบมรณะชาดที่เดือดพล่านและส่งกลิ่นเหม็นเน่าอยู่เบื้องหลัง บัดนี้ถูกทิ้งไว้เบื้องล่างเมื่อสิงขร มาลิน และวายุ ก้าวขึ้นมาถึงรากไม้ยักษ์ที่สานตัวกันเป็นลานประลองกว้างขวาง ณ ใจกลางของนครใต้ร่มเงาเบื้องหน้าของพวกเขา คือรากไม้ที่ขดตัวรวมกันเป็นแท่นบรรทมขนาดมหึมา และบนแท่นนั้น... "ดอกบัวโลหิต" ขนาดยักษ์ที่ยังคงหุบตูมกำลังเต้นตุบๆ อย่างแผ่วเบาและสม่ำเสมอ ราวกับเป็นหัวใจอีกดวงหนึ่งของต้นไทรต้องสาปแห่งนี้ กลีบดอกสีแดงคล้ำของมันมีละอองสปอร์สีทองและสีแดงลอยฟุ้งออกมาตามจังหวะการเต้น ทุกครั้งที่มันขยับ กลิ่นของความตายและความเน่าเปื่อยจะทวีความรุนแรงขึ้นสิงขรหยุดยืนอยู่ที่ขอบลานกว้าง เขายกแขนซ้ายที่ชุ่มเลือดขึ้นปาดเหงื่อเย็นเยียบที่เกาะพราวบนหน้าผาก ลมหายใจของเขาหนักหน่วง บาดแผลทั่วร่างเต้นตุบๆ ประสานกับจังหวะของดอกบัวยักษ์"มาลิน... วายุ..." สิงขรเอ่ยเสียงแผ่วเบาแต่เด็ดขาด โดยไม่ละสายตาจากดอกบัวเบื้องหน้า "พวกเจ้าหยุดอยู่แค่นี้ ห้ามก้าวล่วงเข้าไปในลานกว้างนั้นเด็ดขาด กลิ่นอายของพิษมรณะชาดที่แผ่ออกมาจาก

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 80: ห้วงลึกแห่งสระมรณะชาด และสาวกแมลงแห่งความเปื่อยพัง

    ความเงียบสงัดที่โรยตัวลงมาหลังจากการดับสูญของอัศวินหทัยเน่าเปื่อยนั้น ไม่ได้นำพาความสงบใจมาสู่สิงขรเลยแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับเป็นความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นประสาทสัมผัส ราวกับว่ามหานครใต้เงา ทั้งเมืองกำลังกลั้นหายใจเพื่อเฝ้าดูความตายของผู้บุกรุก เลือดสีคล้ำที่ถูกแช่แข็งบนพื้นหินอ่อนเริ่มละลายกลายเป็นไอพิษสีแดงจางๆ ลอยปะปนไปกับสปอร์เชื้อราที่ล่องลอยอยู่ในอากาศสิงขรยันกายขึ้นจากพื้นด้วยความยากลำบาก ดาบจันทราทมิฬที่ใช้เป็นไม้เท้าค้ำยันสั่นสะท้านไปตามแรงสั่นของท่อนแขน บาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่าง—ตั้งแต่รอยฟันของนักฆ่าล่องหน ลูกธนูที่เจาะทะลุสีข้าง ไปจนถึงรอยช้ำจากการปะทะกับยอดอัศวิน—กำลังประสานเสียงประท้วงอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเขาเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดทางกาย ดวงตาของเขาทอดมองผ่านซุ้มประตูศิลาบานยักษ์ที่เปิดอ้าออก เผยให้เห็นบันไดทางลงที่มืดมิดและแคบชัน ซึ่งทอดตัวดำดิ่งลงสู่รากฐานอันลึกที่สุดของ "มหานิโครธสรณะ""ทางลงสู่ก้นบึ้ง..." วายุในร่างวิญญาณลอยมาหยุดอยู่เคียงข้างสิงขร แสงสีฟ้าของเขากระพริบอย่างไม่เสถียรเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ลอยสวนขึ้นมาจากความมืด "ที่นั่นไม่มีแสงสว่างแห่งมหาโพธิ์ทองสาดส

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 79: นครใต้ร่มเงา และอัศวินหทัยเน่าเปื่อย

    ภาพของ "นครใต้ร่มเงา" ที่ปรากฏอยู่เบื้องล่างชานชาลาไม้นั้น เป็นทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้งอย่างถึงที่สุด มันคืองานสถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจงเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะรังสรรค์ขึ้นได้ กำแพงศิลาสีขาวบริสุทธิ์ถูกแกะสลักเป็นลวดลายเถาวัลย์และดอกไม้อย่างประณีต หลังคาโดมสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงสลัวดูราวกับสรวงสวรรค์ที่ร่วงหล่นลงมาซุกซ่อนอยู่ใต้เรือนยอดของ "มหานิโครธสรณะ" สะพานลอยฟ้าและระเบียงทางเดินทอดยาวสลับซับซ้อนเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายขนาดมหึมา โอบล้อมแกนกลางของต้นไทรยักษ์เอาไว้อย่างแน่นหนาทว่า ความงดงามเหล่านั้นกลับถูกกลืนกินด้วยความวิปลาสที่น่าสะอิดสะเอียนรากไม้สีดำคล้ำที่เจาะทะลวงสถาปัตยกรรมหินอ่อนแตกแขนงออกไปทั่วทุกสารทิศ บนพื้นทางเดินและกำแพงวิหารเต็มไปด้วยคราบเชื้อราสีแดงฉานที่เกาะกรังประดุจสนิมโลหิต สปอร์พิษฝุ่นสีแดงลอยฟุ้งอยู่ในอากาศหนาทึบจนมองเห็นเป็นละอองเพลิงที่ล่องลอย กลิ่นของนครแห่งนี้ไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้สวรรค์ แต่มันคือกลิ่นหวานเลี่ยนของเนื้อที่กำลังเน่าเปื่อย ผสมปนเปกับกลิ่นคาวสนิมของเลือดที่บูดเน่ามันคืออาณาจักรที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พึ่งพิง ทว่ากลับถูกรัดรึงด

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 78: มหานิโครธสรณะ และเสียงสังข์มรณะบนรากอากาศ

    หิมะสีขาวโพลนรอบลานกว้างของ "นครลับแลโอสถศาลา" ถูกย้อมด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉานที่ไหลรินจากร่างของสิงขร ชายหนุ่มนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นน้ำแข็งเย็นเยียบ บาดแผลจากคมลูกธนูและมีดสั้นของนักฆ่าล่องหนเปิดกว้างและลึกจนน่าหวาดเสียว ทว่าชัยชนะที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของเขาก็สัมฤทธิ์ผล ม่านพลังงานสีฟ้าที่เคยปิดกั้นเส้นทางเบื้องหน้าได้แตกสลายลง เผยให้เห็นบันไดศิลาที่ทอดตัวยาวขึ้นสู่ซุ้มประตูมิติที่ทอแสงสีทองอร่ามมาลินทิ้งไม้เท้าค้ำยันของนางลงพื้น แล้วรีบถลาเข้ามาประคองร่างของสิงขร นางฉีกม้วนผ้าพันแผลที่เหลืออยู่น้อยนิดและเทน้ำยาสมานแผลขวดสุดท้ายลงบนรอยแผลที่ลึกที่สุด"เจ้ามันบ้า! บ้าที่สุด!" มาลินด่าทอทั้งน้ำตา มือของนางสั่นเทาขณะพยายามห้ามเลือดที่ไหลทะลักจากต้นแขนและสีข้างของเขา "ข้าบอกให้ระวังตัว แต่เจ้ากลับวิ่งฝ่าดงธนูและมีดสั้นเข้าไปดื้อๆ! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าหรืออย่างไร ที่จะไม่มีวันตายเนี่ย!"สิงขรฝืนยิ้มบางๆ แม้ใบหน้าจะซีดเซียว เขายกมือขวาที่สวมถุงมือหนังเปื้อนเลือดขึ้นแตะแขนของนางเบาๆ "ถ้าข้าไม่บ้า... เราคงตายกันหมดด้วยน้ำมือของพวกนักฆ่าไร้เงาไปแล้ว... ข้าบอกเจ้าแล้วไง ว่าข้าจะฟันฝ

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 77: นครลับแลโอสถศาลา และคบเพลิงแห่งการทดสอบสีเลือด

    พายุหิมะที่บ้าคลั่งค่อยๆ อ่อนกำลังลงเมื่อคณะเดินทางก้าวล่วงเข้าสู่อาณาเขตของ "นครลับแลโอสถศาลา" ทว่าความสงบที่ได้พบกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงหวีดหวิวของพายุ ซากเมืองโบราณแห่งนี้ถูกแช่แข็งอยู่ในกาลเวลา อาคารศิลาสีเทาหม่นที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมวิจิตรบรรจงถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาเตอะ ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิต ไร้ซึ่งควันไฟจากปล่องไฟ มีเพียงความเงียบงันที่กดทับลงมาบนบ่าราวกับศิลาแลงสิงขรเดินนำหน้าฝ่ากองหิมะไปยังลานกว้างใจกลางเมือง ที่นั่นมีแท่นศิลากลมขนาดใหญ่ที่สลักอักขระเวทมนตร์โบราณเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ มันคือ "คุกจำลองวิญญาณ" มิติซ้อนทับที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นบททดสอบสุดท้ายสำหรับผู้ที่ต้องการล่วงล้ำเข้าสู่ "มหานิโครธสรณะ""แท่นผนึกนี่..." วายุลอยเข้าไปสำรวจใกล้ๆ แสงวิญญาณของเขาสั่นไหวเมื่อสัมผัสกับเวทมนตร์บนแท่น "มันต้องการให้ผู้ทดสอบเข้าไปในมิติคู่ขนาน เพื่อจุดคบเพลิงเวทมนตร์ทั้งสี่จุดที่ตั้งอยู่บนยอดหอคอยของเมือง เมื่อไฟทั้งสี่ดวงลุกโชน ม่านพลังที่ปิดกั้นรากไม้ศักดิ์สิทธิ์จึงจะเปิดออก""งั้นเราก็เข้าไปกันให้หมดนี่แหละ" มาลินกระชับไม้เท้า ค้ำยันร่างที่บอบช้ำของนาง"ไม่ได้..." สิงขรย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status