Share

บทที่ 4

Penulis: เอเวอลีน เอ็มเอ็ม
คุณทั้งหลายเคยรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็นหรือเปล่า? ฉันกำลังรู้สึกเช่นนั้นอยู่เมื่อมองพวกเขา ราวกับมีใครเดินเข้ามากระชากดวงใจออกจากอกก็มิปาน

หากฉันเป็นคนกระชากก้อนเนื้อไร้ค่านี้และปาทิ้งไปให้พ้นตาเองได้สาบานว่าจะทำเสียตอนนี้ เพราะมันช่างเจ็บจนไร้คำบรรยายใด ๆ มาเปรียบได้

ฉันต้องการหนีไปให้พ้นแต่กลับทำไม่ได้ สายตาของฉันจับจ้องทั้งสอง ไม่ว่าสมองจะสั่งให้หลีกหนีจากภาพตรงหน้าเท่าใด แต่ฉันก็ไม่อาจละสายตาไปจากฉากรักหวานชื่นเสียดแทงนัยน์ตานี้ได้

ฉันเฝ้ามองทั้งสองผละอ้อมกอดจากกัน โรแวนแววตาอ่อนโยนเมื่อมองหญิงในดวงใจ ฉันมองฝ่ามือที่กำลังบรรจงประคองแก้มของเอมม่า ชายหนุ่มดึงร่างของหญิงผู้เป็นที่รักเข้าใกล้เล็กน้อย เขาไม่ได้จูบเธอเพียงแต่เอาหน้าผากแนบชิดกัน

เขาดูสงบสุขราวกับเดินทางมาเจอที่พักผ่อนของตนเสียที ในที่สุดเขาก็รู้สึกเติมเต็ม

‘ผมคิดถึงคุณ’ ฉันอ่านการขยับปากเรียวบางนั้นออก

ฉันไม่อยากคิดว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นตอนนี้หากทั้งสองไม่ได้พบกันในสถานการณ์เช่นนี้ หากทั้งสองพบกันตอนที่ฉันและเขาแต่งงานกันอยู่ โรแวนจะนอกใจไปหาเอมม่าเลยหรือเปล่า?

ส่วนศีลธรรมของฉันรีบโต้แย้งว่าไม่เป็นเช่นนั้นแน่แต่กลับไม่แน่ใจนัก เพราะยังไงเสียนี่ก็คือเอมม่า หญิงที่เพียงดีดนิ้วโรแวนก็ล้วนยอมเป็นยอมตายเพื่อเธอ

ฉันรู้สึกทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงผุดลุกขึ้นและรีบปลีกตัวออกไป

วินาทีที่ก้าวออกมาด้านนอก น้ำตาจึงเริ่มไหลพรูออกมา ฉันไม่ว่ารู้ว่ามันจะเจ็บปวดได้เพียงนี้ และไม่รู้ว่าจะต้องรับมือหรือลบความรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้ไปได้อย่างไร ฉันจะไปโทษใครได้? ฉันผิดเองที่ไปหลงรักชายที่ไม่ใช่ของตน

“ขอทีเถอะ ความเจ็บปวดนี้ช่วยหยุดสักที” ฉันอ้อนวอนต่อเทพยดาองค์ใดก็ตามที่ฟังคำวิงวอนอยู่

ไม่มีคำตอบใด ความเจ็บปวดยังไร้การบรรเทา

ฉันยกมือกุมหน้าอกเอาไว้แน่นเสียจนสัมผัสได้ว่าหัวใจกำลังบีบรัดตัว ไม่ว่าจะพยายามเท่าใด ฉันก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ดี ราวกับว่ากำลังจะตายลงอย่างช้า ๆ สติเริ่มเลือนลาง

“นี่แหละนะ อยากได้ของที่ไม่ใช่ของตัวเองแต่แรกก็ต้องเจออะไรแบบนี้” น้ำเสียงแสนถากถางขัดขึ้นมา

“ต้องการอะไรไม่ทราบ ทราวิส… ถ้าจะมากวนประสาทหรือมาบอกให้ฉันไปให้พ้นทางพี่สาวแสนรักของนายล่ะก็ รบกวนไสหัวกลับเข้าไปในโรงพยาบาล แล้วไปอยู่กับครอบครัวนายเสียเถอะ ตรงนี้ไม่มีอะไรให้นายหรอก” ฉันรีบปาดน้ำตาออกจากดวงตาอันแดงก่ำและสวมหน้ากากไร้อารมณ์กลับดังเดิม

ฉันไม่มีวันปล่อยให้เขาเห็นน้ำตาหรือแม้แต่ความปวดร้าวของฉันได้

ผู้เป็นพี่ชายตะลึงกับคำพูดของฉันไม่น้อย ความตระหนกปรากฎบนใบหน้าชัดเจน เขาคงคาดไม่ถึงว่าฉันจะตอกหน้ากลับไปเช่นนี้

“ฉันก็แค่มาบอกให้คนอย่างเธอเข้าใจว่าโรแวนจะเป็นของเอมม่าตลอดไป ครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นแก่ตัวแย่งเขามา แต่ตอนนี้พวกเขาก็กลับมาคู่กันอยู่ดี ฉันแค่ไม่อยากให้เธอมาขวางทางรักของพวกเขาก็เท่านั้น พวกเขาคู่กันมาตั้งนานแล้ว

ฉันหัวเราะเย้ยหยันออกมา

“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันจะไม่เข้าขวางทางใครอีก แล้วต่อจากนี้พวกนายทุกคนก็จะไม่เจอหรืออดทนเปลืองเวลาชีวิตกับฉันอีก” คำพูดแสนขมขื่นเปล่งออกมา

พี่ชายจ้องมองฉัน คิ้วผูกกันเป็นปมแสดงถึงความงุนงง “หมายความว่าไง?”

ฉันเหนื่อยมากและสิ่งที่ฉันต้องการตอนนี้คือนอนหลับแล้วลืมเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไปให้หมด ฉันต้องการร้องไห้จนหลับไป ก่อนตื่นเช้าขึ้นมาอย่างสดใสพร้อมรับวันใหม่ที่กำลังจะเดินเข้ามา

“ไปบอกแม่ด้วยนะว่าฉันจะมาช่วยเรื่องการเตรียมงานศพพ่อถ้าแม่อยากให้ช่วย แล้วก็ฝากทักทายพี่สาวนายด้วยแล้วกัน”

เมื่อจบประโยค ฉันรีบผละออกมาจากตรงนั้นและมุ่งตรงไปขึ้นรถยนต์ ทราวิสตะโกนเรียกชื่อฉันแต่ฉันไม่ใส่ใจจะหันกลับไป ฉันต้องการกลับบ้านไปพักหัวใจเสียที

ฉันเข้าไปในรถและขับกลับบ้าน โรแวนบอกว่าฝากให้แม่ของเขาดูแลโนอาอยู่ ตอนนี้ฉันไม่อยากไปต่อกรกับอีกคนที่ชังชิงฉันเต็มที ในเมื่อตอนนี้โนอาไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฉันตั้งใจว่าจะไปรับลูกในวันพรุ่งนี้แทน

ฉันมุ่งตรงมาถึงบ้านโดยไว การอยู่เปล่าเปลี่ยวยิ่งตอกย้ำว่าฉันนั้นเดียวดายเพียงใด ไม่มีใครคอยเฝ้าปลอบประโลมหรือคอยดูแล ไม่มีใครรักฉันเลย เว้นเสียแต่โนอาลูกรักเพียงคนเดียว

ฉันร่ำไห้น้ำตาไหลอาบสองแก้ม

ฉันเบื่อหน่ายกับการร้องไห้คร่ำครวญแต่ก็ดูเหมือนว่าจะหยุดไม่ได้ หากย้อนกลับไปตอนนั้นและเปลี่ยนทุกสิ่งใด ไม่แน่นะตอนนี้ฉันอาจได้ครองคู่กับชายที่รักฉันอย่างแท้จริง

กระนั้นอดีตก็เป็นอดีต คุณไม่มีวันเปลี่ยนแปลงสิ่งใดที่เคยเกิดขึ้นได้

วันนี้เป็นวันที่สามนับตั้งแต่พ่อเสียไป ความรู้สึกของทุกคนยังคงเคว้งคว้าง ทุกคนต่างก็ตกใจมาก พ่อเป็นที่รู้จักและเป็นที่รัก แน่นอนว่าทุกคนต้องรู้สึกเศร้าโศกกับการสูญเสียครั้งนี้

ฉันไม่เจอโรแวนอีกตั้งแต่วันนั้น แม้ว่าเขาจะโทรมาหาหลายสายแต่ฉันไม่มีใจจะกดรับแต่อย่างใด เขาอาจกำลังอยู่ในห้วงรักและอยู่ในอ้อมกอดของเอมม่า ตอนนี้ทั้งสองอาจย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้วก็เป็นได้ ฉันไม่ต้องการให้เขาเอาเรื่องนี้มาเย้ยใส่ฉัน

ฉันสลัดความคิดขมขื่นทิ้งไปแล้วหันมาสาละวนกับการรูดซิปด้านหลังชุดเดรส

“แม่ครับ?” เสียงของเด็กน้อยโนอาดังขึ้นจากด้านหลัง

เมื่อหันไปสบกับดวงตาอันแดงก่ำเพราะร้องไห้ ฉันจึงคุกเข่าลงมาในระดับสายตาของเด็กน้อย

“เป็นอะไรหรือเปล่า ลูกรัก?” ฉันเอ่ยถามโนอา

“ผมคิดถึงคุณตามาก ๆ เลย เราสัญญากันว่าวันเสาร์นี้จะไปตกปลากัน” น้ำเสียงของลูกรักทำให้ใจฉันเจ็บปวด

แม้เจมส์ ชาร์พจะเป็นพ่อแสนห่วยสำหรับฉัน แต่กลับเป็นคุณตาแสนดีสำหรับโนอา

ฉันดึงโนอาเข้ามากอดและปลอบประโลมเจ้าตัวน้อยที่กำลังร้องไห้ซบอกอยู่

“แม่รู้ว่าลูกคิดถึงคุณตามากจ้ะแต่ตอนนี้คุณตาไปอยู่กับเทวดาบนท้องฟ้าแล้วนะ ท่านคงจะมองดูลูกจากสวรรค์แน่ ๆ จำไว้นะลูกคุณตาไม่ได้หายไปไหน ท่านยังอยู่ตรงนี้เสมอ…” ฉันยกมือแตะหน้าอกเขา “และตรงนี้ด้วยจ้ะ” ฉันยกมือขึ้นมาแตะศีรษะลูก

“อีกอย่างนะลูก คุณตาคงไม่อยากเห็นลูกร้องไห้นะ ลูกไม่อยากให้คุณตาเสียใจใช่ไหม?” ฉันถามเขาอย่างอ่อนโยนซึ่งโนอาส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ

“ดีจ้ะ เราจะทำแบบนี้กันนะ แทนที่จะมัวมาเศร้าเสียใจ เราจะจดจำเวลาดี ๆ ที่มีร่วมกับคุณตา โอเคไหม?”

ฉันมีความทรงจำดี ๆ กับพ่อไม่มากแต่โนอานั้นกลับมีมากมาย ฉันจะช่วยลูกชายเก็บความทรงจำพวกนี้ไว้ให้ตราตรึง

“ได้ครับ”

ฉันเช็ดน้ำตาจากใบหน้าของเด็กน้อยและลุกขึ้นยืน มือหนึ่งคว้ากระเป๋าข้างกาย และอีกข้างหนึ่งกุมมือน้อยข้างนั้นไว้ ลูกชายจับมือฉันเอาไว้พลางเงยหน้าขึ้นมอง

“ไปจ้ะ เราไปส่งคุณตาเป็นครั้งสุดท้ายกันนะ”

รอยยิ้มน้อย ๆ ส่งมาหาฉัน จากนั้นเราทั้งสองจึงออกไป คงถึงเวลาบอกลาเสียที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ธุลีใจ   บทที่ 539

    ฉันหยุดหายใจเเพราะความตกใจ และผละออกจากเขา ในขณะที่ร่างเล็ก ๆ กระโดดขึ้นมาบนตัวเรา"สุขสันต์วันคริสต์มาส!" เขาตะโกนอย่างมีความสุขด้วยเสียงร้องเพลง“หัวจะปวด” ทั้งกาเบรียลและฉันครางอย่างหงุดหงิดจะมาช้ากว่านี้สักชั่วโมงไม่ได้หรืออย่างไร? ถ้ามีใครสักคนในครอบครัวนี้ที่ชอบขัดจังหวะเรา มันก็ต้องเป็นลูกคนที่สอง แอนดรูว์ คนนี้แน่นอน เราเรียกเขาว่าดรูว์เขาอาจจะไม่รู้ว่าเขาเป็นตัวขัดจังหวะแค่ไหน แต่ก็ไม่สำคัญยังไงเขาก็ทำอยู่ดี"ตื่นครับ! ตื่น!" เขาตะโกนเสียงดัง จนชั่วขณะหนึ่งฉันไม่ได้ยินอะไรเลย นอกจากเสียงก้องของเจ้าลูกชาย"ไม่ต้องตะโกนก็ได้ ดรูว์" เกเบรียลบ่น "พ่อแม่ได้ยินชัดเจนโดยที่หนูไม่ต้องทำให้แก้วหูพ่อแม่แตกก็ได้"ดูเหมือนดรูว์จะไม่ฟังเลย เขาเด้งขึ้นเด้งลงบนเตียง มีความสุขแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาเกเบรียลขยับตัวใต้ผ้าห่ม คงพยายามขยับทุกอย่างให้เข้าที ฉันขยับร่างกายขึ้นและพิงหัวเตียง ก่อนจะคว้าลูกชายที่กระตือรือร้นและอยู่ไม่นิ่งมา สิ่งสุดท้ายที่เราต้องการคือเขาทำร้ายพ่อของเขาด้วยการเผลอเหยียบเข้ากลางตัวเขาหรืออะไรทำนองนั้น"หนูพยายามห้ามเลียมแล้วนะคะ แต่แม่ก็รู้ว่าเขาเป็นยังไงเวลาต

  • ธุลีใจ   บทที่ 538

    ฮาร์เปอร์ฉันกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆสีขาวนุ่มฟูแห่งการนอนหลับ ฉันรู้สึกอบอุ่น รู้สึกสงบ และรู้สึกได้รับความรักฉันเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาทีละน้อย เกเบรียลนอนอยู่ข้างหลังฉัน แขนโอบกอดฉันไว้ เขาทำแบบนี้ทุกครั้งที่เรานอนหลับด้วยกัน เขากอดฉันไว้แน่นในอ้อมแขน ราวกับว่าเขากลัวว่าฉันจะหายไปหากไม่ทำเช่นนี้ฉันขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลุดออกจากอ้อมแขนของสามี ทว่าแทนที่จะปล่อยฉันไป เขากลับกระชับมือแน่นขึ้น ซึ่งดันฉันเข้าไปแนบชิดมากขึ้นฉันหยุดขยับเมื่อรู้สึกถึงเขา ฉันรู้สึกถึง น้องน้อยที่ตื่นมาเคารพธงชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ฮอร์โมนของฉันพลุ่งพล่าน และฉันก็ต้องการเขาขึ้นมาทันที ฉันอยากให้เขาสอดแทรกเข้ามาในร่างนี้เรื่องบนเตียงของเราสองช่างสมบูรณ์ แต่ก็มีบางครั้งที่ต้องการมากกว่านี้ อาจเพราะมีลูกด้วยกันถึงสามคนแล้ว บางเวลามันก็ยากที่จะมีเวลาส่วนตัวที่ไม่ถูกรบกวนได้"อืม" เกเบรียลร้องครางเมื่อฉันถูบั้นท้ายกับเป้าของเขาเสียงนั้นเดินทางลงไปจนถึงจุดนั้นของฉัน ฉันถูอีกครั้ง กระตุ้นเสียงครางแสนเร้าอารมณ์จากเขาอีกเกเบรียลเริ่มประทับจูบตามหลัง ไหล่ และคอ มันผ่านมาสองสามวันแล้ว และฉันก็โหยหาเขา

  • ธุลีใจ   บทที่ 537

    "ใช่เลยครับ" เขาตอบรับรอยยิ้มของฉัน ขณะที่คิลเลียนเดินเข้ามาหาเรา"ผมมาขโมยภรรยาแสนสวยของผมคืนแล้วครับ" เสียงเขาแหบพร่า และฉันอดไม่ได้ที่จะละลายไปกับโทนเสียงนั้น มันเซ็กซี่สุด ๆ ไปเลย“เธอเป็นของคุณแล้วนะ” คาลวินปล่อยมือจากฉันและหลีกทาง ก่อนจะเดินจากไปคิลเลียนดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างระหว่างเรา "เป็นยังไงบ้าง? ปวดหลังหรือเปล่า? ขาเป็นยังไง?"เห็นไหม ฉันบอกแล้วไง เขาเป็นเสือร้ายในคราบทนายความ แต่ดูแลเอาใจใส่และรักใคร่ในฐานะคู่ครอง ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันมีสเปคแบบไหน จนกระทั่งฉันได้พบเขา"สบายดีค่ะ ที่รัก ไม่ต้องเป็นห่วงขนาดนั้นก็ได้" ฉันหัวเราะเบา ๆ ดันตัวเองเข้าไปใกล้เขามากขึ้น"ผมเคยบอกว่าผมรักคุณแล้วหรือยัง?" เขาถามฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้มขณะที่เขย่งปลายเท้าและกระซิบชิดริมฝีปากของเขา "ประมาณพันครั้งแล้วค่ะวันนี้ แต่ฉันไม่ได้บ่นอะไรนะ""คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผมเลยนะครับ เอมม่า ผมนึกไม่ออกเลยว่าชีวิตผมจะเป็นยังไงหากไม่มีคุณ ผมรู้ว่าเราได้กล่าวคำสาบานกันไปแล้ว แต่ผมสัญญาว่าจะรักและทะนุถนอมคุณเสมอ เพราะคุณคือของขวัญที่เบื้องบนประทานมา ผมสัญญา

  • ธุลีใจ   บทที่ 536

    มอลลี่เป็นหนึ่งในเพื่อนเจ้าสาว เช่นเดียวกับเอวา คอนนี่ เล็ตตี้ ฮาร์เปอร์ และคินลีย์ พวกเธอเป็นเพื่อนสาวกันมาสี่ปีแล้วตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุวันนั้น แน่นอนว่าฉันไม่มีวันหาใครมาแทนมอลลี่ได้ เธอเป็นเพื่อนสนิทที่สุด แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณที่มีพวกเธออยู่เช่นกันอีกอย่างเมื่อวานนี้มอลลี่บอกฉันว่าเธอกำลังคิดจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ฉันตื่นเต้นมาก ฉันรักเธอ แต่เรายอมรับว่าเป็นเพื่อนระยะไกลกันมันรักษาความสัมพันธ์กันได้ยาก ฉันมีความสุขมากที่เธอจะย้ายมาอยู่ใกล้ ๆเสียงเพลงช้าลง และกันเนอร์ก็เดินเข้ามา ตัดบทสนทนาทั้งหมด“เต้นรำกันหน่อยไหมครับ แม่?”มีเสียง ว้าว ดังขึ้นเป็นระลอก และฉันสาบานได้ว่าหัวใจฉันละลายไปตรงนั้นเลย"แน่นอนสิจ๊ะ สุดหล่อของแม่" ฉันตอบก่อนจะจับมือเขาตอนนี้กันเนอร์อายุสิบสี่ เป็นวัยรุ่นแล้วเชื่อไหมล่ะ? เขาสูงเท่าฉันแล้ว และฉันมั่นใจว่าอีกไม่กี่ปีเขาจะสูงกว่าฉัน ฉันไม่ว่าอะไรหรอก เขาก็จะเป็นลูกชายตัวน้อยของฉันเสมอคาลวินและฉันตัดสินใจส่งเขาไปเข้ารับการบำบัดทันทีที่ฉันออกจากโรงพยาบาล เราเข้าร่วมการบำบัดร่วมกันบ้าง และพูดคุยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรา และเกี่ยวกับวันที่เกิดอุบัติเหตุ

  • ธุลีใจ   บทที่ 535

    เอมม่าฉันเต้นรำกับมอลลี่ ปล่อยให้เสียงเพลงโอบล้อมตัวไว้ ฉันรู้สึกปวดหลังเล็กน้อยแต่ก็ไม่สำคัญอะไรเลยเมื่อฉันมีความสุขสุด ๆ แบบนี้ชุดเดรสสะบัดไปมาขณะที่เราตะโกนเนื้อเพลง หน้าร้อนแสนสาหัส ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ออกมาสุดเสียง เอวาที่กำลังตั้งครรภ์ท้องแก่ก็เข้าร่วมกับเราด้วย ฉันหัวเราะเพราะเธอคิดว่าเธอกำลังเต้นอยู่เลยแต่เปล่าเลย ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเรียกสิ่งที่เธอกำลังทำว่าอะไรดีจำนวนครั้งที่ฉันเรียกว่าตนเองมีความสุขนั้นสามารถนับนิ้วได้เลย หนึ่งคือตอนที่ฉันสอบเนติบัณฑิตได้ สองคือตอนที่กันเนอร์เรียกฉันว่าแม่เป็นครั้งแรกหลังจากผ่านมานาน และสามคือวันนี้ งานแต่งของฉันคุณได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะ ฉันแต่งงานแล้วและฉันมีความสุขอย่างที่สุดจำทนายหนุ่มน่ารักที่ฉันเล่าให้เอวาฟังในวันเกิดของเจมส์ได้ไหมคะ? จะว่าอย่างไรดี เขาไม่เคยละความพยายามเลยค่ะ ไม่ว่าฉันจะปฏิเสธเขากี่ครั้งก็ตาม เขาขอฉันคบหาอยู่เรื่อย ๆ และที่ฉันบอกว่าเรื่อย ๆ ก็คือเขาขอเกือบทุกวัน ฉันเบื่อที่จะได้ยินคำถามเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนวันหนึ่งฉันก็ตอบตกลง ปรากฏว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตนี้เลยฉันชะลอฝีเท้าลง ดวงตามองหาเจ้าบ

  • ธุลีใจ   บทที่ 534

    กันเนอร์มีน้องชายแล้ว งงกันอยู่ใช่ไหมคะ? เพราะเมื่อกี้ฉันกับเอวากำลังคุยเรื่องแฟนกันอยู่เลย เชสไม่ใช่ลูกชายของฉันค่ะ เขาเป็นลูกชายตัวน้อยของคาลวินและคินลีย์ พวกเขาแต่งงานกันเมื่อปีที่แล้วแล้วมีเชสตัวน้อยน่ารักคนนี้เป็นลูกน้อยคาลวินและฉันสนิทกันมากขึ้นตั้งแต่อุบัติเหตุ เหมือนกับกันเนอร์ เขายกโทษให้ฉัน และพวกเราก็สามารถสร้างมิตรภาพที่สวยงามได้คินลีย์เป็นผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ เธอเข้ากับพวกเราทุกคนได้ เธอใจดีและน่ารัก และที่สำคัญที่สุด เธอทำให้คาลวินมีความสุขและปฏิบัติต่อกันเนอร์เหมือนลูกชายของเธอเอง"ไม่จ้ะ ไม่เคยเกินจริงเลย" เอวาแก้ตัว "น้าแค่อยากให้แม่หนูเล่าเรื่องทนายความน่ารักที่ที่ทำงานให้ฟังมากกว่านี้""ผมขอจบตรงนี้นะครับ ไปดีกว่า" เขาพูด ดูเหมือนจะขยะแขยงเล็กน้อย "แม่ดูน้องได้ใช่ไหมครับ หรือผมควรจะพาน้องไปด้วย?"“แม่สบายมากจ้ะ…ไปเล่นกับเพื่อน ๆ เถอะ”เขาพยักหน้าก่อนที่จะวิ่งไปหาโนอาและคนอื่น ๆ คาลวินใจดีพอที่จะแก้ไขข้อตกลงเรื่องการดูแลบุตร ตอนนี้พวกเราดูแลกันเนอร์ร่วมกัน ลูกอยู่กับคาลวินวันธรรมดาและใช้วันหยุดสุดสัปดาห์กับฉัน"เอาล่ะ กลับมาเรื่องผู้ชายน่ารักคนนั้นก่อนนะ

  • ธุลีใจ   บทที่ 39

    ฉันดมกลิ่นดอกกุหลาบด้วยความรู้สึกขอบคุณ โรแวนไม่เคยซื้อดอกไม้ให้ฉันเลยสักครั้ง เขาไม่เคยปฏิบัติกับฉันราวกับว่าฉันมีความสำคัญต่อเขาเลย ในความคิดของเขาฉันเป็นเพียงคนน่ารำคาญที่เขามีลูกด้วย“ฉันขอแช่ดอกไม้ในน้ำก่อนที่จะไปนะคะ” ฉันหันหลังกลับและมุ่งหน้าไปที่ห้องครัวหลังจากที่ใส่ดอกไม้ลงในแจกันแล้ว เราก็อ

  • ธุลีใจ   บทที่ 38

    เอวาฉันรู้สึกประหม่ามากขณะเตรียมตัวออกเดตกับอีธาน ตอนนี้ผ่านไปสองสัปดาห์แล้วตั้งแต่ฉันออกจากโรงพยาบาลและทุกอย่างก็ดีขึ้น คุณหมอบอกว่าฉันหายดีแล้วและฉันก็กลับไปทำงานได้ตั้งแต่เมื่อสองสามวันก่อนในช่วงสองสัปดาห์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เล็ตตี้กับฉันสนิทกันมากขึ้น และอีธานกับฉันเองก็เช่นกัน เขาขอฉั

  • ธุลีใจ   บทที่ 36

    โรแวนผมนั่งดูเอกสารด่วนที่โต๊ะของตัวเอง ผมพยายามจะมีสมาธิแต่ก็ทำไม่ได้ผมยังนึกถึงความจริงที่ว่าเอวาไม่รับสายผมอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะผมจ้างลิเดีย ผมคงไม่รู้ว่าเธอเป็นยังไงบ้างผมยังไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ พูดได้เต็มปากเลยว่าเอวาที่ผมรู้จักหายไปนานแล้ว เหลือแค่คนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิงเม

  • ธุลีใจ   บทที่ 35

    เสียงเคาะประตูที่เปิดอยู่ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมอง“มีคนมาขอพบคุณค่ะ เอวา” ลิเดียพูดในที่สุดฉันก็ทำให้เธอเรียกชื่อฉันแทนคำว่าคุณหญิงหรือคุณนายได้สำเร็จ ฉันรู้สึกขอบคุณที่เล็ตตี้โน้มน้าวฉันยอมให้เธออยู่ต่อ เพราะเธอช่วยฉันได้เยอะมาก เธอยังช่วยทำงานบ้านให้ฉันด้วย ฉันไม่รู้ว่าฉันจะอยู่ได้อย่างไรหากไม่มีเธอ“

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status