LOGIN
แรงปะทะเบาๆจากร่างของหญิงสาวสองคนตรงหัวมุมหน้าทางเข้าห้องน้ำของชั้นบนสุดในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองทำเอาทั้งคู่ชะงักงันกันไปเป็นครู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหน้าเตรียมเดินหลบ แต่อีกคนมองจ้องนิ่งอึดใจเดียว รีบเรียกเอาไว้ก่อนที่ทางนั้นจะทันได้พ้นไปจริงๆ ราวกับไม่อยากทักทายเพื่อนสมัยเรียนอย่างไรอย่างนั้น
คนอัธยาศัยดีกว่าร้องเรียกเพื่อนอย่างร้อนรน
“เดี๋ยวค่ะ ณัช ณัชชาใช่ไหม”
หญิงสาวเจ้าของชื่อ ‘ณัชชา’ ที่อีกฝ่ายออกปากเรียกหยุดแล้วหันมายิ้มบางๆ ดูฝืนชอบกล ทักกลับเสียงเบาอย่างเสียมิได้
“อ้าว ว่าไงปูนิ่ม”
“โหย ดีใจอ่ะ จำชื่อเราได้ด้วย นี่ไม่เจอกันนานแค่ไหนแล้วเนี่ย ตั้งแต่จบมอหกเลยไหม”
ด้วยพื้นฐานนิสัยไม่ใช่คนช่างพูด จึงทำเพียงยิ้มน้อยๆตอบไปเท่านั้น แม้จะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ทั้งสองเรียนในระดับชั้นเดียวกัน เคยทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยครั้ง ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลาย
‘ปูนิ่ม’ หรือ ‘อัญจารีย์’ รีบชวน
“ว่างไปนั่งคุยกันก่อนไหมณัช”
รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ตอบออกไปตามจริง
“เราต้องทำงานน่ะปูนิ่ม”
อัญจารีย์มองเครื่องแบบของอีกฝ่ายที่เป็นชุดสูทเสื้อกางเกงขายาวสีเทาแต่งขอบดำ คลับคล้ายจะเป็นพนักงานในสถานเสริมความงามมีชื่อบนชั้นนั้น ก็พยักหน้าอย่างพอเข้าใจว่าเพื่อนคงปลีกตัวไปนั่งดื่มตามคำชวนไม่ได้ แล้วเลยขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อใช้ติดต่อกันก่อนแยกตัวจากมา
หญิงสาวเจ้าของชื่อเล่นปูนิ่ม พาตัวเองลงไปยังด้านล่างสุดของตัวห้างสรรพสินค้า ผ่านทางออกสู่ด้านนอก มองขึ้นไปบนฟ้าตอนนี้เริ่มมืดลงมากกว่าตอนที่มาถึง เหมาะสมกับเวลาที่ล่วงเข้าทุ่มห้าสิบพอดิบพอดี แต่กระนั้นถนนด้านหน้ายังคงคึกคักด้วยยวดยานพาหนะและผู้คนที่เดินขวักไขว่กันอยู่ ยืนรอที่ทางเท้าไม่นาน รถคันหรูสีดำปาดเข้ามาจอดขนาบตรงที่ยืนคอย จึงเปิดประตูขึ้นนั่งที่เบาะด้านข้างคนขับ เจ้าของรถพาสี่ล้อคันงามออกสู่ถนนเบื้องหน้าในทันที
“ตรงเวลามาก...ค่ะคุณนพ”
แสร้งลากเสียงยาวยียวนใส่สารถีรูปงาม ชายรองของบ้านอัศวหาญญ์วรกุล ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าหน้าตาดีกว่าพี่กว่าน้องที่เหลือ นพรัตน์ประคองพวงมาลัยรถยนต์ เหลือบมองหญิงสาวเบาะด้านข้างถามเนิบๆ
“ได้อะไรมาบ้าง”
“ไม่ได้อะไรเลยคุณนพ กระเป๋าที่ปูนิ่มจองไว้ ร้านไม่ยอมเช็คของก่อน สายมันนะด้ายรุ่ยเชียว ดีที่ปูนิ่มตาไวเห็นเข้าเลยบอกเขาว่าไม่เอาแล้ว แกล้งทำหน้าบึ้งๆด้วยแหละ เท่านั้นเอ๊ง...เขารีบให้ส่วนลดปูนิ่มเลย ส่วนรุ่นใหม่ที่กำลังจะมาอ่ะนะ ปูนิ่มก็ห้าสิบห้าสิบ ไม่ได้ชอบมากเท่าไร ร้านกระซิบบอกส่วนลดแล้วก็เลยว่าอะๆเอาก็ได้ เขาบอกจะรีบส่งมาให้ไม่เกินสามวันนี้ค่ะ”
“ทั้งร้านมีใบเดียว?” เสียงถามแม้ฟังว่าเรียบแต่คนฟังสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังยียวนตน ยิ้มแล้วก็ว่า
“แหม มันก็มีหลายใบอยู่หรอก แต่รุ่นที่ปูนิ่มอยากได้ มันมีใบเดียวไง” บอกจบ เมินออกไปมองด้านนอกรถ ค่อยเอ่ยขึ้นเสียงเบาลงผิดวิสัย “ปูนิ่มเจอเพื่อนด้วยนะคุณนพ”
ชายหนุ่มทิ้งช่วงไปอึดใจใหญ่ๆ กว่าจะถามออกมาได้
“ใคร”
“ณัชชา”
อัญจารีย์ตอบออกไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ ว่าบรรยากาศบนรถอึมครึมลงเล็กน้อย แล้วเลยจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ ถามเขากลับ “คุณนพจำณัชชาได้ไหม คุณห้องเดียวกับเขานี่ เด็กห้องคิงไม่ใช่หรือไง”
ชายหนุ่มเจ้าของรถหรูหัวใจกระตุกวูบขึ้นจังหวะหนึ่งพร้อมสะดุดลมหายใจของตัวเอง ไม่ตอบอะไรอีกฝ่าย เจ้าหล่อนเลยขยับตัวมองหน้าชายหนุ่มจริงจัง หรี่ตาก่อนว่า
“จำไม่ได้จริงอ่ะ แล้วว่าแต่ปูนิ่มความจำสั้น”
ชายรูปงามเจ้าของรถยังคงนิ่ง อัญจารีย์เย้าต่อไม่ยอมให้จบง่ายๆ “ไม่เห็นถามเหมือนทุกทีเวลาปูนิ่มเจอเพื่อนคนอื่นเลยล่ะว่าสวยขึ้นไหม อกตู้มหรือเปล่า ไม่ก็ก้นเด้งมากไหม แปลกนะเนี่ย” ถามจบเอียงคอมองจ้องหน้าด้วยสายตาจับผิด
นพรัตน์ผินหน้าไปมองทางอื่นชั่วคราว ถามให้ตัวเองหลุดพ้นจากอาการน่าสงสัยของหญิงสาวข้างกาย
“สวยไหม”
อัญจารีย์เลยเลิกให้ความสนใจกับท่าทีของชายหนุ่ม ขยับนั่งตัวตรงมองไปที่ถนนด้านหน้า นิ่งคิดครู่เดียว ตอบออกไป
“ถ้าเทียบกับตอนเรียน ปูนิ่มว่าตอนนั้นณัชชาเธอดูน่ารักกว่านี้เยอะเลยนะ เมื่อกี๊ตอนเจอกันเธอก็ดูสวยดีอยู่หรอก แต่แววตาดูซึมๆยังไงไม่รู้ ไม่สดใส ปูนิ่มว่าณัชชาเธอดูผอมไปหน่อยด้วยแหละ”
คนจำใจถามครางรับสั้นๆ “อือม์”
“นี่คุณนพ ไม่อยากเม้าเพื่อน ถึงเธอจะผอมแต่อกเธอตู้มมากเลยนะ”
ว่าจบได้ยินชายหนุ่มทำเสียงอย่างหนึ่งในลำคอ เลยหัวเราะเบาๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนบนหน้าจอไปมาบอกทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่
“ปูนิ่มขอเบอร์มาด้วย กะว่าจะเอาไว้โทรคุยกัน เลี้ยงรุ่นรอบนี้ต้องลากณัชชาไปให้ได้เลยคอยดู”
อัญจารีย์เงียบไปอึดใจเดียว บอกต่ออีกคล้ายระลึกถึงความหลัง
“ณัชชาเนี่ยเป็นคนเดียวในรุ่นมั้งเนอะคุณนพที่ติดต่อไม่ได้เลย เห็นไหมมัวแต่โม้ ลืมถ่ายรูปคู่ด้วยกันเอาไว้เป็นหลักฐาน จะได้เอาไปบอกคนอื่นๆได้ว่าอิฉันพบเพื่อนที่ตามตัวยากสุดแล้วจริงๆ”
“เขายอมหรือไง”
“ยอมอะไรคะคุณนพ ยอมให้ถ่ายรูปอ่ะ”
“อือม์”
“ไม่รู้สิ อิฉันก็เนียนๆไปสิคะ นี่ยังจำได้เลยนะ สมัยนั้นน่ะ ณัชชาเธอคบใครที่ไหน แต่แอบเห็นนะว่ามีคนไปวอแวกับนุ้งณัชเพื่อนน้อยอยู่คนหนึ่ง หึงนะคะรู้ไหม”
อัญจารีย์เรียกฉายาบุคคลที่สามที่เพื่อนคนอื่นตั้งสมญานามให้พร้อมรอยยิ้มแปลกๆบนใบหน้าของเจ้าหล่อน ปรายตามองนพรัตน์อย่างต้องการให้รู้ว่าตนระแคะระคายเรื่องซุบซิบสมัยเรียนมัธยมปลายเช่นกัน
“แล้วไง”
เสียงถามเย็นชาแต่ยอกย้อนคล้ายร้อนตัวของชายหนุ่ม ทำเอาอัญจารีย์ยิ้มกริ่มขึ้นในทันที ว่ากลับด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ
“ไม่แล้วไงหรอก ใครจะกล้าแล้วไงกับคุณนพล่ะคะ”
“ชักพูดมากแล้วเนี่ย ลงเลยไหม”
“เอะอะไล่ลงรถตลอด เกลี๊ยดเกลียด”
“เดี๋ยวเตรียมตัวลงเลย ส่งข้างหน้านี่แล้วกัน”
ว่าจบเลื่อนมือเร่งเสียงเพลงลูกกรุงของนักร้องชื่อดังในตำนานบนพวงมาลัยรถยนต์ อัญจารีย์มุ่ยหน้าบ่นพึม “เปลี่ยนเพลงเถอะคุณนพ ฟังอะไรก็ไม่รู้คอนทราสกับคนกับรถมากๆเลย”
ชายหนุ่มเมิน แล้วมองออกไปที่ด้านนอกรถไม่พูดอะไรต่อ จ้องไฟจราจรตรงแยกใหญ่ใจกลางมหานครนิ่งราวกับมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อยู่เป็นนาน พร้อมความทรงจำในอดีตที่วาบผ่านเข้ามาในหัวของเขา พยายามลืมเลือนมันไปหลายครั้งแล้วแต่ก็ทำไม่ได้เลยสักครั้งเดียว
เจ็ดปีก่อน
“ผลสอบออกแล้ว ไปตรวจดูคะแนนได้ที่บอร์ด ใครรู้ตัวว่าไม่ผ่าน จบคาบมากองกันที่โต๊ะครูได้เลย ณัชชาเดี๋ยวไปพบอาจารย์รัชนีที่ห้องธุรการด้วยนะ นี่จ๊ะของรางวัลสำหรับคนทำคะแนนได้สูงสุด”
คนปากไวกำลังสาวความหลังออกมาพูด เพื่อนอีกคนเลยรีบสกัดด้วยการเตะขาใต้โต๊ะให้หยุดพ่นวาจาไร้สาระไร้การกลั่นกรองออกไปในตอนนั้น เนื่องด้วยมีนพรัตน์นั่งอยู่ ยังดีที่ยั้งปากไว้ได้ทัน แต่ดูเหมือนว่านพรัตน์จะรู้ว่าเพื่อนต้องการเอ่ยถึงเรื่องราวเมื่อเจ็ดปีก่อนใบหน้าหล่อเรียบเฉยเมย แววตากระด้างอย่างเห็นได้ชัดเจน ก่อนลุกจากโต๊ะในนาทีต่อมา เพราะเบื่อฟังเรื่องของคนอื่นเต็มทน โดยเฉพาะเรื่องของเธอคนนั้นขึ้นรถได้ต่อสายหาธรณ์ น้องชายลำดับถัดมาจากตัวเอง ถามว่าอยู่ที่ไหนกัน ได้คำตอบว่าอยู่บ้าน ค่อยวนรถพากลับเข้าเคหาสน์ของอัศวหาญญ์วรกุลต่อจากนั้น โผล่ไปให้เห็นหน้าสักหน่อยก็ดี เดี๋ยวมาบ่นว่าเขาหายหน้าหายหนวดไม่กลับมาเจอพี่ๆน้องๆ“ว๊าย คุณป๊าขา อย่าเพิ่งสิคะ”เสียงแหลมปรี้ดนั่นบาดหูเหลือเกิน นพรัตน์ที่เพิ่งลงจากรถเดินผ่านมุมหน้าบ้านที่มีไม้ประดับต้นสูงใหญ่บดบังด้านในที่เป็นส่วนของสระว่ายน้ำและบ้านหลังเล็กที่แยกออกไป เอาไว้อีกทีนี่พาพวกสาวๆมาลงสระน้ำอีกแล้วหรือแก่แล้วไม่ปลงสังขาร มักมากไม่รู้จักพอในเรื่องเพศ เดี๋ยวได้เข้าโรงพยาบาลเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนนั่นอีกหรอกนึกรังเกียจปู่ตัวเองขึ้นมาระลอกใหญ่ก่อนปัดท
นพรัตน์มองตามแผ่นหลังเด็กเรียนดี มารยาทเด่นที่กำลังเดินลงตึกไปด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนแยกตัววิ่งลงไปที่สนาม ที่รีบไม่ใช่เพราะนัดเพื่อนไว้ แต่เป็นเพราะอยากไปให้ทันเห็นว่าเธอคนนั้นกลับบ้านอย่างไรเขาสะดุดตาเธอ ตั้งแต่มัธยมต้น เคยคุยด้วยแต่ก็แทบนับครั้งได้ เพิ่งมีโอกาสได้คุยกันจริงจังตอนขึ้นมัธยมศึกษาตอนปลายนี่เองเขาเห็นแล้วว่าเธอเดินผ่านรั้วหลังโรงเรียนออกไป ก็ให้นึกเป็นห่วง เพราะจากการแอบมอง แอบสังเกตอยู่บ่อยๆ เคยเห็นว่ามีรถคอยมารับมาส่งเสมอ แต่สามปีมานี้เห็นว่าเปลี่ยนไป ณัชชามาโรงเรียนด้วยตัวเอง เขาเคยเห็นกับตาว่าเช้าเธอโดยสารรถประจำทางปะปนกับนักเรียนคนอื่น หลังเลิกเรียนก็เห็นกลับบ้านเองด้วยรถประจำทางอย่างเดียวกับตอนขามาจึงตามถามตามสืบ ค่อยรู้เพิ่มว่าที่บ้านของเธอทำกิจการเกี่ยวส่งออกสินค้าอาหารแช่แข็ง แล้วก็รู้มาอีกว่ากิจการเริ่มมีปัญหาไปต่อไม่ไหว ลึกลงไปมากกว่านั้นไม่รู้หรอกว่าสาเหตุจากอะไรแน่ เดิมเขาเห็นเธอรับจ้างทำรายงานให้เพื่อนในชั้นเดียวกันส่วนใหญ่จะเป็นเด็กห้องอื่น พอรู้อย่างนั้นแล้วเลยรอจังหวะว่าจ้างเธอให้ทำรายงานให้เขาบ้าง ถึงได้มีโอกาสได้คุยกับเธอจริงจังเสียทีณัชชา
เจ็ดปีก่อน “ผลสอบออกแล้ว ไปตรวจดูคะแนนได้ที่บอร์ด ใครรู้ตัวว่าไม่ผ่าน จบคาบมากองกันที่โต๊ะครูได้เลย ณัชชาเดี๋ยวไปพบอาจารย์รัชนีที่ห้องธุรการด้วยนะ นี่จ๊ะของรางวัลสำหรับคนทำคะแนนได้สูงสุด” คุณครูประจำวิชาบอกจบส่งกล่องของให้ณัชชา พร้อมมองด้วยสายตาชื่นชมเปิดเผย พวกผู้ชายเกเรในห้องส่งเสียงต่อว่าอาจารย์ผู้สอนกันยกใหญ่ “น่าจะให้คนได้คะแนนน้อยนะครับ” “มานี่มา ครูมีของให้” ท่านว่ายิ้ม มือข้างหนึ่งจับไม้บนโต๊ะเคาะเบาๆ แล้วใครเล่าจะกล้าออกไปรับรางวัลกัน “หนังสือก็ไม่ยอมอ่าน ดูณัชชาเป็นตัวอย่างกันบ้างซิ” ท่านบ่นจบ ยื่นใบงานให้นักเรียนคนที่อยู่ใกล้สุดส่งให้คนอื่นในชั้นเรียน แล้วเริ่มทำการสอนต่อจากนั้นนพรัตน์ละสายตาจากวิวนอกอาคารเรียนที่เป็นบ้านและตึกสูงลดหลั่นกันไปมาไม่เป็นระเบียบเท่าไรนัก มองไปทางหน้าห้องที่โต๊ะมุมซ้ายสุดตรงหน้าครูผู้สอนนักเรียนหญิงผมไม่เป็นทรงฟูและหนา สวมแว่นสายตาเชยๆขอบสีดำ ที่ซึ่งเขารู้มาจากเพื่อนคนอื่นอีกทีว่าเธอคนนั้นสายตาสั้นสุดๆ เลยทำให้ปิดบังใบหน้าที่เขาคิดว่าน่ารักอยู่มากเหมือนกันไปเกือบครึ่ง ก่อนจะคิดอะไรเกี
แรงปะทะเบาๆจากร่างของหญิงสาวสองคนตรงหัวมุมหน้าทางเข้าห้องน้ำของชั้นบนสุดในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองทำเอาทั้งคู่ชะงักงันกันไปเป็นครู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหน้าเตรียมเดินหลบ แต่อีกคนมองจ้องนิ่งอึดใจเดียว รีบเรียกเอาไว้ก่อนที่ทางนั้นจะทันได้พ้นไปจริงๆ ราวกับไม่อยากทักทายเพื่อนสมัยเรียนอย่างไรอย่างนั้น คนอัธยาศัยดีกว่าร้องเรียกเพื่อนอย่างร้อนรน “เดี๋ยวค่ะ ณัช ณัชชาใช่ไหม” หญิงสาวเจ้าของชื่อ ‘ณัชชา’ ที่อีกฝ่ายออกปากเรียกหยุดแล้วหันมายิ้มบางๆ ดูฝืนชอบกล ทักกลับเสียงเบาอย่างเสียมิได้“อ้าว ว่าไงปูนิ่ม” “โหย ดีใจอ่ะ จำชื่อเราได้ด้วย นี่ไม่เจอกันนานแค่ไหนแล้วเนี่ย ตั้งแต่จบมอหกเลยไหม” ด้วยพื้นฐานนิสัยไม่ใช่คนช่างพูด จึงทำเพียงยิ้มน้อยๆตอบไปเท่านั้น แม้จะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ทั้งสองเรียนในระดับชั้นเดียวกัน เคยทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยครั้ง ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลาย ‘ปูนิ่ม’ หรือ ‘อัญจารีย์’ รีบชวน “ว่างไปนั่งคุยกันก่อนไหมณัช” รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ตอบออกไปตามจริง “เราต้องทำงานน่ะ




![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


