Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2025-01-28 08:07:26

เขาจะมองอะไรเรานักหนา ตอนที่เธอเล่านิทานจนจบเรื่อง สายตาของท่านรองประธานเอาแต่จับจ้องมาที่เธอ จนตอนนี้เขายังไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของเธอเลย

"สิงห์คะ" เห็นสายตาของทั้งสองมองกันอัญญาก็รีบขัดจังหวะ​ "ฉันอยากให้คุณตรวจสอบให้ดีก่อน อย่าเพิ่งเชื่อคำพูดของพนักงานใหม่ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเป็นเธอเองหรือเปล่าที่เป็นหนอนบ่อนไส้"

"เชิญตรวจสอบเลยค่ะ ถ้าข้อมูลฉันหายากคุณถามจากท่านรองประธานได้เลยนะคะ" นอกจากจะไม่กลัวแล้วเธอยังท้าทายอีก

ผู้หญิงคนนี้ตอนอยู่บ้านกับอยู่ที่ทำงานคนละแบบกันเลย เธอเป็นคนที่มีสองบุคลิกหรือเปล่า ..เขาไม่ได้สงสัยเธอเรื่องข้อมูลที่หลุดออกไปเลย แต่เขาสงสัยว่าเธอเป็นคนยังไงกันแน่

"เธอหมายความว่ายังไง ทำไมข้อมูลของเธอต้องถามจากท่านรองด้วย"

"ก็ไม่รู้สิคะ พวกคุณยังอยากจะสอบสวนอะไรฉันอีกไหม"

"ออกไปก่อน" ได้ยินคำพูดประโยคนี้อิ่มเอมลุกก่อนใครเพื่อนเลย เพราะไม่อยากจะนั่งอยู่ในห้องนี้อีกแล้ว ..แต่ก็ถูกขวางไว้โดยหน่วยรักษาความปลอดภัย

"คนอื่นออกไปได้ยกเว้นเธอ"

"ท่านรองค่ะอิ่มทำงานกับท่านรองมาก็หลายปีแล้ว อิ่มไม่เคยทำเรื่องแบบนี้เลย"

"ถ้าทำไม่ได้ทำไมไม่บอก" หลังจากที่ทุกคนไปแล้วเขาถึงได้หันมาคุยกับเลขาส่วนตัว

"คืออิ่มอยากจะเป็นคนที่ทำงานเก่งในสายตาของท่านรองค่ะ"

"เธอน่าจะรู้นะว่าข้อมูลบริษัทห้ามนำออกไปภายนอกเด็ดขาด"

"อิ่มจะจำบทเรียนครั้งนี้ไว้ อภัยให้อิ่มด้วยนะคะ"

"แสดงว่าเธอยอมรับแล้ว..ว่าเป็นฝีมือของเธอที่ทำข้อมูลรั่วไหล"

หลังจากที่ทุกคนออกมาไม่นาน ตำรวจก็ขึ้นมาพาตัวอิ่มเอมออกไป ไม่ว่าจะพูดยังไงมันก็คือความผิด ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย เพราะความผิดครั้งนี้ทำให้บริษัทสูญเสียไปไม่ใช่น้อย

"ไม่คิดเลยว่าคุณอิ่มจะทำเรื่องนี้ได้" หลายคนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กัน

"ใช่ไม่น่าพลาดเลย พวกเราก็ระวังให้ดีแล้วกัน"

ในห้องเครื่องดื่ม..

"พี่ดีใจนะที่เราไม่เกิดเรื่อง"

"ก็เกือบไปแล้วล่ะค่ะ"

"ทีหลังก็ระวังหน่อยนะ จำไว้ว่าถ้าใครใช้ให้ทำอะไรต้องคิดให้ดีก่อนว่ามันจะเข้าตัวเราไหม"

"พี่น่าจะทำอะไรได้มากกว่าจำเจอยู่แต่ในห้องนี้นะคะ"

"แบบพี่จะทำอะไรได้ล่ะ เรียนก็ไม่จบ"

"พี่เรียนอะไรมาคะ"

"ช่างมันเถอะ พี่พอใจกับงานที่ทำอยู่แล้วล่ะ"

"แม่สีทาบ้าน ไม่เห็นหรือไงว่าท่านรองออกมาจากห้องประชุมแล้ว ทำไมยังไม่ไปเก็บทำความสะอาดอีก มัวแต่คุยกันอยู่นั่นแหละ" คนที่มาตามสิธาชื่อกรกนกเป็นเลขาของผู้จัดการทั่วไป

เพล้ง!! เสียงแก้วกาแฟในมือกระทบกับซิงค์ล้างจานอย่างแรง จนคนที่ยืนคุยกันอยู่หน้าห้องท่านรองประธานหันมามองแทบจะทุกคน และหนึ่งในนั้นก็มีเจ้าของห้องอยู่ด้วย

"เป็นบ้าอะไรของเธอ" เป็นกรกนกอีกนั่นแหละที่ตะคอกให้ไอรีส​ เพราะเธอวางแก้วกาแฟเหมือนประชดประชัน​

"สมองคุณมีปัญหาหรือเปล่า พี่เขาไม่ได้ชื่อสีทาบ้านเรียกกันอยู่ได้"

"เขาก็เรียกกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เธอเพิ่งเข้ามายังไม่รู้อะไรหรอก"

"แล้วคุณรู้ไหมว่าสิ่งที่คุณพูดมันคือการบูลลี่ ถ้าคุณไม่เข้าใจคำว่าบูลลี่ฉันจะบอกให้ มันเป็นการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นทั้งทางวาจาและทางกาย"

"ฉันไปกลั่นแกล้งอะไรเธอแม่สี" เห็นว่าพูดสู้ไอรีสไม่ได้เลยหันไปใช้อำนาจกับแม่บ้าน

"สี? ฉันว่าสมองคุณคงสับสนแล้วล่ะ เป็นเลขาผู้จัดการได้ยังไง พี่เขาชื่อสิไม่ได้ชื่อสี" ขนาดเลี่ยงที่จะพูดกับไอรีสแล้วยังเจอเธอต่อว่าให้อีก

"เกิดอะไรขึ้น" อัญญาที่ยืนคุยอยู่หน้าห้องของท่านรองประธาน พร้อมกับผู้จัดการอีกหลายฝ่าย เพราะทุกคนกำลังพูดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เรื่องในห้องเครื่องดื่มดึงความสนใจของทุกคนหมดเลย

"ก็แม่ผู้ช่วยนี่สิคะ ปากเก่งมากเลยค่ะ"

"เธอจะก่อเรื่องอะไรอีก ถ้าเธอยังก่อเรื่องอยู่อีกฉันคงให้เธออยู่ชั้นผู้บริหารไม่ได้แล้วนะ" อัญญาหันไปใช้อำนาจกับไอรีส

"ฉันก็ไม่อยากจะอยู่หรอกค่ะ ฝากคุณบอกท่านรองประธานด้วยนะคะว่ากรุณาย้ายฉันไปอยู่แผนกอื่นสักทีเถอะ" สายตาเธอตอนที่พูดประโยคนี้มองคนที่เธอกล่าวถึงโดยตรง

"สิงห์คะ"

"สิงห์คะแหวะ"

"หนูไอ" สิธาไม่อยากให้ไอรีสทำกิริยาแบบนี้กับผู้จัดการ แถมประโยคสุดท้ายยังพาดพิงไปถึงท่านรองประธานอีก

"อัญญาคิดว่าให้แม่นี่ลงไปทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ดีไหมคะ ปากดีนัก"

"ดีค่ะ ฉันก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่เหมือนกันแหละ"

"เก็บของของเธอ"

"ท่านรองประธานคะ สิขอโทษแทนหนูไอด้วยค่ะ เธอไม่ได้ตั้งใจ"

"พี่ไม่ต้องพูดหรอก" ไอรีสรีบห้ามสิธาไม่ให้ขอร้อง เพราะเธอก็ไม่อยากจะอยู่ชั้นนี้หรอก ไม่รู้อะไรเหมือนเล่นขายของกันเลย "ให้ฉันเก็บของไปอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ใช่ไหมคะ"

ดวงตาหลายคู่ ไม่สิ..ต้องเรียกว่าดวงตาทุกคู่เลยที่มองมาดูเหตุการณ์นี้ และต่างก็พึงพอใจมากที่เด็กใหม่จะถูกย้ายออกไป

"เก็บจากโต๊ะนั้นมานั่งโต๊ะนี้" สายตาคมมองต่ำลงไปดูโต๊ะหน้าห้องที่ตอนนี้มันว่างลงแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 116 ตอนจบ 2 ทันน์

    Set มาเฟียร้ายรัก Ep 116 ตอนจบทันน์"ทำไมมานอนตรงนี้ล่ะ ชอบนอนโซฟาไม่ใช่เหรอก็ไปนอนที่เดิมสิ" อลิสรู้สึกตัวตอนที่ทันน์ขยับตัวเข้ามานอนใกล้ๆทันน์ไม่ได้ตอบแต่เขาขยับมือต่ำลงไปสำรวจดูว่าทางโล่งหรือเปล่า เพราะเมื่อวานได้ยินว่าเธอใกล้จะเป็นประจำเดือน"คุณ!" อลิสดึงมือนั้นออกไป ทันน์ยอมเอามือออกมาแต่ที่เอาออกมาเพราะจะถอดเสื้อผ้า "ไปนอนโซฟาเลยนะถ้าไม่งั้นก็กลับไปนอนที่คอนโด"ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรเขาก็ทำเฉย แถมยังถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกก่อนจะโน้มตัวไปจับเธอคว่ำลงโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว"โอ๊ยฉันเจ็บนะ" หลังจากที่จับเธอคว่ำลงแล้วเขาก็ดึงกางเกงชุดนอนที่เธอใส่อยู่ขยับออกจนเลยสะโพกลงมา "คุณทันน์!"ผ่านไปครู่หนึ่งจากเสียงต่อว่าเมื่อครู่กลายเป็นเสียงคราง เพราะเขาสอดใส่ผ่านทางด้านหลังเข้ามาแล้วก็กระแทก ตัวแค่นี้หรือจะมาสู้ได้ ก็รู้อยู่ว่าเขาเป็นคนชอบใช้กำลังไม่ชอบพูดจากท่าคว่ำทันน์ก็เปลี่ยนเป็นท่าตะแคงข้างโดยที่เขายังคงสอดใส่ผ่านทางด้านหลังอยู่เวลาผ่านไปทุกอย่างก็ได้หยุดลงพร้อมกับคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแบบหมดเรี่ยวแรง"อารมณ์ดีขึ้นหรือยัง" เห็นว่าเธอไม่โวยวายเหมือนตอนแรกแล้ว"ยังจะมาพูดอีก!" นี่

  • นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 115 ตอนจบ 1 ตุนท์

    Set มาเฟียร้ายรัก Ep 115 ตอนจบตุนท์อัคคีมองตามสาวเอ็นเตอร์เทรน อยู่ดีๆ เธอก็ลุกเดินออกจากห้องไปเลย ที่จริงมันทำได้มากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ บางทียังเห็นแขกคนอื่นล้วงอยู่เลยแต่เขาทำแค่จูบเองนะข้าวปุ้นพยายามอดกลั้นอารมณ์ตัวเองมาก ถ้าไม่ใช่เพื่อนของเสี่ยป่านนี้ถูกฝ่ามือเธอไปแล้ว อยู่ดีๆ ก็มาขโมยจูบไป"นั่นใช่คุณข้าวปุ้นไหม" ระย้ามองเห็นตอนเดินผ่านห้องทำงานแค่แว๊บเดียว"ใช่.. แล้วทำไมออกมาแล้วล่ะ" อลิสเลยรีบไปดูแขกที่ห้องพิเศษ พอไปถึงก็เห็นว่ามีเด็กใหม่เข้ามาเอ็นเตอร์เทนเสี่ยอัคคีแล้ว หรือว่าข้าวปุ้นงอนเรื่องนี้ ต้องใช่แน่ๆ เลยใครปล่อยให้เด็กเข้ามาเนี่ย ..ค่อยหาโอกาสใหม่แล้วกัน อุตส่าห์ได้โอกาสดีๆ แล้วเชียวดึกๆ ของคืนเดียวกัน..นเรศวรแวะเข้ามาดูงานได้ครู่หนึ่งพอรู้ว่าอัคคียังไม่ออกไปเลยแวะมาที่ห้องพิเศษ"เป็นยังไงบ้างครับคุณอัคคี" ทั้งสองไม่ได้สนิทกันมากมายรู้จักกันผ่านทางเพื่อน เวลาพูดคุยเลยใช้คำเหมือนที่พูดกับเพื่อนสนิทไม่ได้"นึกว่าคุณจะไม่เข้า""ภรรยาผมใกล้คลอดเลยไม่อยากปล่อยไว้คอนโดตามลำพังครับ""อ้าว ใกล้คลอดแล้วเหรอครับ"ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกัน ก็เห็นว่าทันน์ที่ยืนรอรับใช้อยู่เหมื

  • นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 114

    ช่วงเที่ยงคืนของคืนนั้น.."ไปทานข้าวด้วยกันค่ะ" ระย้าถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องของข้าวปุ้นเพื่อชวนออกไปทานข้าวด้วยกัน"ชวนข้าวเหรอคะ" นอกจากคุณทรงอัปสรแล้วคนอื่นไม่ค่อยมาชวนเธอไปทานข้าวด้วยหรอก อาจเพราะเธอทำงานอยู่คนละโซนกัน และส่วนมากข้าวปุ้นก็จะสั่งอาหารที่นี่เข้ามาทานในห้อง"หรือว่าคุณข้าวจะทานข้าวในห้องคะ""ข้าวไปได้ค่ะ" ข้าวปุ้นเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสะพายแล้วก็เดินตามระย้าออกมาทีแรกคิดว่าจะมากันแค่สามคน แต่ที่ไหนได้พอออกมาถึงด้านหน้าแฟนของทั้งสองก็รออยู่ แสดงว่าเราเป็นส่วนเกินหรือเปล่าเนี่ย"คุณข้าวชอบทานอะไรคะ""ทานเหมือนกันนั่นแหละค่ะ""ถ้างั้นสั่งทีเดียวเลยนะคะ"เข้ามาผู้ชายก็เดินไปเตรียมน้ำมาให้ ทีแรกข้าวปุ้นจะไปเตรียมน้ำของตัวเองแล้ว แต่อลิสบอกว่าไม่ต้องเดี๋ยวมีคนเตรียมมาให้ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาวางบริการ ข้าวปุ้นเพิ่งรู้สึกว่าส่วนเกินมันเป็นแบบนี้นี่เอง เพราะคนรักเขาเทคแคร์กันแบบไม่สนใจคนโสดเลยที่อลิสและระย้าทำแบบนี้อยากให้ข้าวปุ้นมีความกล้าขึ้นมาหน่อยหลังทานข้าวเสร็จพวกเธอก็กลับเข้ามาที่ทำงาน ส่วนทันน์และตุนท์ก็ต้องแบ่งงานกันทำเหมือนเคยจนถึงช่วงเลิกงานอลิสเดินกลับมาที่

  • นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 113

    "เท้าไม่เป็นอะไรแล้วเหรอทำไมใส่ส้นสูง" หลังจากส่งเจ้านายห้องทำงานเสร็จแล้วตุนท์ก็รีบออกมาดูระย้า เห็นตอนที่เธอกำลังคุยอยู่กับข้าวปุ้นพอดี"โอ๊ย.." ทีแรกก็ยืนดีๆ อยู่นี่แหละ แต่พอเห็นสามีเดินเข้ามาเริ่มเจ็บเท้าขึ้นมาเลย และข้าวปุ้นที่ยืนอยู่ด้วยกันอดมองลงไปดูเท้าของระย้าไม่ได้ เมื่อสักครู่ยังเห็นเดินปกติอยู่เลย หรือว่าจะเริ่มเจ็บแผลแล้ว"คุณเจ็บแผลเหรอคะ""เปล่าค่ะคุณลุกขึ้นมาก่อน เดี๋ยวฉันทำอะไรให้ดู" ระย้ารีบบอกข้าวปุ้นที่กำลังจะก้มลงไปช่วยขยับรองเท้าออกให้ลุกขึ้นมาก่อน "รู้สึกเจ็บนิดหน่อยค่ะ" แต่พอตุนท์เดินเข้ามาใกล้ระย้าก็ทำทีเป็นยืนไม่อยู่ จนฝ่ายชายต้องรีบเข้าไปประคอง"โอ๊ยยังเจ็บอยู่เลยค่ะ" เห็นว่าเธอยังเจ็บอยู่ตุนท์เลยโน้มลำตัวลงไปอุ้มร่างของเธอขึ้นมา ตอนที่ร่างของเธอลอยขึ้นจากพื้นระย้าก็หันไปขยิบตาใส่ข้าวปุ้น และก็บอกให้ข้าวปุ้นดูไว้ผู้หญิงต้องมีมารยาบ้าง"หึหึหึ" ข้าวปุ้นอดขำในความน่าเอ็นดูของระย้าไม่ได้ คิดว่าพอจะรู้แล้วที่ระย้าทำเมื่อครู่คงอยากให้เธอเรียนรู้เรื่องนี้ไปใช้กับผู้ชายที่ชื่ออัคคีแน่เลย โอ๊ยฉันจะบ้าตาย หวังว่าเรื่องนี้คงจะจบลงแค่นี้นะ"คุณจะพาฉันไปไหน" มัวบอกให้

  • นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 112

    "ผมทำอะไรผิดอีกหรือเปล่า" ตุนท์เห็นเธอยิ้มตอนเขาเดินเข้ามาหาเลยรู้สึกเสียวๆ"ฉันจะกลับขึ้นห้องแล้วค่ะ คุณจะทำงานต่อหรือจะกลับด้วยกัน" หลังจากที่รับรู้ว่าข้าวปุ้นไม่ได้สนใจสามีเธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา จริงๆ ถ้าเขาจะชอบกับข้าวปุ้นป่านนี้คงไม่เหลือรอดมาถึงเธอหรอก แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆ ก็รู้สึกหึง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สนใจผู้หญิงคนอื่นแต่เธอก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนอื่นมาสนใจเขา"ผมเคลียร์งานเสร็จแล้ว เดี๋ยวหลังเลิกงานผมค่อยลงมาดูแลเจ้านาย" ทิ้งงานให้ทันน์ทำมาหลายวันแล้ว ถ้าจะทิ้งอีกก็กลัวมันจะโวยวายระย้ายอมให้เขาโอบร่างพาเดินกลับห้องพัก เท้าเธอดีขึ้นมากแล้วแต่มันก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่"ฉันขออาบน้ำก่อนค่ะ" เข้ามาถึงตุนท์ก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า แต่ตอนที่เขากำลังจะจูบระย้าก็เบือนหน้าหลบ"ผมเห็นคุณเปลี่ยนชุดแล้วนี่""อาบน้ำตั้งหลายชั่วโมงแล้วค่ะ""หลายชั่วโมงก็ยังหอมอยู่""ไม่ได้ค่ะยังไงฉันก็ต้องไปอาบน้ำก่อน" ยังไงต้องไปล้างให้สะอาดก่อนแล้วกัน เพราะเขาเล่นสัมผัสทุกส่วนของร่างกายตอนที่น้ำฝักบัวกำลังไหลรินลงมาชโลมร่างกาย ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดเข้ามา"ฉันอาบน้ำยังไม่เสร็จเลย""อาบด้วยกันก็ได้"เข้ามาแทน

  • นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 111

    กลับไปถึงห้องก็ไม่เห็นเธอ ตุนน์เลยรีบออกไปดูร้านอาหารหน้าสถานบันเทิง ที่เขาไม่ได้โทรไปเพราะเห็นอยู่ว่าโทรศัพท์เธอไม่ได้ถือออกไปด้วย แต่พอเดินดูก็ไม่เห็น ..แม้แต่ร้านที่เธอไม่เคยมาทานเขาก็ยังไปดูเลย"ไปไหนของเธอเนี่ย" หรือว่าบางทีเธออาจจะไปหาอลิส คิดได้แบบนั้นตุนท์เลยลองกดโทรเข้าเครื่องของอลิสดู แต่คำตอบที่ได้ไม่เห็นระย้ามา และอลิสยังถามอีกว่าระย้ากลับมาด้วยเหรอ ตอนนั้นยังนึกเสียใจอยู่เลยว่ายังไม่ได้บอกลากันก๊อกๆ ตอนที่ระย้านั่งเศร้าอยู่ก็มีคนมาเคาะประตูห้องเธอเลยเงยหน้าขึ้นมอง"อ้าวคุณระย้า?" คนที่เข้ามาก็คือข้าวปุ้น ข้าวปุ้นว่าจะเข้ามาคุยงานกับอลิสมองเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ในห้องหัวหน้าก็คิดว่าเป็นอลิส"ทำไมเห็นฉันแล้วต้องตกใจด้วยล่ะคะ""?" ข้าวปุ้นแปลกใจกับคำถามนี้ แต่ก็ต้องรีบสลัดมันออกไปก่อน"ได้ยินคุณตุนท์บอกว่าคุณอยู่ที่ห้องนี่คะ""เขาบอกแบบนั้นหรือคะ""เอ่อ..ค่ะ..?" ข้าวปุ้นชักจะสงสัยกับท่าทีนี้แล้ว ก่อนหน้าระย้าไม่ได้เป็นคนแบบนี้นี่ ทำไมช่วงหลังมาถึงพูดกับเธอแปลกๆ"มาอยู่นี่เองบอกแล้วใช่ไหมว่าให้อยู่ห้อง" ตุนท์เดินตามหาไม่เจอเลยเข้ามาดูในห้องทำงานและก็เป็นแบบที่เขาคิดไว้จริงๆ "อ้

  • นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 84

    อยู่ดีๆ ทันน์ก็ส่งโทรศัพท์คืนให้อลิน แล้วกล่าวลาแม่ของเธอก่อนจะเดินออกไปเลย"เขาเป็นอะไรอลิน" เห็นน้องสาวโผล่มาหน้าจออลิสเลยถามน้องสาวดูว่าเขาเป็นอะไรทำไมอยู่ดีๆ ถึงลาแม่แล้วออกไปแบบนั้น"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อกี้พี่พูดอะไรกับพี่เขย""พี่ก็แค่บอกว่า..ว่า.." อลิสใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง..หรือว่าจ

  • นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 83

    ค่ำๆ ของคืนนั้น.."คุณระย้าเป็นอะไรคะ ไม่สบายหรือเปล่า" เมื่อตอนเย็นก็รอไปทานข้าวกับระย้าแต่ไม่เห็น เธอเลยไปทานข้าวกับทันน์แค่สองคน มาที่ทำงานก็เห็นระย้านั่งซึมอยู่"เปล่า" ระย้าตอบแค่นี้ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานแล้วเดินออกไปดูงานด้านนอก"เป็นอะไรของเขา" ระย้าที่ชอบพูดชอบเจรจา มั่นใจในตัวเองสูง วันนี้ท

  • นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 82

    ระย้ายังคงคิดเหมือนเดิมทำไมผู้ชายคนนี้ถึงไม่เป็นโสดรอเธอบ้าง จะมีผู้ชายคนไหนเอาใจผู้หญิงได้ถึงขนาดนี้ไหมเนี่ย"แอะๆ" ตอนที่มองเขากำลังหวานกันอยู่กลืนไม่ระวังจนสำลักข้าว"คุณระย้าเป็นอะไรไหมคะ""ไม่เป็นไรค่ะ สงสัยว่ากระดูกไก่ติดคอ""กระดูกไก่ติดคอเหรอคะ ทำไมคุณไม่คาย" อลิสพูดคำนี้ออกมาระย้าได้แต่กระ

  • นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 81

    หลังจากผ่านช่วงเวลาอันเร่าร้อนไป อลิสก็หมดเรี่ยวแรงเพราะถูกเขาชาร์จแบตผ่านร่างกายของเธอไปหมดเลย กว่าจะตื่นมาได้อีกทีก็เกือบถึงเวลาเข้างานแต่พอตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นทันน์อยู่ในห้องด้วยแล้ว เขาออกไปตั้งแต่ตอนไหนเนี่ยก๊อกๆ"คะ" ได้ยินเสียงเคาะประตูก็รู้แล้วว่าคงเป็นระย้า แต่จะบอกให้เปิดเข้ามาเลยก็ยังไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status