LOGIN“โห เด็กนรกเลยเหรอป้า กระเป๋าอยู่ไหนเอาคีย์การ์ดมาเปิดเร็ว ตัวหนักเป็นบ้าเลยเนี่ย”
เจเลนทั้งโมโหทั้งหงุดหงิดจนบ่นออกมายืดยาว เพิ่งรู้ว่ายัยป้าข้างบ้านตั้งฉายาให้ตัวเองแบบนี้ ไว้ถ้าสร่างเมื่อไหร่ได้เห็นดีกันแน่บอกเลย
“อ่ะ หาเอง”
“โว๊ะ ไม่น่าหาเรื่องเลยกู”
เจเลนบ่นกับตัวเองก่อนจะคันกระเป๋าและพยุงคนเมาไปด้วยอย่างทุลักทุเล กว่าจะเปิดประตูเข้ามาในห้องได้ก็ทำเอาหอบอีกรอบจนอยากจับอีกคนเหวี่ยงทิ้งซะเหลือเกิน
“อ่ะ นั่งดีๆนะเดี๋ยวหาน้ำให้”
“ไม่เอาน้ำ เอาเหล้ามาอีกเร็วๆ”
แพรไหมโวยวายเมื่อได้ยินคำว่าน้ำ ร่างบางยื้อตัวเองจะลุกขึ้นจากโซฟาตัวยาวแต่ถูกเจเลนกดให้นั่งลงตามเดิมทันที
“อย่าดื้อมาก เดี๋ยวก็จับมัดซะเลยดีมั้ย”
“ไอ้คนใจร้าย ฮึก”
อยู่ๆแพรไหมก็ร้องไห้ออกมาจนเจเลนกรอกตามองเพดานอย่างท้อใจสุดๆ คนตัวสูงรีบเข้าไปหาน้ำมาให้อีกคนดื่มก่อนจะถามเชิงบ่นออกมาตอนที่ช่วยเช็ดน้ำตาให้คนเมา
“ขี้เหล้าเมายาจังวะป้า ปกติกินเหล้าเยอะขนาดนี้เลยเหรอ”
“เอาเหล้ามา อยากเมา”
แพรไหมไม่ตอบแต่กลับเรียกหาเหล้าต่อ เมื่อความทรงจำที่เจ็บปวดแวบเข้ามาในหัวจนอยากลืม สติที่ขาดๆหายๆสั่งให้เธอต้องเมาต่อเท่านั้น ไม่งั้นมันก็เอาแต่อยากร้องไห้เหมือนตอนนี้
“นี่ยังไม่เรียกเมาอีกเหรอถามจริง”
“ต้องเมาอีกสิ เมาแล้วจะได้ลืมไง”
แพรไหมเถียงด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ แต่แววตากลับเศร้าหมองจนคนมองรู้สึกสงสาร เจเลนจับอีกคนพิงพนักโซฟาก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ลืมอะไร ไปเจออะไรมาถึงได้เมาขนาดนี้เนี่ย”
“เจอคนทรยศไง ฮึก คนใจร้าย”
“ใครใจร้ายก็อย่าไปยุ่งกับเค้าสิ”
เจเลนบอกพลางจัดผมให้แพรไหม สลับกับคอยเช็ดน้ำตาที่ยังไม่หยุดไหลของอีกคนไปด้วย ความอบอุ่นอ่อนโยนที่ได้รับทำให้แพรไหมยิ่งงอแงหนักกว่าเดิม เหมือนกับว่าตอนนี้เธอมีคนให้ระบายแล้ว แต่เพราะใบหน้าที่คุ้นเคยเลยถามอย่างหาเรื่องเมื่อนึกได้ว่าเจเลนชอบแกล้งให้รำคาญทุกวัน
“นายก็ใจร้ายใช่มั้ย นายชอบกวนทุกวันเลยนี่”
“โอ๊ย ถ้าผมใจร้ายจะพามาส่งทำไมครับถามจริง”
“จริงเหรอ ไม่ใจร้ายจริงๆเหรอ อย่าใจร้ายนะไม่ชอบเลย ฮึก ฮือ”
แพรไหมสะอื้นปล่อยโฮออกมาอีกรอบจนเจเลนถึงกับกุมขมับ ก่อนจะหาวิธีปลอบใจคนเมา
“เวรกรรมแท้ๆเลยกูเนี่ย เฮ้อ อย่าร้องนะเดี๋ยวตาก็บวมเป็นกบหรอก”
“กบตาบวมเหรอ”
“เฮ้อ เออๆกบมันตาบวมน่าเกลียดป้าอย่าร้องนะ ตกลงมั้ย”
เจเลนบอกอย่างอ่อนใจ เล่นเปลี่ยนอารมณ์ไปมาแบบนี้ใครจะเอาใจถูก แต่เพราะคำเรียกที่ไม่น่าฟังนั่นแพรไหมเลยงอแงขึ้นมาอีกรอบ
“ทำไมชอบเรียกป้า นิสัยไม่ดีเลย”
“แล้วให้เรียกอะไร”
เจเลนถามพลางมองคนเมาที่ทำหน้ายู่อย่างขำๆ ก็แกล้งมาตั้งแต่แรกวันนี้จะเปลี่ยนไปเรียกอย่างอื่นก็ไม่ชินซะแล้ว
“พี่แพร เรียกพี่แพรเพราะพี่แก่กว่านายนะรู้มั้ย”
“โอเคเลย พี่แพร พอใจยังครับทีนี้ก็ไปนอนได้แล้วไป”
เจเลนบอกพลางดึงแขนอีกคนให้ลุกเพื่อจะพาไปนอนที่เตียงดีๆ แต่ดันถูกคนเมาดึงลงมาจนหน้าแทบจะชนกันซะก่อน
“เฮ้ย! ป้าจะดึงทำไมเนี่ย”
“บอกว่าให้เรียกพี่ไง เด็กดื้อนี่”
“อย่าเอาหน้าเข้ามาใกล้แบบนี้สิ ปล่อยผมก่อนเร็วๆ”
เจเลนบอกพลางเกร็งตัวสุดชีวิต เมื่อแพรไหมกอดคอไว้แล้วยื่นหน้ามาซะใกล้จนหายใจรดกัน
“ทำไมหล่อขนาดนี้เนี่ย ยิ่งมองใกล้ๆก็ยิ่งหล่อ”
“ปล่อยผม”
เจเลนขืนตัวออกเมื่อถูกแพรไหมจับใบหน้าแล้วจ้องด้วยสายตาหวานเยิ้มเพราะฤทธิ์เหล้า มันคงจะไม่เป็นไรหรอกถ้าเจเลนไม่ได้ใจสั่นจนต้องหลบสายตา ใครจะคิดว่ายัยป้าปากร้ายที่ชอบด่าทุกวันจะดึงดูดสายตามากขนาดนี้
ไม่ไหวแล้ว อันตรายมาก….
“นายมีแฟนยัง”
“ถามทำไม”
“งั้นเคยนอนกับใครยัง”
แพรไหมถามพลางจ้องตาคมอย่างจริงจัง ภาพของคนทรยศทั้งสองคนที่เริงรักกันบนเตียงตามมาหลอกหลอนจนใจปวดร้าวแม้อยากจะลืม ตอนนี้เธอก็แค่อยากเอาคืนแบบที่เคยโดนบ้าง ทำไมเธอจะต้องซื่อสัตย์ในเมื่ออีกคนไม่เคยเห็นค่าในความรักของเธอ
ก็แค่นอนกับใครสักคน ไม่เห็นยากเลย….
“อะไรของป้าวะ ปล่อยนะโว้ย”
เจเลนโวยวายเมื่อแพรไหมจ้องเหมือนจะกลืนกินกันยังไงยังงั้น ไม่ได้กลัวที่ถูกลวนลามอยู่หรอก กลัวใจตัวเองนี่แหละมันจะหยุดไม่ได้หากอะไรๆจุดติดขึ้นมา เจเลนก็แค่มนุษย์คนนึงนี่นา
แถมยัยป้านี่ก็ สวยน้อยซะเมื่อไหร่…
“สอนให้มั้ย”
“พูดอะไรเนี่ย รีบปล่อยก่อนที่จะไม่ทนนะป้า”
“ก็ไม่ต้องทน เรียกป้าดีนักเดี๋ยวจะสั่งสอนให้ดู”
“อื้อ!”
เจเลนเบิกตากว้างเมื่อถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว สองมือยันไว้ที่พนักพิงโซฟาเพื่อยื้อตัวเองไม่ให้ล้มลงไปทับแพรไหมที่นั่งอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาถูกจับให้รับจูบที่เนิบนาบอย่างไม่อาจเลี่ยง ริมฝีปากอิ่มขบเม้มดูดดึงหวังให้เจเลนเปิดปากรับ ซึ่งก็ไม่ยากอะไรเพราะเจเลนก็ไม่ได้คิดขัดขืนและปล่อยอีกคนใช้ลิ้นเล็กๆนั่นหยอกเย้ากับลิ้นตัวเองตามใจชอบ
แพรไหมลูบไล้ใบหน้าของอีกคนขณะที่ปากก็ยังไม่หยุดสำรวจความแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยสัมผัสนอกจากแฟนตัวเอง กลิ่นน้ำหอมและกลิ่นเฉพาะตัวที่ออกมาจากเจเลนยิ่งทำให้อีกคนมีเสน่ห์มากขึ้นอีกเท่าตัว รสจูบที่คิดว่าแค่อยากลองกลับสร้างความหวามไหวจนใจสั่นอย่างน่าประหลาด
และจากที่เป็นคนควบคุมแพรไหมก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังล่องลอยและมัวเมาหนักยิ่งกว่าเดิม ยามที่เจเลนโต้ตอบกลับด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า
เหนือกว่าจนต้องจิกไหล่หนาเอาไว้แรงๆเพราะหายใจไม่ทัน
“อื้อ!”
แพรไหมครางอื้ออึงในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างยามถูกรุกกลับจนตั้งตัวไม่ทัน ก่อนจะหลับตาพริ้มเคลิบเคลิ้มไปตามที่อีกคนชักนำอย่างง่ายดาย ลิ้นร้อนกวาดต้อนไปทั่วโพรงปาก กวาดเก็บทุกหยาดหยดในปากของแพรไหมอย่างช่ำชอง
เจเลนละออกมามองใบหน้าสวยที่ตาปรือหวานฉ่ำ หอบหายใจกับการจูบที่ยาวนานเมื่อครู่ ก่อนจะก้มลงไปครอบครองริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่ออีกครั้งอย่างไม่อาจห้ามใจ ความหอมหวาน แปลกใหม่ หรือเพราะอะไรก็ตามที่เป็นแพรไหมตอนนี้
มันกำลังกระตุ้นสัญชาตญาณของเจเลนจนยากจะควบคุมซะแล้ว…
ไม่รู้ว่าช่วงหน้าร้อนทุกคนเค้าหาที่ผ่อนคลายกันยังไง อาจจะเป็นทะเลที่บรรยากาศสดใส น้ำตกที่สดชื่น หรือหนีไปพึ่งอากาศหนาวที่ต่างประเทศให้มันหายร้อนไปสักพักแต่ตอนนี้แพรไหมกำลังคิดว่าตัวเองกำลังประสบกับปัญหา เพราะใครบางคนกำลังทำให้การพักร้อนของเธอนั้นร้อนหนักกว่าเดิม ร้อนทั้งบรรยากาศ และร้อนรุ่มไปทั้งร่างกาย“เจเลน เจเลน อื้อ”“มองตาผม”“มัน อ๊ะ อย่า”แพรไหมเชิดหน้าครวญคราง ขณะที่เจเลนสั่งให้เธอก้มลงมองตากันทั้งๆที่เธอกำลังออนท็อปให้ เธอส่ายหน้าเพราะทำไม่ได้ แค่เจเลนสวนขึ้นมาจนโดนจุดกระสันแรงๆเธอก็แทบไร้สติอยู่แล้วและเพราะแบบนั้น เจเลนเลยลงโทษคนไม่เชื่อฟังด้วยการดึงแขนให้แพรไหมแนบลงมาบนตัว ก่อนจะยกสะโพกขึ้นแล้วเด้งเอวใส่เธอถี่ยิบจนเธอหวีดร้องลั่น“อ๊า อ๊า เจเลน ฮึก เบาๆ”“แพรไหม ทำไมพี่ดื้อ หืม”เสียงทุ้มต่ำพร่ากัดฟันบอกเธอแนบใบหู ขณะที่ช่วงล่างก็สวนเข้าออกแรงๆจนแพรไหมต้องซบหน้าลงที่ไหล่หนา สองมือเล็กจิกผ้าปูที่นอนจนยับ ทั้งครางทั้งสะอื้นกับความเสียดเสียวที่ถาโถมเข้าใส่แบบไม่ปราณีร่างบางสั่นคลอนแนบอยู่บนลำตัวของเจเลน ไร้หนทางต่อต้านหรือพูดอะไรได้อีก ได้แต่ส่งเสียงน่าอายออกมาตลอดเวลาอย่า
“ตอนนั้นผมชอบมาเล่นกับเพื่อนๆตรงนี้ทุกเย็นเลยนะ แล้วก็ริมแม่น้ำแถบนั้นด้วย กลับบ้านไปโดนแม่บ่นทุกวันเลยว่าสกปรกมาก”เสียงของเจเลนยังคงดังอยู่ต่อเนื่องตลอดเส้นทางที่เดินกันมา ไม่ว่าจะเป็นตรอกไหน ซอยไหน เจ้าตัวก็หาเรื่องในอดีตมาเล่าให้แพรไหมฟังได้ไม่หยุดหย่อน น้ำเสียงที่ตื่นเต้นกับรอยยิ้มที่มีความสุข ทำให้แพรไหมรับรู้ได้ว่าเจ้าตัวก็คงคิดถึงบ้านเกิดกับเพื่อนสมัยเรียนมากเหมือนกัน“อือ ก็น่าจะโดนบ่นอยู่หรอก แต่ละที่น่าเล่นตรงไหนก่อน”“เอ้า ก็เด็กไงครับ เล่นตรงไหนสนุกหมดแหละ พี่ไม่เคยเป็นเด็กเหรอ”“พูดแบบนี้ไม่ต้องกินแล้วมั้งขนมอะไรนั่นน่ะ”แพรไหมเงยหน้าขึ้นมองค้อนเจ้าเด็กตัวโตที่เดินโอบเอวเธออยู่ เรียกว่ากอดแน่นจนเดินแทบไม่ได้เลยดีกว่า แต่บอกให้ปล่อยทีไรก็อ้างว่าเดี๋ยวเธอหนาวทุกทีแล้วไอ้ที่ออกมาเดินท่ามกลางหิมะขาวโพลนแบบนี้ก็เพราะเจ้าตัวอยากพาแพรไหมไปกินขนมร้านโปรดที่อวดว่าอร่อยนักหนานั่นแหละ“หยอกๆครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”“พูดทั้งวันเหนื่อยบ้างมั้ยถามจริง”“พี่ว่าผมพูดมากเหรอ”“ไม่ได้พูดมาก แต่พูดไปเรื่อยต่างหากล่ะ”“ใจร้ายมาก ว่าผมทำไม”เจเลนโอดครวญทำหน้ามุ่ยไม่จริงจังนัก จนแพรไหมต้องบ
แต่พอได้ยินว่าเวลาเราไม่ได้มีเหลือเฟือขนาดนั้น แพรไหมก็โยนทุกอย่างในหัวทิ้งไปจนหมด ก่อนจะใช้แค่หัวใจที่ซื่อสัตย์ของตัวเองตอบรับเจเลนแบบไม่มีความลังเลอะไรเหลืออยู่อีก“อื้อ เข้าใจแล้ว ถ้านายมั่นใจพี่ก็พร้อมเหมือนกัน”พร้อม ที่จะรับความรักและมอบความรักทั้งใจให้คนที่แสนดีกับเธอในทุกๆวันแบบไม่มีเงื่อนไขอะไรอีกเลย“น่ารักที่สุดเลยครับ”—-----------------“เจเลน”“เจเลน หายไปไหนแต่เช้าเนี่ย”“เจเลน”แพรไหมทั้งเดินทั้งเรียกเจเลนไปทั่วบ้าน ตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นมาก็ยังไม่เห็นวี่แววของอีกคนเลยไม่รู้ว่าหายไปไหนทั้งที่ยังไม่ได้เวลาตื่นด้วยซ้ำ ปกติเจเลนแทบจะไม่ลุกไปไหนเลยถ้าเป็นวันหยุดแบบนี้ เรียกว่านอนกอดเธอแน่นจนแพรไหมต้องแงะตัวออกมานั่นแหละแปลกใจได้ไม่นานก็มีข้อความจากเจเลนส่งเข้ามาในมือถือ แพรไหมกดดูถึงรู้ว่าเจ้าตัวออกไปชายหาดตั้งแต่ฟ้ายังไม่แจ้งขนาดนี้‘ออกมาที่ชายหาดหน้าบ้านหน่อยครับ’พออ่านเสร็จก็รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับแล้วเดินออกไปหาอีกคนที่ชายหาดทันที ลมทะเลพัดเอากลิ่นอายความสดชื่นเข้ามากระทบใบหน้าและร่างกาย บรรยากาศที่หาไม่ได้จากในเมืองทำให้ต้องยิ้มออกมาด้วยความอารมณ์ดี แพรไหมมองหาคนที่
“มึงก็รู้ว่าพี่คลื่นไม่ชอบให้เข้าผับ”“แล้วมึงจะไปเข้าหาพระแสงอะไรนักหนาก่อน เป็นหมอมันว่างเหรอวะ”“แหม่ กูก็อยากปลดปล่อยบ้างไง นานๆว่าง”“ว่างก็นอนเถอะ กูเห็นมึงใช้ชีวิตละเหนื่อยแทน”แพรไหมบ่นออกมาอีกคน ลลิลเป็นคนที่มีเวลาน้อยที่สุดแล้วก็ว่าได้ เข้าเวรทุกวันไม่พอ บางวันก็ต้องเข้าแทนเพื่อนหมอคนอื่นจนไม่ได้หยุดก็มี กว่าจะได้พักทีแทบจะเดือนละสองครั้งได้ แทนที่จะนอนพักผ่อนเยอะๆแต่ดันอยากใช้ชีวิตให้คุ้มซะงั้น ไม่รู้ว่าก่อนคุ้มมันจะสิ้นชีพก่อนรึเปล่าเลย“เออๆรู้แล้ว ว่าแต่มึงไม่อยากเปิดตัวบ้างเหรอวะว่าเป็นแฟนนักร้องดังนะ อะไรงี้”“ไม่อ่ะ ถ้าทำงั้นมึงคิดว่ากูจะสงบสุขอีกเหรอถามจริง”“ก็จริงว่ะ แต่ว่าทางบ้านมึงโอเคมั้ยที่มึงคบคนนี้”“พ่อกูเค้าเข้าใจกูอยู่แล้ว คนอื่นก็ไม่กล้ามายุ่งหรอกมีความผิดติดตัวขนาดนั้น”“จะว่าไปกูอึ้งมากนะ ที่คนอย่างไอ้รุตมันยอมออกมาประจานตัวเองได้ เด็กมึงนี่คงตัวใหญ่ไม่ใช่เล่นเลยเนอะ”“ก็ใหญ่มากนะ กูสูงแค่อกเจเลนเอง”แพรไหมทำท่านึกก่อนจะบอกตามตรง ทำเอาเพื่อนสองคนที่ฟังถึงกับกรอกตามองบนแล้วตีแขนไปทีด้วยความหมั่นไส้“มันคนละใหญ่เว้ยไอ้แพร อย่าเล่นอะไรแบบนี้ถือว่ากูขอ”“จร
“อะไรเนี่ย พี่ว่าผมเป็นคนไม่น่าเชื่อถือเหรอ”“พูดเองนะ”“ว่ากันแบบนี้ต้องโดนลงโทษ”“อย่านะ เจเลนพี่ไม่เล่น”แพรไหมดุก่อนจะเอี้ยวตัวหลบเจ้าเด็กตัวโตที่เข้ามากอดแล้วจี้เอวจนเธอขำออกมา คุยกันจริงจังได้ไม่นานหรอกกับเจเลนน่ะ สุดท้ายเจ้าตัวก็หาเรื่องมาแกล้งเธอแบบนี้ทุกที“ผมก็ไม่ได้เล่นสักหน่อย”เจเลนจ้องตาคนในอ้อมแขนด้วยสายตาวาววับ ประกายในดวงตาชัดเจนจนแพรไหมหน้าร้อนรีบดันอกเจเลนไว้สุดแรง ก็เล่นกันแบบนี้ทีไรมันไม่เคยจบแค่แกล้งให้ขำหรอกเพราะจุดประสงค์ของเจเลนน่ะ มันคือการแกล้งให้ร้องครวญครางใต้ร่างเหมือนจะขาดใจแบบนี้มากกว่า“เจ เจเลน อ๊า”แพรไหมหวีดร้องตัวสั่นกระตุก กอดคอคนที่ยังกระทุ้งกายเข้าหาไม่หยุดจนทำให้ช่องทางฉ่ำแฉะนั้นตอดรัดหนักกว่าเดิมเพราะความเสียวที่เกินจะต้านทานได้และแพรไหมรู้ดี ว่าการเสร็จของเธอครั้งแรกมันไม่ใช่จุดจบของบทรักในวันนี้ เพราะถ้าเจเลนเริ่มได้ก็ไม่มีทางจะหยุดง่ายๆจนกว่าเธอจะอ่อนเปลี้ยไปทั้งตัวนั่นแหละ“ไม่ ไม่ไหว อึก อื้อ เจเลนพอก่อน”แพรไหมบอกเสียงสั่น ขณะที่ท่อนลำร้อนนั่นยังคงเสือกไสอยู่ในร่างกายเธอจนร้อนรุ่มไปทั่วร่าง เจเลนไม่ได้รุนแรงหรือทรมานอะไรเธอทั้งนั้น แต่
“อะไรนะ”“เพราะลงทุนผิดที่ ตอนนี้ก็เลยมีปัญหาเรื่องเงินอยู่ใช่มั้ยล่ะครับ น่าเสียดายที่ความมั่นใจของคุณกำลังทำลายความมั่นคงที่พ่อแม่สร้างมา ถ้าคู่ค้าของคุณรู้ปัญหานี้ไปด้วยจะเป็นยังไงนะ”“นี่แก รู้ได้ยังไง”“ไหนจะธุรกิจสีเทาที่คุณแอบทำลับหลังพ่อแม่อีกตั้งหลายอย่าง ถ้าคณะกรรมการในบริษัทคุณรู้จะยังยอมให้คุณบริหารรึเปล่านะ”“เด็กอย่างแกจะมีปัญญาทำอะไรได้ กลับไปซะถ้าไม่อยากให้ปล่อยข่าวแกดังมากกว่านี้ อยากรู้ว่าถ้าอนาคตในวงการดับแกจะอยู่ยังไงเหมือนกัน”ศรุตขู่ด้วยดวงตาวาวโรจน์ เพราะมั่นใจว่าเจเลนก็แค่ขู่ถึงจะไม่รู้ว่าเด็กนี่ไปรู้ความลับได้ยังไงก็เถอะ แต่ก็แค่เด็กมหาลัยคนนึงจะมีปัญญามาทำอะไรได้“ผมขี้เกียจเสียเวลาแล้ว เอาเป็นว่าที่มาเพราะต้องการให้คุณไปแก้ข่าวให้มันถูกต้อง แล้วผมจะถือว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น”“แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะ ไม่ใช่ธุระอะไรสักหน่อยจริงมั้ย”“ก็แล้วแต่คุณเลยครับ ถือว่าผมมาบอกดีๆแล้วถ้าพรุ่งนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนล่ะก็ หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ใช่ธุระของผมแล้วเหมือนกัน ขอตัวนะครับ”เจเลนยิ้มเยาะกับท่าทางอวดดีที่ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองแบบนั้น ก่อนจะทิ้งท้ายแล้วเดินออกมารา







