LOGINทั้งที่แค่จะหลอกฟัน แต่ดันพลั้งปากขอยัยนางฟ้าเป็นแฟนเฉย "บ้าเอ้ย" แล้วกูจะยิ้มทำไมเนี่ย!"
View Moreมหาวิทยาลัย H
รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนของทางด้านยาว เกิดเป็นเสียงตึกตัก ท่อนขาเพรียวยาวราวนางแบบก้าวยาว ๆ เพื่อมุ่งหน้าไปหาเพื่อนสาวสองคนที่ยืนรออยู่ สะโพกอวบใต้กระโปรงทรงเอเข้ารูปถูกระเบียบ ขยับยั่วเย้าไปตามจังหวะการเดิน เรียกสายตาหยาดเยิ้มจากนักศึกษาหนุ่มบริเวณนั้นให้หันมามอง ใบหน้ารูปไข่สวยจัด ทั้งดวงตากลมสวยล้อมด้วยแพขนตายาว ทำให้นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนยิ่งดูเย้ายวนชวนมอง จมูกเล็กโด่งรับกับเรียวคิ้วได้รูป ในขณะที่ริมฝีปากอวบอิ่มลักษณะเด่นของสาวลูกครึ่งฉายชัด คลี่ยิ้มกว้างให้เพื่อนสาวด้วยความเกรงใจ
“ขอโทษที รอนานไหม” เสียงหวานเอ่ยบอกกับทั้งคู่
“นานอะไรกัน รอได้ ไปกันเถอะ”
หวาน เพื่อนสาวอารมณ์ดีส่งยิ้มกลับพร้อมเดินเข้ามากอดท่อนแขนเรียวเอาไว้ด้วยความสนิทสนม ส่วนขวัญ เพื่อนสาวสุดเรียบร้อย สวมแว่นหนาก็เพียงแค่อมยิ้มส่งให้
สามสาวคณะบริหารธุรกิจชั้นปีที่สี่ เดินไปตามทางยาวของอาคารเรียน ก่อนจะก้าวลงบันไดลงไป
โถงใต้อาคารช่วงเลิกเรียนพลุกพล่านไปด้วยกลุ่มนักศึกษานั่งจับเจ่าเมาท์มอยกันตามประสา แล้วเพียงกลุ่มสาว ๆ ทั้งสามปรากฏตัว ทุกสายตาก็หันมองไปทางพวกเธอราวกับนัดกันมา ก่อนจะหันกลับไปอมยิ้มกระซิบกระซาบ
ขวัญสาวหน้าบางเขินอายทุกครั้ง แม้เหตุการณ์นั้นจะเป็นเรื่องปกติที่พบเจอตลอดสี่ปีก็ตาม
“ฉันไม่เคยชินเลย” เธอบ่นอุบออกมาเสียงเบา ไม่ชอบการตกเป็นเป้าสายตาใคร
“โอ๊ย ยังไม่ชินอีกเหรอแก ให้รู้ซะบ้างว่าเพื่อนแกเป็นใคร” หวานยิ้มกว้าง ยืดอกภูมิใจ จึงโดนหญิงสาวที่เธอพูดถึงปรามเบา ๆ
“เวอร์ไปแล้วน่ะแก ไปกันเถอะ”
“คิก นางฟ้าของคณะบริหารถ่อมตัวจังเลยนะคะ แกน่ะสวยสุดยอดขนาดนี้ ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครต่อใครต่างชื่นชม”
มีอา มุ่ยหน้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจจะหาคำใดมาปฏิเสธได้ รีบกระชับแขนเล็กของหวานออกแรงดึงเบา ๆ ให้รีบเดินผ่านโถงใต้อาคาร
มีอา มัลลิกา อาเจนเตโร่ สาวลูกเสี้ยวไทย อิตาลี ความสวยของเธอโดดเด่นมาตั้งแต่เป็นเฟรชชี ถูกรุ่นพี่ทาบทามให้ลงประกวดดาวคณะ แถมความสามารถเพียบพร้อม ที่เก่งทั้งการเรียนและกีฬา รวมถึงนิสัยน่ารัก เป็นมิตร ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ก็ทำให้คนทั้งมหาวิทยาลัยเทคะแนนโหวตให้เธอจนคว้าตำแหน่งดาวมหาลัยมาครอบครองจนได้
เธอสวยจัด ไม่ว่าจะเป็นเรือนผมยาวเป็นลอนถึงเอวสีน้ำตาลนั้น หรือสัดส่วนโค้งเว้าร่างกายที่แม้จะถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้ชุดนักศึกษาถูกระเบียบ แต่มันกลับกระตุ้นจินตนาการลามกของชายหนุ่มให้ใคร่สงสัยว่ามีสิ่งใดแอบซ่อนอยู่
ถึงมีอาจะเป็นที่ชื่นชม คลั่งไคล้ของคนทั้งมหาวิทยาลัย ถึงขนาดมีกลุ่มรุ่นน้องสาวตั้งตัวเป็นแฟนคลับเธอด้วยซ้ำ แต่มีอากลับครองสถานะโสดมาจนถึงชั้นปีสี่
ช่วงที่พวกเธอเรียนอยู่ชั้นปีหนึ่ง เพื่อนสาวคนนี้ถูกหนุ่มจากหลากหลายคณะรุมจีบหนักมาก แต่เพียงไม่ถึงเดือนทุกคนก็เงียบหาย และไม่มีใครกล้ามาทอดสะพานให้มีอาอีกเลย นั่นก็เพราะชื่อเสียงความหวงลูกสาวของพ่อเธอนั่นเอง
ฐานะครอบครัวที่เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีเบอร์ต้นของเมืองไทย อำนาจล้นฟ้า ถึงขนาดมีกลุ่มบอดี้การ์ดตามดูแลลูกสาวคนสวยไม่ห่าง ก็ทำหนุ่มเพลย์บอยหลายคนต้องคิดหนัก เลิกล้มความตั้งใจจะสอยนางฟ้าคนสวยไปโดยปริยาย
ขณะที่พวกเธอเดินผ่านใต้อาคารเรียนก็มีกลุ่มนักศึกษาสาวชั้นปีที่หนึ่งวิ่งเข้ามาหา ดักหน้าพวกเธอเอาไว้ ทำให้สามสาวต้องหยุดเดิน มองอีกฝ่ายงุนงง
สายตาที่รุ่นน้องมองมาเต็มไปด้วยความชื่นชม ต่างหันไปสะกิด เกี่ยงกันไปมา ในที่สุดก็มีคนกล้า รีบข่มความเขินอายแล้วเอ่ยกับมีอา
“พะ...พี่มีอาขา หนูขอถ่ายรูปกับพี่หน่อยได้ไหมคะ”
“อ๋อ ได้สิ”
มีอายิ้มเจื่อน ค่อนข้างงงเช่นกันที่มีรุ่นน้องหลายคนอยากถ่ายรูปกับเธอ ทั้งที่เธอไม่ใช่ดาราด้วยซ้ำ แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก
“งู้ยยยยย พี่น่ารักจังเลย เอ้ายัยเฟย์ ถือกล้องหน่อย”
หญิงสาวขยับตัวไปยืนข้างรุ่นน้องหน้าใส ส่งยิ้มให้กล้อง แต่เพราะความสูงถึง 168 เซนติเมตรทำให้เธอต้องย่อตัวให้เท่ากับรุ่นน้อง คลี่ยิ้มหวานมองกล้อง
พอคนแรกได้ภาพ คนต่อมาก็เรียงคิวกันเข้ามา แต่ถึงแบบนั้นมีอาก็ไม่ปริปากบ่น ยินดีทำตามทำขอร้องของกลุ่มสาว ๆ ด้วยความเต็มใจ
“พี่มีอาเป็นไอดอลหนูเลยนะคะ ขอบคุณมากเลยจริง ๆ”
“หนูเพิ่งสมัครเป็นแฟนคลับพี่ด้วย ดีใจมาก ๆ เลยที่ได้เรียนคณะเดียวกับพี่”
เด็กสาวรุ่นน้องแย่งกันพูด สายตาเป็นประกายตื้นตันไม่ปิดบัง เริ่มทำให้มีอาหน้าแดงกระดากอายหน่อย ๆ
“แฮะ ๆ ขอบคุณมากนะคะ หลังจากนี้ก็ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ”
“แน่นอนค่ะพี่!”
กลุ่มเด็กสาวแยกย้ายกันไปแล้ว ค่อยทำให้เธอหายใจหายคอได้โล่งหน่อย พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับสายตาเย้าแหย่ของเพื่อนสนิท
“ฮอตมาก ฮอตไม่ไหว พอไม่มีผู้ชายกล้าจีบ ก็มีสาว ๆ มารุมแทน อีกหน่อยจะได้เห็นแกควงสาวไหมเนี่ย”
“บ้า น้องเขาก็แค่ปลื้มเท่านั้น” เธอมุ่ยหน้าตอบกลับเพื่อนไป
“เอ้า ก็จริงนี่ ฉันละสงสัยจริง ๆ ทั้งที่แกสวยมากขนาดนี้แต่ไม่เคยมีแฟนเลย ไม่มีหนุ่มที่ไหนทำแกหวั่นไหวได้เลยเหรอ” หวานยังถามย้ำ
“ไม่มีค่ะ! แกก็เห็นชีวิตแต่ละวันของฉัน ทั้งเรื่องเรียน กิจกรรมของคณะ ไหนจะที่ชมรมอีก เอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน”
“แต่เราก็ยังมีเลยนะ” สาวหน้าติ๋มแทรกขึ้นมา ความจริงดังกล่าวทิ่มแทงอกซ้ายของอดีตดาวมหาลัยจนได้แต่ทอดถอนใจ
“เออ ฉันมันไม่มีบุญเองละ ชิ”
เธอยู่ปากหรี่ตา ก่อนจะสะบัดหน้าพร้อมก้าวขายาว ๆ ไปทางหน้าอาคารเรียน ทำให้สองสาวต้องรีบวิ่งเข้ามาออดอ้อน เกาะแขนเธอไว้คนละข้าง
“โธ่ ๆ ไม่งอนนะคะเพื่อน”
“เพราะมีอาสวยขนาดนี้ ต้องมีสเปกผู้ชายสูงทัดเทียมแน่ ๆ” ขวัญช่วยแก้ต่าง
“ไหน ลองบอกสเปกหนุ่มในฝันของแกให้ฟังหน่อยสิ”
“ไม่มีสักหน่อย ฉันไม่ได้คิดเรื่องนี้” มีอายังคงปากแข็ง ไม่ยอมบอก แต่เพื่อนรักทั้งสองก็ไม่ปล่อยเช่นกัน หวานใช้ศีรษะถูไหล่เพื่อนตัวสูงออดอ้อน ส่วนขวัญก็ส่งสายตาปริบ ๆ น่าสงสารผ่านเลนส์แว่นหนาไม่ยอมแพ้
“นะคะ บอกหน่อยสิ”
“ฉันก็อยากรู้”
“ก็ได้ ๆ ปล่อยก่อน”
เพราะภาพสามสาวยืนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่หน้าตึกคณะมันเรียกความสนใจคนอื่นมากเกินไป สุดท้ายเธอก็ทนคำรบเร้านั้นไม่ไหว
หวานและขวัญรีบปล่อยแขนบางโดยดี อมยิ้มกว้างมองเธอตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ทำมีอาได้แต่ระบายลมหายใจยาว ๆ
“สเปกของฉันก็ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันชอบผู้ชายตัวสูง ยังไงก็ขอให้ถึง 180 เซ็นต์ ไม่ต้องล่ำมากเกินไป แต่ก็ไม่ผอมมาก หน้าตายังไงก็ได้ แต่ถ้าหล่อ น่ารัก ก็คงดี ชอบผู้ชายที่ตาสวยมีเสน่ห์ อาจจะแนวลูกครึ่งมั้ง ฐานะก็คงต้องพอกัน ไม่งั้นพ่อฉันคงไม่มีทางไว้ใจ อย่างน้อยก็ต้องมีธุรกิจส่วนตัว รายได้ปีละร้อยล้านขึ้น ส่วนนิสัย เอิ่มมมมม ต้องเป็นสุภาพบุรุษ มีความเป็นผู้นำ กล้าตัดสินใจ ดูแลเทกแคร์เก่ง มีความรู้รอบด้าน พึ่งพาได้ รักสัตว์ อ่อนโยน แล้วก็...”
“พอ ๆ ๆ ๆ มันจะเยอะไปแล้ว” หวานต้องยกมือขึ้นเบรก
“ก็แกเป็นคนถามเอง” มีอาหน้ามุ่ยหลังจากเห็นเพื่อนสาวทำหน้าเอือมระอาใส่
“แหะ ๆ สเปกสูงจริงด้วย” ขวัญหัวเราะแห้ง ๆ แถมยังทำหน้าแปลก ๆ ใส่ เริ่มทำให้มีอาคิดว่าตนพูดอะไรผิดไป
“ถามจริงมีอา แกจะไปหาผู้ชายแบบนั้นจากไหนในโลกคะ ไอ้ผู้ชายที่มันทั้งหล่อรวย มันคงไม่อ่อนโยนรักสัตว์ให้แกหรอก”
“ก็เพราะแบบนี้ไง เลยยังไม่มีใครเข้าตาฉัน”
“เฮ้ออออออ ~ สงสัยเพื่อนฉันได้ขึ้นคานแหง” หวานสาวอารมณ์ดียกมือนวดขมับ
ระหว่างนั้นโทรศัพท์ในกระเป๋าของเพื่อนสาวก็ดังขัดจังหวะ ขวัญล้วงมันออกมารับด้วยแววตาตื่นเต้น ตอบโต้กับคนในสายเสียงอ่อน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครโทรเข้ามา
“แฟนสินะ” มีอาถาม
“อื้อ เดี๋ยวฉันต้องไปก่อนนะ วันนี้มีนัดดูหนังกับแฟน” สาวติ๋มอมยิ้มเอียงอาย แถมเพื่อนสาวอีกคนก็ยังช่วยตอกย้ำความเปลี่ยวเหงาในใจมีอาอีกแรง
“ฉันก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน แฟนรอ”
“ชิ มีแฟนกันไปให้หมดเลย!”
“ไม่ร้องนะคะคนสวย แกก็ค่อย ๆ หาหนุ่มในฝันคนนั้นต่อไป”
“คิก”
“ไม่ต้องมาขำเลยขวัญ ปะ ๆ แยกย้าย” มีอาตัดบทร่ำลา ก่อนที่เธอจะถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นหยอกล้ออีก
“แล้วเจอกันจ้า”
ขวัญสาวตัวเล็กสวมแว่นท่าทางเรียบร้อยโบกมือลา เตรียมจะข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อเดินออกไปขึ้นรถหน้ามหาวิทยาลัย ส่วนหวานซึ่งมีรถส่วนตัวจึงเดินไปทางเดียวกับมีอา
ทันใดนั้นเองเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มก็ค่อย ๆ ใกล้เข้ามา ล้อบดครูดไปตามถนนเกิดเป็นเสียงแหลมบาดหู เรียกสายตาของสองสาวให้หันกลับไปมอง
ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้าง หวีดร้องลั่นด้วยความแตกตื่นเมื่อเห็นรถสปอร์ตสีแดงปริศนาพุ่งมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง ขณะที่เพื่อนสาวอีกคนยังยืนอยู่บนทางม้าลาย
“กรี๊ดดดดดดด ขวัญ!”
“ยัยขวัญ!”
สาวแว่นยืนแข็งค้างไม่ขยับ จ้องมองรถที่พุ่งตรงเข้ามาตนเองตื่นตระหนกสุดชีวิต ทั้งที่ใจบอกให้ขยับหนี แต่ร่างกายกลับไม่ยอมฟัง
ระยะห่างของรถใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แถมยังไม่มีวี่แววจะชะลอตัวลง นักศึกษาบริเวณนั้นกรีดร้องลั่น ยกมือขึ้นปิดตา
เสียงเอี๊ยดดังบาดใจ ต่างลุ้นระทึกว่าจะมีเสียงชนตามมาหรือไม่ แต่ทุกอย่างก็เงียบสนิท ส่วนสาวโชคร้ายก็ขาอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นเป็นที่เรียบร้อย หลังจากเห็นกระโปรงรถราคาแพงอยู่ห่างจากร่างเธอไม่ถึงฟุต หัวใจอกซ้ายกระหน่ำบีบรัดหนักหน่วง มือเย็นเฉียบตัวสั่นระริก พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
“ขวัญ!”
มีอาและหวานกระโดดลงไปบนถนนเส้นเล็กหน้าตึกคณะ ช่วยประคองเพื่อนที่ล้มลงกับพื้นให้ลุกขึ้นยืน มองใบหน้าซีดเผือดของเพื่อนรักอย่างเป็นห่วง
“ขับรถประสาอะไร! นี่มันในเขตมหาลัยนะ” หวานตะคอกออกมา หัวเสียสุดขีด
มีอาเองก็โมโหไม่ต่างกันตวัดสายตาคู่สวยมองผ่านกระจกหน้ารถ แต่เพราะฟิล์มที่หนามากทำให้เธอมองเห็นเพียงแค่เงาโครงร่างของคนขับเท่านั้น
นักศึกษาแถวนั้นต่างมองเป็นตาเดียว อยากรู้ว่านางฟ้าคนสวยจะจัดการคู่กรณีอย่างไร แล้วเสียงรองเท้าส้นสูงรีบเร่งก็ใกล้เข้ามา ทำให้ทั้งกลุ่มหันมองคนมาใหม่
“ขะ...ขอโทษค่ะ พี่เขาเป็นอะไรไหม”
“น้องคือ?” มีอาถามเสียงเบา ไม่เข้าใจนักว่ารุ่นน้องคนนี้ทำไมต้องมาขอโทษพวกเธอด้วย
“จินนี่ค่ะ”
“แล้วทำไม...”
“ขอโทษแทนแฟนหนูด้วยนะคะ พี่ขวัญไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“อ๋อออออ นี่รถแฟนน้องเองงั้นเหรอ ฝากไปบอกทีนะ ว่าถ้าขับรถเฮียขนาดนี้ ทีหลังอย่าเที่ยวขับออกมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น” หวานกอดร่างสั่นระริกขวัญกระเจิงของเพื่อนสาวเอาไว้แน่น ตอกกลับด้วยถ้อยคำรุนแรง
“ค่ะ ๆ ขอโทษอีกครั้งนะคะ”
จินนี่กล่าวขอโทษขอโพยอีกหลายครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถคันดังกล่าว แต่มีอาก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย เพราะไอ้คนไร้ความรับผิดชอบไม่คิดจะลงมาเพื่อดูอาการเพื่อนเธอเลย
สามสาวย้ายไปยืนที่อีกฟากของถนน แล้วมองตามรถสปอร์ตสีแดงที่เคลื่อนตัวผ่าน และสายตาของมีอาก็ยังคงจับจ้องไปยังตำแหน่งคนขับ หวังได้เห็นหน้าคนไร้มารยาทผู้นั้น แต่ก็ต้องผิดหวังอีกครั้งที่มองเห็นเพียงเงาสะท้อนของตนเองเท่านั้น
หลายปีต่อมาคฤหาสน์ของมีอาและแอซตันเรือนหอหลังใหญ่ตั้งอยู่ยังเขตชานเมือง แต่ก็สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก บ้านสองชั้นหลังใหญ่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรสุดหรูซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของบริษัทบิดาเธอเองทั้งคู่หมั้นหมายกันตั้งแต่หญิงสาวเรียนจบ โดยมีอาก็เข้าเรียนรู้งานในบริษัทของไคโรทันที เพื่อช่วยแบ่งเบางานของท่าน ส่วนแอซตันเองก็ต้องศึกษาธุรกิจมากมายของพ่อบุญธรรมอย่างจริงจัง นั่นจึงทำให้ช่วงนั้นพวกเขาแทบจะไม่ค่อยมีเวลาได้เจอกันนักแต่ทุกอย่างก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี แอซตันยังคงมั่นคงกับเธอเสมอไม่เปลี่ยนแปลง สุดท้ายพวกเขาก็เข้าสู่ประตูวิวาห์ตอนมีอาอายุยี่สิบหกปี และคลอดลูกชายตัวน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจระหว่างสองตระกูลในเวลาถัดมาตอนนี้พวกเขาก็แต่งงานกันมาได้สองปีแล้ว และความรักของทั้งคู่ยิ่งแน่นเฟ้นมากขึ้นไปอีก เพราะมีอาเป็นคนมีเหตุผล ใจเย็น แถมยังขี้อ้อน ส่วนแอซตันก็คลั่งรัก หวงและห่วงใยเธอที่สุด ทำให้ตลอดระยะเวลาสองปีที่แต่งงานกันมา ทั้งคู่แทบจะไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเลยนางฟ้าคนสวยในชุดเดรสสีขาวยาวคลุมเข่านั่งเล่นลูกบอลกับเด็กชายไคเลอร์บนพื้นนุ่มกลางห้องรับแขก โดยมีสุนัขรู้ใจอย่างบราวนี่นอ
อาหารเป็นคอร์สถูกทยอยนำมาเสิร์ฟ เริ่มตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย เมนูสลัด น้ำซุป ก่อนจะถึงจานหลัก ทุกอย่างมันดีมาก เกินกว่าที่มีอาเคยคิดเอาไว้ซะอีก และเพราะแอซตันเป็นแฟนคนแรก เธอจึงประทับใจทุกๆ อย่างที่เขาลงทุนเตรียมการมา ไม่ว่าจะเป็นวิวสวยๆ หรืออาหารรสเลิศตรงหน้ามุมปากอิ่มประดับรอยยิ้มเอาไว้ตลอดมื้ออาหาร ช้อนมองแฟนหนุ่มฝั่งตรงข้ามด้วยความเขินอายพระอาทิตย์ดวงกลมโตบนท้องฟ้าคล้อยลับลงไปแล้ว เปลี่ยนท้องฟ้าสดใสเป็นสีครามเข้ม โดยมีแสงไฟจากบรรดาตึกและท้องถนนส่องสว่าง เมื่อมองจากรูฟท็อปของโรงแรมชั้นบนสุด ด้านล่างก็เหมือนอัญมณีส่องแสงวิบวับของหวานหน้าตาน่ารับประทานถูกนำออกมาเสิร์ฟเป็นสิ่งสุดท้ายคนตัวเล็กยิ้มกว้างจนดวงตาหยีเล็ก มองคำอวยพรสำเร็จฝึกงานที่เขียนบนจาน พร้อมขนมเค้กก้อนสวยประดับตกแต่งด้วยช็อกโกแลตและผลเบอร์รี่หลากหลายสีความปลื้มปริ่มก็ไหลพล่านไปทั่วร่าง“ขอบคุณนะคะ สวยมากจนหนูไม่กล้าทานเลย” มีอายิ้มหวาน ตื้นตันใจไปหมดกับสิ่งที่แฟนหนุ่มเตรียมให้“ทานเถอะครับ พี่เตรียมไว้ให้หนูโดยเฉพาะเลย”“งื้ออออ พี่แอซตันน่ารักที่สุดเลย”“อยากถ่ายรูปไหมครับ” แอซตันอมยิ้ม“ค่ะๆ แต่อยากถ่ายคู่กับพี่
คฤหาสน์ครอบครัวมีอาแล้ววันที่ไคโรไม่อยากให้มาถึงใกล้เข้ามาเต็มที ใบหน้าหล่อเหลาของหัวหน้าครอบครัวเคร่งเครียดเนื่องจากพรุ่งนี้มีอาจะฝึกงานเป็นวันสุดท้าย เท่ากับคำสัญญาของแอซตันที่เคยรับปากไว้ก็จะสิ้นสุดลงด้วย ในฐานะคนเป็นพ่อมันถือเป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับได้ยากเหลือเกินการที่ลูกสาวสุดที่รักต้องไปเป็นของผู้ชายคนอื่น แม้จะมีเวลาทำใจนานถึงห้าเดือนเต็มๆ แต่พอใกล้ถึงเวลานั้นจริงๆ เขาก็รู้สึกใจหายวาบร่างสูงนั่งหน้าทะมึนอยู่ตำแหน่งหัวโต๊ะ แผ่ไอรังสีน่าอึดอัดให้คละคลุ้งทั่วห้องอาหาร พยายามครุ่นคิดหาทางยืดวันเวลาให้ห่างออกไป“ไงครับ~ นั่งหน้าเครียดเชียวพ่อ” ลูกชายผมส้มทักเสียงร่าเริง ขณะก้าวเข้ามาในห้องอาหารเป็นคนแรก“เออ! มีเรื่องหงุดหงิดนิดหน่อย”“หงุดหงิดอะไรกัน พรุ่งนี้พี่มีอาจะฝึกงานเสร็จแล้ว ผมนึกว่าพ่อจะดีใจที่พี่จะได้ไปช่วยงานบริษัทซะอีก”มาร์ตินถามต่อตามประสาคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ“ช่างเถอะ! ว่าแต่เรื่องของแกน่ะ! อย่าคิดนะว่าพ่อไม่รู้” เสียงของบิดาเข้มขึ้น ตวัดสายตาดุๆ ไปทางลูกชายตัวแสบ“อะ...อะไรกันครับพ่อ”“แกไปตกลงอะไรไว้กับไอ้แอซตัน! ยกเลิกซะ ก่อนที่ฉันจะถล่มที่นั่นให้เละ!”“โ
หลายสัปดาห์ต่อมาการฝึกงานของมีอาเรียกได้ว่าราบรื่นมาก ตั้งแต่แฟนหนุ่มช่วยประกาศฐานะของเธอ หลังจากนั้นก็ไม่มีสายตาเขม่น คำจิกกัด หรือการกลั่นแกล้งไร้สาระ รวมถึงไม่มีผู้ชายหน้าไหนกล้ามาวุ่นวายกับนางฟ้าคนสวยอีกเลย นั่นก็เพราะแฟนหนุ่มขี้หวงเป็นถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คอยตามเฝ้าเกาะติด แบบแทบจะพาเธอไปนั่งทำงานด้วยกันบนห้องทำงานส่วนตัวอยู่แล้ว จึงไม่มีใครกล้าเอาชีวิตการงานตนไปเสี่ยงจบเรื่องงาน ก็มาถึงเรื่องชีวิตรักของเธอและแอซตัน ซึ่งกราฟตอนนี้ก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด เควินชวนเธอไปทานข้าวที่บ้านอีกครั้ง เพื่อแก้ตัวกับเหตุการณ์ครั้งก่อน ซึ่งมันดีมากๆ เธอได้เห็นพ่อแฟนในมุมอ่อนโยนเป็นกันเองแถมมีอายังเผลอหลุดปากไปว่าบิดาของเธออยู่ในช่วงกลับมาเห่อตีกอล์ฟ ทางอิงฟ้าจึงเสนอให้สองครอบครัวนัดออกรอบด้วยกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์มิลินที่ทราบเรื่องจากลูกสาวเห็นดีเห็นงามด้วยทันที จึงเกิดนัดเดือดในวันนี้ขึ้นทั้งหกคนมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งที่สนามกอล์ฟชื่อดัง โดยทุกคนมีอารมณ์ที่แตกต่างกันสิ้นเชิงมีอาพามารดาเธอมาทำความรู้จักกับอิงฟ้าอย่างเป็นทางการ แม้ทั้งสองจะมีโครงหน้าคล้ายคลึงกัน แต่บุคลิกนิสัยนั้นแตกต่างกัน





