LOGINเจ็บจนชาไปทั้งตัวแต่แพรไหมก็ไม่มีเสียงจะพูดออกมา ได้แต่ยืนน้ำตาไหลมองดูทั้งสองคนปรนเปรอกันจนจบ รอจนทุกอย่างสงบลงก่อนที่ทั้งคู่จะหันมาเห็นเธอได้สักที เธอที่ยืนร้องไห้อยู่ตรงนี้ ด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายออกมาได้เท่าที่รู้สึกสักนิดเดียว
“แพร!”
“พี่แพร!”
สองคนบนเตียงเรียกชื่อแพรไหมที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องนอนเสียงดังด้วยความตกใจ อารมณ์สุขที่พากันขึ้นสวรรค์เมื่อครู่หายไปจนเหลือเพียงใบหน้าซีดเซียวและแตกตื่น ศรุตรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาบังร่างกายที่เปลือยเปล่าก่อนจะมองหาผ้าขนหนูมาพันเอวแล้วก้าวลงจากเตียง
แพรไหมเช็ดน้ำตาก่อนจะถามออกมาด้วยเสียงที่เจือสะอื้นจนพูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้
“ตั้งแต่เมื่อไหร่…”
“แพรฟังเราก่อนนะครับ”
ศรุตรีบเข้ามาหาแพรไหมที่ขยับถอยห่างในทันที เธอรังเกียจ ขยะแขยงจนไม่อยากอยู่ใกล้ ร่างกายที่ไปสัมผัสคนอื่นมาแพรไหมไม่อยากให้แตะโดนเธอแม้แต่นิดเดียว
“ทำแบบนี้กันมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ”
แพรไหมถามออกมาทั้งน้ำตา มองศรุตที่ยืนตรงหน้าก่อนจะหันไปมองน้องสาวที่อยู่บนเตียงด้วยสายตาตัดพ้อ เธอรักแพรพลอยมากไม่เคยสนว่าน้องจะเกิดคนละแม่กับเธอเลย แต่ทำไมความรักของเธอถึงได้รับการตอบแทนแบบนี้นะ
“แพรใจเย็นๆนะ ฟังเราก่อนนะครับ”
“เห็นเราเป็นตัวอะไรอ่ะ เราโง่มากจนต้องเหยียบหัวกันขนาดนี้เลยเหรอ”
คราวนี้แพรไหมหันมาถามศรุต แม้คำถามนั้นจะไม่ได้ต้องการคำตอบอะไรเลย เพราะทุกคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วในตอนนี้ แพรไหมก็แค่คนโง่ที่ไว้ใจคนที่รักหมดใจโดยไม่เคยสงสัยอะไรก็เท่านั้น
“ไม่ใช่แบบนั้นนะแพร”
“ทำไมทำกับพี่แบบนี้อ่ะพลอย เกลียดอะไร ฮึก พี่เหรอ”
“....”
แพรไหมจ้องมองน้องสาวที่ยังนิ่งเงียบ สายตาที่มองมานั้นว่างเปล่า ไร้วี่แววของความเสียใจหรือสำนึกผิดก็ยิ่งปวดร้าวจนทนไม่ไหว ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอต้องทนอยู่ตรงนี้อีกแล้วจริงๆ เธอหันตัวกลับแต่ศรุตรีบเข้าไปคว้าแขนเอาไว้ทันที
“ปล่อย!”
แพรไหมสะบัดออกอย่างแรงด้วยความรังเกียจ ก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องนั้นโดยไม่สนใจเสียงเรียกอีก
“แพรเดี๋ยว! แพร!”
—-----------------------------
“ตอนอยู่บนเวทีมองอะไรของมึงวะเจเลน”
เปเปอร์ที่เป็นเจ้าของผับถามเพื่อนด้วยความสงสัย
“เออ กูเห็นมันจ้องมาตั้งแต่ขึ้นร้องเพลงละ ทำไมวะเจอสาวถูกใจเหรอ”
อคิราห์หรือซัน หนึ่งในเพื่อนสนิทและนักร้องของผับหันมาถามพลางล้อเลียนเจเลนด้วยอีกคน
“เปล่า แค่คุ้นๆเหมือนป้าข้างบ้าน”
เจเลนตอบส่งๆพลางเก็บเครื่องดนตรีเข้าที่อย่างไม่รีบร้อน ทำเอาเพื่อนๆต่างขมวดคิ้วกับคำตอบที่แสนแปลกของเจ้าตัวเข้าไปใหญ่
“ป้าข้างบ้านจะมาผับทำไมก่อน มึงบ้าป้ะเนี่ย”
“คืนนี้กูไม่ดื่มต่อนะ เดี๋ยวจะกลับแล้วว่ะ”
เจเลนตัดบทอย่างไม่สนใจว่าเพื่อนจะสงสัยอะไรอีก
“กลับห้องรึไปต่อกับใคร อย่าให้ผู้จัดการมึงรู้เชียวนะ”
อคิราห์เตือนด้วยความเป็นห่วง เพราะเจเลนเป็นนักร้องที่กำลังดัง ขยับตัวไปไหนก็เป็นข่าวไม่เว้นวัน เรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้างเล่นเอาผู้จัดการกับทางค่ายปวดหัวจนเจเลนถูกสั่งไม่ให้ไปไหน ไหนจะซาแซงที่คอยตามคุกคามชีวิตจนต้องเปลี่ยนที่อยู่บ่อยๆอีก
แต่มันก็หลบเลี่ยงยากตรงที่เจเลนต้องเรียนด้วยทำงานด้วยนี่แหละ ตอนแรกก็ยังพากันอิจฉาที่เพื่อนประสบความสำเร็จได้ไวในช่วงอายุเท่านี้ แต่พอเห็นว่าเจเลนต้องแลกกับอะไรบ้างก็ทำเอาขยาดไปตามๆกัน ที่แอบมาเล่นดนตรีและร้องเพลงให้ที่ผับนี่ก็ไม่รู้จะโดนผู้จัดการมาปาดคอวันไหนเหมือนกัน
“เออ ให้ไอ้ซันไปส่งเหมือนเดิมเหอะเกิดเจอซาแซงมึงทำไง”
“ไม่ต้องห่วงกูเพิ่งย้ายที่มันหาไม่เจอหรอก ถ้ามีอะไรกูรีบโทรหาพวกมึงเลย เจอกันอาทิตย์หน้านะมึง”
เจเลนปฏิเสธเพราะตัวเองต้องไปจัดการธุระต่อ และเป็นเรื่องที่ยังให้เพื่อนรู้ไม่ได้ในตอนนี้
“เออๆ กลับดีๆ”
—-----------------------
“ป้า ทำไมเมาขนาดนี้เนี่ย”
เจเลนที่อยู่ในเสื้อฮู้ดสีดำและมีแมสปกปิดใบหน้า ก้มลงไปถามคนที่ฟุบหน้าลงนอนกับโต๊ะด้วยน้ำเสียงตำหนิ อยากจะบ่นออกมาว่าทำไมกล้ามาที่แบบนี้คนเดียวก็ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รับรู้แน่ๆ ขนาดจับตัวก็ยังถูกปัดออกแรงๆแถมยังเงยหน้ามาดุใส่อีกต่างหาก
“อื้อ ใคร อย่ามายุ่ง”
“กลับบ้านกัน เดี๋ยวไปส่ง”
“ไม่เอา จะกินอีก”
“เดี๋ยวค่อยไปกินต่อที่ห้อง ไปเร็ว”
เจเลนพยายามดึงตัวคนเมาให้ลุกขึ้น พร้อมทั้งหลอกล่อให้แพรไหมยอมไปกับตัวเองง่ายๆ ขืนอยู่นานกว่านี้ได้มีใครเห็นจนจำได้กันพอดี
“ที่ห้องมีเหล้าเหรอ อย่าหลอกนะ อึก”
“จะหลอกทำไมล่ะ ลุกขึ้นเร็ว”
เจเลนดึงจนแพรไหมลุกขึ้นได้แต่เพราะว่าเธอเมามากเลยไม่มีแรงจะพยุงตัวจนเซเข้าหาคนตัวโตในทันที
“ไม่ไหวอ่ะ อึก โลกมันหมุน”
“เฮ้อ มานี่มา”
เจเลนถอนหายใจก่อนจะย่อตัวลงแล้วให้แพรไหมขี่หลังตัวเอง ก่อนจะรีบออกมาจากผับทันที ดีที่คืนนี้เจเลนไม่ได้ดื่มสักนิดเลยขอยืมรถของอคิราห์กลับมาก่อน ชีวิตมันน่าอนาถขนาดที่รถตัวเองก็เอามาขับไม่ได้เลยนั่นแหละ ไม่รู้ว่าพวกซาแซงใช้วิธีไหนถึงได้รู้ทุกอย่างยันเลขทะเบียนรถแบบนี้
กว่าจะกดลิฟท์จนขึ้นมาถึงบนห้องได้ก็ทำเอาเจเลนหอบออกมาเหมือนกัน ถึงเจเลนจะตัวใหญ่มากแต่ให้มาแบกคนนานๆขนาดนี้เป็นใครก็ไม่ไหวทั้งนั้น ร่างสูงปล่อยอีกคนยืนก่อนจะประคองเอาไว้แล้วเร่งอีกคนให้เปิดประตู
“เปิดประตูเร็วๆ หนัก”
“ก็เปิดสิ”
แพรไหมเถียงกลับด้วยเสียงอ้อแอ้ ไม่รู้เรื่องหรอกว่าคุยอะไรกับใครก็แค่รู้สึกคุ้นๆและไม่ค่อยชอบหน้า แต่แปลกที่ไม่มีความกลัวสักนิดอย่างที่ควรจะเป็น
“จะเปิดยังไงล่ะโว้ย นี่ห้องป้านะ”
เจเลนโวยวายออกมาเมื่อรู้สึกว่าทั้งเหนื่อยกายเหนื่อยใจจนอยากไปนอนเต็มที
“เสียงดังน่ารำคาญเหมือนไอ้เด็กนรกข้างห้องเลย”
ไม่รู้ว่าช่วงหน้าร้อนทุกคนเค้าหาที่ผ่อนคลายกันยังไง อาจจะเป็นทะเลที่บรรยากาศสดใส น้ำตกที่สดชื่น หรือหนีไปพึ่งอากาศหนาวที่ต่างประเทศให้มันหายร้อนไปสักพักแต่ตอนนี้แพรไหมกำลังคิดว่าตัวเองกำลังประสบกับปัญหา เพราะใครบางคนกำลังทำให้การพักร้อนของเธอนั้นร้อนหนักกว่าเดิม ร้อนทั้งบรรยากาศ และร้อนรุ่มไปทั้งร่างกาย“เจเลน เจเลน อื้อ”“มองตาผม”“มัน อ๊ะ อย่า”แพรไหมเชิดหน้าครวญคราง ขณะที่เจเลนสั่งให้เธอก้มลงมองตากันทั้งๆที่เธอกำลังออนท็อปให้ เธอส่ายหน้าเพราะทำไม่ได้ แค่เจเลนสวนขึ้นมาจนโดนจุดกระสันแรงๆเธอก็แทบไร้สติอยู่แล้วและเพราะแบบนั้น เจเลนเลยลงโทษคนไม่เชื่อฟังด้วยการดึงแขนให้แพรไหมแนบลงมาบนตัว ก่อนจะยกสะโพกขึ้นแล้วเด้งเอวใส่เธอถี่ยิบจนเธอหวีดร้องลั่น“อ๊า อ๊า เจเลน ฮึก เบาๆ”“แพรไหม ทำไมพี่ดื้อ หืม”เสียงทุ้มต่ำพร่ากัดฟันบอกเธอแนบใบหู ขณะที่ช่วงล่างก็สวนเข้าออกแรงๆจนแพรไหมต้องซบหน้าลงที่ไหล่หนา สองมือเล็กจิกผ้าปูที่นอนจนยับ ทั้งครางทั้งสะอื้นกับความเสียดเสียวที่ถาโถมเข้าใส่แบบไม่ปราณีร่างบางสั่นคลอนแนบอยู่บนลำตัวของเจเลน ไร้หนทางต่อต้านหรือพูดอะไรได้อีก ได้แต่ส่งเสียงน่าอายออกมาตลอดเวลาอย่า
“ตอนนั้นผมชอบมาเล่นกับเพื่อนๆตรงนี้ทุกเย็นเลยนะ แล้วก็ริมแม่น้ำแถบนั้นด้วย กลับบ้านไปโดนแม่บ่นทุกวันเลยว่าสกปรกมาก”เสียงของเจเลนยังคงดังอยู่ต่อเนื่องตลอดเส้นทางที่เดินกันมา ไม่ว่าจะเป็นตรอกไหน ซอยไหน เจ้าตัวก็หาเรื่องในอดีตมาเล่าให้แพรไหมฟังได้ไม่หยุดหย่อน น้ำเสียงที่ตื่นเต้นกับรอยยิ้มที่มีความสุข ทำให้แพรไหมรับรู้ได้ว่าเจ้าตัวก็คงคิดถึงบ้านเกิดกับเพื่อนสมัยเรียนมากเหมือนกัน“อือ ก็น่าจะโดนบ่นอยู่หรอก แต่ละที่น่าเล่นตรงไหนก่อน”“เอ้า ก็เด็กไงครับ เล่นตรงไหนสนุกหมดแหละ พี่ไม่เคยเป็นเด็กเหรอ”“พูดแบบนี้ไม่ต้องกินแล้วมั้งขนมอะไรนั่นน่ะ”แพรไหมเงยหน้าขึ้นมองค้อนเจ้าเด็กตัวโตที่เดินโอบเอวเธออยู่ เรียกว่ากอดแน่นจนเดินแทบไม่ได้เลยดีกว่า แต่บอกให้ปล่อยทีไรก็อ้างว่าเดี๋ยวเธอหนาวทุกทีแล้วไอ้ที่ออกมาเดินท่ามกลางหิมะขาวโพลนแบบนี้ก็เพราะเจ้าตัวอยากพาแพรไหมไปกินขนมร้านโปรดที่อวดว่าอร่อยนักหนานั่นแหละ“หยอกๆครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”“พูดทั้งวันเหนื่อยบ้างมั้ยถามจริง”“พี่ว่าผมพูดมากเหรอ”“ไม่ได้พูดมาก แต่พูดไปเรื่อยต่างหากล่ะ”“ใจร้ายมาก ว่าผมทำไม”เจเลนโอดครวญทำหน้ามุ่ยไม่จริงจังนัก จนแพรไหมต้องบ
แต่พอได้ยินว่าเวลาเราไม่ได้มีเหลือเฟือขนาดนั้น แพรไหมก็โยนทุกอย่างในหัวทิ้งไปจนหมด ก่อนจะใช้แค่หัวใจที่ซื่อสัตย์ของตัวเองตอบรับเจเลนแบบไม่มีความลังเลอะไรเหลืออยู่อีก“อื้อ เข้าใจแล้ว ถ้านายมั่นใจพี่ก็พร้อมเหมือนกัน”พร้อม ที่จะรับความรักและมอบความรักทั้งใจให้คนที่แสนดีกับเธอในทุกๆวันแบบไม่มีเงื่อนไขอะไรอีกเลย“น่ารักที่สุดเลยครับ”—-----------------“เจเลน”“เจเลน หายไปไหนแต่เช้าเนี่ย”“เจเลน”แพรไหมทั้งเดินทั้งเรียกเจเลนไปทั่วบ้าน ตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นมาก็ยังไม่เห็นวี่แววของอีกคนเลยไม่รู้ว่าหายไปไหนทั้งที่ยังไม่ได้เวลาตื่นด้วยซ้ำ ปกติเจเลนแทบจะไม่ลุกไปไหนเลยถ้าเป็นวันหยุดแบบนี้ เรียกว่านอนกอดเธอแน่นจนแพรไหมต้องแงะตัวออกมานั่นแหละแปลกใจได้ไม่นานก็มีข้อความจากเจเลนส่งเข้ามาในมือถือ แพรไหมกดดูถึงรู้ว่าเจ้าตัวออกไปชายหาดตั้งแต่ฟ้ายังไม่แจ้งขนาดนี้‘ออกมาที่ชายหาดหน้าบ้านหน่อยครับ’พออ่านเสร็จก็รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับแล้วเดินออกไปหาอีกคนที่ชายหาดทันที ลมทะเลพัดเอากลิ่นอายความสดชื่นเข้ามากระทบใบหน้าและร่างกาย บรรยากาศที่หาไม่ได้จากในเมืองทำให้ต้องยิ้มออกมาด้วยความอารมณ์ดี แพรไหมมองหาคนที่
“มึงก็รู้ว่าพี่คลื่นไม่ชอบให้เข้าผับ”“แล้วมึงจะไปเข้าหาพระแสงอะไรนักหนาก่อน เป็นหมอมันว่างเหรอวะ”“แหม่ กูก็อยากปลดปล่อยบ้างไง นานๆว่าง”“ว่างก็นอนเถอะ กูเห็นมึงใช้ชีวิตละเหนื่อยแทน”แพรไหมบ่นออกมาอีกคน ลลิลเป็นคนที่มีเวลาน้อยที่สุดแล้วก็ว่าได้ เข้าเวรทุกวันไม่พอ บางวันก็ต้องเข้าแทนเพื่อนหมอคนอื่นจนไม่ได้หยุดก็มี กว่าจะได้พักทีแทบจะเดือนละสองครั้งได้ แทนที่จะนอนพักผ่อนเยอะๆแต่ดันอยากใช้ชีวิตให้คุ้มซะงั้น ไม่รู้ว่าก่อนคุ้มมันจะสิ้นชีพก่อนรึเปล่าเลย“เออๆรู้แล้ว ว่าแต่มึงไม่อยากเปิดตัวบ้างเหรอวะว่าเป็นแฟนนักร้องดังนะ อะไรงี้”“ไม่อ่ะ ถ้าทำงั้นมึงคิดว่ากูจะสงบสุขอีกเหรอถามจริง”“ก็จริงว่ะ แต่ว่าทางบ้านมึงโอเคมั้ยที่มึงคบคนนี้”“พ่อกูเค้าเข้าใจกูอยู่แล้ว คนอื่นก็ไม่กล้ามายุ่งหรอกมีความผิดติดตัวขนาดนั้น”“จะว่าไปกูอึ้งมากนะ ที่คนอย่างไอ้รุตมันยอมออกมาประจานตัวเองได้ เด็กมึงนี่คงตัวใหญ่ไม่ใช่เล่นเลยเนอะ”“ก็ใหญ่มากนะ กูสูงแค่อกเจเลนเอง”แพรไหมทำท่านึกก่อนจะบอกตามตรง ทำเอาเพื่อนสองคนที่ฟังถึงกับกรอกตามองบนแล้วตีแขนไปทีด้วยความหมั่นไส้“มันคนละใหญ่เว้ยไอ้แพร อย่าเล่นอะไรแบบนี้ถือว่ากูขอ”“จร
“อะไรเนี่ย พี่ว่าผมเป็นคนไม่น่าเชื่อถือเหรอ”“พูดเองนะ”“ว่ากันแบบนี้ต้องโดนลงโทษ”“อย่านะ เจเลนพี่ไม่เล่น”แพรไหมดุก่อนจะเอี้ยวตัวหลบเจ้าเด็กตัวโตที่เข้ามากอดแล้วจี้เอวจนเธอขำออกมา คุยกันจริงจังได้ไม่นานหรอกกับเจเลนน่ะ สุดท้ายเจ้าตัวก็หาเรื่องมาแกล้งเธอแบบนี้ทุกที“ผมก็ไม่ได้เล่นสักหน่อย”เจเลนจ้องตาคนในอ้อมแขนด้วยสายตาวาววับ ประกายในดวงตาชัดเจนจนแพรไหมหน้าร้อนรีบดันอกเจเลนไว้สุดแรง ก็เล่นกันแบบนี้ทีไรมันไม่เคยจบแค่แกล้งให้ขำหรอกเพราะจุดประสงค์ของเจเลนน่ะ มันคือการแกล้งให้ร้องครวญครางใต้ร่างเหมือนจะขาดใจแบบนี้มากกว่า“เจ เจเลน อ๊า”แพรไหมหวีดร้องตัวสั่นกระตุก กอดคอคนที่ยังกระทุ้งกายเข้าหาไม่หยุดจนทำให้ช่องทางฉ่ำแฉะนั้นตอดรัดหนักกว่าเดิมเพราะความเสียวที่เกินจะต้านทานได้และแพรไหมรู้ดี ว่าการเสร็จของเธอครั้งแรกมันไม่ใช่จุดจบของบทรักในวันนี้ เพราะถ้าเจเลนเริ่มได้ก็ไม่มีทางจะหยุดง่ายๆจนกว่าเธอจะอ่อนเปลี้ยไปทั้งตัวนั่นแหละ“ไม่ ไม่ไหว อึก อื้อ เจเลนพอก่อน”แพรไหมบอกเสียงสั่น ขณะที่ท่อนลำร้อนนั่นยังคงเสือกไสอยู่ในร่างกายเธอจนร้อนรุ่มไปทั่วร่าง เจเลนไม่ได้รุนแรงหรือทรมานอะไรเธอทั้งนั้น แต่
“อะไรนะ”“เพราะลงทุนผิดที่ ตอนนี้ก็เลยมีปัญหาเรื่องเงินอยู่ใช่มั้ยล่ะครับ น่าเสียดายที่ความมั่นใจของคุณกำลังทำลายความมั่นคงที่พ่อแม่สร้างมา ถ้าคู่ค้าของคุณรู้ปัญหานี้ไปด้วยจะเป็นยังไงนะ”“นี่แก รู้ได้ยังไง”“ไหนจะธุรกิจสีเทาที่คุณแอบทำลับหลังพ่อแม่อีกตั้งหลายอย่าง ถ้าคณะกรรมการในบริษัทคุณรู้จะยังยอมให้คุณบริหารรึเปล่านะ”“เด็กอย่างแกจะมีปัญญาทำอะไรได้ กลับไปซะถ้าไม่อยากให้ปล่อยข่าวแกดังมากกว่านี้ อยากรู้ว่าถ้าอนาคตในวงการดับแกจะอยู่ยังไงเหมือนกัน”ศรุตขู่ด้วยดวงตาวาวโรจน์ เพราะมั่นใจว่าเจเลนก็แค่ขู่ถึงจะไม่รู้ว่าเด็กนี่ไปรู้ความลับได้ยังไงก็เถอะ แต่ก็แค่เด็กมหาลัยคนนึงจะมีปัญญามาทำอะไรได้“ผมขี้เกียจเสียเวลาแล้ว เอาเป็นว่าที่มาเพราะต้องการให้คุณไปแก้ข่าวให้มันถูกต้อง แล้วผมจะถือว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น”“แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะ ไม่ใช่ธุระอะไรสักหน่อยจริงมั้ย”“ก็แล้วแต่คุณเลยครับ ถือว่าผมมาบอกดีๆแล้วถ้าพรุ่งนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนล่ะก็ หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ใช่ธุระของผมแล้วเหมือนกัน ขอตัวนะครับ”เจเลนยิ้มเยาะกับท่าทางอวดดีที่ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองแบบนั้น ก่อนจะทิ้งท้ายแล้วเดินออกมารา







