Home / รักโบราณ / นางกำนัลสายดอง / กฎวังข้อแรก ห้ามพกของกิน

Share

กฎวังข้อแรก ห้ามพกของกิน

last update publish date: 2026-10-14 21:37:00

 

ไหผักดองกับทางออกที่พอมี

ประตูวังหลวงสูงตระหง่านเบื้องหน้า กำแพงเมืองทอดยาวสุดสายตา กระเบื้องเคลือบบนหลังคาสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่ายประกายระยิบระยับ ทหารรักษาการณ์ในชุดเกราะยืนประจำตำแหน่งอย่างเคร่งครัด ทุกย่างก้าวของผู้คนในบริเวณนั้นล้วนอยู่ภายใต้สายตาผู้คุมกฎ

หลินอวี้เหนียง กลับไม่มีแก่ใจชื่นชมความงดงามเหล่านั้นแม้แต่น้อย สายตานางจับจ้องอยู่ที่ไหดินเผาในอ้อมแขน ราวกับหากเผลอกะพริบตาเพียงครั้งเดียว ไหใบนี้อาจถูกใครบางคนยกไปทิ้งโดยไม่ไยดี

“วางลงเสีย” เจ้าหน้าที่ตรวจสัมภาระเอ่ยเสียงเข้ม

 

อวี้เหนียง เงยหน้าขึ้น “ท่านเจ้าหน้าที่ ข้าน้อยขออธิบายอีกสักครั้งได้หรือไม่”

“ข้าให้เจ้าอธิบายมาแล้วสองครั้ง”

“แต่ไหใบนี้มิใช่สิ่งของต้องห้าม เป็นเพียงผักดองที่ข้าน้อยทำไว้กินระหว่างเดินทาง หากต้องทิ้งเสียตรงนี้ก็น่าเสียดายยิ่งนัก อีกทั้งยังต้องอยู่ฝึกงานหลายวัน ไม่ทราบว่าจะมีอาหารให้กินเมื่อใด จึงนำติดตัวไว้ประทังชีวิต”

เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว มองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “ผู้สมัครทุกคนต่างเดินทางมาจากบ้าน ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้นำอาหารส่วนตัวเข้าวังตามใจชอบ ถ้าวันนี้ข้ายอมให้เจ้า พรุ่งนี้คนอื่นก็จะหอบทั้งไก่แห้ง หมูตากแห้ง และข้าวสารเข้ามาด้วยหรือ”

อวี้เหนียง ชะงัก “ข้าน้อยมิได้หมายความเช่นนั้น”

“ไม่ว่าจะหมายความอย่างไร กฎก็คือกฎ ถ้าทุกคนทำตามใจตนเอง วังหลวงจะมีระเบียบได้อย่างไร”

นางเม้มริมฝีปาก ไม่อาจโต้แย้งได้ ถ้อยคำของเขามิใช่ไร้เหตุผล หากปล่อยให้ทุกคนนำสิ่งของเข้ามาโดยไม่ตรวจสอบ ย่อมยากต่อการควบคุม แต่สำหรับนางไหใบนี้มิใช่เพียงอาหารธรรมดา มันคือสูตรของมารดา คือความทรงจำจากบ้าน และอาจช่วยให้นางผ่านช่วงเวลาลำบากไปได้

“ถ้าเช่นนั้น…” อวี้เหนียง สูดลมหายใจ “ข้าน้อยขอฝากไหไว้กับท่านได้หรือไม่ เมื่อผ่านการฝึกแล้วจะมารับคืน”

“ไม่ได้” คำตอบสั้นกระชับจนหมดทางพูดต่อ “ห้องเก็บสัมภาระมีไว้สำหรับของที่ได้รับอนุญาต ไม่ใช่ที่ฝากของกิน ถ้าไหแตก ส่งกลิ่น หรือเสียหาย ผู้ใดจะรับผิดชอบ”

“ข้าน้อยจะรับผิดชอบเอง”

“เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร หากเกิดปัญหาในเขตวัง เพียงคำว่าขออภัยก็จบลงได้หรือ”

อวี้เหนียง ก้มหน้าลง รู้ดีว่าตนไม่มีฐานะไปต่อรอง และไม่ควรทำให้ผู้คุมกฎไม่พอใจตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน แต่จะให้ทิ้งไหใบนี้จริง ๆ หรือ นางลูบฝาไหเบา ๆ นิ้วมือสัมผัสรอยขรุขระของเนื้อดิน นึกถึงบิดาที่นอนป่วย นึกถึงเงินก้อนสุดท้ายที่ฝากไว้ และคำสอนของแม่ที่บอกให้ถนอมสิ่งของทุกชิ้น

“ข้าน้อย…”

“เกิดอะไรขึ้นหรือ”

เสียงใสดังขึ้นจากด้านข้าง อวี้เหนียง หันไปมอง เห็นหญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนยืนอยู่ ใบหน้ากลมเล็กมีรอยยิ้มเป็นมิตร ดวงตากลมสดใสจับจ้องไหในอ้อมแขน

“ข้ากำลังรอตรวจสัมภาระอยู่พอดี ได้ยินว่ามีปัญหาเรื่องไหผักดองหรือ”

เจ้าหน้าที่หันมอง “เจ้ามีธุระอันใด”

“ข้าน้อยชื่อ เสี่ยวชุน มาจากเมืองชิงเหอ เพียงเห็นนางลำบากใจ จึงอยากช่วยหาทางออกสักหน่อย”

“ทางออก” เขาเลิกคิ้ว “กฎของวังเป็นเรื่องที่ใครจะมาช่วยแก้ได้หรือ”

“ข้าน้อยมิกล้า เพียงคิดว่าถ้าไม่ใช่ของต้องห้ามโดยตรง บางทีอาจจัดการตามระเบียบได้” เสี่ยวชุน ชี้ไปยังไห “ผักดองเป็นอาหารที่ถนอมไว้แล้ว หากปิดฝาแน่นและเก็บในที่เหมาะสม คงอยู่ได้นาน อาจลงทะเบียนไว้ก่อน ตรวจสอบภายหลัง เก็บในห้องสัมภาระ ห้ามเปิดกินระหว่างฝึก หากผิดระเบียบจึงว่ากันตามกฎ”

เจ้าหน้าที่นิ่งฟัง ก่อนมองไหอีกครั้ง “เจ้าพูดราวกับเป็นผู้ดูแลคลังเสบียง”

“ข้าน้อยเพียงช่วยที่บ้านเก็บผักไว้กินหน้าหนาว มิได้รู้เรื่องกฎมากไปกว่านี้”

“เช่นนั้นก็ยิ่งไม่ควรพูดแทนเจ้าหน้าที่”

“เจ้าค่ะ ข้าน้อยผิดไปแล้ว”

เสี่ยวชุน รีบก้มศีรษะแต่ยังคงยืนอยู่ข้าง อวี้เหนียง ไม่คิดทอดทิ้ง อวี้เหนียงมองหญิงสาวแปลกหน้าด้วยความซาบซึ้ง ไม่เคยพบกันมาก่อน ทว่ากลับยอมเอ่ยปากช่วยทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง

“ขอบคุณเจ้ามาก” นางกระซิบ

“อย่าเพิ่งขอบคุณเลย หากสุดท้ายต้องทิ้งจริง ข้าก็ช่วยไม่ได้อยู่ดี”

คำพูดนั้นทำให้ อวี้เหนียง เกือบหลุดหัวเราะทั้งที่กำลังกลุ้มใจ เจ้าหน้าที่หันไปปรึกษาเพื่อนร่วมงานครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมา

“เอาเถิด เห็นแก่เสนอวิธีเป็นเรื่องเป็นราว จะให้ลงทะเบียนไว้ชั่วคราว แต่มีข้อแม้”

“ข้าน้อยพร้อมรับฟังค่ะ”

“ข้อแรก ตรวจสอบและลงชื่อเจ้าของชัดเจน ข้อสอง เก็บในห้องสัมภาระตามที่กำหนด ห้ามนำเข้าห้องพักส่วนตัว ข้อสาม ห้ามเปิดกินระหว่างฝึก หากฝ่าฝืน ตัดสิทธิ์ทันที”

อวี้เหนียง เงยหน้าขึ้นอย่างมีความหวัง “เข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านที่เมตตา”

“อย่าเพิ่งดีใจ ถ้าตรวจพบปัญหา เจ้าต้องรับผลเอง”

ป้ายไม้เล็กถูกผูกไว้กับหูไห จดรายละเอียดลงสมุดทะเบียน คนงานรับไหไปเก็บ อวี้เหนียง ส่งด้วยความอาลัยอาวรณ์

“รบกวนวางเบา ๆ ด้วย อย่าเอียงมาก ฝาต้องปิดสนิท หากกระแทกแรงเกินไป…”

“พอแล้ว!” เจ้าหน้าที่ขัดขึ้น “ไหของเจ้าไม่ได้ทำจากไข่มุกเสียหน่อย”

นางหน้าแดง รีบก้มศีรษะ “ขออภัย”

เสี่ยวชุนยกมือปิดปากกลั้นยิ้มจนแก้มพอง เมื่อเขาหันหลังไป นางจึงกระซิบ “เจ้าห่วงไหยิ่งกว่าห่วงตัวเองเสียอีก”

“ไหใบนี้สำคัญกับข้ามากจริง ๆ”

“ข้าเชื่อแล้ว เมื่อครู่เห็นเจ้าเกือบร้องไห้ คงนึกว่าซ่อนสมบัติราชวงศ์ไว้เสียอีก”

“มีแต่ผักดองจริง ๆ”

คราวนี้ทั้งสองอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เสียงหัวเราะเบา ๆ ช่วยคลายความตึงเครียดมาตั้งแต่หน้าประตูวัง

“ข้ายังไม่ได้ถามชื่อเจ้าให้ชัดเจนเลย เจ้าชื่อ เสี่ยวชุน ใช่ไหม”

“ใช่ แซ่เสี่ยว ชื่อชุน เรียกข้าชื่อนี้ก็ได้ เจ้าชื่ออะไร”

“หลินอวี้เหนียง มาจากหมู่บ้านหลินสุ่ย”

“อวี้เหนียง…” เสี่ยวชุน ทวนชื่อ ก่อนยิ้มกว้าง “ดีเลย ต่อจากนี้เราเป็นสหายร่วมทางกันแล้ว ถ้าข้าทำอะไรไม่ถูก ช่วยเตือนด้วยนะ ส่วนเรื่องกฎ ข้าก็ไม่ค่อยรู้มากหรอก”

“เจ้าช่วยข้าไว้ ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณ”

“ถ้างั้นเมื่อมีโอกาส แบ่งผักดองให้ข้าชิมสักคำเป็นไง”

 

อวี้เหนียง หัวเราะเบา ๆ “ถ้าได้รับอนุญาต แบ่งให้แน่นอน”

“ตกลง ข้าจะจำคำนี้ไว้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางกำนัลสายดอง   กลิ่นจากรอยร้าว

    เมื่อผักทั้งหมดถูกเตรียมเรียบร้อย อวี้เหนียง จึงนำไปคลุกกับเกลือตามสัดส่วนที่กำหนด ค่อย ๆ กลับผักให้เครื่องปรุงกระจายทั่วถึง แล้วจึงจัดลงในไหเคลือบใบหนึ่งอย่างระมัดระวัง นางกดผักให้แน่นพอประมาณ ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างมากเกินไป จากนั้นเติมน้ำดองที่เตรียมไว้ตามวิธีที่นางจำได้เสี่ยวชุน ยืนถือผ้าอยู่ข้าง ๆ คอยส่งสิ่งของให้เมื่ออวี้เหนียงต้องการ “ไหนี้พอหรือไม่”“พอสำหรับผักชุดนี้”“แล้วอีกสองไหเล่า”“เราจะยังไม่ใช้ทั้งหมด หากมีไหเสียหรือผักชุดแรกต้องแก้ไข อย่างน้อยเราก็ยังมีภาชนะเหลือไว้ทดลองใหม่”“เจ้าคิดเผื่อความล้มเหลวไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือ”“การเตรียมใจรับความผิดพลาด ไม่ได้แปลว่าเราไม่หวังว่าจะสำเร็จ”อวี้เหนียง ตอบพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดขอบไหให้แห้ง ก่อนวางฝาลงอย่างระมัดระวัง นางยกไหขึ้นตรวจดูอีกครั้ง แล้วจึงใช้เศษผ้าผูกไว้รอบปากภาชนะเพื่อช่วยป้องกันฝุ่น จากนั้นหยิบกระดาษเล็ก ๆ มาเขียนวันที่และรายละเอียดของผักชุดแรก ก่อนผูกติดไว้กับหูไหเสี่ยวชุน มองไหใบนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อครู่มันยังเป็นเพียงภาชนะเก่า ๆ ที่วางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ แต่ตอนนี้กลับดูราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้น

  • นางกำนัลสายดอง   รอยร้าวใต้ฐานไห

    ความหวังในไหดองเมื่อวางตะกร้าผักลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า อวี้เหนียง ก็เริ่มจัดการทันที นางตักน้ำสะอาดใส่อ่างใบใหญ่ ล้างผักทีละหัวอย่างละเอียด ตรวจดูตามซอกใบและรอยตำหนิ จากนั้นจึงแยกผักแต่ละชนิดออกจากกันเสี่ยวชุน ยืนกอดอกมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะอดถามไม่ได้ “เจ้าล้างผักพวกนี้สะอาดกว่าตอนข้าล้างหน้าตอนเช้าเสียอีก ต้องพิถีพิถันถึงเพียงนั้นเลยหรือ”“ต้องสิ”“แต่เดิมมันก็เป็นผักที่คนอื่นคัดออกมาแล้วนะ”“เพราะคนอื่นคัดออก ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องตรวจดูอีกครั้ง ผักที่มีรอยช้ำอาจซ่อนความเสียหายไว้ข้างใน หากนำไปดองรวมกับผักดี ก็อาจทำให้ทั้งไหเสียไปด้วย” อวี้เหนียงหยิบหัวไชเท้าขึ้นมาตรวจดู ก่อนตัดส่วนที่ช้ำออกอย่างระมัดระวัง “การดองไม่ใช่เพียงใส่เกลือแล้วปิดฝารอ หากเลือกผักผิดตั้งแต่ต้น ต่อให้ใช้เครื่องปรุงดีเพียงใดก็อาจไม่ได้ผล”เสี่ยวชุน มองกองผักแล้วพยักหน้าช้า ๆ “ฟังดูยุ่งยากกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”“ถ้าอยากกินของที่เก็บไว้ได้นาน ก็ต้องยอมเสียเวลาในตอนแรก”“แล้วถ้าเราไม่เสียเวลา แต่เอาไปต้มกินเสียเลยล่ะ”“เช่นนั้นเราก็จะไม่มีผักดอง”“เจ้าช่างตอบได้ตรงประเด็นจริง ๆ” อวี้เหนียง หัวเราะ ก่อนส่งมีดเ

  • นางกำนัลสายดอง   บัญชีและผักกาดขาวสามหัว

    “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยขอเสนอให้ลงบัญชีทุกชิ้นเจ้าค่ะ”แม่ครัวชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าว่าอะไรนะ”“ผักที่ข้าน้อยได้รับจะต้องผ่านการตรวจจากผู้รับผิดชอบเสียก่อน ข้าน้อยจะไม่หยิบเอง ไม่เลือกเอง และจะไม่แตะต้องผักที่ยังอยู่ในรายการสำหรับทำอาหารเจ้านาย หากท่านเห็นว่าควรบันทึกจำนวน น้ำหนัก หรือชนิด ข้าน้อยก็ยินดีให้ลงบัญชีทั้งหมดเจ้าค่ะ” อวี้เหนียงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “หากวันใดมีผักเสียหาย หรือมีผู้ตรวจพบว่าข้าน้อยนำวัตถุดิบที่ไม่ควรนำออกไปใช้ ข้าน้อยก็พร้อมรับผิดชอบตามกฎของวัง ไม่ขอปัดความผิดให้ผู้ใด”เสี่ยวชุน หันมามองสหายด้วยความตกใจ นางรู้ว่า อวี้เหนียง เป็นคนใจเย็น แต่ไม่คิดว่าจะกล้าพูดกับแม่ครัวในห้องเครื่องอย่างมีเหตุผลเช่นนี้ แม่ครัวผู้ถูกโต้กลับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเท้าเอว“พูดได้ดีนี่ แล้วใครจะเป็นคนเสียเวลามานั่งลงบัญชีให้เจ้า ห้องเครื่องมีงานมากพออยู่แล้ว”“ถ้าเป็นเรื่องการจดบันทึก ข้าน้อยสามารถทำเองได้เจ้าค่ะ ขอเพียงให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบและลงชื่อรับรองก่อนนำออกไป”“เจ้าคิดว่ากระดาษกับหมึกเป็นของที่หาได้ง่ายหรือ”“ข้าน้อยจะใช้กระดาษของตนเอง และเขียนให้สั้นที่สุดเจ้าค่ะ”“เ

  • นางกำนัลสายดอง   ประตูห้องเครื่อง

    แสงอรุณยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนท้ายวัง เผยให้เห็นฝุ่นบางเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ หลังจากช่วยกันทำความสะอาดเรือนจนพอจะอยู่อาศัยได้เมื่อคืนวาน หลินอวี้เหนียง ก็ตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนักนางล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจากตุ่มดินเผา รวบผมให้เรียบร้อย แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่พับเก็บไว้ออกมาตรวจดูอีกครั้ง สิ่งที่เขียนอยู่บนนั้นมีเพียงไม่กี่คำผักกาดขาว หัวไชเท้า แตงกวา เกลือ และน้ำสะอาดนางจ้องรายการของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับกระดาษเก็บเข้าแขนเสื้อ เมื่อคืนก่อน นางเพิ่งบอก เสี่ยวชุนไปว่าหากได้ผักมาอีกสักหน่อย พวกนางก็จะเริ่มทำผักดองได้ ทว่าคำพูดนั้นฟังดูง่ายดายเกินไปเมื่อคิดถึงความจริงตรงหน้าที่นี่คือวังหลวงแม้แต่ฟืนสักท่อน น้ำแกงสักถ้วย หรือผักสักกำ ก็ล้วนมีที่มาและมีผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น ไม่ใช่นางอยากได้สิ่งใดแล้วจะเดินไปหยิบมาใช้ได้ตามใจชอบแต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่มีเวลามัวลังเลบิดาของนางยังรอเงินที่นางจะส่งกลับไปให้ทุกเดือน ส่วนไหดองสามใบที่ทำความสะอาดไว้เมื่อคืนก็ยังวางเรียงอยู่มุมเรือน หากไม่เริ่มลงมือเสียที ความหวังที่จะหาเงินเพิ่มจากฝีมือตัวเองก็คงเป็นเพียงคำพูดลอย

  • นางกำนัลสายดอง   ดิน แสง และไหใบเก่า

    เมื่อทำความสะอาดห้องพักเสร็จ ทั้งสองจึงออกไปสำรวจพื้นที่รอบเรือน อวี้เหนียงเดินไปยังสวนด้านข้างอย่างสนใจ นางใช้ปลายเท้าเขี่ยวัชพืชที่ขึ้นหนาแน่น ก่อนก้มลงจับดินขึ้นมาบี้เบา ๆ ระหว่างนิ้วดินยังร่วนพอสมควร แม้มีเศษใบไม้ทับถมมาก แต่ไม่แข็งกระด้างจนปลูกพืชไม่ได้ นางเงยหน้ามองทิศทางของแสงแดด สังเกตว่าช่วงเช้าจนถึงบ่าย พื้นที่สวนได้รับแสงส่องถึงอย่างทั่วถึง ข้างรั้วด้านหลังยังมีรางน้ำเก่าซึ่งเชื่อมต่อกับบ่อน้ำขนาดเล็กดวงตาของ อวี้เหนียง เริ่มเป็นประกาย “ดีจริง ๆ …”เสี่ยวชุน ที่กำลังพยายามดึงเถาวัลย์ออกจากรั้วหันมามอง “อะไรดีหรือ”“สวนแห่งนี้ยังใช้ปลูกผักได้เจ้าค่ะ”“ปลูกผัก” เสี่ยวชุนมองไปรอบ ๆ “ในสภาพนี้น่ะหรือ ข้าว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกำจัดวัชพืชหมด”“ถึงจะใช้เวลาหลายวัน แต่หากเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ อีกไม่นานก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” อวี้เหนียง ก้มลงเด็ดใบหญ้าต้นหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนโยนลงในตะกร้าเก่า “ดูดินตรงนี้สิ ยังมีความชื้นอยู่บ้าง อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล หากปลูกผักที่โตเร็วเอาไว้กินเองได้ ต่อไปเราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารจากห้องเครื่องทุกมื้อ”เสี่ยวชุน ชะงักมือ “เจ้าคิดไปถึงเรื

  • นางกำนัลสายดอง   เรือนร้างท้ายวัง

    ทางเดินด้านหลังวังหลวงทอดยาวคดเคี้ยวผ่านแนวกำแพงสีเทาอ่อน สองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ทว่าพอยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงผู้คนและความคึกคักจากเขตตำหนักชั้นในก็ยิ่งห่างไกลออกไปทุกทีหลินอวี้เหนียง ถือสัมภาระเดินตามเจ้าหน้าที่ผู้นำทาง ส่วน เสี่ยวชุน เดินอยู่ข้างกาย พลางหันกลับมองทางที่เพิ่งผ่านมาเป็นระยะ ราวกับหวังว่าจะมีใครเรียกพวกนางกลับไปเสียก่อน“อวี้เหนียง เจ้าว่าพวกเราต้องเดินอีกนานเท่าใด”“ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่ดูจากทางแล้ว คงใกล้ถึงแล้วกระมังเจ้าค่ะ”“ใกล้ถึง” เสี่ยวชุน ชะเง้อมองไปข้างหน้า ก่อนถอนหายใจยาว “เหตุใดเรือนพักของคนอื่นจึงอยู่ใกล้ตำหนัก ส่วนของพวกเรากลับต้องเดินไกลถึงเพียงนี้ หรือวังหลวงกลัวว่าพวกเราจะเดินเล่นมากเกินไป จึงตั้งใจส่งมาไว้ไกล ๆ กันนะ”อวี้เหนียงเหลือบมองนาง ก่อนเอ่ยเตือนเสียงเบา “ระวังคำพูดด้วย หากผู้ใดได้ยินเข้า เกรงว่าพวกเราจะมีงานเพิ่มอีกเจ้าค่ะ”เสี่ยวชุน รีบยกมือปิดปากทันที “ข้าลืมไปแล้วว่าตนเองอยู่ในวังหลวง มิใช่ตลาดสดหน้าบ้าน”อวี้เหนียง หลุดยิ้มเล็กน้อย แม้ตนเองจะกังวลไม่ต่างกัน แต่การมีสหายร่วมทางที่พูดจาชวนหัวเราะอยู่ข้างกาย ก็ช่วยให้ความเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status