Home / รักโบราณ / นางกำนัลสายดอง / ไหผักดองกับประตูวัง

Share

ไหผักดองกับประตูวัง

last update publish date: 2026-10-14 20:07:08

ไหผักดองกับประตูวัง

เช้าวันต่อมา ฟ้ายังไม่สว่างดี รถม้าของทางการมาจอดรอที่ปากทางหมู่บ้าน หญิงสาวที่มาสมัครทยอยขึ้นรถ บางคนแต่งกายเรียบร้อย บางคนถือห่อใหญ่ ส่วน หลินอวี้เหนียง มีเพียงห่อผ้าหนึ่งหอบกับไหดินเผา ที่กอดแนบอก

ก่อนขึ้นรถ นางไปหาบิดาอีกครั้ง เขานั่งบนเตียงดวงตาแดงก่ำตั้งแต่เมื่อคืน ที่หลินอวี้เหนียงเอ่ยว่าจะเข้าไปในวังหลวง

“ท่านพ่อ ลูกไปก่อนนะ” นางคุกเข่าคำนับสามครั้งตามธรรมเนียม จับมือที่ผอมลงของบิดาไว้แน่น “แบ่งเงินไว้ให้แล้ว ป้าหลิวจะมาดูแล ถ้าไม่สบายต้องบอกนาง อย่าอดทนคนเดียวเด็ดขาด”

“อวี้เหนียง…” เขากลั้นน้ำตา “พ่อไม่ต้องการเงินมากมาย ขอเพียงเจ้าอยู่บ้านอย่างปลอดภัยก็พอแล้ว”

นางส่ายหน้า น้ำตาเอ่อคลอ “แต่ลูกอยากเห็นท่านหายป่วย อยากเห็นท่านกลับไปเดินในนาได้อีก อยากให้ท่านกินอาหารโดยไม่ต้องกังวลว่าพรุ่งนี้จะมีเงินซื้อยาหรือไม่ ลูกจะพยายามกลับมาให้เร็วที่สุด”

บิดาลูบศีรษะบุตรสาวอย่างอ่อนโยน “ขอให้เดินทางปลอดภัย อย่าหลงเชื่อคนง่าย อย่าทะเลาะกับใคร และถ้าพบเรื่องที่เกินกำลัง จงจำไว้ว่าบ้านหลังนี้ยังรอเจ้าอยู่”

“เจ้าค่ะ”

นางก้มหน้าอีกครั้ง ก่อนลุกขึ้นเดินออก ไม่กล้าหันกลับไปมอง เพราะกลัวว่าถ้าเห็นเขาร้องไห้ ตนเองจะไม่มีแรงก้าวต่อไป

บนรถม้า นางวางไหผักดองบนตัก ประคองไว้ราวกับสิ่งล้ำค่า รถเริ่มแล่นออก หมู่บ้านค่อย ๆ เล็กลงจนมองไม่เห็น นางลูบฝาไหเบา ๆ “ท่านแม่ ท่านพ่อ ลูกจะพยายามให้ดีที่สุด”

หญิงสาวตรงข้ามสวมเสื้อสีชมพูอ่อน เนื้อผ้าดูดีกว่าของนาง มองไหในมือนางตั้งแต่ขึ้นรถ จนที่สุดก็อดถามไม่ได้

“เจ้าหอบไหอะไรมาด้วย ของใช้ในวังมีให้พร้อมมิใช่หรือ”

“ผักดองเจ้าค่ะ”

“ผักดอง” นางเลิกคิ้ว “ถึงกับเอามาด้วยเชียวหรือ เหตุใดไม่เอาเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับเพิ่มอีก ถ้าใครเห็นจะหัวเราะเยาะกันแน่”

หลินอวี้เหนียงมองไหในมือ ก่อนตอบอย่างจริงจัง “เสื้อผ้าขาดยังเย็บได้ เครื่องประดับไม่มีก็ไม่จำเป็น แต่ถ้าผักดองเสียไป ต่อให้มีเงินก็ซื้อรสชาติเดิมกลับมาไม่ได้ง่าย ๆ”

หญิงสาวนั้นหัวเราะออกมา “พูดราวกับไหใบนี้เป็นสมบัติประจำตระกูลเลย!” เสียงหัวเราะทำให้คนอื่นหันมามองแล้วพากันหัวเราะตาม “หรือกลัวอาหารในวังไม่อิ่มท้อง”

“ถ้าอย่างนั้นต้องแบ่งให้พวกเราชิมบ้างนะ”

นางไม่โกรธ เพียงกอดไหแน่นขึ้น “ถ้าทุกคนอยากชิม เมื่อถึงเวลาเหมาะสม ข้าจะแบ่งให้”

คำตอบที่จริงจังยิ่งทำให้พวกเขาขำหนักกว่าเดิม แต่นางกลับรู้สึกสงบ พวกเขาไม่รู้ว่าไหใบนี้มีความหมายเพียงใด ไม่รู้ว่ามันคือสูตรที่แม่สอนด้วยมือ และไม่รู้ว่าก่อนจากบ้าน นางต้องฝืนใจเพียงใด บางเรื่อง ต่อให้พูดมากไป คนที่ไม่เคยเจอก็ไม่อาจเข้าใจ

ทันใดนั้น รถกระแทกหลุมอย่างแรง ทุกคนเซไปมา ห่อสัมภาระกลิ้งไปชนผนัง และไหผักดองในมือนางก็ลื่นไถล หัวใจแทบหยุดเต้น นางรีบคว้าไว้ทันก่อนตกพื้น แต่แขนข้างหนึ่งกระแทกขอบไม้อย่างจัง ความเจ็บแล่นขึ้นจนหน้าซีดเผือด กระนั้นนางกลับไม่สนใจแผลทันที แต่ตรวจฝาไห้ก่อนเป็นอันดับแรก

“ปิดสนิท ผักดองไม่หก” นางถอนหายใจโล่งอก ก่อนค่อย ๆ ดูผิวไหว่ามีรอยร้าวหรือไม่

หญิงสาวเสื้อชมพูมองอย่างไม่เข้าใจ “เจ็บแขนถึงเพียงนั้น ไม่ดูแผลก่อน กลับดูไหก่อนหรือ”

“แขนเพียงกระแทกเล็กน้อย” นางขยับแขนช้า ๆ “แต่ถ้าไหแตก ผักดองทั้งหมดก็จะเสีย”

“เจ้าช่างประหลาดจริง”

“อาจเป็นเช่นนั้น” นางตอบอย่างไม่ถือสา แล้วเช็ดฝุ่นบนฝาไห “แต่สำหรับข้า ไหใบนี้สำคัญมาก”

น้ำเสียงสงบจนอีกฝ่ายไม่รู้จะโต้อย่างไร สุดท้ายก็เบือนหน้าไปมองนอกหน้าต่าง นางจึงใช้ผ้าพันรอยแดงที่แขนหลวม ๆ แล้ววางมือบนไหอีกครั้ง จะรักษาไหใบนี้ให้ดี ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นอาหาร แต่เพราะทุกครั้งที่คิดถึงบ้าน กลิ่นของมันจะช่วยให้นางนึกถึงเรือนหลังเล็กท้ายหมู่บ้านได้อีกครั้ง

แสงแดดเริ่มคล้อยต่ำ รถผ่านประตูเมืองชั้นนอก ถนนสายใหญ่มีร้านค้าเรียงราย อาคารสูง ผู้คนแต่งกายงดงาม ทุกสิ่งห่างไกลจากหมู่บ้านของนางราวกับคนละโลก

และในที่สุด กำแพงสูงตระหง่านสีแดงเข้มก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ประตูวังหลวงยิ่งใหญ่ หลังคากระเบื้องสะท้อนแสงอาทิตย์ ทหารยืนเรียงแถว หอกในมือเปล่งประกาย ผู้คนที่ผ่านต่างก้มศีรษะด้วยความยำเกรง

หลินอวี้เหนียงเงยหน้ามองกำแพงนั้นอย่างเงียบงัน นี่คือสถานที่ที่จะใช้ชีวิตต่อจากนี้ ความตื่นเต้น ความหวาดหวั่น และความคิดถึงบ้านปะปนกันจนแยกไม่ออก นางสูดลมหายใจเข้าลึก กระชับไหในอ้อมแขน

“อดทนให้ได้นะ หลินอวี้เหนียง เพื่อท่านพ่อ เพื่อเงินซื้อยา… ต้องทำให้ได้”

รถหยุดที่ลานตรวจสัมภาระ เจ้าหน้าที่เรียกตรวจทีละคน จนมาถึงไหดินเผาของนาง

“นี่อะไร”

“ผักดองเจ้าค่ะ”

เขาขมวดคิ้ว “ห้ามนำอาหารส่วนตัวเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าไม่รู้กฎหรือ”

ใจหายวาบ นางรีบค้อมศีรษะ “ข้าเพิ่งมาจากที่ไกล ไม่ทราบระเบียบโดยละเอียดจริง ๆ แต่นี่คืออาหารที่ทำเอง ขอโปรดเมตตาให้นำเข้าไปได้หรือไม่”

“ไม่ได้ก็คือไม่ได้” เสียงเขาแข็งกร้าว “ถ้าทุกคนทำตามใจ จะควบคุมความสะอาดได้อย่างไร”

นางมองไหในมือ หากถูกยึด ไม่รู้ได้คืนเมื่อใด หากถูกสั่งทิ้ง นางไม่อาจทำใจได้ เพราะใช้เวลาหมักมาหลายเดือน และเป็นสูตรที่แม่ส่งต่อให้

“ข้าเข้าใจกฎ” นางเงยหน้าอีกครั้ง เสียงยังคงสุภาพ “แต่มีที่ใดให้ฝากไว้ชั่วคราวได้บ้างไหมคะ”

เจ้าหน้าที่นิ่งไปเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าจะไม่โวยวาย แต่ขอทางออกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว “ต้องรอหัวหน้าตัดสิน วางไว้ที่นี่ก่อน ไปยืนรอข้าง ๆ”

หญิงสาวเสื้อชมพูที่ยืนถัดไปเหลือบมอง แล้วกระซิบเพื่อน “ข้าบอกแล้วไงว่าไหผักดองนั่นแหละจะสร้างปัญหา”

หลินอวี้เหนียง ได้ยินชัด แต่ไม่หันไปโต้ เพียงมองไหที่วางไว้ตรงนั้น แล้วลูบฝาเบา ๆ “ท่านแม่… ลูกจะไม่ยอมให้ไหใบนี้สูญเปล่าแน่นอน”

เบื้องหน้าคือประตูวังที่สูงใหญ่ เบื้องหลังคือบ้านหลังเล็กซึ่งมีบิดารออยู่ นางรู้ดีว่านับแต่นี้ ชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ก่อนจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ นางต้องผ่านด่านแรกให้ได้ รักษาไหผักดองใบสุดท้ายของครอบครัวไว้ให้ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางกำนัลสายดอง   กลิ่นจากรอยร้าว

    เมื่อผักทั้งหมดถูกเตรียมเรียบร้อย อวี้เหนียง จึงนำไปคลุกกับเกลือตามสัดส่วนที่กำหนด ค่อย ๆ กลับผักให้เครื่องปรุงกระจายทั่วถึง แล้วจึงจัดลงในไหเคลือบใบหนึ่งอย่างระมัดระวัง นางกดผักให้แน่นพอประมาณ ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างมากเกินไป จากนั้นเติมน้ำดองที่เตรียมไว้ตามวิธีที่นางจำได้เสี่ยวชุน ยืนถือผ้าอยู่ข้าง ๆ คอยส่งสิ่งของให้เมื่ออวี้เหนียงต้องการ “ไหนี้พอหรือไม่”“พอสำหรับผักชุดนี้”“แล้วอีกสองไหเล่า”“เราจะยังไม่ใช้ทั้งหมด หากมีไหเสียหรือผักชุดแรกต้องแก้ไข อย่างน้อยเราก็ยังมีภาชนะเหลือไว้ทดลองใหม่”“เจ้าคิดเผื่อความล้มเหลวไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือ”“การเตรียมใจรับความผิดพลาด ไม่ได้แปลว่าเราไม่หวังว่าจะสำเร็จ”อวี้เหนียง ตอบพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดขอบไหให้แห้ง ก่อนวางฝาลงอย่างระมัดระวัง นางยกไหขึ้นตรวจดูอีกครั้ง แล้วจึงใช้เศษผ้าผูกไว้รอบปากภาชนะเพื่อช่วยป้องกันฝุ่น จากนั้นหยิบกระดาษเล็ก ๆ มาเขียนวันที่และรายละเอียดของผักชุดแรก ก่อนผูกติดไว้กับหูไหเสี่ยวชุน มองไหใบนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อครู่มันยังเป็นเพียงภาชนะเก่า ๆ ที่วางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ แต่ตอนนี้กลับดูราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้น

  • นางกำนัลสายดอง   รอยร้าวใต้ฐานไห

    ความหวังในไหดองเมื่อวางตะกร้าผักลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า อวี้เหนียง ก็เริ่มจัดการทันที นางตักน้ำสะอาดใส่อ่างใบใหญ่ ล้างผักทีละหัวอย่างละเอียด ตรวจดูตามซอกใบและรอยตำหนิ จากนั้นจึงแยกผักแต่ละชนิดออกจากกันเสี่ยวชุน ยืนกอดอกมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะอดถามไม่ได้ “เจ้าล้างผักพวกนี้สะอาดกว่าตอนข้าล้างหน้าตอนเช้าเสียอีก ต้องพิถีพิถันถึงเพียงนั้นเลยหรือ”“ต้องสิ”“แต่เดิมมันก็เป็นผักที่คนอื่นคัดออกมาแล้วนะ”“เพราะคนอื่นคัดออก ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องตรวจดูอีกครั้ง ผักที่มีรอยช้ำอาจซ่อนความเสียหายไว้ข้างใน หากนำไปดองรวมกับผักดี ก็อาจทำให้ทั้งไหเสียไปด้วย” อวี้เหนียงหยิบหัวไชเท้าขึ้นมาตรวจดู ก่อนตัดส่วนที่ช้ำออกอย่างระมัดระวัง “การดองไม่ใช่เพียงใส่เกลือแล้วปิดฝารอ หากเลือกผักผิดตั้งแต่ต้น ต่อให้ใช้เครื่องปรุงดีเพียงใดก็อาจไม่ได้ผล”เสี่ยวชุน มองกองผักแล้วพยักหน้าช้า ๆ “ฟังดูยุ่งยากกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”“ถ้าอยากกินของที่เก็บไว้ได้นาน ก็ต้องยอมเสียเวลาในตอนแรก”“แล้วถ้าเราไม่เสียเวลา แต่เอาไปต้มกินเสียเลยล่ะ”“เช่นนั้นเราก็จะไม่มีผักดอง”“เจ้าช่างตอบได้ตรงประเด็นจริง ๆ” อวี้เหนียง หัวเราะ ก่อนส่งมีดเ

  • นางกำนัลสายดอง   บัญชีและผักกาดขาวสามหัว

    “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยขอเสนอให้ลงบัญชีทุกชิ้นเจ้าค่ะ”แม่ครัวชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าว่าอะไรนะ”“ผักที่ข้าน้อยได้รับจะต้องผ่านการตรวจจากผู้รับผิดชอบเสียก่อน ข้าน้อยจะไม่หยิบเอง ไม่เลือกเอง และจะไม่แตะต้องผักที่ยังอยู่ในรายการสำหรับทำอาหารเจ้านาย หากท่านเห็นว่าควรบันทึกจำนวน น้ำหนัก หรือชนิด ข้าน้อยก็ยินดีให้ลงบัญชีทั้งหมดเจ้าค่ะ” อวี้เหนียงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “หากวันใดมีผักเสียหาย หรือมีผู้ตรวจพบว่าข้าน้อยนำวัตถุดิบที่ไม่ควรนำออกไปใช้ ข้าน้อยก็พร้อมรับผิดชอบตามกฎของวัง ไม่ขอปัดความผิดให้ผู้ใด”เสี่ยวชุน หันมามองสหายด้วยความตกใจ นางรู้ว่า อวี้เหนียง เป็นคนใจเย็น แต่ไม่คิดว่าจะกล้าพูดกับแม่ครัวในห้องเครื่องอย่างมีเหตุผลเช่นนี้ แม่ครัวผู้ถูกโต้กลับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเท้าเอว“พูดได้ดีนี่ แล้วใครจะเป็นคนเสียเวลามานั่งลงบัญชีให้เจ้า ห้องเครื่องมีงานมากพออยู่แล้ว”“ถ้าเป็นเรื่องการจดบันทึก ข้าน้อยสามารถทำเองได้เจ้าค่ะ ขอเพียงให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบและลงชื่อรับรองก่อนนำออกไป”“เจ้าคิดว่ากระดาษกับหมึกเป็นของที่หาได้ง่ายหรือ”“ข้าน้อยจะใช้กระดาษของตนเอง และเขียนให้สั้นที่สุดเจ้าค่ะ”“เ

  • นางกำนัลสายดอง   ประตูห้องเครื่อง

    แสงอรุณยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนท้ายวัง เผยให้เห็นฝุ่นบางเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ หลังจากช่วยกันทำความสะอาดเรือนจนพอจะอยู่อาศัยได้เมื่อคืนวาน หลินอวี้เหนียง ก็ตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนักนางล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจากตุ่มดินเผา รวบผมให้เรียบร้อย แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่พับเก็บไว้ออกมาตรวจดูอีกครั้ง สิ่งที่เขียนอยู่บนนั้นมีเพียงไม่กี่คำผักกาดขาว หัวไชเท้า แตงกวา เกลือ และน้ำสะอาดนางจ้องรายการของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับกระดาษเก็บเข้าแขนเสื้อ เมื่อคืนก่อน นางเพิ่งบอก เสี่ยวชุนไปว่าหากได้ผักมาอีกสักหน่อย พวกนางก็จะเริ่มทำผักดองได้ ทว่าคำพูดนั้นฟังดูง่ายดายเกินไปเมื่อคิดถึงความจริงตรงหน้าที่นี่คือวังหลวงแม้แต่ฟืนสักท่อน น้ำแกงสักถ้วย หรือผักสักกำ ก็ล้วนมีที่มาและมีผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น ไม่ใช่นางอยากได้สิ่งใดแล้วจะเดินไปหยิบมาใช้ได้ตามใจชอบแต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่มีเวลามัวลังเลบิดาของนางยังรอเงินที่นางจะส่งกลับไปให้ทุกเดือน ส่วนไหดองสามใบที่ทำความสะอาดไว้เมื่อคืนก็ยังวางเรียงอยู่มุมเรือน หากไม่เริ่มลงมือเสียที ความหวังที่จะหาเงินเพิ่มจากฝีมือตัวเองก็คงเป็นเพียงคำพูดลอย

  • นางกำนัลสายดอง   ดิน แสง และไหใบเก่า

    เมื่อทำความสะอาดห้องพักเสร็จ ทั้งสองจึงออกไปสำรวจพื้นที่รอบเรือน อวี้เหนียงเดินไปยังสวนด้านข้างอย่างสนใจ นางใช้ปลายเท้าเขี่ยวัชพืชที่ขึ้นหนาแน่น ก่อนก้มลงจับดินขึ้นมาบี้เบา ๆ ระหว่างนิ้วดินยังร่วนพอสมควร แม้มีเศษใบไม้ทับถมมาก แต่ไม่แข็งกระด้างจนปลูกพืชไม่ได้ นางเงยหน้ามองทิศทางของแสงแดด สังเกตว่าช่วงเช้าจนถึงบ่าย พื้นที่สวนได้รับแสงส่องถึงอย่างทั่วถึง ข้างรั้วด้านหลังยังมีรางน้ำเก่าซึ่งเชื่อมต่อกับบ่อน้ำขนาดเล็กดวงตาของ อวี้เหนียง เริ่มเป็นประกาย “ดีจริง ๆ …”เสี่ยวชุน ที่กำลังพยายามดึงเถาวัลย์ออกจากรั้วหันมามอง “อะไรดีหรือ”“สวนแห่งนี้ยังใช้ปลูกผักได้เจ้าค่ะ”“ปลูกผัก” เสี่ยวชุนมองไปรอบ ๆ “ในสภาพนี้น่ะหรือ ข้าว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกำจัดวัชพืชหมด”“ถึงจะใช้เวลาหลายวัน แต่หากเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ อีกไม่นานก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” อวี้เหนียง ก้มลงเด็ดใบหญ้าต้นหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนโยนลงในตะกร้าเก่า “ดูดินตรงนี้สิ ยังมีความชื้นอยู่บ้าง อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล หากปลูกผักที่โตเร็วเอาไว้กินเองได้ ต่อไปเราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารจากห้องเครื่องทุกมื้อ”เสี่ยวชุน ชะงักมือ “เจ้าคิดไปถึงเรื

  • นางกำนัลสายดอง   เรือนร้างท้ายวัง

    ทางเดินด้านหลังวังหลวงทอดยาวคดเคี้ยวผ่านแนวกำแพงสีเทาอ่อน สองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ทว่าพอยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงผู้คนและความคึกคักจากเขตตำหนักชั้นในก็ยิ่งห่างไกลออกไปทุกทีหลินอวี้เหนียง ถือสัมภาระเดินตามเจ้าหน้าที่ผู้นำทาง ส่วน เสี่ยวชุน เดินอยู่ข้างกาย พลางหันกลับมองทางที่เพิ่งผ่านมาเป็นระยะ ราวกับหวังว่าจะมีใครเรียกพวกนางกลับไปเสียก่อน“อวี้เหนียง เจ้าว่าพวกเราต้องเดินอีกนานเท่าใด”“ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่ดูจากทางแล้ว คงใกล้ถึงแล้วกระมังเจ้าค่ะ”“ใกล้ถึง” เสี่ยวชุน ชะเง้อมองไปข้างหน้า ก่อนถอนหายใจยาว “เหตุใดเรือนพักของคนอื่นจึงอยู่ใกล้ตำหนัก ส่วนของพวกเรากลับต้องเดินไกลถึงเพียงนี้ หรือวังหลวงกลัวว่าพวกเราจะเดินเล่นมากเกินไป จึงตั้งใจส่งมาไว้ไกล ๆ กันนะ”อวี้เหนียงเหลือบมองนาง ก่อนเอ่ยเตือนเสียงเบา “ระวังคำพูดด้วย หากผู้ใดได้ยินเข้า เกรงว่าพวกเราจะมีงานเพิ่มอีกเจ้าค่ะ”เสี่ยวชุน รีบยกมือปิดปากทันที “ข้าลืมไปแล้วว่าตนเองอยู่ในวังหลวง มิใช่ตลาดสดหน้าบ้าน”อวี้เหนียง หลุดยิ้มเล็กน้อย แม้ตนเองจะกังวลไม่ต่างกัน แต่การมีสหายร่วมทางที่พูดจาชวนหัวเราะอยู่ข้างกาย ก็ช่วยให้ความเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status