Home / รักโบราณ / นางกำนัลสายดอง / กฎเหล็กและปลายทางท้ายวัง

Share

กฎเหล็กและปลายทางท้ายวัง

last update publish date: 2026-10-14 21:40:30

 กฎเหล็กและปลายทางท้ายวัง

เสียงระฆังดังสามครั้งจากด้านใน ประตูชั้นในเปิดออก เจ้าหน้าที่สั่งให้เข้าแถว “ทุกคนตั้งแถวเรียบร้อย ต่อไปนี้เข้าสู่การเรียนกฎระเบียบ ผู้ใดฝ่าฝืนแม้เล็กน้อย บันทึกความผิดทันที”

ทั้งสองรีบไปต่อแถว ทางเดินทั้งหมดล้วนปูด้วยหินเรียบร้อย สองข้างทางต้นไม้ตัดแต่งประณีต สาวใช้ชุดสีอ่อนเดินผ่านไปมาอย่างเงียบเชียบ อวี้เหนียง รู้สึกราวกับย่างก้าวเข้าไปในภาพวาดที่งดงามแต่ไร้ชีวิต

“เงยหน้าขึ้น”

สตรีวัยกลางคนในชุดเรียบหรูยืนบนขั้นบันได ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาเฉียบคมกวาดมองทุกคน “ข้าคือ จางมามา ผู้ดูแลการฝึก ตั้งแต่วันนี้ ใครคิดว่าที่นี่เป็นบ้าน ให้กลับไปเสียตั้งแต่ตอนนี้!”

ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง นางลงมาตรวจทีละคน “ยืนหลังตรง คางอย่าสูงเกิน มือประสานหน้าท้อง” สั่งแก้ท่าทาง สาธิตวิธีค้อมกาย “ก้มจนหน้าทิ่มพื้นไม่ใช่ ยืนแข็งทื่อก็ไม่ใช่ ถ้าไม่รู้ธรรมเนียมพื้นฐาน อย่าหวังงานสำคัญ”

อวี้เหนียง ตั้งใจจำทุกคำ ทว่าเพราะมัวกังวล เกรงกลัวทำผิด จึงเคลื่อนช้าไปครึ่งจังหวะ

“เจ้า!” เสียง จางมามา ดังขึ้นทันที “ข้าสั่งพร้อมกัน เหตุใดเจ้าช้ากว่าคนอื่น”

“ข้าน้อยกำลังพยายามจดจำท่าทาง”

“พยายาม” นางเลิกคิ้ว “ที่นี่ไม่ใช่ที่ให้เจ้าทดลองทำผิดทำถูก”

“ข้าน้อยมิได้หมายความเช่นนั้น”

“ถ้างั้นจำให้ได้ตั้งแต่ครั้งแรก”

กลับเข้าแถว เสี่ยวชุน แอบขยับนิ้วให้กำลังใจโดยไม่ให้ใครเห็น การฝึกดำเนินไปหลายชั่วยาม การเดิน การยืน การค้อมกาย การรับคำสั่ง แม้แต่ก้าวเท้ายังกำหนด

“รับคำสั่งตอบ ‘เจ้าค่ะ’ แล้วลงมือทำ อย่าถามซ้ำ อย่าโต้แย้งต่อหน้าผู้บังคับบัญชา จำไว้ วังไม่ใช่บ้านของพวกเจ้า สิ่งที่คิดว่าเล็ก อาจกลายเป็นความผิดใหญ่”

ช่วงพักสั้นมาถึง ทั้งสองนั่งลงบนม้านั่งนวดขา

“ข้าคิดว่าเหนื่อยแต่กาย แต่ไม่คิดว่าเหนื่อยทั้งใจด้วย” เสี่ยวชุน ถอนหายใจ “ว่าแต่…เจ้าไม่หิวหรือ”

“หิว แต่คงต้องรอเวลาอาหาร”

“ข้าก็เหมือนกัน ตอนเช้ากินแป้งนึ่งลูกเดียวเอง ไม่รู้จะได้กินอีกเมื่อใด”

อวี้เหนียง นิ่งคิด “ถ้าต้องฝึกทั้งวันโดยไม่กินอะไร คงไม่มีแรงทำงานดีขึ้นหรือ”

“อวี้เหนียง เบาเสียง!” แต่ไม่ทันแล้ว จางมามา หันมาทันที

“เมื่อครู่ผู้ใดพูด”

“ข้าน้อยเอง” อวี้เหนียง ลุกขึ้น “เพียงคิดว่าถ้ามีอาหารรองท้องเล็กน้อย คงช่วยให้ทุกคนฝึกได้ดีขึ้น มิได้มีเจตนาตำหนิ”

“เพิ่งมาวันแรก ก็คิดจะเปลี่ยนระเบียบแล้วหรือ”

“ข้าน้อยไม่กล้า”

“ไม่กล้า แล้วใครเป็นคนตั้งคำถาม”

อวี้เหนียง เงียบ รู้แล้วว่าบางเหตุผลไม่ใช่สิ่งที่ควรพูดออกมา “ข้าน้อยผิดไปแล้ว”

จางมามา มองนาง “จดชื่อ หลินอวี้เหนียง หลังเลิกฝึก ให้ไปจัดห้องเก็บของด้านหลังกับ เสี่ยวชุน จนกว่าจะเรียบร้อย”

“ข้าน้อยด้วยหรือ” เสี่ยวชุน ถามอย่างตกใจ

“มีข้อโต้แย้ง”

“ไม่มีเจ้าค่ะ!”

เมื่อนางจากไป เสี่ยวชุน กระซิบ “เจ้านี่กล้าจริง ๆ ถามเรื่องอาหารตั้งแต่วันแรก”

“ข้าแค่ไม่เข้าใจ ถ้าคนหิวจนไม่มีแรง จะไม่ทำให้งานเสียหายหรือ”

“เหตุผลเจ้าถูก แต่เจ้าลืมไปหรือว่านี่คือวังหลวง”

“ข้าคงต้องจำให้ขึ้นใจแล้ว”

“เอาเถิด อย่างน้อยเราได้รู้จักห้องเก็บของก่อนใคร” เสี่ยวชุน ยิ้ม “มองในแง่ดีนะ”

ห้องเก็บของอยู่ท้ายทางเดินแคบ ประตูไม้เก่ามีรอยร้าว เมื่อเปิด ฝุ่นฟุ้งกระจายจนทั้งสองต้องปิดจมูก หีบไม้ซ้อนกัน ผ้าเก่าคลุมของกองเป็นกอง

“นี่ห้องเก็บหรือคลังฝุ่นกันแน่” เสี่ยวชุน กระซิบ

“เบาเสียง เดี๋ยวโดนเพิ่มงาน”

ทั้งสองลงมือจัดของ อวี้เหนียง แยกของใช้ได้ออกจากของชำรุด เสี่ยวชุน เช็ดฝุ่นระหว่างยกหีบไม้ใบหนึ่ง เสียงสนทนาดังมาจากนอก

“พรุ่งนี้ประกาศรายชื่อประจำเรือนแล้ว”

“หวังไม่ถูกส่งไปเรือนท้ายวัง ที่นั่นทั้งเก่า ทั้งเงียบ ใครก็ไม่อยากไป”

“ชู่ว์ อย่าพูดเสียงดัง!” เสียงค่อย ๆ ห่างไป

เสี่ยวชุน หยุดมือ “เราจะถูกส่งไปที่นั่นหรือ”

“คงไม่หรอก เราเพิ่งเข้ามา ยังไม่รู้หน้าที่อะไร”

“แต่ข้ารู้สึกไม่ดีเลย”

“อย่าเพิ่งกังวล ไม่ว่าที่ใด เราก็ต้องทำงานให้ดีที่สุด”

กลับมาทำงานต่อจนห้องเป็นระเบียบ ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ทั้งสองถูกพาไปโรงอาหาร ข้าวสวยกับผักต้ม น้ำแกงใส แม้เรียบง่ายแต่กินได้ชื่นใจ

“ถ้าพรุ่งนี้ยังต้องทำงานค่ำ ข้าต้องฝึกกินให้เร็วกว่านี้” เสี่ยวชุน พูดระหว่างเคี้ยว

“อย่ารีบเกินไป เดี๋ยวสำลัก”

“นั่นแหละ เจ้ายังไม่ทันกินหมดก็สอนข้าแล้ว”

กลับที่พัก อวี้เหนียง นั่งบนเตียงแคบ แขนที่เคยกระแทกรถยังปวดอยู่ แต่สิ่งที่กังวลกว่าคือไหผักดองที่ถูกเก็บไว้ ไม่รู้ปลอดภัยเพียงใด ไม่รู้เมื่อจะได้กลับไปหา

“ท่านแม่ ลูกต้องอดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะ”

เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงระฆังปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จางมามา ยืนถือสมุดรายชื่อ “วันนี้จัดสรรไปประจำเรือน ผู้ใดได้ยินชื่อ ให้ก้าวออก รับป้าย ห้ามโต้เถียง”

ทุกคนตั้งตาคอย บางคนตื่นเต้น บางคนมือสั่น เสี่ยวชุน จับมือ อวี้เหนียง แน่น “ขอให้ได้อยู่ใกล้ ๆ กันเถิด…”

จางมามา อ่านทีละชื่อ ไปห้องซักล้าง ไปห้องเครื่อง ไปเรือนใกล้ตำหนักชั้นนอก จนกระทั่ง

“หลินอวี้เหนียง” นางก้าวออกมา “ข้าน้อยอยู่เจ้าค่ะ”

“ส่งไปประจำเรือนพักท้ายวัง ดูแลความเรียบร้อยและรับงานตามมอบหมาย”

อวี้เหนียง ชะงัก เรือนท้ายวัง… ที่ที่ไม่มีใครอยากไป

“เสี่ยวชุน”

“ข้าน้อยอยู่” เสียงของเธอแผ่วลง

“ส่งไปประจำเรือนพักท้ายวังเช่นกัน”

ทั้งสองสบตากันโดยไม่ต้องพูดอะไร อวี้เหนียง รับป้ายมาเก็บในเสื้อ “อย่างน้อยเราก็ไปด้วยกัน” เธอกล่าวเบา ๆ “ถ้าต้องไปคนเดียว ข้าคงกลัวเดินไม่ออกแล้ว”

เส้นทางหินทอดยาวเข้าไปสู่เขตด้านหลังของวัง อาคารเรือนน้อยเรียงรายอยู่ท่ามกลางความเงียบ สภาพเก่าเล่าเริ่มเห็นชัดขึ้นทุกก้าว อวี้เหนียง กระชับป้ายในมือ ไม่รู้ว่าที่นั่นจะรออะไรอยู่ รู้เพียงว่าชีวิตในวังไม่ง่ายอย่างที่เคยหวัง

“ไปกันเถิด” เธอกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราต้องไปพิสูจน์ด้วยตาเอง”

เสี่ยวชุน พยักหน้า แม้สีหน้ายังเต็มไปด้วยความกังวล ทั้งสองจึงก้าวเดินเข้าไปในความเงียบที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางกำนัลสายดอง   กลิ่นจากรอยร้าว

    เมื่อผักทั้งหมดถูกเตรียมเรียบร้อย อวี้เหนียง จึงนำไปคลุกกับเกลือตามสัดส่วนที่กำหนด ค่อย ๆ กลับผักให้เครื่องปรุงกระจายทั่วถึง แล้วจึงจัดลงในไหเคลือบใบหนึ่งอย่างระมัดระวัง นางกดผักให้แน่นพอประมาณ ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างมากเกินไป จากนั้นเติมน้ำดองที่เตรียมไว้ตามวิธีที่นางจำได้เสี่ยวชุน ยืนถือผ้าอยู่ข้าง ๆ คอยส่งสิ่งของให้เมื่ออวี้เหนียงต้องการ “ไหนี้พอหรือไม่”“พอสำหรับผักชุดนี้”“แล้วอีกสองไหเล่า”“เราจะยังไม่ใช้ทั้งหมด หากมีไหเสียหรือผักชุดแรกต้องแก้ไข อย่างน้อยเราก็ยังมีภาชนะเหลือไว้ทดลองใหม่”“เจ้าคิดเผื่อความล้มเหลวไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือ”“การเตรียมใจรับความผิดพลาด ไม่ได้แปลว่าเราไม่หวังว่าจะสำเร็จ”อวี้เหนียง ตอบพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดขอบไหให้แห้ง ก่อนวางฝาลงอย่างระมัดระวัง นางยกไหขึ้นตรวจดูอีกครั้ง แล้วจึงใช้เศษผ้าผูกไว้รอบปากภาชนะเพื่อช่วยป้องกันฝุ่น จากนั้นหยิบกระดาษเล็ก ๆ มาเขียนวันที่และรายละเอียดของผักชุดแรก ก่อนผูกติดไว้กับหูไหเสี่ยวชุน มองไหใบนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อครู่มันยังเป็นเพียงภาชนะเก่า ๆ ที่วางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ แต่ตอนนี้กลับดูราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้น

  • นางกำนัลสายดอง   รอยร้าวใต้ฐานไห

    ความหวังในไหดองเมื่อวางตะกร้าผักลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า อวี้เหนียง ก็เริ่มจัดการทันที นางตักน้ำสะอาดใส่อ่างใบใหญ่ ล้างผักทีละหัวอย่างละเอียด ตรวจดูตามซอกใบและรอยตำหนิ จากนั้นจึงแยกผักแต่ละชนิดออกจากกันเสี่ยวชุน ยืนกอดอกมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะอดถามไม่ได้ “เจ้าล้างผักพวกนี้สะอาดกว่าตอนข้าล้างหน้าตอนเช้าเสียอีก ต้องพิถีพิถันถึงเพียงนั้นเลยหรือ”“ต้องสิ”“แต่เดิมมันก็เป็นผักที่คนอื่นคัดออกมาแล้วนะ”“เพราะคนอื่นคัดออก ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องตรวจดูอีกครั้ง ผักที่มีรอยช้ำอาจซ่อนความเสียหายไว้ข้างใน หากนำไปดองรวมกับผักดี ก็อาจทำให้ทั้งไหเสียไปด้วย” อวี้เหนียงหยิบหัวไชเท้าขึ้นมาตรวจดู ก่อนตัดส่วนที่ช้ำออกอย่างระมัดระวัง “การดองไม่ใช่เพียงใส่เกลือแล้วปิดฝารอ หากเลือกผักผิดตั้งแต่ต้น ต่อให้ใช้เครื่องปรุงดีเพียงใดก็อาจไม่ได้ผล”เสี่ยวชุน มองกองผักแล้วพยักหน้าช้า ๆ “ฟังดูยุ่งยากกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”“ถ้าอยากกินของที่เก็บไว้ได้นาน ก็ต้องยอมเสียเวลาในตอนแรก”“แล้วถ้าเราไม่เสียเวลา แต่เอาไปต้มกินเสียเลยล่ะ”“เช่นนั้นเราก็จะไม่มีผักดอง”“เจ้าช่างตอบได้ตรงประเด็นจริง ๆ” อวี้เหนียง หัวเราะ ก่อนส่งมีดเ

  • นางกำนัลสายดอง   บัญชีและผักกาดขาวสามหัว

    “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยขอเสนอให้ลงบัญชีทุกชิ้นเจ้าค่ะ”แม่ครัวชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าว่าอะไรนะ”“ผักที่ข้าน้อยได้รับจะต้องผ่านการตรวจจากผู้รับผิดชอบเสียก่อน ข้าน้อยจะไม่หยิบเอง ไม่เลือกเอง และจะไม่แตะต้องผักที่ยังอยู่ในรายการสำหรับทำอาหารเจ้านาย หากท่านเห็นว่าควรบันทึกจำนวน น้ำหนัก หรือชนิด ข้าน้อยก็ยินดีให้ลงบัญชีทั้งหมดเจ้าค่ะ” อวี้เหนียงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “หากวันใดมีผักเสียหาย หรือมีผู้ตรวจพบว่าข้าน้อยนำวัตถุดิบที่ไม่ควรนำออกไปใช้ ข้าน้อยก็พร้อมรับผิดชอบตามกฎของวัง ไม่ขอปัดความผิดให้ผู้ใด”เสี่ยวชุน หันมามองสหายด้วยความตกใจ นางรู้ว่า อวี้เหนียง เป็นคนใจเย็น แต่ไม่คิดว่าจะกล้าพูดกับแม่ครัวในห้องเครื่องอย่างมีเหตุผลเช่นนี้ แม่ครัวผู้ถูกโต้กลับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเท้าเอว“พูดได้ดีนี่ แล้วใครจะเป็นคนเสียเวลามานั่งลงบัญชีให้เจ้า ห้องเครื่องมีงานมากพออยู่แล้ว”“ถ้าเป็นเรื่องการจดบันทึก ข้าน้อยสามารถทำเองได้เจ้าค่ะ ขอเพียงให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบและลงชื่อรับรองก่อนนำออกไป”“เจ้าคิดว่ากระดาษกับหมึกเป็นของที่หาได้ง่ายหรือ”“ข้าน้อยจะใช้กระดาษของตนเอง และเขียนให้สั้นที่สุดเจ้าค่ะ”“เ

  • นางกำนัลสายดอง   ประตูห้องเครื่อง

    แสงอรุณยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนท้ายวัง เผยให้เห็นฝุ่นบางเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ หลังจากช่วยกันทำความสะอาดเรือนจนพอจะอยู่อาศัยได้เมื่อคืนวาน หลินอวี้เหนียง ก็ตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนักนางล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจากตุ่มดินเผา รวบผมให้เรียบร้อย แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่พับเก็บไว้ออกมาตรวจดูอีกครั้ง สิ่งที่เขียนอยู่บนนั้นมีเพียงไม่กี่คำผักกาดขาว หัวไชเท้า แตงกวา เกลือ และน้ำสะอาดนางจ้องรายการของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับกระดาษเก็บเข้าแขนเสื้อ เมื่อคืนก่อน นางเพิ่งบอก เสี่ยวชุนไปว่าหากได้ผักมาอีกสักหน่อย พวกนางก็จะเริ่มทำผักดองได้ ทว่าคำพูดนั้นฟังดูง่ายดายเกินไปเมื่อคิดถึงความจริงตรงหน้าที่นี่คือวังหลวงแม้แต่ฟืนสักท่อน น้ำแกงสักถ้วย หรือผักสักกำ ก็ล้วนมีที่มาและมีผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น ไม่ใช่นางอยากได้สิ่งใดแล้วจะเดินไปหยิบมาใช้ได้ตามใจชอบแต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่มีเวลามัวลังเลบิดาของนางยังรอเงินที่นางจะส่งกลับไปให้ทุกเดือน ส่วนไหดองสามใบที่ทำความสะอาดไว้เมื่อคืนก็ยังวางเรียงอยู่มุมเรือน หากไม่เริ่มลงมือเสียที ความหวังที่จะหาเงินเพิ่มจากฝีมือตัวเองก็คงเป็นเพียงคำพูดลอย

  • นางกำนัลสายดอง   ดิน แสง และไหใบเก่า

    เมื่อทำความสะอาดห้องพักเสร็จ ทั้งสองจึงออกไปสำรวจพื้นที่รอบเรือน อวี้เหนียงเดินไปยังสวนด้านข้างอย่างสนใจ นางใช้ปลายเท้าเขี่ยวัชพืชที่ขึ้นหนาแน่น ก่อนก้มลงจับดินขึ้นมาบี้เบา ๆ ระหว่างนิ้วดินยังร่วนพอสมควร แม้มีเศษใบไม้ทับถมมาก แต่ไม่แข็งกระด้างจนปลูกพืชไม่ได้ นางเงยหน้ามองทิศทางของแสงแดด สังเกตว่าช่วงเช้าจนถึงบ่าย พื้นที่สวนได้รับแสงส่องถึงอย่างทั่วถึง ข้างรั้วด้านหลังยังมีรางน้ำเก่าซึ่งเชื่อมต่อกับบ่อน้ำขนาดเล็กดวงตาของ อวี้เหนียง เริ่มเป็นประกาย “ดีจริง ๆ …”เสี่ยวชุน ที่กำลังพยายามดึงเถาวัลย์ออกจากรั้วหันมามอง “อะไรดีหรือ”“สวนแห่งนี้ยังใช้ปลูกผักได้เจ้าค่ะ”“ปลูกผัก” เสี่ยวชุนมองไปรอบ ๆ “ในสภาพนี้น่ะหรือ ข้าว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกำจัดวัชพืชหมด”“ถึงจะใช้เวลาหลายวัน แต่หากเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ อีกไม่นานก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” อวี้เหนียง ก้มลงเด็ดใบหญ้าต้นหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนโยนลงในตะกร้าเก่า “ดูดินตรงนี้สิ ยังมีความชื้นอยู่บ้าง อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล หากปลูกผักที่โตเร็วเอาไว้กินเองได้ ต่อไปเราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารจากห้องเครื่องทุกมื้อ”เสี่ยวชุน ชะงักมือ “เจ้าคิดไปถึงเรื

  • นางกำนัลสายดอง   เรือนร้างท้ายวัง

    ทางเดินด้านหลังวังหลวงทอดยาวคดเคี้ยวผ่านแนวกำแพงสีเทาอ่อน สองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ทว่าพอยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงผู้คนและความคึกคักจากเขตตำหนักชั้นในก็ยิ่งห่างไกลออกไปทุกทีหลินอวี้เหนียง ถือสัมภาระเดินตามเจ้าหน้าที่ผู้นำทาง ส่วน เสี่ยวชุน เดินอยู่ข้างกาย พลางหันกลับมองทางที่เพิ่งผ่านมาเป็นระยะ ราวกับหวังว่าจะมีใครเรียกพวกนางกลับไปเสียก่อน“อวี้เหนียง เจ้าว่าพวกเราต้องเดินอีกนานเท่าใด”“ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่ดูจากทางแล้ว คงใกล้ถึงแล้วกระมังเจ้าค่ะ”“ใกล้ถึง” เสี่ยวชุน ชะเง้อมองไปข้างหน้า ก่อนถอนหายใจยาว “เหตุใดเรือนพักของคนอื่นจึงอยู่ใกล้ตำหนัก ส่วนของพวกเรากลับต้องเดินไกลถึงเพียงนี้ หรือวังหลวงกลัวว่าพวกเราจะเดินเล่นมากเกินไป จึงตั้งใจส่งมาไว้ไกล ๆ กันนะ”อวี้เหนียงเหลือบมองนาง ก่อนเอ่ยเตือนเสียงเบา “ระวังคำพูดด้วย หากผู้ใดได้ยินเข้า เกรงว่าพวกเราจะมีงานเพิ่มอีกเจ้าค่ะ”เสี่ยวชุน รีบยกมือปิดปากทันที “ข้าลืมไปแล้วว่าตนเองอยู่ในวังหลวง มิใช่ตลาดสดหน้าบ้าน”อวี้เหนียง หลุดยิ้มเล็กน้อย แม้ตนเองจะกังวลไม่ต่างกัน แต่การมีสหายร่วมทางที่พูดจาชวนหัวเราะอยู่ข้างกาย ก็ช่วยให้ความเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status