Masuk“จ้ะ ยังไงดาเชื่อฝีมือจีน”
สองสาวมองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม เนื่องจากชอบทำอาหารกันทั้งคู่ หลังจากทั้งสองเรียนจบด้านอาหารก็มีความใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟ อยากทำอาหารอร่อยๆ ให้คนอื่นได้กิน
พิรันดาอมยิ้มมั่นใจ รู้ว่าจิณห์จุฑาต้องสามารถช่วยเหลือเธอเรื่องดลรวีได้และมากทีเดียว อย่างน้อยก็ช่วยสรรหาหลายอย่างที่เธออยากได้มาให้
หลังจากจิณห์จุฑาพาเพื่อนรักมาเก็บเสื้อผ้าของใช้ที่บ้านเรียบร้อยก็พาเพื่อนมาส่งที่บ้านของดลรวีอีกครั้ง
“โชคดีนะดา ถ้ามีอะไรรีบโทรหาจีนได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยจ้ะ” หญิงสาวอวยพรพร้อมโบกมือให้เพื่อนรักเพื่อให้กำลังใจ
“จ้ะ ต้องโทรอยู่แล้ว เพราะดายังต้องขอความช่วยเหลือจีนอีกหลายเรื่อง”
พิรันดาโบกมือให้เพื่อนไม่ต่างกัน รู้สึกว่าได้กำลังใจดีจากเพื่อนไม่น้อย แม้ว่าเธอจะตั้งใจเอาไว้แล้ว แต่ได้ตัวช่วยอย่างจิณห์จุฑา ทำให้เธอเบาใจไปกว่าครึ่ง
“งั้นจีนไปก่อนนะ”
“จ้ะ ขอบใจจีนอีกครั้ง ขับรถดีๆ นะ”
หลังจากเพื่อนขับรถไปแล้ว พิรันดาจึงกดกริ่งหน้าบ้านหลังใหญ่ ชายหนุ่มละจากงานเดินไปเปิดประตูให้ว่าที่แม่บ้านคนใหม่ที่กลับมาเร็วมาก
“เดี๋ยวจะพาไปดูห้อง ตามมาสิ”
ดลรวีช่วยหิ้วกระเป๋าให้หญิงสาวอย่างมีน้ำใจ พิรันดาแอบอมยิ้มในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา
“น่าจะอยู่ได้นะ”
เขาผายมือให้เธอเดินเข้าไปในห้อง แต่ร่างสูงยังยืนอยู่หน้าห้อง ไม่ได้เข้าตามเธอไปด้วย
“ขอบคุณมากค่ะ ห้องสวยมาก หนูอยู่ได้ค่ะ”
พิรันดามองห้องขนาดกะรัดอย่างพึงพอใจ
“จัดของก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวค่อยออกไปพบฉันด้านนอก”
ดลรวีบอกเสียงเรียบด้วยท่วงท่าสบายๆ มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขณะพูด วันนี้เป็นวันเสาร์-อาทิตย์คงเป็นวันหยุดงานของเขา เธอคิดในใจ หญิงสาวยิ้มให้เจ้าของบ้านอีกครั้งก่อนที่ชายหนุ่มจะผละไป เพื่อให้เธอได้สำรวจห้องและจัดการกับข้าวของให้เรียบร้อย
พิรันดามองสำรวจห้องขนาดไม่ใหญ่มากนัก มีตู้เสื้อผ้า เตียงนอนขนาดหกฟุต โต๊ะเครื่องแป้ง ทีวีและพัดลมติดผนัง ห้องสะอาดสะอ้านพอสมควร หญิงสาวพึงพอใจกับห้องใหม่ของตัวเอง ก่อนจะเริ่มจัดของเข้าตู้และทำความสะอาดห้องอีกครั้ง ทุกอย่างจึงเสร็จเรียบร้อย
ร่างอรชรอาบน้ำชำระร่างกายหลังจากเข้าไปจัดการกับทุกอย่างในห้องเรียบร้อย ถือว่าโชคดีที่ห้องพักมีห้องน้ำในตัว ชายหนุ่มเอาใจใส่กับความเป็นอยู่ของลูกจ้างพอสมควร เสร็จแล้วก็แต่งตัวด้วยชุดที่เป็นผ้าถุงลายไทยกับเสื้อคอกระเช้าที่เธอเอาติดมาด้วย
เธอมองสำรวจตัวเองในกระจกแล้วอดขำเสียมิได้ เสื้อผ้าพวกนี้ดูตลกดี ทั้งผ้าถุงที่เธอต้องลองใส่อยู่หลายครั้งกับเสื้อคอกระเช้าสีสันชวนแสบตา แต่จะว่าไปก็ใส่สบายอยู่มากโข
พิรันดาลอบสังเกตชายหนุ่มที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอไม่กล้าเรียกเพราะกลัวจะเป็นการรบกวน แต่เพราะความรู้สึกเหมือนมีคนมอง ทำให้ดลรวีผละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เหลียวมองรอบกาย
“มาแล้วเหรอ เดี๋ยวฉันจะพาไปสำรวจในบ้าน นอกบ้าน แล้วก็ห้องครัว ตามมาสิ”
พิรันดาลอบสังเกตชายหนุ่มนิ่งๆ ร่างสูงของดลรวีพาเธอไปสำรวจทั้งภายในบ้านและภายนอกบ้าน ก่อนจะพามายังห้องครัวเป็นลำดับสุดท้าย
“นี่อุปกรณ์ทุกอย่างในห้องครัว”
ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบๆ ผายมือไปรอบห้องครัวให้หญิงสาวได้มองข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ครบครัน วางเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอยังจำได้ว่าดลรวีเป็นคนค่อนข้างเจ้าระเบียบสะอาดสะอ้าน เพราะตอนเด็กๆ เธอชอบมากวนเขาในห้องครัวเป็นประจำ พี่ดลคนดีจะสอนให้เธอทำอาหารเล็กๆ น้อยๆ
เขาเป็นคนละเอียดลออสุภาพเรียบร้อย แต่เวลาโมโห น่ากลัวอยู่มาก จนไม่มีใครกล้า
ดลรวีมองว่าที่แม่บ้านคนใหม่ที่กำลังสำรวจห้องครัวกว้าง อดกวาดสายตามองเสื้อคอกระเช้าที่หญิงสาวสวมใส่เสื้อไม่ได้ มันดูไม่เข้ากับเธอเลยแม้แต่น้อย ยังนึกสงสัยว่าหญิงชาวบ้านธรรมดาอยู่ต่างจังหวัด เหตุใดจึงมีผิวขาวเนียนละเอียดอมชมพู รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม คล้ายลูกคุณหนูที่มีอันจะกิน ซึ่งไม่เข้ากับคำพูดของหญิงสาวที่บอกว่ามาจากสระแก้วครอบครัวยากจน หมู่บ้านกันดารเลยสักนิด
เขาเผลอมองเธออยู่นานก่อนจะหลุดจากภวังค์เมื่อคนที่ถูกลอบมองหันมาหาเขาพอดี
พิรันดาตะแคงคอน้อยๆ มองชายหนุ่มตาใสเมื่อจับได้ว่าเขาลอบมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“มีอะไรสงสัยจะถามไหม”
ดลรวีถามว่าที่แม่บ้านเสียงเรียบติดจะขรึมเล็กน้อย เมื่อถูกจับได้ว่าแอบมองเธออยู่นานแล้ว
... แต่ใบหน้ายิ้มแย้มแล้วมองเขาตาใสไม่กะพริบ ทำให้ชายหนุ่มนึกเอ็นดู
พิรันดาส่ายหน้าไปมาเพราะเธอเคยชินกับเครื่องไม้เครื่องมือในห้องครัวเป็นอย่างดี
แม้หญิงสาวจะไม่มีอันใดซักถาม แต่ดลรวียังมีแก่ใจอธิบายวิธีการใช้อุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ ที่เก็บอยู่ในตู้ให้หญิงสาวฟัง
พิรันดารับฟังโดยดี ไม่โต้แย้งอันใด เนื่องจากเธอบอกเขาว่ามาจากสระแก้วดังนั้นอุปกรณ์ทันสมัยมีราคาแบบนี้เขาคงคิดว่าเธอใช้ไม่เป็น
หนุ่มหล่อไม่ได้คิดว่าเธอจะใช้เป็นหรือไม่เป็นแต่อยากอธิบายให้ฟังก็เท่านั้น เป็นการเผื่อเอาไว้ เพราะก่อนมาเป็นแม่บ้าน พลคงคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี ไม่งั้นคงไม่ส่งมาให้เขาแน่นอน
“ฉันไม่ชอบทานเผ็ด ไม่ชอบอาหารรสจัดทุกชนิด แต่ฉันเป็นคนทานง่าย เธอบอกว่าทำอาหารได้ทุกชนิด ลองทำอาหารเย็นแล้วกัน ฉันจะรอทาน หากมีปัญหาอะไรก็ให้บอก ฉันทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่น ถามได้ตลอดเวลา”
คำพูดเอื้อเฟื้อของเขาทำให้เธออบอุ่นใจ ฉีกยิ้มกว้างให้ทันที ลักยิ้มข้างแก้มทำให้เขาตาพร่าเล็กน้อย จนเผลอยิ้มตอบด้วยความเผลอไผล
“ค่ะ” พิรันดารับคำพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้มไม่คลาย
ดลรวีตีสีหน้าเรียบขรึมเมื่อรู้ตัวว่าเผลอยิ้มตอบกลับไป ก่อนก้าวถอยหลังออกไปทำงานทันที
เมื่อคล้อยหลังร่างสูงใหญ่ของเจ้านายหนุ่มไปแล้ว เธอจึงเริ่มลงมือเปิดตู้เย็นดูอาหารสดแล้วคิดเมนูรสเด็ดทำให้เขาลองชิม กลิ่นอาหารที่ลอยอบอวลออกมาจากห้องครัวทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านนอกถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความหิว น้ำย่อยเริ่มหลั่งออกมาจากกระเพาะมากขึ้น
แม้เขาจะถูกใจหญิงสาวตั้งแต่แรกเห็น แต่การทดสอบเป็นสิ่งที่เขาต้องทำ หากเธอทำอาหารไม่เป็นสับปะรดเขาคงทนกินไม่ลงเป็นแน่
“อาหารเสร็จแล้วค่ะคุณดล จะให้ตั้งโต๊ะเลยไหมคะ”
แม่บ้านหุ่นอรชรออกมาจากห้องครัวถามเจ้าของบ้านด้วยสำเนียงแปร่งๆ เหน่อๆ เช่นเดิม
ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองหันไปมองร่างที่เดินมาหยุดยืนใกล้ๆ เสื้อคอกระเช้าที่เธอใส่ช่างวับๆ แวมๆ ดีแท้ แล้วการที่เขาต้องอยู่ตามลำพังกับแม่บ้านสาวๆ แบบนี้มันจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ แม้ปกติจะต้องออกไปทำงานหรือประชุมบ่อยครั้ง แทบอยู่ไม่ติดบ้านก็ตาม แต่เวลาส่วนตัวเสาร์-อาทิตย์ เขาไม่เคยออกไปไหนนอกจากพักผ่อนอยู่บ้าน ชายหนุ่มคิดว่าคงไม่เป็นอะไรหรอกนะ เขาปลอบตัวเองในใจ เมื่อชักเริ่มหวั่นไหวแปลกๆ กับสาวน้อยตรงหน้า
“เอาสิ ฉันก็เริ่มหิวแล้ว”
เขาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต หญิงสาวจึงเริ่มจัดโต๊ะอาหารอย่างคล่องแคล่ว เขามองว่าที่แม่บ้านจนเพลิน เมื่อเห็นทุกอย่างเรียบร้อยจึงเดินมายังโต๊ะอาหาร
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปมที่เห็นอาหารตรงหน้า เขามองอาหารสลับกับคนปรุงด้วยความฉงน ไม่คิดว่าเธอจะทำอาหารได้หน้าตาน่าทานขนาดนี้ แถมกลิ่นหอมกรุ่นโชยไปทั่วบริเวณ แม้จะเป็นเมนูอาหารง่ายๆ ก็ตามที
“เธอทำอาหารได้น่าทานมาก”
ดลรวีก้มมองอาหารที่จัดเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นไข่เจียว ต้มมะระยัดไส้หมูสับ ปลาทับทิมนึ่งซีอิ๊ว ยำสาหร่ายปูอัด ล้วนแล้วแต่เป็นเมนูเพื่อสุขภาพทั้งสิ้น
“เปลี่ยนท่าได้ไหม ไม่เมื่อยหรือไง” เขารั้งสะโพกงอนงามให้หยุดนิ่ง สูดปากคล้ายกินพริกเผ็ดๆ เป็นกำ“เมื่อยแล้ว”พิรันดาตวัดทั้งมือและขากอดรัดเขาแน่นเหมือนลูกลิงน้อยแสนซน กายที่ประสานเชื่อมต่อลงล็อกแนบแน่น ดลรวีลุกจากเก้าอี้เดินเล่นบนระเบียงบ้าน“อา... พี่ดลขา อืม... สะเสียวจัง”พิรันดาตอดรัดรุนแรงขณะที่ชายหนุ่มพาเดินสูดอากาศสดชื่นรอบกาย ลมพัดเย็นสบายพัดโชยมาจากทะเลกระทบผิว ดีที่เป็นเวลาเกือบเย็นมากแล้ว ดลรวีที่สอดแขนเข้าใต้ข้อพับขา ยกกายอรชรขึ้นแล้วปล่อยลงกระแทกกับลำกายที่ชำแรกแทรกลึกอยู่ในกลีบเนื้อสาวแรงๆ เสียงครางระงมประสานกันลั่นผสมกับหยาดเหงื่อที่ผุดพรายทั่วร่าง“พี่ดลเหนื่อยแล้ว” เธอกระซิบเสียงหอบๆ กัดใบหูเขาเป็นเชิงให้เขาหยุดก่อน“เปลี่ยนท่าอีกสิ”เขาพูดเสียงแหบพร่า พาภรรยาตัวน้อยแต่อวบอิ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัววางบนขอบระเบียง พิรันดาตวัดขารัดเอวหนา ก่อนบ่นเสียงหอบๆ“เมื่อยกว่าเดิมอีก” ดลรวีขยับสะโพกสอดประสานอีกไม่กี่ครั้ง ก่อนรั้งหญิงสาวให้เหยียบยืนก่อนถอดกายออก“พี่ดล...” ภรรยาแสนซนครางประท้วง แต่ถูกจับให้หันหลัง เธอยกสะโพกให้เขา มือจับมั่นที่ระเบียงบ้านพัก ก่อนที่แก่นกายร้อนระอุจะเ
ดลรวีที่มีท่าทางว่าหลับสบายรีบโอบเอวบอบบางเอาไว้ ซุกใบหน้าหล่อเหลาที่แผ่นหลังเนียน“อือพี่ดล พอแล้วค่ะ” พิรันดาสะดุ้งน้อยๆ ห้ามปากสั่น“พออะไรคะ พี่ให้ปู้ยี้ปู้ยำทั้งคืนแล้ว เช้านี้ก็ต้องให้พี่กินบ้างสิครับ” ดลรวีล้อเลียน“อื้อ... คนหื่น” พิรันดาหันมาทุบอกเขาอย่างอ่อนแรง เธอน่ะเหรอจะทำอะไรเขาได้ เขาน่ะสิทำเธอหมดแรงคาเตียงอยู่ใต้แรงกำยำของเขาแทบทั้งคืน แล้วยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก“โอ๊ย! ทุบพี่ทำไมครับ วันนี้ถึงตาพี่บ้างนะครับ เมื่อคืนพี่ยกให้น้องดาไปแล้ว” ดลรวีรวบมือน้อยเอาไว้ด้วยรอยยิ้มแพรวพราว“ไม่พูดด้วยแล้ว เพิ่งรู้ว่าพี่ดลก็เจ้าเล่ห์เหมือนกัน”หญิงสาวว่าให้อย่างงอนๆ“ไม่พูดแต่ถนัดทำ” เขาพูดตาพราว“ไม่เอาค่ะ น้องดาจะไปอาบน้ำ หิวแล้วด้วย”ภรรยาคนสวยบ่ายเบี่ยง“ให้พี่อาบให้นะครับ พี่รู้ว่าเมียพี่ไม่มีแรง”สามีสุดหล่ออาสาแข็งขัน“ว้าย!! พี่ดล”พิรันดาค้อนให้เมื่อโดนอุ้มเข้าห้องน้ำ แต่ยอมโดยดี เธอคิดว่าดีเหมือนกันที่มีคนอาบน้ำให้ แต่เพิ่งรู้ตัวว่าคิดผิดมหันต์เสียจริง แต่เพราะเรี่ยวแรงที่มีอันน้อยนิดเลยไม่คิดปัดปล่อย กลายเป็นปล่อยให้เขาอาบน้ำให้ด้วยความวาบหวามพิรันดามองสามีตาปริบๆ เมื่
“พี่รักน้องดานะครับ”“น้องดาก็รักพี่ดลค่ะ” ดลรวีสวมกอดหญิงสาวจับร่างอรชรยกขึ้นหมุนไปโดยรอบ ทุกคนมองภาพบรรยากาศความประทับใจนั้นด้วยความเต็มตื้นในหัวใจ พิสมัยอดที่จะร้องไห้ด้วยความสุขเสียไม่ได้ที่ลูกสาวของนางจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา“อย่าหนีพี่ไปอีกนะครับ”“ไม่หนีไปไหนแล้วค่ะ ตลอดชีวิต แต่วันนี้น้องดาแค่มารับคุณแม่กับคุณลุงเดวิดเท่านั้นเองค่ะ”ดลรวีถึงกับหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว คนอื่นต่างอมยิ้มกันถ้วนหน้าพิธีหมั้นในตอนเช้าถูกจัดขึ้นที่บ้านของคุณป้าพิมพ์แข ดลรวีจัดการให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอหญิงสาวและหาฤกษ์ได้รวดเร็วทันท่วงที งานทุกอย่างถูกเตรียมการพรั่งพร้อมด้วยความร่วมมือหลายฝ่าย แม้จะดูยุ่งๆ ไปบ้าง แต่เป็นไปด้วยความอิ่มเอมของคนในครอบครัวทั้งสองตอนเย็นเป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้น ณ โรงแรม KL สกาย โรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวง ซึ่งเป็นโรงแรมของฝั่งเจ้าสาว แขกผู้มีเกียรติต่างร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง“ยินดีด้วยนะครับ” พิเชษฐ์นักธุรกิจที่มาพร้อมภรรยาคนสวยกล่าวอวยพรพราวดาวมองภาพการแต่งงานแสนหวานของอดีตคนรักด้วยความรู้สึกอิจฉา ลึกๆ ในใจ“ขอบคุณครับ” ดลรวีกล่าวขอบคุณด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาหันไป
“ไม่เห็นต้องอายเลย ระหว่างรอยัยดา เริ่มไปผลิตลูกกันก่อนเถอะ”“ว้าย!! พี่พล ไม่เอานะคะ เสื้อยับหมดแล้ว”จิณห์จุฑาดิ้นเร่าๆ แต่ไม่กล้าดิ้นแรงนักเพราะกลัวตก พลไม่สนอุ้มภรรยาขึ้นห้องโดยเร็ว เพราะเขาเผื่อเวลาเอาไว้ว่าทันที่จะไปรับท่านทั้งสองที่สนามบิน“เมื่อไหร่จะมีเจ้าตัวเล็กล่ะครับ พี่รอนานแล้วนะ”เขาอ้อนเสียงหวาน“แน้... พี่พล เราเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ”จิณห์จุฑาเขินหน้าแดง“เพิ่งแต่ง แต่ไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่เลยนะครับ รีบมีตัวเล็กได้แล้ว แบบนี้พี่ต้องเสกเข้าท้องทุกเวลาที่มีโอกาส”เขากดจูบหน้าท้องขาวผ่องเบาๆ หญิงสาวค้อนให้เสียวงใหญ่ เขาทำอย่างที่พูดจริงๆ ทุกเวลาที่มีโอกาสจริงๆ สิน่าเธอได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ และอ่อนระทวยให้เขาทุกทีไป ตอนนี้พลกับป้าพิมพ์แขช่วยกันบำรุงร่างกายเธอเพื่อเตรียมพร้อมที่จะมีทายาท จนเธอแทบไม่ต้องทำอะไรนอกจากทำตามที่สามีและป้าสามีบอก“พี่ดล...” เสียงห้ามกลายเป็นเสียงครางหวานเมื่อชายหนุ่มรวบดูดยอดถันทั้งสองข้าง ประทับจุมพิตดูดดื่มเพื่อตัดคำพูดของภรรยาร่างน้อยบิดส่ายไปตามจังหวะรักที่ชายหนุ่มเริ่มขับเคลื่อนทะยานไปข้างหน้าหนักหน่วง เสียงเนื้อกายล้ำลึกกระทบกันจากการเสียด
พิรันดาครางรับอย่างเป็นสุขหยัดกายตอบโต้เขาทุกครั้งที่สะโพกสอบกดกายลงมาเข้าจังหวะดีเยี่ยม ดวงตาสีเข้มมองสบด้วยแววหวานระคนความรักแสนอบอุ่นและเร่าร้อน เธอไม่รู้ว่าอันไหนจะมากกว่ากัน แต่เขามีหลากหลายอารมณ์ สิ่งที่เธอรู้คือเขาส่งสายตาแห่งความรักมาให้เธออย่างเปี่ยมล้นดลรวีครางเบาๆ เมื่อกายสาวยกขยับรัดเขาทุกลีลาการสอดประสาน ดวงตาคือหน้าต่างแห่งดวงใจ เขาเห็นแต่ความรักความเทิดทูนในดวงตาคู่สวย หัวใจดวงแกร่งยิ่งอิ่มเอมอบอวลไปด้วยไฟเสน่หาพิรันดากำลังสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ส่ายรับตามสเต็ปรักที่เขามอบให้ น้ำค้างอันพิสุทธิ์หลั่งรินไหลให้เส้นทางไร้การฝืดเคือง เพื่อให้นักสำรวจแกร่งกล้าเดินทางพิชิตชัยชนะได้ในไม่ช้าเธอรู้สึกว่าโลหิตในกายสูบฉีดรุนแรง หัวใจพลันเต้นแรงตามไปด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ลองเสพสมร่วมรัก ที่มิใช่เพียงสัมผัสวาบหวามภายนอก มันช่างให้ความรู้สึกล้ำลึกจนตัวเองไม่เป็นตัวของเองเลยสักนิดดีที่เขาช่วยนำพาจับจูงไม่ให้เธอหลงทาง เธอมั่นใจในตัวเขา คอยทำตามทุกสิ่งที่เขาชวนเชิญแนะนำอย่างไม่คิดขัดใจดลรวียกขาเพรียวทั้งสองของหญิงสาวลงให้ชันเข่านอนในท่าสบายขึ้น เขาผ่อนแรงบ้าง กดย้ำหนักหน่วงบ้าง
อุ้งมือใหญ่กอบกุมสะโพกงอนงามยกขึ้นให้เขาเชยชิม ก่อนผละออกมากอบกุมความเป็นชายที่กำลังตื่นตัวรุนแรงในเป้ากางเกงเนื้อดี จนรวดร้าวไปทั้งกายด้วยความทรมานแสนหวามที่อยากครอบครอง ปลดปล่อย และสอดแทรกประสานความเป็นชายในเนื้อนางอ่อนละมุนเป็นหนึ่งเดียวกันนิ้วเรียวทั้งสองแหวกลีบดอกไม้อ่อนหวานออกจากกายจนเห็นเนื้อนางสีสดซุกซ่อนเรียกร้องให้ค้นหาอยู่ภายใน ปลายลิ้นร้อนชื้นสากระคายเข้ากวาดเลียดูดเม้มยอดเกสรแรกแย้มลากตวัดลิ้นขึ้นลงปาดเลียถูไถ แรงเสียดสีเร่งความกระสันซ่านพล่านไปทั่วกายจนยะเยือกไปทุกขั้วประสาทที่ฝังอยู่ในร่างเซลล์ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดได้ถูกปลุกเร้าให้ร้อนฉ่า ตื่นจากการหลับไหลมาช้านาน ความต้องการตามธรรมชาติที่ซุกซ่อนเอาไว้ในเรือนกายมนุษย์ถูกกระตุ้นทุกอณูเนื้อหลอมรวมทั้งกายใจให้ลุกโพลงตอบรับและรุกไล่ ครอบครองแสดงสัญชาตญาณอันน่าอภิรมย์ชิวหาแสนร้อนที่เริ่มตวัดลามเลียหนักๆ ก่อเกิดเสียงเนื้อกายที่เสียดสีเป็นจังหวะ กระตุ้นอารมณ์หลากหลายของกันและกัน รวมถึงความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดการแสวงหาความรู้สึกอยากปลดปล่อย แนบชิดเนื้อกายของกันและกันล้ำลึก เร่งแรงกระสันซ่านให้ค้นพบสรวงสวรรค์บรรเจิ







