Masukหากหนแรกคือความพลาด ทว่าหนต่อมาเธอกลับตกไปในบ่วงสวาทของพี่เขยจนถอนตัวไม่ขึ้น " โกรธพี่ไหมเรื่องเมื่อคืน หืม?" "พี่อ๋อ...เรา...เอ่อ....เรา" "พี่มีเรื่องจะคุยด้วยเยอะแยะไปหมด แต่....ถ้าพี่คุยกับน้อง ชลที่บ้านคงจะไม่สะดวก ออกมาพบพี่หน่อยได้ไหม?" "เอ่อ..." อะไรบางอย่างทำให้เธอตอบรับเสียงแผ่ว "ค่ะ ชลก็อยากคุยกับพี่อ้อ" "มาหาพี่ที่บริษัท สักสี่โมงนั่งแท็กซี่มาก็ได้สะดวกกว่าเอา รถมา" "ค่ะ" ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตนใด บอกให้เธอรับคำเขา แต่งตัวแต่งหน้าออกไปตามนัด แทนที่จะเก็บข้าวของ ออกมาเสียจากที่ตรง นั้น เขาและเธอต่างมอมเมากันด้วยตัณหาจนอิ่มหนำ และดิบเถื่อน จุดจบของเธอและเขาจะสิ้นสุดที่ใด หรืออาจจะเป็นปลายทาง แห่งนรก..
Lihat lebih banyak"ห้องอาจจะเล็กสักหน่อยนะ ชล อยู่ได้นะจ๊ะ"
"อยู่ได้สิคะพี่ธาร นี่มันกว้างกว่าห้องนอนของชลกับบิ๊กที่คอนโดอีกนะคะ"
ชลกมลตอบตามตรง ก่อนจะทรุดลงนั่งบนเตียงนุ่ม มันรู้สึกได้ว่าเป็นเตียงชั้นดี เพราะทั้งนุ่มและยืดหยุ่นตามน้ำหนักตัวเธอ
"แล้วเรื่องของเรากับบิ๊ก...ทำไมถึงเลื่อนงานแต่งล่ะเห็นตอนแรกว่าจะแต่งต้นปี"
ธารกมลทรุดลงนั่งข้างๆ น้องสาวคนเดียวของเธอ เธอกำลังตั้งท้องอายุครรภ์เกือบแปดเดือนแล้ว ใกล้คลอดแล้วเต็มที ตอนนี้เธออุ้ยอ้ายมาก ไปไหนไม่ค่อยสะดวก สามีของเธอสั่งห้ามไม่ให้ไปทำงาน ที่ร้านสปาของเธอ ให้เธออยู่บ้านพักผ่อน
"ก็..."
ชลกมลยักไหล่ เธอเบ้ปากเมื่อนึกถึงว่าที่สามี...ใช่เธอกำลังจะตัดสินใจสละโสด ร่วมชีวิตกับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมากว่าเจ็ดปีแล้ว และมันก็สมควรแก่เวลาที่ควรจะเริ่มต้นคำว่าครอบครัว
ครอบครัว...เธอกับเขาคบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เป็นคู่รักตัวอย่างในสายตาของคนอื่นเลยก็ว่าได้ ที่คบกันได้ยาวนาน และไม่ค่อยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งอะไรกัน ไม่เคยมีใครมีเรื่องนอกใจ
หากความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เหมือนในสายตาของคนนอก เพราะยิ่งคบกันนาน นิสัยที่แท้จริง หรือสันดานของแต่ล่ะฝ่ายก็ยิ่งปรากฏ บางอย่างปรับได้ บางทีก็รับกันไม่ได้ จนต้องเอามาถก มาทะเลาะกัน เพราะไม่ยอมปรับปรุง และอยากเอาชนะกัน บังเกิดเป็นความเอือม ความเบื่อหน่าย มาถมแทนความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อกัน ยิ่งตอนหลังเธอกับเขาย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน บางสิ่ง บางอย่างก็ไม่ได้สวยงามเหมือนตอนแรกคบอีกต่อไปแล้ว
"แพนิกแบบเจ้าสาวที่จะแต่งงานหรือเปล่าเราน่ะ"
ผู้เป็นพี่สาวเอ่ยปลอบโยน เธอเองเห็นความสัมพันธ์ของน้องสาวกับภาวิชมาตลอด และเธอก็ชอบเขาที่เป็นคนขยัน แม้จะไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ก็สามารถเก็บออมจนมีค่าสินสอดขอน้องสาวของเธอตามที่มารดาและบิดาเรียกร้อง ซึ่งก็เป็นเงินจำนวนมากโขอยู่ สำหรับฐานะของเขา
ไหนจะคอนโดมิเนียมขนาดไม่เล็กนัก อยู่ย่านชานเมืองที่เขาผ่อนซื้อกับน้องสาวไว้เป็นที่อยู่อาศัยในการสร้างครอบครัวอีก จะว่าไปแล้วภาวิชก็เป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียว และที่ดีกว่านั้น คือน้องสาวเธอไม่เคยบ่นว่าเขาให้เธอได้ยินเรื่องการนอกใจเลย นี่แหละ ข้อดีที่สุดของผู้ชายที่สมควรได้เป็นสามี การซื่อสัตย์ ไม่นอกใจ
"ไม่รู้สิพี่ธาร แต่ก็ทะเลาะกันจุกจิกน่ะเฮ้อ...ล่าสุดก็เรื่องสินสอด ว่าทางบ้านเราจะคืนให้ไหม? ทำไมจะต้องมาใช้คำถามนี้ด้วยล่ะ เหมือนกับว่างกเงิน ทีตอนพี่ธารแต่งน่ะ พี่อ๋อไม่เห็นจะเอาคืนอะไรเลยนะพี่ธาร ยกให้พ่อให้แม่เราหมด"
"แหม..."
ธารกมลนึกถึงสามีแล้วก็ยิ้มน้อยๆ พลางเอ่ยปลอบน้องสาวอีกรอบ เธอเรียบเรียงคำพูดอยู่นาน เพื่อไม่ให้ชลกมลต้องน้อยใจ
"บิ๊กกับชลน่ะ ไม่เหมือนพี่กับพี่อ๋อ จริงๆ แล้วพ่อแม่ก็น่าจะคืนให้นั่นแหละ แม่ก็บอกกับพี่อยู่ว่าที่เรียกไปก็แค่อยากพิสูจน์ตัวบิ๊ก แม่ก็เห็นว่าบิ๊กกับชลต้องการเงินสร้างครอบครัว คงจะไม่เอาไว้หรอกจ้ะ อย่าไปคิดมากเลย"
"แต่ก็ไม่น่ามาถามไง มันฟังเหมือนบ้านเรางก"
เธอถอนใจก่อนจะล้มตัวลงนอนบนที่นอนนุ่ม แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย
"ช่างเหอะพี่ธาร อย่าไปพูดถึงเลยกับตานั่นน่ะ ขี้เกียจจะนึกถึงล่ะ เดี๋ยวจะอารมณ์เสียเปล่าๆ ไหนๆ หลานน้า ดิ้นหรือยังคืนนี้"
ว่าแล้วก็ค่อยชันตัวลุกขึ้น เอาหูแนบที่ท้องเป่งนูนของพี่สาว ธารกมลหัวเราะ เธอลูบผมของน้องสาวอย่างเอ็นดูและแสนรัก
"ดิ้นไปตอนหัวค่ำ นี่นอนเงียบเลย สงสัยจะง่วงน่ะ"
"อย่าว่าแต่หลาน ชลก็ง่วงเหมือนกันแหะ"
หล่อนปิดปากหาว น้ำตาไหลซึมนิดๆ ที่หางตา เหมือนจะบอกย้ำว่ารู้สึกอยากจะนอนจริงจัง
"งั้นก็นอนตามสบายเลย ถ้าตื่นมาแล้วหิว มีของกินอยู่ในห้องครัวนะ พี่จะให้แม่บ้านจัดโต๊ะไว้ให้"
"ขอบคุณมากๆ เลยค่ะพี่ธาร เกรงใจจังที่มาพักกับพี่แบบนี้ พี่อ๋อจะว่าอะไรหรือเปล่า?"
"เค้าไม่ว่าหรอก ดีเสียอีกที่พี่จะได้มีเพื่อน พี่อ๋อก็ถามหาชลบ่อยๆ อยู่ บ่นว่าคิดถึง"
คำพูดนั้นของพี่สาว ทำให้ชลกมลรู้สึกดีใจ...ใช่ เธอดีใจที่เขา...ผู้เป็นพี่เขย เอ่ยถึง และคิดถึงเธอ
อนพ...เป็นผู้ชายที่หล่อ มีเสน่ห์ และร่ำรวย เป็นผู้ชายที่เพอร์เฟค สุภาพ คุยเก่ง น่ารัก เขาน่ารักมาก มากจนเกินไป จนเธอบางทีนึกริษยาพี่สาว ที่ได้ครอบครองผู้ชายคนนี้
ดูเธอสิ!
นึกถึงคนรักแล้วเธอก็เบ้ปากอีกหนอย่างอดไม่ได้ เสียงกริ๊กดังเบาๆ เมื่อพี่สาวปิดประตูหลังจากออกไปจากห้องของเธอแล้ว ชลกมลลืมตาโพลง หายง่วงไปเลยเมื่อนึกถึงว่าที่สามีของเธออย่างภาวิช แล้วถอนใจเฮือก
เธอกับเขา...
จะไปต่อกันได้จนถึงวันวิวาห์ไหมนะ?
แต่ทุกอย่างก็เตรียมไว้หมดแล้วน่ะสิ มันเป็นเวลาที่รอคอย เป็นเวลาที่พอเหมาะพอดีกับการสร้างครอบครัว
ถ้าเกิดว่าเขาได้สักครึ่งหนึ่งของอนพก็คงจะดี
เฮ้อ...
เธออาจจะแค่แพนิกอย่างที่พี่สาวว่า ถึงได้หงุดหงิดและเบื่อหน่ายภาวิชมากถึงขนาดนี้ เห็นจุดด้อยของเขาแทนจุดดี จนเกิดอยากจะเลิก
หกเดือนต่อมา“พี่บิ๊ก...ไส้กรอกไหม อร่อยนะ” “อันเดียวพี่ไม่พอกิน ขอทั้งถุงเลยก็แล้วกัน”มือนั้นคว้าแย่งถุงพลาสติกบรรจุไส้กรอกทอดไปจากมือเธอ บุษภรณ์ปล่อยให้เขาได้ไป แล้วนั่งมองเขาที่กินมันตุ้ยๆ อย่างน่าอร่อย พลางยิ้ม“เอาอีกไหมล่ะ เดี๋ยวจะไปซื้อเพิ่มมาให้อีก”“อื้อ เอา”เธอลุกขึ้นไปซื้อมาให้เขาอีกหนึ่งชุด แล้วนั่งมองเขากิน ภาวิชเงยหน้าขึ้นจากถุงไส้กรอก แล้วหันมามองเธอ“มองอะไร?”“พี่บิ๊กกินได้แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย กินเยอะๆ นะ บุ้งชอบมองพี่กิน”“หึๆ เดี๋ยวจะให้เลี้ยงเลยนี่”“เลี้ยงได้นะ” บุษภรณ์ว่า แล้วล้วงกระเป๋าสตางค์ใบเล็กของเธอออกมา ยื่นส่งให้เขา“เอ้าให้หมดกระเป๋าเลย ขอแค่พี่บิ๊กกลับมาร่าเริงอีกหน กินเก่งอีกหน พูดมากอีกหน บุ้งยอมเปย์”“ขอบใจนะบุ้ง ที่อยู่ข้างพี่ตลอด...”เขาดึงเธอมากอด บุษภรณ์ขัดขืนเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้เขากอดไว้ เธอพึมพำอุบอิบกับอกกว้างนั่น“อื้อ...บุ้งทิ้งพี่บิ๊กไม่ได้หรอก”“บุ้งรักพี่มากกว่าพี่ชายหรือเปล่า” ๆ เขาก็ถามแบบนั้น ทำให้บุษภรณ์ถึงกับตัวแข็ง หน้าเธอแดงซ่านขึ้นมาทันที นึกดีใจที่เขากอดไว้แบบนั้นเพราะเขาจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าของเธอที่ฟ้องอาการพิรุ
“ธารฟังกันก่อนสิ ธาร คุณจะทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ ผมไม่ให้คุณหย่า”อนพถึงกับก้มลงคุกเข่า กราบขอโทษภรรยา หากเธอเมินมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าของเขา น้ำตาของเธอตอนนี้ไม่ไหลสักหยด เขาทำกับเธอได้อย่างไร?ถ้ากับผู้หญิงคนอื่น...มันอาจจะให้อภัยกันได้ แต่นี่คือน้องสาวแท้ๆ ของเธอเธอหลับตา สั่นหน้า แล้วเอ่ยเสียงเบาหวิว พร้อมกระชับลูกน้อยในอกที่กำลังหลับตาพริ้ม“ธารจะหย่า”“โธ่...ธาร ขอร้องเถอะ อย่าเพิ่งหย่าตอนนี้ พี่กำลังโดนกระแสโจมตีหนักเลย มันลามไปถึงการบอยคอดต์หลายอย่าง พี่จะแย่เอาถ้าธารหย่า มันคือการยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แล้วเรื่องนั้น แบบ...พี่กลบข่าวได้ ว่าเป็นการตัดต่อ การใส่ร้ายอะไรก็ได้ แต่ถ้าธารหย่าพี่ก็จะแก้ตัวอะไรไม่ได้เลย”“เรื่องของคุณ”คำเรียกสรรพนามของเขาช่างห่างเหินเหลือเกิน อนพมองหน้าเธอ แต่เธอเมินไปทางอื่นไม่มองเขา เขาหวังจะเห็นน้ำตา...เพราะมันจะแสดงบ้างว่าเธอมีเยื่อใย แต่เขาก็ไม่ได้เห็นหยดน้ำล้ำค่าเล่านั้นสักนิด“ธาร...โธ่...ธาร พี่รักธาร รักยัยหนู กับชล...มันคือความใกล้ชิดนะธาร พี่ไม่ได้รักเค้า แล้วเค้าก็...เป็นฝ่ายมายั่วพี่ก่อนด้วย ทั้งหมดพี่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ต
“ยินดีด้วยนะ บิ๊ก ชล”“รักกันไปนานๆ นะ คู่ประวัติศาสตร์ของรุ่น”“มีตัวเล็กไวๆ น้า”คำอวยพรมากมายมีให้กับคู่บ่าวสาว บรรยากาศในงานช่างแสนอบอุ่นและหรูหรา ชลกมลเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในรุ่นเพื่อนๆ เลยก็ว่าได้ งานนี้มีเพื่อนร่วมรุ่นของเขาและเธอตอนเรียนมหาวิทยาลัยมาเป็นจำนวนมาก แทบจะเหมือนงานเลี้ยงรุ่นกลายๆ งานเลยเต็มไปด้วยความสนุกสนาน งานพิธีผ่านไปอย่างราบรื่น สวยงาม บิดามารดาของชลกมลก็ยิ้มปลื้มที่ลูกสาวคนเล็กเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ธารกมลเองวันนี้ไม่ได้มางานของน้อง เพราะเธอต้องดูแลลูกสาวตัวน้อย ที่ไม่สบาย แต่ก็ขอให้มารดาส่งบรรยากาศในงานมาให้ดูเรื่อยๆ นึกปลื้มและภูมิใจแทนน้องสาวนัก อนพเป็นตัวแทนของเธอ ช่วยเหลือเตรียมงานจนลุล่วงมาถึงวันนี้อย่างสวยงาม เธอนึกดีใจที่สามีรักน้องสาวของเธอ อนพเคยบอกกับเธอว่าเอ็นดูชลกมลเหมือนน้องแท้ๆ “เหนื่อยไหมชล” เจ้าบ่าวสะกิดถาม ชลกมลสั่นหน้าน้อยๆ แล้วยิ้มสดใสส่งให้เขา คำชมเกี่ยวกับงานของเธอ รูปโฉมความงามของเธอ พิธีที่ราบรื่นสวยงาม มันทำให้ชลกมลมีความสุขในวันนี้เป็นอย่างมาก แม้เจ้าบ่าวที่ยืนข้างเธอนั้น จะเป็นคนที่เธอแทบจะไม่เหลือความพิศวาส หรืออยากจะครองคู
“อื้อๆ เดี๋ยวลองถามให้ก็แล้วกัน พี่อ๋อคงจะสั่งนั่นล่ะ มีอะไรอีกไหมบิ๊ก”“เรื่องวีดีโอพรีเซนเทชั่นของเราที่ถ่ายไว้ บิ๊กส่งให้ชลดู ชลอยากจะให้ปรับให้เพิ่มตรงไหนไหม?”“ไม่อะ ก็ดีอยู่แล้ว”“เรื่องรูปในงาน ชลเลือกแล้วหรือยังจ๊ะ ว่าจะเอารูปไหนบ้างที่จะตั้งโชว์ รูปที่บิ๊กเลือกๆ ไว้กลัวไม่ถูกใจชล”“เลือกไปได้เลย บิ๊กเอารูปไหน ก็ตามใจบิ๊ก”“เอ่อ...”“แค่นี้นะบิ๊ก ชลมีธุระอะ ต้องดูหลานให้พี่ธาร พักนี้คงยังไม่ได้กลับบ้านหรอก นี่ชลก็ออกมาซื้อของเพิ่ม ไม่สะดวกคุย ไม่สะดวกแชทเท่าไหร่ บิ๊กจัดการไปเลยจ้ะ เราจ้างมืออาชีพมาทำ จ่ายไปขนาดนั้น ยังไงงานก็ออกมาดีอยู่แล้วล่ะ”“จ้ะ...งั้นบิ๊กไม่กวนนะ”“อือ แค่นี้นะ จัดการเองไปได้เลย ไม่ต้องถามชล ทุกอย่างตามใจบิ๊ก”เธอตอบเหมือนจะเอาใจเขา แต่จริงๆ คือปัดรำคาญ และตัดปัญหาไม่ให้เขาโทรมากวนใจเธออีก เมื่อเขาวางสายลง ชลกมลก็ถอนหายใจพรืดใหญ่ เธอเร่งความเร็วของรถให้มากขึ้น เพื่อตรงไปยังเป้าหมายเธออาสามารับพี่เขยที่สนามบิน ตอนนี้ธารกมลป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องนอนในโรงพยาบาล ยัยหนูตัวน้อยอยู่ในมือพี่เลี้ยง เป็นโอกาสเล็กๆ ของเธอ ที่จะได้อยู่สองต่อสองกับอนพบ้าง