LOGINดลรวี... เพื่อนพี่ชายที่เธอรักสุดหัวใจ เขามีบุญคุณเคยช่วชีวิตเธอเอาไว้ หลังจากนั้น เธอก็มอบกายมอบใจให้เขา ปฏิญาณกับตัวเองว่าโตขึ้นจะเป็นเจ้าสาวของเขา พิรันดา... สาวน้อยที่เข้ามาปั่นป่วนหัวใจของเขาในวันอกหัก เด็กสาวที่ทำให้เขาได้เจอกับรักครั้งใหม่ที่แสนหวานและมั่นคง
View Moreเสียงกริ่งหน้าบ้านทำให้ร่างสูงของดลรวีผละจากอาหารที่นำออกมาจากเตาไมโครเวฟ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“ใครกันนะมากดกริ่งตั้งแต่เช้าแบบนี้”
ร่างสูงใหญ่ประมาณร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรของของดลรวี อาร์เทอร์ ภูมิพิพัฒน์ หนุ่มหล่อเลือดผสมไทย-สเปนเดินไปเปิดประตูบ้านอย่างไม่เร่งรีบ
หลังจากเขาส่งข่าวให้พลผู้เป็นเพื่อนรักหาแม่บ้านคนใหม่ให้มาแทนคนเก่าที่แต่งงานแล้วย้ายตามสามีไป ข่าวคราวยังเงียบหายเพราะยังไม่ได้การตอบรับจากเพื่อนเลยแม้แต่น้อย เขาจึงยังต้องทำอาหารทานเองและจ้างคนมาตัดหญ้า ตัดแต่งต้นไม้ รวมถึงทำความสะอาดบ้านแทนแม่บ้านที่เพิ่งลาออกไป
ดลรวีเปิดประตูบ้านก็เจอกับหญิงสาวร่างบอบบาง รูปร่างหน้าตาสะอาดหมดจด ผิวขาวเนียนอมชมพู ผมยาวสีดำสนิทผูกไว้เป็นหางม้า หน้าตาจิ้มลิ้ม ริมฝีปากสีแดงเป็นรูปกระจับ จมูกโด่งสวย ดวงตากลมโต คิ้วโก่งเรียวงาม แก้มระเรื่อตามธรรมชาติ แม้ร่างจะอรชรแต่เขาสัมผัสถึงความอวบอิ่มของเรือนร่างสาว สิ่งที่ขัดสายตาของเขาเป็นที่สุดก็คงจะเป็นเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ หญิงสาวใส่เสื้อยืดสีแดงสดกับผ้าถุงลายไทย เขาอดอมยิ้มไม่ได้ แทบจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยซ้ำ เพราะดูยังไงก็ไม่เข้ากับเธอเลยสักนิด
หลังจากสำรวจเรือนร่างของคนตรงหน้าจนพอใจ ชายหนุ่มจึงกระแอมเบาๆ เรียกสติให้กับตัวเองมากกว่าจะเตือนคนตรงหน้า เพราะคนที่เผลอมองสำรวจสาวน้อยตรงหน้าจนถ้วนทั่วคือเขาเองต่างหาก และดูเหมือนว่าเธอกำลังมองเขาไม่วางตาเหมือนกัน
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ตาโตใสแจ๋วกลมแบ๊วของคนตรงหน้า เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทำให้เขาชะงักงัน ดลรวีรู้สึกว่าหญิงสาวกำลังมองเขาเหมือนสำรวจด้วยความสนใจ
“มาหาใครครับ”
เขาพูดเสียงสุภาพติดจะขรึม รู้สึกว่าเธอคุ้นหน้านัก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก สงสัยช่วงนี้เขาคงทำงานหนักไปหน่อย สมองอันชาญฉลาดและสามารถจดจำสิ่งต่างๆ รอบกายได้ดีแม้คนที่เพิ่งเห็นหน้ากันเพียงครั้งเดียวกลับทำงานไม่มีประสิทธิภาพดังเดิม
พิรันดา กิติคุณทรัพย์สาวน้อยวัย 22 ปี มองสบสายตาของชายหนุ่มในดวงใจด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ เขายังหล่อเหลาทรงเสน่ห์อบอุ่นดังเดิม
โอ้... พี่ดลของเธอ กี่ปีๆ ก็ยังหล่อกระชากใจ แถมดวงตาคมกริบคู่นี้ช่างทรมานหัวใจของเธอให้เต้นแรงเหมือนมีใครมาเขย่าให้มันสั่นไหวแทบกระเด็นกระดอนออกมานอกอก
“หนูเป็นแม่บ้านที่คุณพลส่งมาค่ะ”
หญิงสาวตอบเขาสำเนียงแปลกๆ เหน่อๆ เหมือนพูดภาษาไทยไม่ค่อยชัด ทำให้ดลรวีเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนคลายออกด้วยความสงสัย
พิรันดาสะกดกั้นความดีใจเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ หลายปีแล้วสินะที่เธอไม่ได้เจอเขาเลย เขาจะยังจำเธอได้อีกไหมหนอ
พี่ดลจำน้องดาตัวอ้วนกลมของพี่ดลขา... ได้อีกหรือเปล่าคะ
“แม่บ้านที่พลหาให้รึ งั้นเชิญเข้ามาในบ้านก่อนสิ”
เจ้าของบ้านผายมือเชื้อเชิญเข้าไปในบ้าน แปลกใจว่าเหตุใดพลถึงไม่ส่งข่าวคราวมาบอกก่อน แต่กลับส่งแม่บ้านมาให้เขาเลยแบบนี้ หรือแทนที่เพื่อนรักจะเป็นคนพาแม่บ้านมาส่งด้วยตัวเอง
...แต่คิดไปอีกทางเพื่อนคงงานยุ่งก็เป็นได้
ดลรวีเปิดประตูบ้านเดินนำหญิงสาวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ พิรันดากวาดสายตาดูบ้านของเขาเพื่อสำรวจความเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ดังเช่นที่เธอเคยมาตอนเด็กๆ ทุกมุมของบ้านล้วนเก็บความทรงจำเอาไว้ให้รำลึกถึงเสมอ
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะกลับมาให้เธอรำลึกถึงในห้วงคำนึงอีกครั้งเมื่อกวาดสายตามองไปรอบกาย เธอเห็นภาพดลรวีกำลังอุ้มร่างป้อมๆ ติดจะอ้วนของเธอเมื่อสมัยเด็กๆ แล้วเขาก็โยนร่างเด็กหญิงตัวกลมขึ้นเพื่อหยอกเย้า ก่อนจะจับร่างเธอหมุนไปรอบกายพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ประสานกันอย่างความสุข
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายออกเมื่อเห็นแม่บ้านที่เพื่อนส่งมานั่งบนโซฟาในห้องรับแขก เขาไม่ได้คิดจะแยกฐานะชนชั้นทางสังคม แต่รู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าจะไม่ค่อยรู้ธรรมเนียมเท่าใดนัก
ดลรวีกระแอมสองสามครั้งเป็นการเตือน มองว่าที่แม่บ้านตรงหน้านิ่งๆ ด้วยสายตาคมกริบคราแรกหญิงสาวทำหน้างุนงง ก่อนจะรู้ตัวว่าเธอนั่งผิดที่จึงรีบทรุดนั่งลงกับพื้น
พิรันดาลอบผ่อนลมหายใจเบาๆ เมื่อเห็นสายตาว่าที่เจ้านายมองมาอย่างตำหนิติเตียน
สายตาเข้มสีเทาฟ้ามองหน้าคนที่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นพรมนิ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันยุ่งมากขึ้นเนื่องจากยิ่งมองเธอเท่าไหร่ เขายิ่งคลับคล้ายคลับคลามากเท่านั้น เหมือนเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน แต่เขากลับคิดไม่ออก ยิ่งคิดยิ่งเบลอหนัก เลยโทษว่าตัวเองคงทำงานหนักไป
“เธอเป็นคนที่นายพลส่งมาเหรอ แล้วชื่ออะไรล่ะ”
ดลรวีเริ่มถามประวัติว่าที่แม่บ้านที่เพื่อนรักส่งมา สลัดความสงสัยออกไปจากสมอง
“ชื่อดาวค่ะ”
สำเนียงแปร่งๆ พูดไทยไม่ค่อยชัดนั้นทำให้ดลรวีนึกขัดหูเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย
“อืม.. ชื่อดาวเหรอ ถ้าเธอเป็นคนที่นายพลส่งมา คงไม่ต้องสอบถามอะไรมาก เพื่อนฉันคงคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะรับเธอเข้าทำงานเลยหรอกนะ”
แม้จะใจดีที่ได้แม่บ้านเสียที แต่ชายหนุ่มอยากทดลองงานแม่บ้านคนใหม่เสียก่อน เขาต้องการความเป็นส่วนตัว
... และที่สำคัญไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนไหนมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตมากนัก
ในคราแรกคิดว่าเพื่อนรักจะส่งแม่บ้านวัยกลางคน หรือเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ แต่คนที่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นพรมดูหน้าตาท่าทางยังเด็กนัก เขาคำนวณอายุคงประมาณยี่สิบต้นๆ ไม่ขาดไม่เกิน
ดลรวีลอบผ่อนลมหายใจเล็กน้อย เขาคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าคงทำงานได้ไม่นาน และไม่แน่ใจว่าจะทำงานบ้านอะไรเป็นบ้าง แต่ยังไงก็ต้องพิสูจน์กันอีกทีว่ามีดีอะไร เพื่อนรักถึงได้ส่งแม่บ้านคนนี้มาให้เขา
“อ้าว...”
พิรันดาเผลออุทาน แต่พอปะทะกับสายตาคมที่ติดจะดุก็ก้มหน้างุด นึกค่อนขอดในใจที่เขาทำท่าทางเจ้าระเบียบเหมือนเดิม เขาจะเป็นแบบนี้กับผู้ใต้บังคับบัญชา แต่กับพี่ชายและเธอ ดลรวีมักยิ้มแย้มเป็นกันเอง
“เอาเป็นว่าฉันจะให้เธอลองพิสูจน์ความสามารถเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ นายพลคงบอกรายละเอียดกับเธอคร่าวๆ แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่เดี๋ยวฉันจะบอกเธออีกครั้งเพื่อเป็นการย้ำให้ตระหนักในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เวลาหนึ่งอาทิตย์ถือว่าเป็นการทดลองงาน หากผ่าน... ฉันถึงจะรับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งแม่บ้าน แต่ถ้าหากไม่ผ่าน จะจ่ายค่าแรงหนึ่งอาทิตย์ที่เธอมาทำงานให้เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบจนเกินไป และฉันคงต้องหาคนใหม่”
... คำพูดของชายหนุ่มทำให้พิรันดาลอบยิ้ม ไม่มีอะไรที่ยากเกินความสามารถของเธออยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ง่ายมาก แต่พี่ดลของเธอยังเนี๊ยบเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ดีที่เธอกลับมาทัน ไม่งั้นเขาคงชิงมีแม่บ้านตัดหน้าเธอไปก่อน
“ค่ะ จะให้หนูเริ่มงานวันไหนคะ”
พิรันดาแทนตัวเองว่าหนูเพราะเป็นความเคยชิน ประกอบกับอายุของเธอห่างจากเขาเกือบสิบสองปี
แม้ชายหนุ่มจะสะดุดกับคำเรียกแทนตัวเองว่า “หนู” แต่ดูจากหน้าตาท่าทางคงอายุยังน้อยอยู่ เขาจึงไม่คิดจะถือสาปล่อยให้เธอเรียกตามสบาย ไม่อยากบังคับทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจอะไรมากนัก
“วันนี้เธอสะดวกหรือเปล่า ยังไงเธอต้องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน”
เขาถามเสียงเรียบ ยังสำรวจเธอไม่คลาดสายตา แต่เป็นไปอย่างสุภาพมากกว่าจะจาบจ้างหยาบคาย
“เปลี่ยนท่าได้ไหม ไม่เมื่อยหรือไง” เขารั้งสะโพกงอนงามให้หยุดนิ่ง สูดปากคล้ายกินพริกเผ็ดๆ เป็นกำ“เมื่อยแล้ว”พิรันดาตวัดทั้งมือและขากอดรัดเขาแน่นเหมือนลูกลิงน้อยแสนซน กายที่ประสานเชื่อมต่อลงล็อกแนบแน่น ดลรวีลุกจากเก้าอี้เดินเล่นบนระเบียงบ้าน“อา... พี่ดลขา อืม... สะเสียวจัง”พิรันดาตอดรัดรุนแรงขณะที่ชายหนุ่มพาเดินสูดอากาศสดชื่นรอบกาย ลมพัดเย็นสบายพัดโชยมาจากทะเลกระทบผิว ดีที่เป็นเวลาเกือบเย็นมากแล้ว ดลรวีที่สอดแขนเข้าใต้ข้อพับขา ยกกายอรชรขึ้นแล้วปล่อยลงกระแทกกับลำกายที่ชำแรกแทรกลึกอยู่ในกลีบเนื้อสาวแรงๆ เสียงครางระงมประสานกันลั่นผสมกับหยาดเหงื่อที่ผุดพรายทั่วร่าง“พี่ดลเหนื่อยแล้ว” เธอกระซิบเสียงหอบๆ กัดใบหูเขาเป็นเชิงให้เขาหยุดก่อน“เปลี่ยนท่าอีกสิ”เขาพูดเสียงแหบพร่า พาภรรยาตัวน้อยแต่อวบอิ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัววางบนขอบระเบียง พิรันดาตวัดขารัดเอวหนา ก่อนบ่นเสียงหอบๆ“เมื่อยกว่าเดิมอีก” ดลรวีขยับสะโพกสอดประสานอีกไม่กี่ครั้ง ก่อนรั้งหญิงสาวให้เหยียบยืนก่อนถอดกายออก“พี่ดล...” ภรรยาแสนซนครางประท้วง แต่ถูกจับให้หันหลัง เธอยกสะโพกให้เขา มือจับมั่นที่ระเบียงบ้านพัก ก่อนที่แก่นกายร้อนระอุจะเ
ดลรวีที่มีท่าทางว่าหลับสบายรีบโอบเอวบอบบางเอาไว้ ซุกใบหน้าหล่อเหลาที่แผ่นหลังเนียน“อือพี่ดล พอแล้วค่ะ” พิรันดาสะดุ้งน้อยๆ ห้ามปากสั่น“พออะไรคะ พี่ให้ปู้ยี้ปู้ยำทั้งคืนแล้ว เช้านี้ก็ต้องให้พี่กินบ้างสิครับ” ดลรวีล้อเลียน“อื้อ... คนหื่น” พิรันดาหันมาทุบอกเขาอย่างอ่อนแรง เธอน่ะเหรอจะทำอะไรเขาได้ เขาน่ะสิทำเธอหมดแรงคาเตียงอยู่ใต้แรงกำยำของเขาแทบทั้งคืน แล้วยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก“โอ๊ย! ทุบพี่ทำไมครับ วันนี้ถึงตาพี่บ้างนะครับ เมื่อคืนพี่ยกให้น้องดาไปแล้ว” ดลรวีรวบมือน้อยเอาไว้ด้วยรอยยิ้มแพรวพราว“ไม่พูดด้วยแล้ว เพิ่งรู้ว่าพี่ดลก็เจ้าเล่ห์เหมือนกัน”หญิงสาวว่าให้อย่างงอนๆ“ไม่พูดแต่ถนัดทำ” เขาพูดตาพราว“ไม่เอาค่ะ น้องดาจะไปอาบน้ำ หิวแล้วด้วย”ภรรยาคนสวยบ่ายเบี่ยง“ให้พี่อาบให้นะครับ พี่รู้ว่าเมียพี่ไม่มีแรง”สามีสุดหล่ออาสาแข็งขัน“ว้าย!! พี่ดล”พิรันดาค้อนให้เมื่อโดนอุ้มเข้าห้องน้ำ แต่ยอมโดยดี เธอคิดว่าดีเหมือนกันที่มีคนอาบน้ำให้ แต่เพิ่งรู้ตัวว่าคิดผิดมหันต์เสียจริง แต่เพราะเรี่ยวแรงที่มีอันน้อยนิดเลยไม่คิดปัดปล่อย กลายเป็นปล่อยให้เขาอาบน้ำให้ด้วยความวาบหวามพิรันดามองสามีตาปริบๆ เมื่
“พี่รักน้องดานะครับ”“น้องดาก็รักพี่ดลค่ะ” ดลรวีสวมกอดหญิงสาวจับร่างอรชรยกขึ้นหมุนไปโดยรอบ ทุกคนมองภาพบรรยากาศความประทับใจนั้นด้วยความเต็มตื้นในหัวใจ พิสมัยอดที่จะร้องไห้ด้วยความสุขเสียไม่ได้ที่ลูกสาวของนางจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา“อย่าหนีพี่ไปอีกนะครับ”“ไม่หนีไปไหนแล้วค่ะ ตลอดชีวิต แต่วันนี้น้องดาแค่มารับคุณแม่กับคุณลุงเดวิดเท่านั้นเองค่ะ”ดลรวีถึงกับหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว คนอื่นต่างอมยิ้มกันถ้วนหน้าพิธีหมั้นในตอนเช้าถูกจัดขึ้นที่บ้านของคุณป้าพิมพ์แข ดลรวีจัดการให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอหญิงสาวและหาฤกษ์ได้รวดเร็วทันท่วงที งานทุกอย่างถูกเตรียมการพรั่งพร้อมด้วยความร่วมมือหลายฝ่าย แม้จะดูยุ่งๆ ไปบ้าง แต่เป็นไปด้วยความอิ่มเอมของคนในครอบครัวทั้งสองตอนเย็นเป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้น ณ โรงแรม KL สกาย โรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวง ซึ่งเป็นโรงแรมของฝั่งเจ้าสาว แขกผู้มีเกียรติต่างร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง“ยินดีด้วยนะครับ” พิเชษฐ์นักธุรกิจที่มาพร้อมภรรยาคนสวยกล่าวอวยพรพราวดาวมองภาพการแต่งงานแสนหวานของอดีตคนรักด้วยความรู้สึกอิจฉา ลึกๆ ในใจ“ขอบคุณครับ” ดลรวีกล่าวขอบคุณด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาหันไป
“ไม่เห็นต้องอายเลย ระหว่างรอยัยดา เริ่มไปผลิตลูกกันก่อนเถอะ”“ว้าย!! พี่พล ไม่เอานะคะ เสื้อยับหมดแล้ว”จิณห์จุฑาดิ้นเร่าๆ แต่ไม่กล้าดิ้นแรงนักเพราะกลัวตก พลไม่สนอุ้มภรรยาขึ้นห้องโดยเร็ว เพราะเขาเผื่อเวลาเอาไว้ว่าทันที่จะไปรับท่านทั้งสองที่สนามบิน“เมื่อไหร่จะมีเจ้าตัวเล็กล่ะครับ พี่รอนานแล้วนะ”เขาอ้อนเสียงหวาน“แน้... พี่พล เราเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ”จิณห์จุฑาเขินหน้าแดง“เพิ่งแต่ง แต่ไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่เลยนะครับ รีบมีตัวเล็กได้แล้ว แบบนี้พี่ต้องเสกเข้าท้องทุกเวลาที่มีโอกาส”เขากดจูบหน้าท้องขาวผ่องเบาๆ หญิงสาวค้อนให้เสียวงใหญ่ เขาทำอย่างที่พูดจริงๆ ทุกเวลาที่มีโอกาสจริงๆ สิน่าเธอได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ และอ่อนระทวยให้เขาทุกทีไป ตอนนี้พลกับป้าพิมพ์แขช่วยกันบำรุงร่างกายเธอเพื่อเตรียมพร้อมที่จะมีทายาท จนเธอแทบไม่ต้องทำอะไรนอกจากทำตามที่สามีและป้าสามีบอก“พี่ดล...” เสียงห้ามกลายเป็นเสียงครางหวานเมื่อชายหนุ่มรวบดูดยอดถันทั้งสองข้าง ประทับจุมพิตดูดดื่มเพื่อตัดคำพูดของภรรยาร่างน้อยบิดส่ายไปตามจังหวะรักที่ชายหนุ่มเริ่มขับเคลื่อนทะยานไปข้างหน้าหนักหน่วง เสียงเนื้อกายล้ำลึกกระทบกันจากการเสียด