INICIAR SESIÓN“จะขยับแล้วนะ แน่นจริงคนสวย” เขาซู้ดปากแล้วขยับสะโพกสอบหนักเน้นอย่างเชื่องช้า
“โอ๊ย!!! เจ็บ ออกไปนะ” วิธาดาสะลึมสะลือจิกเล็บบนแขนแกร่งของอีกฝ่ายพร้อมกับกรีดเป็นทางยาว
“โอ๊ยเจ็บ แสบจริงนะแม่คุณ แบบนี้ต้องลงโทษให้หนัก”
ธัญญ์รวบมือหญิงสาวขึ้นด้านบน แล้วกระแทกกายหนักๆ วิธาดาร้องเสียงหลง ทั้งเจ็บ ทั้งเสียวปนเปกันไปหมด หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มนวลทั้งสองฝั่งเหมือนทำนบแตก
“อ๊า... แน่นมากแม่สาวไฟแรงสูง หยัดกายหาฉันแบบนั้นแหละ” ธัญญ์ขยับร่างถี่ยิบเมื่อกายสาวเริ่มตอบสนองหยัดเข้าหาเขามากขึ้น
วิธาดาครางเสียงดังด้วยความเสียวซ่าน เธอข่วนไปมาตามแผ่นหลังหนาด้วยความกระสันรัญจวน ธัญญ์กดสะโพกสอบเร่งเร้าไปถึงจุดหมายโดยเร็ว
เขาระเบิดความสุขเต็มเหนี่ยวเหมือนเขื่อนแตก ปลดปล่อยความต้องการออกมาเต็มกำลัง ชายหนุ่มถอนกายออกจากกายสาว ถอดเครื่องป้องกันออกและโยนทิ้งไปข้างเตียงอย่างไม่ไยดี
“ไม่ไหว เธอนี่ทำให้ฉันติดใจจริงๆ” ธัญญ์ครางเสียงห้าวหอบๆ เมื่อตัวตนของเขายังแข็งแกร่งไม่ล่าถอย ชายหนุ่มคว้าถุงยางอนามัยในลิ้นชักหัวเตียงมาสวมใส่ใหม่
แม้ว่าจะเมามายแค่ไหน เขายังสำนึกเสมอว่าควรป้องกันตัวเอง ธัญญ์นึกย้ำกับตัวเองอีกครั้ง
“เปลี่ยนท่านะ เมื่อกี้ท่าเบสิก ท่าต่อไปรับรองถึงสวรรค์”
ชายหนุ่มพูดอย่างหยามใจ พลิกร่างที่ครางอือๆ อาๆ ให้นอนคว่ำหน้า เขาสอดมือเข้าใต้หน้าท้องแบนราบช้อนสะโพกหญิงสาวขึ้นมา เธอจึงอยู่ในท่วงท่าใหม่ โก่งสะโพกให้เขาสอดประสานทางเบื้องหลัง
“อื้อ จะ... เจ็บ” หญิงสาวครางจิกมือกับผ้าปูที่นอนแน่น ยังไม่คุ้นชินกับสิ่งแปลกปลอมหากดูอลังการและแข็งกร้าวที่รุกล้ำเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ
“อ๊า... เธอนี่สุดยอดจริงๆ พรุ่งนี้ฉันจะให้ทิปหนักๆ ตอบแทน”
ธัญญ์กระซิบบอกคนที่ไม่ได้สติ สลึมสลือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ธัญญ์กดสะโพกไม่ยั้ง สอดประสานลีลารักเข้าออกในกายสาว ยิ่งฟิตแน่นเขายิ่งใกล้เสร็จสมอีกรอบ
วิธาดาครางยาวหอบหายใจรุนแรง ทุกครั้งที่โดนอีกฝ่ายกระแทกเข้าใส่ หญิงสาวจิกมือกับผ้าปูที่นอนแน่นขึ้น เมื่อร่างสั่นคลอนและเกิดเสียงดังกระทบเป็นจังหวะไม่ยอมหยุด
เธอพยายามปรือตามองว่ามีใครทำอันใดกับร่างกายของเธอ แต่ทำไม่ได้ สมองหนักอึ้งจนเธอจะอาเจียนอีกรอบ จึงได้แต่ซุกหน้าบนที่นอนอย่างไร้การต่อสู้ขัดขืน
ธัญญ์ถอดดึงถุงยางอนามัยออกจากตัวตนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อเปลี่ยนท่วงท่าร่วมรักกับหญิงสาว ร่างหนากระแทกสะโพกในท่านอนตะแคง จับขาเธอยกขึ้นจนสูง
“อื้อ...” วิธาดาครางไม่เป็นศัพท์ จิกเล็บกับที่นอนหนานุ่มในท่านอนตะแคง เธอส่ายหน้าปฏิเสธ ริมฝีปากอิ่มที่บวมช้ำจากแรงบดจูบคร่ำครวญให้เขาปล่อย ดังประสานกับเสียงครางแทบฟังไม่ได้ศัพท์
คนที่ติดอกติดใจในรสเสน่หาจากเรือนกายสาวบริสุทธิ์ไม่ได้รับรู้ที่จะทำตามแต่อย่างใด
“อ๊า...” ธัญญ์ครางไม่ต่างกัน ขยับกายถี่กระชั้น ริมฝีปากซุกไซ้ผิวเนื้อหอมๆ สูดดมอย่างลุ่มหลง แผ่นหลังเนียนถูกขบเม้มจนเป็นรอยแดง
ธัญญ์พลิกร่างหญิงสาวนอนคว่ำแล้วกระแทกกายอีกหลายครั้ง เขาคำรามลั่นปลดปล่อยธารร้อนระอุหมดสิ้น ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนอย่างอ่อนแรง หลับตาพักใหญ่เพื่อให้หายเหนื่อย รู้สึกติดอกติดใจกับความสดใหม่ของหญิงสาวข้างกาย จนไม่อยากจากร่างนี้ไปไหน
“ปา... ณัฐขอโทษ พอดีไอ้ธัญญ์มันเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ” ณัฐพยายามง้องอนแฟนสาว แต่อีกฝ่ายใจแข็งเหลือเกิน
“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย ณัฐเห็นเพื่อนสำคัญกว่าปาใช่ไหม นี่เป็นวันครบรอบที่เราคบกันนะ” ปาริชาติใส่อารมณ์กับแฟนหนุ่ม
“แล้วจะให้ณัฐทำยังไง”
“อย่ามาถามปา ณัฐไม่รู้จริงๆ เหรอว่าต้องทำยังไง หรือว่าเอาเพื่อนมาอ้าง ที่แท้ณัฐมีผู้หญิงคนอื่นใช่ไหม”
“โธ่... ปา ณัฐรักปาขนาดนี้จะมีใครได้ ณัฐไม่เคยนอกใจปาไปมีผู้หญิงคนอื่นเลยนะ”
“ไม่ต้องมาพูด ไม่ต้องมาแก้ตัว ปาไม่เชื่อ”
“ปา ทำไมไม่มีเหตุผลแบบนี้”
“ใช่สิ ปาไม่มีเหตุผล ไม่ดีเลิศเลอเหมือนคนอื่น แล้วมารักปาทำไม”
“จะไปกันใหญ่แล้วปา อย่าใช้อารมณ์ได้ไหม ใช้เหตุผลคุยกันดีกว่า”
“ใช่สิ ปาพูดอะไรก็ไม่ดี ทั้งๆ ที่ณัฐเป็นคนผิด แต่ยังมาโทษปา”
“โธ่... ปา”
“ณัฐกลับไปเถอะ ปาไม่อยากเห็นหน้า”
หญิงสาวไล่แฟนหนุ่มด้วยความน้อยใจ
“เอาไว้ให้ปาใจเย็นๆ ก่อนแล้วกัน เราค่อยคุยกัน ยังไงณัฐก็ขอโทษ” ณัฐเดินคอตกออกจากห้องของแฟนสาว ปาริชาติเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเดินมาปิดประตูตามหลังเสียงดัง
ชายหนุ่มถอนใจหนักๆ เขายืนอยู่หน้าห้องของแฟนสาวอีกหลายนาทีก่อนจะตัดใจจากไปจริงๆ
มือหนาของธัญญ์เริ่มอยู่ไม่เป็นสุขลูบไล้คลึงเคล้นไปทั่วร่างงาม เขาลากมือไปตามหน้าท้องแล้วแทรกนิ้วเข้าสู่ร่องรักฟิตแน่นกลางกายสาวที่ชอกช้ำจากการสอดแทรกหนักหน่วงไร้ความปรานี
การขยับของนิ้วแกร่งทำให้วิธาดาร้องครางเสียงสั่น บีบรัดนิ้วของชายหนุ่มตามสัญชาตญาณ ริมฝีปากเผยอหอบรุนแรงขึ้นเมื่อยอดเกสรนารีถูกสะกิดด้วยนิ้วร้ายที่บดบี้ขยี้สลับกัน
ธัญญ์เริ่มฟอนเฟ้นร่างสาวหน่วงหนักขึ้น มือหนาสอดประสานกับมือบางกดไว้กับเตียงนอนหนานุ่ม
เขาไม่ได้สนใจจะมองหน้าอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย แต่รูปร่างอิ่มขาวผ่องในความสลัวต่างหากที่ทำให้เขาหลงใหลใคร่เสน่หา
ริมฝีปากหนุ่มเริ่มบดจูบ ดูดกลีบปากบนล่าง เลียไปทั่วทั้งใบหน้า วิธาดาพยายามเบี่ยงหลบ รู้สึกว่าตัวเองถูกตรึงเอาไว้ไร้สิ้นอิสรภาพ
ธัญญ์พยายามดุนลิ้นเข้าเลียหนักๆ ให้เธออ้าปาก ลิ้นสากที่ดุนดันหนักเน้น วนไปมากับกลีบปากทำให้หล่อนจำต้องเผยอริมฝีปาก
เธอรู้สึกเหนื่อยกับบทรักที่เขายัดเยียดให้ บางครั้งเหมือนความฝัน บางครั้งเหมือนเรื่องจริง สมองลอยคว้าง ตีลังกากลับหัวกลับหางไปหมด บางทีเสียวซ่านเป็นสุข บางครั้งเจ็บร้าวจากการเสียดสีรุนแรงของผิวเนื้อที่แข็งกร้าว
บางครั้งเธอลอยละลิ่วไปบนสวรรค์ บางครั้งเหมือนตกลงสู่พื้นเวหาที่ไร้จุดหมาย เคว้งคว้างจนสมองวูบแล้ววูบอีกจนมึนไปหมด
วิธาดาไม่รู้เลยว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป แต่เธอคิดไปว่าตัวเองช่างฝันอะไรวาบหวามเช่นนี้ แถมเธอยังจินตนาการถึงชายหนุ่มที่อยู่ในใจเธออยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน
ธัญญ์... ถ้าผู้ชายคนนั้นคือธัญญ์ก็คงดีสินะ
มือใหญ่บีบปลายคางสาวเอาไว้ให้เธอเผยอริมฝีปากมากขึ้น ลิ้นหนาเข้าซอกซอน เรือนกายเสียดสีจนเกิดเพลิงร้อน
วิธาดาหายใจหอบหนัก แขม่วหน้าท้องด้วยความสยิวเมื่อลิ้นเปียกชื้นลากลงสัมผัสกับหน้าท้องเรียบเนียน
“อื้อ... พอเถอะ ไม่ไหว”
เธอครวญบอกเสียงสะท้าน แต่ไร้ผล
“เธอนี่หุ่นดีจริงๆ เนื้อแน่น เต็มไม้เต็มมือไปหมด”
ธัญญ์เอ่ยชม หญิงสาวคงออกกำลังกายบ่อย ไม่ว่าเขาจะสัมผัสไปตรงส่วนไหน ตึงเรียบน่าลูบไล้ไปหมด อกอวบ เอวคอด สะโพกผาย หุ่นทรมานใจชายเสียจริง เขาพอใจกับหญิงสาวที่เพื่อนหาให้เป็นอันมาก พรุ่งนี้คงต้องขอบอกขอบใจเพื่อนยกใหญ่
ธัญญ์ครางด้วยน้ำเสียงพึงพอใจเมื่อเลื่อนมือกอบกุมความอวบอูมที่เขาได้ฝากฝังเรือนกายก่อนหน้า
มือหนาหยอกล้อกับเส้นไหมเนียนนุ่มที่ปกคลุมสวนดอกไม้สาว พาให้ต้องแหวกนิ้วเข้าตามร่องกุหลาบเพื่อสัมผัสภายในให้ล้ำลึกมากขึ้น
เขาพึงพอใจที่จะเป็นคนสวนที่ดีสำรวจและเชยชมกับสวนดอกไม้หอมกรุ่นแรกผลิบาน
ริมฝีปากหนาก้มลงลามเลียเนินกุหลาบที่เขานึกชื่นชม เพราะความบริสุทธิ์ที่ได้รับทำให้เขาเผลอตัวเผลอใจ
“พูดดีนะ” เขาประชดให้ แต่รู้สึกดีและภูมิใจในคำพูดของเธอไม่น้อย เหมือนเธอเชื่อมั่นในตัวเขา“ยัยวิวเป็นยังไงบ้างคะ” เธออดถามไม่ได้ แม้จะได้รับข่าวคราวจากลีลาอยู่บ่อยครั้งก็ตาม“อยากรู้ก็ไปดูเอง” เขาตอบกวนๆ“ธัญญ์จะมาติดต่อเรื่องสินค้าที่บริษัทเหรอ” เธอพูดเป็นงานเป็นการขึ้นมา เพราะเมื่อครู่ยังไม่ทันได้พูดเรื่องงาน เขาก็ลากเธอออกมาเสียก่อน“ใช่ ถ้าวิทำให้ธัญญ์ไม่ถูกใจ ก็ไม่ซื้อ” วิธาดาเม้มริมฝีปากแน่น“ตอนนี้ทำตัวเหมือนสาวโสดเลยนะ ทั้งๆ ที่มีลูกกับผัวรออยู่ ออกไปทานข้าวกับผู้ชายสองต่อสอง” วิธาดาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะคลายออก“ธัญญ์แอบตามวิหรือไง”“เปล่า แค่บังเอิญเห็นเรื่องน่าอายของใครบางคน” คำตอบของเขาทำให้เธอเงียบไป เขาชอบพูดแบบนี้ แล้วเธอจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขารักเธอ“นี่จะพาวิไปไหน”“กลับบ้าน” เขาบอกโดยไม่หันมอง เพราะขออนุญาตบิดามารดาของเธอแล้ววิธาดาจะหนีลงจากรถก็ไม่ได้ เธอจึงนั่งเงียบไปตลอดทาง ธัญญ์ฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์เมื่อเธอยอมแต่โดยดีไม่โวยวายดื้อแพ่งอีก“ตื่นได้แล้ว” ธัญญ์ปลุกหญิงสาวในตอนเช้าของอีกวันเพราะเขาขับรถกลับตั้งแต่เย็น ไม่อยากแวะค้างคืนที่ไหน“ถึงแล้วเหรอคะ”“ใช่” เขาบอก เ
เธอหวีดร้องเสียงหลงเมื่อผวากอดร่างสูงแน่น สะโพกสอบทำงานต่อเนื่องหลังจากถูกบีบรัดรุนแรงด้วยความต้องการที่ยังไม่สิ้นสุด“กลับบ้านกันนะ” เขายังไม่ละความพยายามวิธาดาส่ายหน้าไปมา มองเขาตาเยิ้ม ธัญญ์เริ่มขยับสะโพกรัวเร็วขึ้นกว่าเดิม เหมือนลงทัณฑ์คนดื้อ หรืออีกนัยเพื่อเร่งปลดปล่อยความต้องการที่มากล้นให้หลุดพ้นโดยเร็ว“ดื้อนัก...” ธัญญ์คำรามลั่นก่อนจะซบที่ซอกคอหอมกรุ่นอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงและหมดใจ เมื่อเขาทำไม่สำเร็จเขาง้อให้เธอกลับไม่ได้ จะขอความช่วยเหลือจากใคร ก็ไม่มีใครช่วย มีแต่คนบอกให้เขาจัดการเอง วิธาดาเป็นคนดื้อมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าเธอไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอจะไม่ยินยอม หรือถ้าเธอจะยอมก็เมื่อเธอสมัครใจเท่านั้นธัญญ์ไม่รู้ว่าเขาต้องทำยังไง ถึงจะทำให้เธอยอมกลับไป คงต้องใช้แผนที่เขาคิดได้เมื่อครู่เสียแล้ววิธาดาตื่นขึ้นมาด้วยความเพลีย เพราะเมื่อคืนธัญญ์แทบไม่ปล่อยเธอห่างกายเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวลูบมือเบาๆ ที่ใบหน้า ก่อนเดินลงจากเตียง ในห้องเงียบกริบ บุตรสาวไม่ได้อยู่ที่เปล เธอจึงเดินลงมาด้านล่าง“พี่แมวคะ ธัญญ์กับยัยหนูไปไหนคะ” เธอเดินหาจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ จึงเอ่ยปากถามสาวใช้“คุณธัญญ์พาคุณห
“ทำไมล่ะ บอกมาสิ ว่าวิมีเหตุผลอะไร หรือจะหาผัวใหม่ อย่าหวังเลยว่าจะทำแบบนั้นได้ ธัญญ์ไม่มีวันยอมให้วิทำแบบนั้นแน่นอน”“คนเลว ใจสกปรก” เธอผลักเขาออกห่างอย่างเสียใจ“ไม่ต้องมาพูดจาบ่ายเบี่ยง” เขาเข้าสวมกอดเธอทางด้านหลัง แม้อีกฝ่ายจะดิ้นหนีเพียงใดแต่ทำไม่สำเร็จ ธัญญ์เอื้อมมือมากอบกุมทรวงสาว เคล้นคลึงหนักๆ ลูบคลำไปตามผิวผ่อง“ธัญญ์พอเถอะ พอสักที” แม้แรกๆ ที่เขามาตาม เธอจะปรนนิบัติเขาอย่างดี แต่เธอไม่ชอบให้ใครมาบังคับจิตใจแบบนี้ธัญญ์กระชากเสื้อตัวสวยออกจากร่างของภรรยา ลูบไล้ยกทรงสีขาวสะอาดตา“ธัญญ์ บอกให้พอยังไงเล่า”“จะกลับไปกับธัญญ์ไหม” เขาแสร้งทำป่าเถื่อนเพื่อบีบบังคับเธอ“ธัญญ์ วิเจ็บนะ” เธอนิ่วหน้าเมื่อเขาบีบเคล้นทรวงสาวแรงๆ“ถอดออกเดี๋ยวนี้เลยวิ” เขาบอกเสียงพร่า คราแรกอยากข่มขู่ให้เธอกลับ แต่ทำไปทำมาอารมณ์พิศวาสเริ่มก่อตัวเธอไม่ทำตาม เขามีวิธีจัดการกับชุดสวยให้หลุดร่วงลงจากกายสาว ส่วนเรื่องต้องการให้เธอกลับบ้านค่อยตกลงหลังจากนี้ก็ได้ ถ้าไม่ยอม เขามีไม้ตาย ธัญญ์คิดในใจว่าจะต้องสำเร็จแน่นอน“ว้าย!!! คนบ้าปล่อยนะ คนเอาแต่ใจ” เธอใช้มือปิดกั้นไว้กลางกาย ไม่ใช่เพราะอาย แต่เพราะอยากขัดขื
“ไม่ต้องหรอก อยากอยู่กันสามคนพ่อแม่ลูก” ธัญญ์ห้ามไว้ อ้าปากรับการป้อนของภรรยา วิธาดายิ้มอย่างมีความสุข ธัญญ์มองภรรยาด้วยความรัก“เดี๋ยวทานข้าวเสร็จเราออกไปเที่ยวกันไหม”“ก็ดีนะ ยัยหนูจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาด้วย ชอบล่ะสิ”วิธาดาจับแก้มป่องๆ ของบุตรสาว แล้วอมยิ้ม ถ้าใครได้เห็นภาพนี้ก็คงคิดว่าเป็นครอบครัวที่รักกันมาก และน่าอิจฉามาก แต่จริงๆ แล้ว สามีกำลังตามง้อขอให้ภรรยากลับไปอยู่ด้วยกันที่บ้านธัญญ์พาภรรยาออกมาเที่ยวห้างสรรพสินค้า ซื้อของทุกอย่างให้อย่างเอาใจ แม้วิธาดาจะบอกว่าไม่ต้องการเขาก็ซื้อให้ พร้อมกับซื้อให้ลูกสาวตัวน้อยที่นั่งรถเข็ญอย่างอารมณ์ดีที่ได้ออกมาเที่ยวข้างนอก“ธัญญ์พาวิมาที่นี่ทำไม” วิธาดาถามเมื่อสามีพาเดินเข้ามาในร้านเพชร“ธัญญ์อยากซื้ออะไรให้วิบ้าง ตั้งแต่แต่งงานกันมา ธัญญ์ไม่เคยซื้อเครื่องประดับให้วิเลยนะ”“ขอบใจจ้ะ” เธอกล่าวขอบคุณ เขาให้เธอเลือกเอง แต่หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ“ธัญญ์เลือกเองดีกว่า อยากซื้ออะไรให้วิ ธัญญ์ซื้ออะไรให้ วิก็ชอบทั้งนั้นล่ะ” เธอบอกยิ้มๆ“งั้นเอาชุดนี้นะครับ” เขาชี้ไปที่เครื่องเพชรชุดใหญ่“เพชรน้ำงามมาก ธัญญ์ตาถึงจัง แต่มันแพงมากนะ” วิธาดาลูบเค
นี่เธอจะเสียใจแค่ไหนที่เขาว่าร้ายเธอขนาดนั้น แต่ชายหนุ่มพยายามบังคับรถให้แล่นกลับบ้านโดยเร็วที่สุด เขามีหลายอย่างอยากคุยกับเธอ และเคลียร์กันให้เข้าใจ“พี่ธัญญ์ฟังนิอยู่หรือเปล่าคะ”“ครับ ขอบใจน้องนิมากครับที่บอกความจริงกับพี่”“ยังไงนิก็ขอให้พี่ธัญญ์โชคดีนะคะ” สุนิสาอวยพรให้ชายหนุ่ม“ครับ” ธัญญ์รับคำ ตอนนี้ใจเขาเดินทางไปถึงบ้านไตรสุรเดชเรียบร้อย เสียงรถที่แล่นเข้ามาจอดทำให้วิธาดาอมยิ้ม มองโต๊ะอาหารแล้วเดินไปรับสามีที่เดินคอตกเข้ามาในบ้าน ธัญญ์มองรอยยิ้มของภรรยาด้วยหัวใจที่เต้นแรง เขารู้สึกผิดเต็มหัวใจ“วิ” ธัญญ์ผวากอดร่างหญิงสาวแนบอก วิธาดาอึ้งไปสักครู่ ก่อนจะกอดตอบเขา คิดไปว่าเพื่อนของเขาเป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่า“คุณณัฐเป็นยังไงบ้าง”“ไม่เป็นอะไรแล้ว” เขาผละห่างเล็กน้อยก่อนตอบ มองสบตาภรรยานิ่ง“ธัญญ์หิวหรือยัง วิจัดโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว ยัยวิวกำลังหลับ” เธอบอกเขา ก่อนผละห่างเดินไปยังโต๊ะอาหาร“วิ” ธัญญ์ดึงภรรยามากอดอีกครั้ง“เป็นอะไรคะ” เธอมองเขาด้วยความสงสัย“ฉันขอโทษ”“ขอโทษ” เธอทวนประโยคของเขาด้วยความงุนงง ก่อนจะยิ้ม เขาคงหมายถึงเรื่องที่ผ่านมา แค่เธอเห็นเขาอุ้มบุตรสาวและแสดงความ
“ณัฐมีปัญหานิดหน่อย ฉันจะรีบกลับมานะ” หญิงสาวเอาชุดมายื่นให้เขา ธัญญ์ดึงภรรยามากอดแน่น กดจุมพิตที่หน้าผากมนหนักๆ ด้วยความรู้สึกรักที่ก่อเกิดขึ้นมาในหัวใจเมื่อไหร่เขาไม่แน่ใจ แต่รู้ว่าตอนนี้มันเต็มตื้นขึ้นมาจนแทบล้น การได้อยู่ห่างกัน มันทำให้คิดถึงแบบนี้นี่เอง แต่พอเธออยู่ใกล้ชิด เขากลับไม่สนใจสภาพของเพื่อนที่มาเปิดประตู ทำให้ธัญญ์ต้องส่ายหน้า“พอเถอะ เรื่องมันเป็นยังไง ไหนลองเล่ามา” ธัญญ์รู้ว่าเพื่อนรักปาริชาติมาก และมีเรื่องทะเลาะกันบ่อย และหลังๆ ดูจะหนักขึ้น“ปามีคนอื่น ฉันไม่ดีตรงไหนวะเพื่อน ฉันดูแลเอาใจใส่เค้าอย่างดี ตามใจเขาทุกอย่าง” ณัฐร้องไห้อย่างไม่อาย เพราะเขารักผู้หญิงคนนี้มาก“นายไม่ผิดหรอกเพื่อน แต่เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคน ฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไงเหมือนกัน ฉันเชื่อว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน บางทีนายกับปาอาจไม่ใช่เนื้อคู่กันก็ได้เพื่อน”“ช่างเถอะ แล้วนายล่ะ เรื่องนายกับคุณวิเป็นยังไงบ้าง” ณัฐตบต้นคอตัวเองเบาๆ แล้วพิงศีรษะหลับตาเหมือนคนเป็นทุกข์หนัก ธัญญ์ตบไหล่เพื่อนอย่างปลอบๆ“เรื่องของฉันเหรอ ตอนนี้ฉันอยากให้วิกลับบ้านไปกับฉัน ถึงเธอไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวด







