เข้าสู่ระบบรู้สึกว่ารอบกายชวนตื่นเต้นให้ค้นหา ความปรารถนาที่ซุกซ่อนในกาย ถูกแสดงออกอย่างเร่าร้อนเติมเต็มกันและกัน
ลิ้นเปียกร้อนชื้นเข้าแตะส่วนปลายของเกสรสวาท ดูดหนักๆ ตามยอดดอกรักที่ผลิบานเต็มตึงสีชมพูสด วิธาดาครางเสียงสั่นสะดุ้งเฮือก ยิ่งเมื่อปลายลิ้นสากกดเข้าบดขยี้เนินเนื้อล่วงล้ำอย่างหนักไร้ความปรานี
หญิงสาวรู้สึกร้อนซู่ซ่าไปทั้งร่าง ความเสียวซ่านรัญจวนเข้าโจมตีเธออย่างหนัก จนสมองซ่านซ่าไปด้วยไฟเสน่หาที่ถูกจุดขึ้นในค่ำคืนที่แสนยาวนานอีกครั้ง หน่วงหนักในห้วงอารมณ์เสน่หา
แรงลิ้นชำนาญที่บดขยี้ดูดเม้มระรัว ทำให้เสียงหวานเริ่มครางไม่เป็นส่ำ ยิ่งครางหนักขึ้นเท่าไหร่ ธัญญ์ยิ่งเร่งลิ้นมากขึ้น เสียงครางของเธอช่างร้อนแรงเร่งเร้า บ่งบอกถึงอารมณ์พิศวาสที่ชวนหลงใหลยิ่ง
ยอดเกสรสั่นระริกเพราะแรงบดเบียดที่หนักหน่วงทบทวี ผิวเนื้อสาวสั่นระริกกล้ามเนื้อทุกส่วนตื่นตัวเกร็งยะเยือก เท้าและมือของเธอเกร็งจิกบนที่นอนหนาเพื่อระบายความซ่านกระสัน
ธัญญ์ช้อนสะโพกงอนงามขึ้นจากเตียงนอนนุ่ม กดเข่ามนแนบกับอกอิ่ม สะโพกผายกระดกขึ้นจากพื้นเตียง ริมฝีปากร้อนลามเลียหยาดน้ำหวานที่ค่อยๆ หลั่งรินออกมา
ลิ้นหนาบดละเลงตามร่องรักหวานล้ำด้วยความหิวกระหาย ความเสียวซ่านวาบไปตามร่างทำให้ริมฝีปากอิ่มร้องครางรุนแรงเพื่อลดทอนความร้อนในกายที่ก่อเกิดขึ้นมา
วิธาดาพยายามปรือตามอง แต่ในห้องกลับมีเพียงแสงสลัวจนมองไม่เห็นอะไร สมองของเธอยังรู้สึกหนักอึ้งจนแทบไม่มีแรงยกแขนยกขาหรือหลีกหนีสถานการณ์ที่เผชิญอยู่
... แต่เธอบอกตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกรังเกียจสัมผัสสยิวซ่านที่ได้รับอยู่เลยแม้แต่น้อย
ความสากร้อนฉ่ำชื้นลากเลียขึ้นมายังสองฟากฝั่งสวนกุหลาบแล้วตวัดลิ้นกวาดไล้ไปทั่วจนเส้นไหมอ่อนนุ่มเปียกแนบกับเนินอวบอูมที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
เขาเข้าฉกดูดช่อบุหงา ยิ่งเสียงครางดังเท่าไหร่ ยิ่งกระตุ้นเลือดหนุ่มในกายให้ร้อนระอุ
มือทั้งสองกดแนบหน้าขาให้แยกออกมากกว่าเดิม นิ้วแกร่งแหวกกลีบกุหลาบออกจากกันจนลิ้นร้อนสามารถเข้าสัมผัสกับเนื้อนางอ่อนหวานภายใน
ความตึงแน่นทำให้หญิงสาวยินยอมไม่ดิ้นหนี แต่อยากเบี่ยงตัวนอนตะแคงให้สบายตัวไม่ใช่นอนท่าที่ทำให้รู้สึกว่าเมื่อยแบบนี้
เธอไม่มีแรงพอ จึงต้องยอมให้ใครบางคนยกสะโพกผายขึ้นจากเตียงเอาไว้ในท่วงท่านั้น กลืนกินเธออย่างกระหายดั่งคนอดหยากหิวโซ ได้เชยชิมกับขนมหวานแสนอร่อย
ยอดเกสรอ่อนหวานยังคงเป็นอาหารรสเลิศสำหรับชายหนุ่ม เมื่อเขายังไม่อยากละใบหน้าจากส่วนนี้ไปเลยแม้แต่น้อย
เขาควานหาน้ำหวานทุกตารางนิ้วของกลีบกุหลาบไม่ให้เล็ดลอดผ่านพ้นไปได้ง่ายๆ
หล่อนรับสัมผัสซ่านลึกที่ซอกซอนไปทั่วจนร้อนฉ่า เสียงแห่งความกระสันหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มเหมือนจะขาดใจ เธอกำลังรู้สึกว่าจะขาดใจแล้วจริงๆ ขนในกายลุกชันรับการสัมผัสแสนสยิว
“เชอร์รี่ ไม่ไหวแล้ว ตัวเองทำอะไรกับเค้าอ่ะ เค้าสะ... เสียว พะ... พอเถอะ กำลังจะขาดใจแล้ว”
อารมณ์แห่งเพศเสน่หาปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง วิธาดาแอ่นหยัดกายตอบสนองส่ายสะโพกไปมาแนบกับลิ้นหนุ่มที่ระรัวเพิ่มความสุขให้เธอต่อเนื่อง
ธัญญ์กำลังงุนงงว่าหญิงสาวพูดอะไร แต่เพราะฟังไม่ได้ศัพท์เช่นเดิม เขาจึงละความใส่ใจนั้นเสีย
มือบอบบางเลื่อนไปจับศีรษะของอีกฝ่ายเอาไว้ แล้วสิ่งที่เธอไม่คิดว่าจะทำมาก่อนคือการกดศรีษะของเขาให้แนบชิด เพราะอารมณ์พิศวาสพาไป ทำให้หล่อนเสียการควบคุมตัวเอง อีกทั้งแอลกอฮอล์ดีกรีสูงในกระแสเลือดที่ฉุดสติทั้งหมดให้ดิ่งลงสู่ห้วงดำฤษณา
หล่อนอยากให้ความร้อนสากที่ลามเลียเติมเต็มในช่อบุปผาไม่ห่างหายไปไหน
ยิ่งเขาสอดลึกเท่าไหร่ ช่อดอกไม้ยิ่งบิดเป็นเกลียวตอดรัดลิ้นหนุ่มที่สอดแทรกเข้าดูดกลืนหยาดน้ำผึ้งรวงแสนหวาน
ธัญญ์ดื่มกินหยาดความหวานอย่างกระหายเหมือนไม่เคยได้พานพบมาก่อน
เยื่ออ่อนละมุนภายในถูกความร้อนไล้เลียแทบหลุดติดออกมาคาปากที่ลุ่มหลง
“อื้อ... ไม่ไหว” วิธาดาส่ายหน้าไปมา ขนในกายลุกชันไปหมดทั้งร่างจนสั่นเยือก
“ต้องไหวสิ เธอรสชาติดีเสียจริง” ธัญญ์เอ่ยชมด้วยความเมา
“อื้อ” เธอครางอืออาคล้ายตอบรับ
“ถ้าพรุ่งนี้ฉันจะซื้อเธออีกวันจะว่ายังไง” เขาพูดแต่ไม่ได้ต้องการความเห็น คิดว่าหญิงสาวคงไม่ปฏิเสธ
ธัญญ์กลืนกินน้ำผึ้งหวานจนหยดสุดท้าย แล้วเคลื่อนกายทาบทับร่างอรชร
“อื้อ... ใครอ่ะ ไม่ใช่เชอร์รี่เหรอ” วิธาดาพูดอย่างสลึมสลือ สัมผัสได้ว่าเรือนร่างที่แนบชิดไม่ใช่เพื่อนสาวอย่างเชอร์รี่
“ใครกันเชอร์รี่ เมาหนักเหมือนกันนะ”
เขาเอ่ยถามเมื่อแนบหูกับริมฝีปากสวยที่ขยับพูดเรียกชื่อใครบางคน เขาทำท่าจะปัดผมที่ปรกหน้าออก แต่เธอปัดมือเขาออกจนชายหนุ่มล่าถอย
“เชอร์รี่ไปหนาย.... ไปหนาย” เธอลากเสียงก่อนจะสะดุ้งเมื่อมือของคนที่กำลังคุกคามเธออยู่จับมือเธอเองไปสัมผัสกับส่วนของความเป็นชายแข็งร้อน
“แบบนั้นแหละ” ธัญญ์ขยับมือหญิงสาวถี่เร็วขึ้นตามอารมณ์ ยิ่งมือนุ่มนิ่มกำแน่นขึ้น ยิ่งทำให้เขาใกล้ถึงจุดหมายโดยเร็วขึ้น
แต่ยังก่อน... ชายหนุ่มกัดฟันข่มอารมณ์พิศวาสแรงลึกที่จะปลดปล่อยออกมาอย่างสุดกั้น
“พอแล้วแม่น้ำผึ้งหวานสุดร้อนแรง” เขากระซิบบอก ปลดมือน้อยออกจากตัวตนแข็งกร้าวของตัวเอง เลื่อนใบหน้าลากปลายลิ้นเลียรังผึ้งหอมหวานด้านล่างอย่างตัดใจไม่ขาด ก่อนวนลิ้นขึ้นมาดูดเม้มยอดดอกรักส่วนบน แล้วเคลื่อนใบหน้าผ่านแผ่นท้องเรียบตึงเพื่อวนลิ้นรอบสะดือสาว
“อื้อ” เธอบิดกายส่ายไปมาบนเตียง
ลิ้นหนุ่มสากร้อนวนไล้เปียกชุ่มไปรอบสะดือสาว มือทั้งสองบีบเคล้นสะโพกหนักๆ เลื่อนไปยังปทุมถันอวบอัดทั้งสองแล้วฟอนเฟ้นอย่างได้อารมณ์
วิธาดาผวาหยัดกายตอบสนอง ครางอืออาไม่หยุดปาก เธอเสียดเสียวบิดกายส่ายไปมาตามที่นอนด้วยความกระสันซ่าน
มือใหญ่เคล้นคลึงอย่างไร้ความปรานี เลื่อนปลายนิ้วไปสะกิดยอดถันสีสดที่ตื่นตัวแข็งขันรับสัมผัสอย่างน่าเอ็นดู
ยอดอกสีหวานถูกบีบบี้ขยี้มากเข้า ทำให้เสียงหวานครางสะท้านด้วยความเสียวซ่านดังลั่นห้อง เขาทั้งคลึงทั้งถูไถเหยียดฝ่ามือลากสัมผัสจนเธอขนลุกซู่อยู่ตลอดเวลา
“อ๊า... อย่าทรมานกันอีกเลย” วิธาดาส่ายหน้าไปมาร่ำร้องอย่างลืมอาย เธออยากให้เขาเติมเต็มความต้องการทั้งร่างกายและจิตใจ สอดลึกในกายที่ต้องการ... การแนบชิดที่แสนหวาม
“เดี๋ยวฉันจะทำให้หายทรมานเอง” ธัญญ์สอดนิ้วเข้าหยั่งน้ำผึ้งหวานในกลีบดอกไม้จนหญิงสาวสะดุ้ง หยัดกายขึ้นรับอย่างสุดกลั้น พร้อมเสียงหวีดร้องติดกันหลายครั้งด้วยความกระสันซ่าน
ไฟราคะในร่างดูจะพุ่งสูงขึ้นเมื่อเรือนกายเปลือยเปล่าแนบชิดเสียดสี ความร้อนระอุแห่งเพลิงเสน่หาก่อเกิด จนร่างสาวสั่นสะท้านเหมือนจะเป็นไข้ อาการค่อนข้างสาหัสสากรรจ์
เธอยกมือที่อ่อนแรงวางบนมือใหญ่ที่เฝ้าเคล้นคลึงเต้าอวบอิ่มเหมือนเป็นการช่วยอีกแรง น้ำเสียงหวานเรียกชื่อชายหนุ่มที่เธอแอบมีใจให้ด้วยความเผลอไผล
“ธัญญ์ อ๊า...” เสียงเรียกชื่อทำให้ธัญญ์ชะงักไปเพียงครู่ แต่เพียงครู่เท่านั้น เขาคิดว่าหญิงสาวคงรู้ชื่อเขาจากณัฐ จึงเรียกชื่อถูก เขารู้สึกดีเมื่อเวลาอารมณ์พิศวาสก่อเกิดแล้วหญิงสาวใต้ร่างเรียกชื่อเขาทุกลมหายใจเข้าออก ทำให้ความฮึกเหิมเพิ่มแรงในการขับเคลื่อนทางเพศมากขึ้น
“เรียกอีกสิ ฉันชอบให้เธอเรียกชื่อฉันตอนที่เรารักกันแบบนี้”
เขากระซิบบอกกดจูบริมฝีปากที่เผยอร้องไม่ขาดสายด้วยความต้องการที่ซ่านอยู่ในกาย
“ธัญญ์ ฉันรักนายนะ”
“เธอว่าอะไรนะ”
“พูดดีนะ” เขาประชดให้ แต่รู้สึกดีและภูมิใจในคำพูดของเธอไม่น้อย เหมือนเธอเชื่อมั่นในตัวเขา“ยัยวิวเป็นยังไงบ้างคะ” เธออดถามไม่ได้ แม้จะได้รับข่าวคราวจากลีลาอยู่บ่อยครั้งก็ตาม“อยากรู้ก็ไปดูเอง” เขาตอบกวนๆ“ธัญญ์จะมาติดต่อเรื่องสินค้าที่บริษัทเหรอ” เธอพูดเป็นงานเป็นการขึ้นมา เพราะเมื่อครู่ยังไม่ทันได้พูดเรื่องงาน เขาก็ลากเธอออกมาเสียก่อน“ใช่ ถ้าวิทำให้ธัญญ์ไม่ถูกใจ ก็ไม่ซื้อ” วิธาดาเม้มริมฝีปากแน่น“ตอนนี้ทำตัวเหมือนสาวโสดเลยนะ ทั้งๆ ที่มีลูกกับผัวรออยู่ ออกไปทานข้าวกับผู้ชายสองต่อสอง” วิธาดาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะคลายออก“ธัญญ์แอบตามวิหรือไง”“เปล่า แค่บังเอิญเห็นเรื่องน่าอายของใครบางคน” คำตอบของเขาทำให้เธอเงียบไป เขาชอบพูดแบบนี้ แล้วเธอจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขารักเธอ“นี่จะพาวิไปไหน”“กลับบ้าน” เขาบอกโดยไม่หันมอง เพราะขออนุญาตบิดามารดาของเธอแล้ววิธาดาจะหนีลงจากรถก็ไม่ได้ เธอจึงนั่งเงียบไปตลอดทาง ธัญญ์ฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์เมื่อเธอยอมแต่โดยดีไม่โวยวายดื้อแพ่งอีก“ตื่นได้แล้ว” ธัญญ์ปลุกหญิงสาวในตอนเช้าของอีกวันเพราะเขาขับรถกลับตั้งแต่เย็น ไม่อยากแวะค้างคืนที่ไหน“ถึงแล้วเหรอคะ”“ใช่” เขาบอก เ
เธอหวีดร้องเสียงหลงเมื่อผวากอดร่างสูงแน่น สะโพกสอบทำงานต่อเนื่องหลังจากถูกบีบรัดรุนแรงด้วยความต้องการที่ยังไม่สิ้นสุด“กลับบ้านกันนะ” เขายังไม่ละความพยายามวิธาดาส่ายหน้าไปมา มองเขาตาเยิ้ม ธัญญ์เริ่มขยับสะโพกรัวเร็วขึ้นกว่าเดิม เหมือนลงทัณฑ์คนดื้อ หรืออีกนัยเพื่อเร่งปลดปล่อยความต้องการที่มากล้นให้หลุดพ้นโดยเร็ว“ดื้อนัก...” ธัญญ์คำรามลั่นก่อนจะซบที่ซอกคอหอมกรุ่นอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงและหมดใจ เมื่อเขาทำไม่สำเร็จเขาง้อให้เธอกลับไม่ได้ จะขอความช่วยเหลือจากใคร ก็ไม่มีใครช่วย มีแต่คนบอกให้เขาจัดการเอง วิธาดาเป็นคนดื้อมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าเธอไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอจะไม่ยินยอม หรือถ้าเธอจะยอมก็เมื่อเธอสมัครใจเท่านั้นธัญญ์ไม่รู้ว่าเขาต้องทำยังไง ถึงจะทำให้เธอยอมกลับไป คงต้องใช้แผนที่เขาคิดได้เมื่อครู่เสียแล้ววิธาดาตื่นขึ้นมาด้วยความเพลีย เพราะเมื่อคืนธัญญ์แทบไม่ปล่อยเธอห่างกายเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวลูบมือเบาๆ ที่ใบหน้า ก่อนเดินลงจากเตียง ในห้องเงียบกริบ บุตรสาวไม่ได้อยู่ที่เปล เธอจึงเดินลงมาด้านล่าง“พี่แมวคะ ธัญญ์กับยัยหนูไปไหนคะ” เธอเดินหาจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ จึงเอ่ยปากถามสาวใช้“คุณธัญญ์พาคุณห
“ทำไมล่ะ บอกมาสิ ว่าวิมีเหตุผลอะไร หรือจะหาผัวใหม่ อย่าหวังเลยว่าจะทำแบบนั้นได้ ธัญญ์ไม่มีวันยอมให้วิทำแบบนั้นแน่นอน”“คนเลว ใจสกปรก” เธอผลักเขาออกห่างอย่างเสียใจ“ไม่ต้องมาพูดจาบ่ายเบี่ยง” เขาเข้าสวมกอดเธอทางด้านหลัง แม้อีกฝ่ายจะดิ้นหนีเพียงใดแต่ทำไม่สำเร็จ ธัญญ์เอื้อมมือมากอบกุมทรวงสาว เคล้นคลึงหนักๆ ลูบคลำไปตามผิวผ่อง“ธัญญ์พอเถอะ พอสักที” แม้แรกๆ ที่เขามาตาม เธอจะปรนนิบัติเขาอย่างดี แต่เธอไม่ชอบให้ใครมาบังคับจิตใจแบบนี้ธัญญ์กระชากเสื้อตัวสวยออกจากร่างของภรรยา ลูบไล้ยกทรงสีขาวสะอาดตา“ธัญญ์ บอกให้พอยังไงเล่า”“จะกลับไปกับธัญญ์ไหม” เขาแสร้งทำป่าเถื่อนเพื่อบีบบังคับเธอ“ธัญญ์ วิเจ็บนะ” เธอนิ่วหน้าเมื่อเขาบีบเคล้นทรวงสาวแรงๆ“ถอดออกเดี๋ยวนี้เลยวิ” เขาบอกเสียงพร่า คราแรกอยากข่มขู่ให้เธอกลับ แต่ทำไปทำมาอารมณ์พิศวาสเริ่มก่อตัวเธอไม่ทำตาม เขามีวิธีจัดการกับชุดสวยให้หลุดร่วงลงจากกายสาว ส่วนเรื่องต้องการให้เธอกลับบ้านค่อยตกลงหลังจากนี้ก็ได้ ถ้าไม่ยอม เขามีไม้ตาย ธัญญ์คิดในใจว่าจะต้องสำเร็จแน่นอน“ว้าย!!! คนบ้าปล่อยนะ คนเอาแต่ใจ” เธอใช้มือปิดกั้นไว้กลางกาย ไม่ใช่เพราะอาย แต่เพราะอยากขัดขื
“ไม่ต้องหรอก อยากอยู่กันสามคนพ่อแม่ลูก” ธัญญ์ห้ามไว้ อ้าปากรับการป้อนของภรรยา วิธาดายิ้มอย่างมีความสุข ธัญญ์มองภรรยาด้วยความรัก“เดี๋ยวทานข้าวเสร็จเราออกไปเที่ยวกันไหม”“ก็ดีนะ ยัยหนูจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาด้วย ชอบล่ะสิ”วิธาดาจับแก้มป่องๆ ของบุตรสาว แล้วอมยิ้ม ถ้าใครได้เห็นภาพนี้ก็คงคิดว่าเป็นครอบครัวที่รักกันมาก และน่าอิจฉามาก แต่จริงๆ แล้ว สามีกำลังตามง้อขอให้ภรรยากลับไปอยู่ด้วยกันที่บ้านธัญญ์พาภรรยาออกมาเที่ยวห้างสรรพสินค้า ซื้อของทุกอย่างให้อย่างเอาใจ แม้วิธาดาจะบอกว่าไม่ต้องการเขาก็ซื้อให้ พร้อมกับซื้อให้ลูกสาวตัวน้อยที่นั่งรถเข็ญอย่างอารมณ์ดีที่ได้ออกมาเที่ยวข้างนอก“ธัญญ์พาวิมาที่นี่ทำไม” วิธาดาถามเมื่อสามีพาเดินเข้ามาในร้านเพชร“ธัญญ์อยากซื้ออะไรให้วิบ้าง ตั้งแต่แต่งงานกันมา ธัญญ์ไม่เคยซื้อเครื่องประดับให้วิเลยนะ”“ขอบใจจ้ะ” เธอกล่าวขอบคุณ เขาให้เธอเลือกเอง แต่หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ“ธัญญ์เลือกเองดีกว่า อยากซื้ออะไรให้วิ ธัญญ์ซื้ออะไรให้ วิก็ชอบทั้งนั้นล่ะ” เธอบอกยิ้มๆ“งั้นเอาชุดนี้นะครับ” เขาชี้ไปที่เครื่องเพชรชุดใหญ่“เพชรน้ำงามมาก ธัญญ์ตาถึงจัง แต่มันแพงมากนะ” วิธาดาลูบเค
นี่เธอจะเสียใจแค่ไหนที่เขาว่าร้ายเธอขนาดนั้น แต่ชายหนุ่มพยายามบังคับรถให้แล่นกลับบ้านโดยเร็วที่สุด เขามีหลายอย่างอยากคุยกับเธอ และเคลียร์กันให้เข้าใจ“พี่ธัญญ์ฟังนิอยู่หรือเปล่าคะ”“ครับ ขอบใจน้องนิมากครับที่บอกความจริงกับพี่”“ยังไงนิก็ขอให้พี่ธัญญ์โชคดีนะคะ” สุนิสาอวยพรให้ชายหนุ่ม“ครับ” ธัญญ์รับคำ ตอนนี้ใจเขาเดินทางไปถึงบ้านไตรสุรเดชเรียบร้อย เสียงรถที่แล่นเข้ามาจอดทำให้วิธาดาอมยิ้ม มองโต๊ะอาหารแล้วเดินไปรับสามีที่เดินคอตกเข้ามาในบ้าน ธัญญ์มองรอยยิ้มของภรรยาด้วยหัวใจที่เต้นแรง เขารู้สึกผิดเต็มหัวใจ“วิ” ธัญญ์ผวากอดร่างหญิงสาวแนบอก วิธาดาอึ้งไปสักครู่ ก่อนจะกอดตอบเขา คิดไปว่าเพื่อนของเขาเป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่า“คุณณัฐเป็นยังไงบ้าง”“ไม่เป็นอะไรแล้ว” เขาผละห่างเล็กน้อยก่อนตอบ มองสบตาภรรยานิ่ง“ธัญญ์หิวหรือยัง วิจัดโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว ยัยวิวกำลังหลับ” เธอบอกเขา ก่อนผละห่างเดินไปยังโต๊ะอาหาร“วิ” ธัญญ์ดึงภรรยามากอดอีกครั้ง“เป็นอะไรคะ” เธอมองเขาด้วยความสงสัย“ฉันขอโทษ”“ขอโทษ” เธอทวนประโยคของเขาด้วยความงุนงง ก่อนจะยิ้ม เขาคงหมายถึงเรื่องที่ผ่านมา แค่เธอเห็นเขาอุ้มบุตรสาวและแสดงความ
“ณัฐมีปัญหานิดหน่อย ฉันจะรีบกลับมานะ” หญิงสาวเอาชุดมายื่นให้เขา ธัญญ์ดึงภรรยามากอดแน่น กดจุมพิตที่หน้าผากมนหนักๆ ด้วยความรู้สึกรักที่ก่อเกิดขึ้นมาในหัวใจเมื่อไหร่เขาไม่แน่ใจ แต่รู้ว่าตอนนี้มันเต็มตื้นขึ้นมาจนแทบล้น การได้อยู่ห่างกัน มันทำให้คิดถึงแบบนี้นี่เอง แต่พอเธออยู่ใกล้ชิด เขากลับไม่สนใจสภาพของเพื่อนที่มาเปิดประตู ทำให้ธัญญ์ต้องส่ายหน้า“พอเถอะ เรื่องมันเป็นยังไง ไหนลองเล่ามา” ธัญญ์รู้ว่าเพื่อนรักปาริชาติมาก และมีเรื่องทะเลาะกันบ่อย และหลังๆ ดูจะหนักขึ้น“ปามีคนอื่น ฉันไม่ดีตรงไหนวะเพื่อน ฉันดูแลเอาใจใส่เค้าอย่างดี ตามใจเขาทุกอย่าง” ณัฐร้องไห้อย่างไม่อาย เพราะเขารักผู้หญิงคนนี้มาก“นายไม่ผิดหรอกเพื่อน แต่เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคน ฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไงเหมือนกัน ฉันเชื่อว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน บางทีนายกับปาอาจไม่ใช่เนื้อคู่กันก็ได้เพื่อน”“ช่างเถอะ แล้วนายล่ะ เรื่องนายกับคุณวิเป็นยังไงบ้าง” ณัฐตบต้นคอตัวเองเบาๆ แล้วพิงศีรษะหลับตาเหมือนคนเป็นทุกข์หนัก ธัญญ์ตบไหล่เพื่อนอย่างปลอบๆ“เรื่องของฉันเหรอ ตอนนี้ฉันอยากให้วิกลับบ้านไปกับฉัน ถึงเธอไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวด







![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)