Masuk“อืม...ดาวเมาแล้วค่ะคุณคิงส์ขา...”
ละอองดาวส่งยิ้มพราวระยับ ดวงตาคู่หวานกำลังจะปิดอยู่รอมร่อ
“คุณดาวคออ่อน ดื่มไม่เท่าไหร่ก็เมาซะแล้ว”
“ดาวไม่ค่อยได้ดื่มน่ะครับ คราวนี้เห็นว่าเป็นคุณคิงส์ เธอเลยยอมดื่มเป็นกรณีพิเศษ”
วาโยเอ่ยเสียงขรึม ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดไม่ใช่เอาสัญญามาให้มิสเตอร์คิงส์เซ็น แต่เป็นการพาภรรยากลับที่พักให้เร็วที่สุด รู้สึกว่าภรรยาตัวดีจะทำเกินหน้าที่เสียแล้ว กลับถึงห้องเมื่อไหร่ โดนจัดชุดใหญ่แน่ๆ ละอองดาว
----------
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง ละอองดาวถูกสามีกึ่งลากกึ่งจูงมาถึงห้องพัก หล่อนเมาจนไม่สามารถจัดการกับร่างกายตัวเองได้ วาโยจำต้องถอดเสื้อผ้าของหล่อนออกแล้วเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้
“ฉันไม่เข้าใจเลยละอองดาว ทำไมฉันต้องมาทำอะไรอย่างนี้ด้วย มันไม่ใช่หน้าที่ฉันสักนิด” สามีหนุ่มพึมพำกับร่างที่หลับสนิทบนเตียงนอน จากที่คิดว่าจะสั่งสอนเจ้าหล่อนให้รู้สำนึก ที่ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ดีจนเกินไป เขากลับต้องมาปรนนิบัติหล่อนแทน มันน่าโมโหเสียจริง
ชายหนุ่มถอนหายใจแรงๆ ฉวยผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ และกลับออกมาอีกครั้งเมื่ออาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย เขาควานหาชุดนอนในกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ เพราะแน่ใจว่ายังไม่ได้หยิบมันออกมาแขวนในตู้ แต่ไม่น่าเชื่อ ละอองดาวจัดการกับเสื้อผ้าของเขาเรียบร้อยแล้ว หล่อนทำตอนไหนกันนะ
วาโยคลี่ยิ้มบางๆ ให้กับเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ในตู้ เขาหยิบชุดนอนออกมาหนึ่งชุด สวมมันแล้วเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบหวีมาสางผมเล็กน้อย บีบครีมบำรุงผิวของภรรยาลงฝ่ามือแล้วลูบบนใบหน้าสองสามทีก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
“เอาโลชั่นทาตัวมาทาหน้า! เดี๋ยวสิวขึ้นนะคุณโย!” คนที่สลบเหมือดเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ลุกขึ้นมาตวาดวาโยด้วยเสียงอันดัง เธอแค่แสร้งเมา ด้วยอยากรู้ว่าเขาจะดูแลกันบ้างไหม และถึงเขาจะทำทุกอย่างอย่างไม่เต็มใจ แต่เธอก็รู้สึกดีที่เขาไม่ทิ้งกัน
ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง ตาลุกวาว หล่อนคงไม่รู้กระมังว่าหลังจากเช็ดตัวเสร็จแล้ว เขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าคืนให้ ตอนนี้ร่างขาวนวลเปลือยเปล่าจึงปรากฏแก่สายตาเขา มันช่างงดงามราวรูปปั้นเทพีในนิทานปรัมปราของชาวกรีกโบราณ ดวงตาที่ปรือบางๆ ทอดมองมาอย่างออดอ้อนโดยไม่รู้ตัว จมูกโด่งรั้นช่างรับกับใบหน้าของหล่อนเหลือเกิน แล้วริมฝีปากก็อีก แม้จะถูกเจ้าของขบเม้มจนซีดจาง แต่ยังน่าจุมพิตน่าลองลิ้มชิมรส ผมของหล่อนยุ่งเหยิงเล็กน้อยและยาวระทรวงอวบ น่าขัดใจนักที่มันปิดส่วนปลายถันของอกอิ่มพอดิบพอดี
วาโยกระแอมเล็กน้อย เมื่อใจกลางร่างอันอ่อนไหวถูกปลุกให้ลุกฮือด้วยเรือนร่างของเทพี จนต้องรีบเคลื่อนกายสูงใหญ่เข้าไปหาหล่อน
“คุณโย...อย่ารังแกดาว ดาวเมาน้า...”
เธอค้านเสียงยานคาง แต่สามีไม่หยุดฟังด้วยซ้ำ
วาโยกดร่างภรรยาลงไปบนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะดึงชุดนอนที่เพิ่งสวมออกจากร่างของตนแล้วเคลื่อนกายลงทาบทับเรือนร่างอรชร เขาเริ่มด้วยการสำรวจผิวกายหล่อนด้วยปลายจมูก ซุกไซ้ไปทั่วซอกคอ เนินอก และเนินหน้าท้องเพื่อสูดดมเอาความหอมของกายสาวมาเร่งเร้าแรงกำหนัด
ละอองดาวรู้สึกราวกับว่ากำลังเดินเล่นในสวนอีเดนต้องห้าม อยากลองรสรักที่เขากำลังจะปรนเปรอ อยากแทะเล็มลูบไล้เรือนกายหนั่นแน่นที่หอมกรุ่นและคงหวานราวผลแอปเปิล เธออยากร้องขอให้เขากระทำสิ่งใดก็ได้ต่อร่างนี้ แต่มันก็ละอายใจเหลือเกิน
ริมฝีปากหยักร้อนผ่าว ไต่ขึ้นจากหน้าท้องนวลมาหยุดนิ่งที่ริมฝีปากรูปกระจับอวบตึง วาโยขบเม้มและดึงทึ้งริมฝีปากของละอองดาวอย่างเมามัน รสชาติของไวน์ฝาดๆ ยังติดที่ปลายลิ้นบาง มันชวนให้การจุมพิตครั้งนี้หวามหวานซาบซ่านเหลือเกิน
“อือ...คุณโยขา...ดาว หายใจไม่...ออก...”
ละอองดาวหายใจหอบแรง เมื่อสามีปลดปล่อยริมฝีปากให้เป็นอิสระ
“ถ้าเป็นไปได้ ฉันจะฆ่าเธอให้ตายด้วยซ้ำ ลงโทษที่เธอกล้าอ่อยคู่ค้าของฉัน!” สามีหนุ่มตะคอกเบาๆ แต่หนักแน่น แน่นจนภรรยาผวาเฮือกเพราะสามีสอดประสานกายแกร่งเข้ามาในทันที
“เจ็บ! ปล่อย! ปล่อยนะคนบ้า!”
ละอองดาวเริ่มสร่างเมาเพราะความเจ็บจากแรงกระทำของสามี ชิ้นส่วนอันแข็งขึงกำลังบุกทะลวงความนุ่มอ่อนของอิสตรี มันทั้งเจ็บทั้งอึดอัด
“ดี! เธอจะได้รู้ไงว่าอย่าทำอะไรที่มันเกินหน้าที่ อย่าไปทอดสะพานให้ใคร ทั้งที่สามีนั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้นด้วย”
วาโยเอ่ยจบก็โถมกายเข้าหาร่างงามแรงๆ ถี่ๆ จนละอองดาวหัวสั่นหัวคลอน แต่มีหรือที่วาโยจะหยุดการกระทำ ความโมโหที่สมองค้านว่าไม่ใช่เพราะหึงหวง กำลังเล่นงานเขาอย่างหนักหน่วง มันเกิดขึ้นพร้อมเสียงกรีดร้องของละอองดาวที่ดังระงมทั่วห้องกว้าง ราวกับว่ากายเนื้อเจ้าหล่อนถูกดึงทึ้งให้แยกจากกัน
เกือบสองชั่วโมงที่เพลิงโทสะบวกกับเพลิงราคะ แผดเผาสองร่างอยู่เช่นนั้น และเมื่อแรงกระแทกครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง สติอันพร่าเลือนของละอองดาวก็สิ้นสุดลงไปด้วย หญิงสาวนอนนิ่งไม่ไหวติง ขณะที่วาโยยิ้มหยันใส่ร่างบางแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยความสุขสม และสะใจ!
----------
...........ส่งท้าย...........นอกเขตรั้วอัลลอยด์ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ร่างอวบอิ่มของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างรั้ว ดวงตาคู่คมเฝ้ามองความสุขของทุกคนที่นั่งอยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเช่นกัน กว่าหนึ่งปีที่เธอไม่ได้พบพาน ลาจากพวกเขาไปราวกับล้มหายตายจาก พยายามซ่อนตัวจากทุกโอกาสที่พี่ชายคนดีจะล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็หวนกลับมาจนได้ กลับมาพร้อมกับเครื่องเตือนใจ ที่มีตัวตน“ขอให้พี่โยกับพี่ดาวมีความสุขมากๆ นะคะ อรทำบาปไว้กับพวกพี่มากมายเหลือเกิน ตอนนี้ตราบาปที่ว่ามันกำลังตามมาลงทัณฑ์อรแล้ว แต่อรจะ ไม่ต่อสู้กับมัน อรจะยอมรับความจริงและอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนอย่างที่พี่นุตเคยบอกอร หนูนุตคนดี...ขอให้หนูเป็นที่รักของทุกๆ คนแทนผู้หญิงอีกคนที่มีชื่อเหมือนหนูด้วย ขอให้ความสุขอยู่กับหนูและทุกๆ คนตลอดไป ลาก่อนนะคะ...ลาก่อน...”ร่างอวบอิ่มในชุดกระโปรงหลวมๆ สีเดียวกับเรือนผม ผละจากรั้วสูงของบ้านจตุรศิลป์ เรือนผมสีนิลสนิทกระจายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนปลิวพลิ้วไปกับสายลมอ่อนบางในยามสายของวัน“เรากล
“พอแล้วๆ เดี๋ยวลูกแหวะนมออกมาพอดี”เมื่อภรรยาเตือน วาโยก็หยุดการกระทำ เขาวางแม่หนูน้อยลงกลางเสื่อ ก่อนจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นมาดื่มพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ยัยหนูนะยัยหนู หนูไม่อยากเดินบ้างเหรอลูก หนูขวบเศษแล้วนะ”ละอองดาวท้วงแม่หนูน้อยที่ยิ้มเผล่มาให้แทนคำตอบ พลางปัดเศษใบหญ้าที่ติดตามถุงเท้าคู่น้อยให้ลูกสาว เมื่อครู่เล่นคลานบนพื้นจนมอมแมม ยัยจอมซนเอ๊ย“ดาว ฉันว่า...เดี๋ยวฉันพายัยนุตไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวมานะ”“เอ้า! จะพาไปไหนคะคุณโย”วาโยโปรยยิ้มอย่างมีความหวังให้ละอองดาว เขาอุ้มลูกสาวหายขึ้นไปบนตึกใหญ่และกลับลงมาในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเพียงแค่ดวงตาของละอองดาวมองเห็นบางอย่างบนตัวลูก ก็ต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดเสียงสะอื้นวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาที่รัก ละอองดาวลุกขึ้นยืนทั้งรีบปาดน้ำตาให้แห้งหาย แต่มันก็ยังไม่หยุดไหล และดูเหมือนว่าจะซึมออกมาจากหน่วยตาสีสนิมของสามีเช่นกัน“ดาว...ดูสิ ฉัน...ฉันสวมรองเท้าให้ลูกแล้วนะ ทำไม...เธอไ
จุมพิตหวานล้ำประดุจลำนำเพลงรักที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะขึ้นตามแรงส่งของคนทั้งสอง ละอองดาวยอมละทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหลายทั้งปวง เพื่อที่เธอจะได้รับเอาความสุขหวานล้ำที่สามีกำลังจะมอบให้ บทเพลงสวาทจึงเริ่มต้นตั้งแต่ตะวันเริ่มสาดแสงแต้มแต่งขอบฟ้า ส่วนจะสิ้นสุดตอนไหนของวันนั้น คงต้องให้นางฟ้าตัวน้อยๆ ในเปลเป็นคนตัดสิน เพราะเมื่อใดที่แม่หนูนุตคนดีส่งเสียงร้องไห้โยเยแล้วละก็ เห็นทีว่าสวรรค์บนดินของบิดามารดาคงต้องพังลงเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่แท้...........หนึ่งปีผ่านไปสายลมแห่งฤดูกาลเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่ามิสามารถพัดพาเอาความสุขออกไปจากรั้วจตุรศิลป์ มวลความสุขจึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตัวบ้าน ทั้งบนระเบียง ในห้องนอน ในห้องครัว ในสวนสวย ทุกที่ที่สมาชิกในบ้านปรากฏตัวอยู่จะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ได้ยินได้เห็นอยู่เสมอบัดนี้คุณนายวิภากำลังเห่อหลานชายตัวน้อยที่สะใภ้คนโปรดเพิ่งให้กำเนิด เจ้าหนูคนดีอายุได้เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ ห่างจากหลานสาวราวขวบปี ซึ่งตอนนี้หลานสาวตัวน้อยกำลังถึงวัยน่ารักน่าชังแต่ก็ซุกซนเอาการ แต
แล้วตอนนี้เรื่องบาดหมางในใจทั้งหลายก็ได้สะสางไปแล้วจนเกือบหมด หล่อนน่าจะอภัยให้เขาเสียที เพราะพอได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ บอกตรงๆ ว่าชักจะทนร่างกายดื้อด้านของตัวเองไม่ไหว มันคอยแต่จะสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรคุณภรรยาอยู่ร่ำไป โอย...อยู่ใกล้หล่อนแล้วเขาอดใจไม่ได้เลย“นั่นมันเรื่องของคุณนะคุณโย ปล่อยฉันก่อนสิตาบ้าเอ๊ย! มากอดอะไรแน่นอย่างนี้ หายใจไม่ออก” ละอองดาวดิ้นขลุกขลักเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก“อย่าดิ้นนะดาว พอเถอะ ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ!” วาโยร้องบอกเสียงขรม หน้าอกอวบหยุ่นขนาดเกินมาตรฐานของภรรยา กำลังยั่วต่อมหื่นของเขาอย่างหนัก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แม่หนูนุตเป็นเจ้าของมันอยู่ละก็ เขาจะคลุกวงในเสียให้รู้แล้วรู้รอด อดอยากปากแห้งมานานแล้ว“ปล่อยก่อนสิ แล้วจะหยุดดิ้น” ละอองดาวต่อรอง แต่สามีหนุ่มกลับส่ายหน้า “แล้วฉันจะหยุดดิ้นได้ไงก็ฉันหายใจไม่ออกนี่” เธอชี้แจง สามีหนุ่มเลยจำต้องปล่อยอย่างงอนๆ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าที่พันรอบศีรษะทิ้งไปอย่างเคืองๆ“เฮ้ย! คุณจะดึงออกทำไม แผลหาย
...........[24]วันชื่นคืนสุข...........เรือนไม้หอม วันเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษๆคุณแม่คนสวยกำลังพิจารณาลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่รินไหลเงียบๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ป่านนี้นิลอรจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนหายไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร แล้วทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เจ้าหล่อนคงไม่ได้ทุกข์ตรมอยู่กับเรื่องชีวิตน้อยๆ ที่จากไปใช่ไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ความผิดบาปมันคงไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจเธอแน่นอนวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเปลบุตรสาว เขาเข้ามานั่งในห้องนานแล้ว แต่หล่อนก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะอดทนและมุ่งมั่นให้มากกว่านี้“ดาว...เป็นอะไร อย่าร้องไห้สิ” วาโยดึงร่างภรรยาให้ออกห่างจากเปล เขานั่งลงแล้วให้หล่อนนั่งบนตัก อารามลืมตัวทำให้ละอองดาวลืมที่จะปฏิเสธการใกล้ชิดกันอย่างนี้“ร้องไห้ทำไมคนดี บอกฉันได้ไหม” ว่าพลางเช็ดน้ำตาให้เมีย“ฉัน...ฉันนึกถึงนิลอร ฉันท
“แล้วมันจะทำไมยะ ก็นี่มันลูกฉันฉันก็ต้องเข้าข้างสิ หล่อนเถอะ จะยอมคืนดีกับผัวหรือเปล่า ถ้าไม่ยอมฉันจะได้ให้ตาโยหาเมียใหม่!”“คุณแม่!” ละอองดาวเรียกแม่สามีเสียงดัง“อะไรยะ!?” คุณนายวิภาขานรับหน้าตาขึงขังจนวาโยเริ่มกุมขมับเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศจะคุ้นๆ ชอบกล“ป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าๆๆ”ละอองดาวหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งป่วนประสาทแม่สามี ความจริงเธอกับคุณนายวิภาไม่ได้ลับฝีปากกันนานมากแล้ว เกือบจะตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องยัยหนูนุตกระมัง“เอ้า! นี่คุณแม่แกล้งเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย”วาโยท้วงมารดาจริงจัง ใบหน้าติดรอยยิ้มบางๆ“แกจะบ้ารึตาโย แม่แก่แล้วจะไปโกหกอะไรใครได้ แม่แค่อยากให้แกคืนดีกับเมียไวๆ ยัยหนูนุตจะได้ไม่ขาดความอบอุ่น แต่ถ้าแกจะเชื่อเมียว่าแม่โกหก แม่...แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ฮึกๆ แค่กๆ โอย...แม่หายใจไม่ออกขอยาดมๆ”วาโยควานหายาดมจ้าละหวั่น ขณะที่สะใภ้ใหญ่ลุกไปยืนส่ายหน้าช้าๆ ที่ข้างเตียง คุณนายวิภาช่างมีความพยายามเป็นเลิศจริงๆเสียงคุณนายวิ
“ทำไมล่ะ ฉันพูดผิดตรงไหน ในเมื่อเธอเป็นโสเภณีที่ฉันซื้อมาจากซ่องจริงๆ” เขายืนยันความจริงเพื่อกรีดหัวใจบางๆ ของภรรยาอีกครั้ง“แต่คุณก็รู้ว่าดาวไม่เคยขายตัวให้ใครนอกจากคุณ” โต้ออกไปอย่างเจ็บปวด ในหัวใจเขาคงมีแต่ผู้หญิงที่ชื่อวีนุตตรา เมื่อไหร่หล่อนจะตายๆ ไปซะ วาโยจะได้เลิกรักใคร่เจ้าหล่อนเสียทีว่าที
“ก็...ช่างมันเถอะค่ะ บางทีดาวอาจจะตาฝาด ว่าแต่...คุณโยยังไม่มาอีกเหรอ” ถามพลางมองไปที่ประตูด้วยหวังว่าจะได้เห็นหน้าสามีสักที“โอ๊ย...อย่าไปถามเลย โน่น...ไปเฝ้าไข้แม่นุตอยู่ตึกโน้นโน่น”หัวคิ้วของลูกสะใภ้ย่นเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ นี่วีนุตตราเข้าโรงพยาบาลอีกแล้วสินะก๊อกๆๆเสียงเคาะประตูดังแทรกกา
วาโยเปล่งเสียงอันดังสั่งภรรยา ทว่าละอองดาวไม่อาจรอช้า ด้วยว่าสิ่งที่อยู่ในท้องกำลังตีวนขึ้นมาหมายจะพุ่งออกทางเก่า เจ้าหล่อนรีบออกไปจากห้องแม้ว่าต้องใช้มือยันผนังไปตลอดทางเพื่อหาห้องน้ำก็ตาม ขณะเดียวกัน วาโยก็ลุกมากำหมัดแน่นอยู่หน้าห้อง เพื่อเฝ้ามองแผ่นหลังของภรรยา เขาเก็บกลืนความโมโหโกรธาไว้ในหมัดท
...........[5]แม่ผัวตัวแสบ...........รถยนต์คันงามมุ่งหน้าสู่สำนักงานเขต ที่ครั้งหนึ่งละอองดาวกับวาโยเคยมาจดทะเบียนสมรส ระหว่างที่รถยังเคลื่อนตัวไปตามถนนที่คับคั่งด้วยยวดยานพาหนะ สองสามีภรรยาไม่ได้เอ่ยวาจาแต่อย่างใด ได้แต่ปล่อยให้ความเงียบงันผูกขาดการสนทนา ทว่ายี่สิบนาทีถัดมา ละอองดาวก็ทนไม่ไหว







