LOGIN...........
[2]
เจ้าของสายลม
...........
ชายหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวใหม่อีกครั้ง เขาหยิบชุดนอนที่กองบนพื้นไปทิ้งลงในตะกร้าหน้าห้องน้ำ ก่อนจะออกไปนั่งที่โซฟาด้านนอก เอนหลังอย่างผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมเมื่อครู่
สามสิบนาทีให้หลัง ท้องไส้ของบุรุษผู้เพิ่งสูญเสียพลังงานก็ร้องครวญ นั่นเพราะมันอยากได้พลังงานไปเติมเต็มส่วนที่ถูกเผาผลาญไปแล้ว เขาหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ย โทรสั่งอาหารง่ายๆ กับทางโรงแรม นั่นคือสปาเก็ตตีราดซอสเห็ดสองจานกับน้ำส้มคั้นสองแก้ว นั่งรออยู่ชั่วครู่ บริกรก็นำอาหารขึ้นมาส่ง
วาโยจัดแจงวางทุกอย่างลงบนโต๊ะรับแขกเล็กๆ แล้วเดินกลับไปเรียกคนที่ยังหลับสนิทในห้องนอน
“ดาว ตื่นมาทานอะไรหน่อย เมื่อกี้เธอเอาแต่ดื่ม แทบไม่ได้กินอะไรเลย”
สามีไร้หัวใจเดินเข้าไปใกล้ภรรยา เมื่อหล่อนไม่ขานรับก็แตะแขนหล่อนเบาๆ เนื้อตัวหล่อนอุ่นจัดราวกับคนเป็นไข้
“ดาว? ไม่สบายหรือเปล่า หรือแค่ตัวร้อนเพราะดื่มมากไป ดาว...ดาว ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!”
เสียงแกร่งกร้าวดังเข้าไปฉุดสติสัมปชัญญะของละอองดาวให้ตื่นจากการหลับใหล หญิงสาวลืมตาขึ้นมาช้าๆ เพื่อจะพบว่าสามีที่รักตีหน้ายักษ์จดจ้องเธออยู่
“ยะ...อย่า! อย่าทำอีกนะ ดาวเจ็บ ขอร้องล่ะ...คุณ...โย”
ร่างอ่อนแรงไม่อาจทรงกายให้ลุกนั่ง เธอเพิ่งสร่างเมา และกำลังจะจับไข้ ที่สำคัญคือเรี่ยวแรงที่พอมีก็ถูกสามีสูบไปจนหมดสิ้น
วาโยบังคับร่างน้อยให้นั่งพิงอกแกร่ง
“เธอควรกินอะไรสักนิดแล้วกินยาลดไข้ด้วย ฉันว่าเธอตัวร้อนนะ”
เขาบอกคนที่ตัวสั่นในอ้อมแขน ขณะที่อีกมือหยิบหมอนสองใบมาวางซ้อนกันแล้วให้ภรรยาเอนร่างลงไปพิง
“ดาวปวดหัว” เธอบอกเสียงอ่อย เอามือคลำหน้าผาก และมันทำให้ผ้านวมที่ปกปิดอกอวบร่นลงจนเผยเนื้อทรวงเกือบครึ่งค่อน
“อุ๊ย!” เธอรีบดึงผ้านวมมาปกปิดเรือนร่าง ไม่อยากเสี่ยงกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของสามี ทางที่ดีควรป้องกันตัวเองไว้ก่อน ด้วยการซ่อนกายเปลือยเปล่าให้มิดชิดจากสายตาเขา
“ฉันไม่ทำอะไรคนป่วยหรอกน่า” คนเป็นสามีรู้ดีว่าภรรยาหวั่นเกรงสิ่งใด เขาจึงเอ่ยออกไปเพื่อให้หล่อนสบายใจที่สุด
“ดาวก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่ผ้าหลุดเท่านั้น”
วาโยเดินออกไปข้างนอกแล้วยกจานสปาเก็ตตีเข้ามาในห้องนอน เขาวางมันบนตักของคนป่วยพร้อมช้อนส้อม วางแก้วน้ำส้มไว้บนโต๊ะเตี้ยข้างเตียง ก่อนจะกลับไปนั่งยังโซฟาหน้าจอโทรทัศน์ ซึ่งกำลังฉายภาพการแข่งขันฟุตบอลคู่โปรด
เขาเริ่มรับประทานอาหารในจาน ตาก็ดูการแข่งขันฟุตบอลระหว่างสองสโมสรดังไปด้วย
เคล้ง!
วาโยพ่นลมหายใจแรงๆ เมื่อเสียงบางอย่างร่วงกระทบกันดังมาจากห้องนอน คราวนี้ภรรยาตัวดีจะมารยาอะไรอีก หล่อนไม่ใช่คนที่เขารักนะ จะได้ให้เขาเทียวป้อนข้าวป้อนน้ำ แม้ว่าจะไม่สบายอยู่ก็เถอะ
เขาวางช้อนกับส้อมลงที่เดิม ยกน้ำส้มขึ้นมาจิบแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง และสิ่งที่คิดไว้ก็เป็นเรื่องจริง
เคล้ง!
ละอองดาวอยากฆ่าตัวเองนักที่ไม่มีแรงขนาดจะยกช้อนส้อม เธอจ้องมองอาหารในจานอย่างโกรธเคือง อยากเสกให้มันเข้าไปอยู่ในท้องได้เลยโดยไม่ต้องกลืน ถ้าทำได้คงจะดี
“ทำไมไม่เรียกฉัน”
เสียงทุ้มกังวานดังขึ้นที่หน้าประตู ละอองดาวเพิ่งรู้ว่าเขายืนอยู่
“เอ่อ...ไม่ดีมั้งคะ ดาวคิดว่าตัวเองไม่ได้สำคัญ...ขนาดนั้น”
เธอเค้นเสียงตอบเขา จู่ๆ กระบอกตาก็ร้อนผ่าว จู่ๆ ก็อยากร้องไห้
“แค่ป้อนข้าวคนป่วย ฉันจะถือว่าทำบุญละกัน”
สามีตีตราตอบศรีภรรยาตามที่สมองสั่งการ แม้เสียงหนึ่งจะค้านขึ้นมาจากหัวใจว่าไม่จริง! เขาทำเพราะอยากทำ ไม่ใช่เพราะต้องการมีบุญคุณ
“ขอบคุณที่กรุณา ดาว...จะตอบแทนแน่นอน”
ละอองดาวให้คำมั่น ขณะที่วาโยเดินมานั่งข้างๆ หล่อน เขาหยิบจานสปาเก็ตตีไปวางบนตักตัวเองแล้วใช้ส้อมม้วนเส้นเป็นคำเล็กๆ ส่งเข้าปากคนป่วย
หญิงสาวรับประทานได้สองสามคำก็เริ่มอิ่ม ความจริงคือเธอกลืนไม่ลง ซอสเห็ดมันเลี่ยนเกินไปจนเธอพะอืดพะอม สามีที่รักจึงรีบยกแก้วน้ำส้มให้จิบ
“เป็นไง ดีขึ้นบ้างไหม”
คนป่วยพยักหน้า รสของน้ำส้มเปรี้ยวๆ หวานๆ ลดอาการเลี่ยนได้ดีทีเดียว
ชายหนุ่มตั้งท่าจะป้อนอีก แต่ละอองดาวส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ไหวแล้วค่ะ มันเลี่ยน” เธอตอบตามตรง เขาไม่พูดอะไรแต่ลุกเอาจานไปเก็บแล้วเดินเข้ามาหาบางอย่างในกระเป๋าเดินทาง
ละอองดาวเห็นสามีเปิดซิปกระเป๋าของเธอแล้วค้นซอกนั้นมุมนี้ เขาหาอะไร หรือว่า...
“ถ้าจะหายาลดไข้ให้ดาว มันอยู่ในซิปด้านในอีกทีค่ะ”
เธอแนะเพราะคิดเช่นนั้น แต่สิ่งที่สามีที่รักเอ่ยออกมา...
“เปล่านี่ ฉันหา ‘ถุงยาง’ ต่างหาก”
หัวใจละอองดาวเจ็บจุกสุดประมาณ คำที่สามีเอ่ยขานช่างชัดเจนเหลือเกิน
“งั้น...ก็อย่าหาเลยค่ะ ดาวไม่ได้เตรียมมันมาเพราะว่าจะหาทางจับคุณ”
เธอยิ้มเยาะเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าเขาสลดลง
“คิดดีแล้วเหรอที่พูด เราหมดสัญญาต่อกันแล้วนะ”
เขารีบท้วง มือขวาสอดเข้าไปหาของในช่องกระเป๋าด้านในที่เพิ่งรูดซิปออก และไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ซองยาขนาดเล็กก็ติดมือเขาออกมา
“อ่า...ขอโทษทีค่ะ ดาวล้อเล่น”
เธอเลือกสิ่งที่ถูกต้อง วาโยไม่ใช่ผู้ชายที่จะยอมอะไรง่ายๆ หากว่าตอนหย่าเธอเกิดมีเด็กขึ้นมา เขาคงรับไว้แค่ลูกเท่านั้น จู่ๆ หัวใจก็วูบโหวงอย่างประหลาด มันว่างเปล่าเพียงเพราะคิดว่าวันข้างหน้าจะไม่มีเขา
...........ส่งท้าย...........นอกเขตรั้วอัลลอยด์ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ร่างอวบอิ่มของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างรั้ว ดวงตาคู่คมเฝ้ามองความสุขของทุกคนที่นั่งอยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเช่นกัน กว่าหนึ่งปีที่เธอไม่ได้พบพาน ลาจากพวกเขาไปราวกับล้มหายตายจาก พยายามซ่อนตัวจากทุกโอกาสที่พี่ชายคนดีจะล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็หวนกลับมาจนได้ กลับมาพร้อมกับเครื่องเตือนใจ ที่มีตัวตน“ขอให้พี่โยกับพี่ดาวมีความสุขมากๆ นะคะ อรทำบาปไว้กับพวกพี่มากมายเหลือเกิน ตอนนี้ตราบาปที่ว่ามันกำลังตามมาลงทัณฑ์อรแล้ว แต่อรจะ ไม่ต่อสู้กับมัน อรจะยอมรับความจริงและอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนอย่างที่พี่นุตเคยบอกอร หนูนุตคนดี...ขอให้หนูเป็นที่รักของทุกๆ คนแทนผู้หญิงอีกคนที่มีชื่อเหมือนหนูด้วย ขอให้ความสุขอยู่กับหนูและทุกๆ คนตลอดไป ลาก่อนนะคะ...ลาก่อน...”ร่างอวบอิ่มในชุดกระโปรงหลวมๆ สีเดียวกับเรือนผม ผละจากรั้วสูงของบ้านจตุรศิลป์ เรือนผมสีนิลสนิทกระจายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนปลิวพลิ้วไปกับสายลมอ่อนบางในยามสายของวัน“เรากล
“พอแล้วๆ เดี๋ยวลูกแหวะนมออกมาพอดี”เมื่อภรรยาเตือน วาโยก็หยุดการกระทำ เขาวางแม่หนูน้อยลงกลางเสื่อ ก่อนจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นมาดื่มพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ยัยหนูนะยัยหนู หนูไม่อยากเดินบ้างเหรอลูก หนูขวบเศษแล้วนะ”ละอองดาวท้วงแม่หนูน้อยที่ยิ้มเผล่มาให้แทนคำตอบ พลางปัดเศษใบหญ้าที่ติดตามถุงเท้าคู่น้อยให้ลูกสาว เมื่อครู่เล่นคลานบนพื้นจนมอมแมม ยัยจอมซนเอ๊ย“ดาว ฉันว่า...เดี๋ยวฉันพายัยนุตไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวมานะ”“เอ้า! จะพาไปไหนคะคุณโย”วาโยโปรยยิ้มอย่างมีความหวังให้ละอองดาว เขาอุ้มลูกสาวหายขึ้นไปบนตึกใหญ่และกลับลงมาในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเพียงแค่ดวงตาของละอองดาวมองเห็นบางอย่างบนตัวลูก ก็ต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดเสียงสะอื้นวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาที่รัก ละอองดาวลุกขึ้นยืนทั้งรีบปาดน้ำตาให้แห้งหาย แต่มันก็ยังไม่หยุดไหล และดูเหมือนว่าจะซึมออกมาจากหน่วยตาสีสนิมของสามีเช่นกัน“ดาว...ดูสิ ฉัน...ฉันสวมรองเท้าให้ลูกแล้วนะ ทำไม...เธอไ
จุมพิตหวานล้ำประดุจลำนำเพลงรักที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะขึ้นตามแรงส่งของคนทั้งสอง ละอองดาวยอมละทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหลายทั้งปวง เพื่อที่เธอจะได้รับเอาความสุขหวานล้ำที่สามีกำลังจะมอบให้ บทเพลงสวาทจึงเริ่มต้นตั้งแต่ตะวันเริ่มสาดแสงแต้มแต่งขอบฟ้า ส่วนจะสิ้นสุดตอนไหนของวันนั้น คงต้องให้นางฟ้าตัวน้อยๆ ในเปลเป็นคนตัดสิน เพราะเมื่อใดที่แม่หนูนุตคนดีส่งเสียงร้องไห้โยเยแล้วละก็ เห็นทีว่าสวรรค์บนดินของบิดามารดาคงต้องพังลงเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่แท้...........หนึ่งปีผ่านไปสายลมแห่งฤดูกาลเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่ามิสามารถพัดพาเอาความสุขออกไปจากรั้วจตุรศิลป์ มวลความสุขจึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตัวบ้าน ทั้งบนระเบียง ในห้องนอน ในห้องครัว ในสวนสวย ทุกที่ที่สมาชิกในบ้านปรากฏตัวอยู่จะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ได้ยินได้เห็นอยู่เสมอบัดนี้คุณนายวิภากำลังเห่อหลานชายตัวน้อยที่สะใภ้คนโปรดเพิ่งให้กำเนิด เจ้าหนูคนดีอายุได้เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ ห่างจากหลานสาวราวขวบปี ซึ่งตอนนี้หลานสาวตัวน้อยกำลังถึงวัยน่ารักน่าชังแต่ก็ซุกซนเอาการ แต
แล้วตอนนี้เรื่องบาดหมางในใจทั้งหลายก็ได้สะสางไปแล้วจนเกือบหมด หล่อนน่าจะอภัยให้เขาเสียที เพราะพอได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ บอกตรงๆ ว่าชักจะทนร่างกายดื้อด้านของตัวเองไม่ไหว มันคอยแต่จะสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรคุณภรรยาอยู่ร่ำไป โอย...อยู่ใกล้หล่อนแล้วเขาอดใจไม่ได้เลย“นั่นมันเรื่องของคุณนะคุณโย ปล่อยฉันก่อนสิตาบ้าเอ๊ย! มากอดอะไรแน่นอย่างนี้ หายใจไม่ออก” ละอองดาวดิ้นขลุกขลักเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก“อย่าดิ้นนะดาว พอเถอะ ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ!” วาโยร้องบอกเสียงขรม หน้าอกอวบหยุ่นขนาดเกินมาตรฐานของภรรยา กำลังยั่วต่อมหื่นของเขาอย่างหนัก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แม่หนูนุตเป็นเจ้าของมันอยู่ละก็ เขาจะคลุกวงในเสียให้รู้แล้วรู้รอด อดอยากปากแห้งมานานแล้ว“ปล่อยก่อนสิ แล้วจะหยุดดิ้น” ละอองดาวต่อรอง แต่สามีหนุ่มกลับส่ายหน้า “แล้วฉันจะหยุดดิ้นได้ไงก็ฉันหายใจไม่ออกนี่” เธอชี้แจง สามีหนุ่มเลยจำต้องปล่อยอย่างงอนๆ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าที่พันรอบศีรษะทิ้งไปอย่างเคืองๆ“เฮ้ย! คุณจะดึงออกทำไม แผลหาย
...........[24]วันชื่นคืนสุข...........เรือนไม้หอม วันเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษๆคุณแม่คนสวยกำลังพิจารณาลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่รินไหลเงียบๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ป่านนี้นิลอรจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนหายไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร แล้วทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เจ้าหล่อนคงไม่ได้ทุกข์ตรมอยู่กับเรื่องชีวิตน้อยๆ ที่จากไปใช่ไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ความผิดบาปมันคงไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจเธอแน่นอนวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเปลบุตรสาว เขาเข้ามานั่งในห้องนานแล้ว แต่หล่อนก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะอดทนและมุ่งมั่นให้มากกว่านี้“ดาว...เป็นอะไร อย่าร้องไห้สิ” วาโยดึงร่างภรรยาให้ออกห่างจากเปล เขานั่งลงแล้วให้หล่อนนั่งบนตัก อารามลืมตัวทำให้ละอองดาวลืมที่จะปฏิเสธการใกล้ชิดกันอย่างนี้“ร้องไห้ทำไมคนดี บอกฉันได้ไหม” ว่าพลางเช็ดน้ำตาให้เมีย“ฉัน...ฉันนึกถึงนิลอร ฉันท
“แล้วมันจะทำไมยะ ก็นี่มันลูกฉันฉันก็ต้องเข้าข้างสิ หล่อนเถอะ จะยอมคืนดีกับผัวหรือเปล่า ถ้าไม่ยอมฉันจะได้ให้ตาโยหาเมียใหม่!”“คุณแม่!” ละอองดาวเรียกแม่สามีเสียงดัง“อะไรยะ!?” คุณนายวิภาขานรับหน้าตาขึงขังจนวาโยเริ่มกุมขมับเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศจะคุ้นๆ ชอบกล“ป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าๆๆ”ละอองดาวหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งป่วนประสาทแม่สามี ความจริงเธอกับคุณนายวิภาไม่ได้ลับฝีปากกันนานมากแล้ว เกือบจะตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องยัยหนูนุตกระมัง“เอ้า! นี่คุณแม่แกล้งเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย”วาโยท้วงมารดาจริงจัง ใบหน้าติดรอยยิ้มบางๆ“แกจะบ้ารึตาโย แม่แก่แล้วจะไปโกหกอะไรใครได้ แม่แค่อยากให้แกคืนดีกับเมียไวๆ ยัยหนูนุตจะได้ไม่ขาดความอบอุ่น แต่ถ้าแกจะเชื่อเมียว่าแม่โกหก แม่...แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ฮึกๆ แค่กๆ โอย...แม่หายใจไม่ออกขอยาดมๆ”วาโยควานหายาดมจ้าละหวั่น ขณะที่สะใภ้ใหญ่ลุกไปยืนส่ายหน้าช้าๆ ที่ข้างเตียง คุณนายวิภาช่างมีความพยายามเป็นเลิศจริงๆเสียงคุณนายวิ
วาโยเปล่งเสียงอันดังสั่งภรรยา ทว่าละอองดาวไม่อาจรอช้า ด้วยว่าสิ่งที่อยู่ในท้องกำลังตีวนขึ้นมาหมายจะพุ่งออกทางเก่า เจ้าหล่อนรีบออกไปจากห้องแม้ว่าต้องใช้มือยันผนังไปตลอดทางเพื่อหาห้องน้ำก็ตาม ขณะเดียวกัน วาโยก็ลุกมากำหมัดแน่นอยู่หน้าห้อง เพื่อเฝ้ามองแผ่นหลังของภรรยา เขาเก็บกลืนความโมโหโกรธาไว้ในหมัดท
...........[5]แม่ผัวตัวแสบ...........รถยนต์คันงามมุ่งหน้าสู่สำนักงานเขต ที่ครั้งหนึ่งละอองดาวกับวาโยเคยมาจดทะเบียนสมรส ระหว่างที่รถยังเคลื่อนตัวไปตามถนนที่คับคั่งด้วยยวดยานพาหนะ สองสามีภรรยาไม่ได้เอ่ยวาจาแต่อย่างใด ได้แต่ปล่อยให้ความเงียบงันผูกขาดการสนทนา ทว่ายี่สิบนาทีถัดมา ละอองดาวก็ทนไม่ไหว
วิภารู้อาการของลูกสะใภ้ดี นางสั่งให้เจรียงไปเอาผลไม้ที่เตรียมไว้มาเสิร์ฟ“ฉันให้พี่เจรียงหาผลไม้ดองมาติดบ้านไว้ เผื่อว่าหล่อนอยากกิน”นางพูดเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ละอองดาวรับรู้ว่านี่คือความกรุณาอย่างยิ่งของแม่สามี“ขอบคุณนะคะคุณแม่ ดาวไม่รู้จะตอบแทนคุณแม่ยังไงดี”วิภามีรอยยิ้มติดมุมปาก อยากยิ้มกว้างๆ อ
“หย่าก็หย่าสิ...ละอองดาว เธอยังมีอีกคนให้ห่วงให้คิดถึง จะมัวเหนี่ยวดึงคนที่ไม่รักไว้กับตัวทำไม สู้ให้เขาไปซะ ไปอยู่กับคนที่เขารักไม่ดีกว่าเหรอ”เสียงสะอื้นผะแผ่วดังขึ้นหลังจากที่เจ้าของเอ่ยคำปลอบประโลมตนเอง สองมือบางวางบนหน้าท้องที่ยังแบนอยู่ หากไม่บอกคงไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวกำลัง ตั้งครรภ์........






![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
