LOGINความเงียบของห้องพักผู้ป่วยถูกรบกวนอีกครั้งด้วยเสียงของนางวิภา แม่สามีที่ไม่เคยชอบหน้าลูกสะใภ้ มาเยี่ยมเจ้าหล่อนอีกครั้งหลังจากกลับไปไม่กี่ชั่วโมง คราวนี้นางมีกับข้าวใส่ปิ่นโตมาด้วย
“สามีไม่อยู่กลืนข้าวไม่ลงหรือยะแม่ดาว”
แม่สามีค่อนแคะตามนิสัย ปกตินางจะจีบปากจีบคอประชดประชันจนสะใจ ถ้าวันไหนไม่ได้ปะทะฝีปากกับลูกสะใภ้ ชีวิตก็เหมือนขาดอะไรไป มันจะหงุดหงิดกินไม่ได้นอนไม่หลับทีเดียวเชียว
“คุณแม่...มาทำไมอีกคะ” ละอองดาวเอ่ยถามอย่างงงๆ นางวิภากลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมาหาเธออีกครั้ง
จังหวะนั้น พยาบาลเฝ้าไข้ก็แจ้งละอองดาวว่าจะกลับมาอีกทีเมื่อเธอจะเข้านอน เจ้าหล่อนสั่งว่าให้เธอกินยาหลังอาหารด้วย
“ขอบคุณนะคะคุณพยาบาล” แม่สามีขอบอกขอบใจพยาบาลเฝ้าไข้ที่คอยดูแลลูกสะใภ้มาครึ่งค่อนวัน
“ยินดีค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” พยาบาลสาวร่างอวบเดินออกประตูไป
นางวิภาวางกระเป๋ายี่ห้อหรูลงบนโซฟา ก่อนจะนำปิ่นโตอาหารไปจัดลงจานอย่างคล่องแคล่ว ไม่มีหลงเหลือมาดคุณนายสักนิด พริบตาเดียวอาหารสามสี่อย่างก็มาวางแทนที่อาหารของโรงพยาบาลที่ละอองดาวเอาแต่นั่งจ้องมัน มิหนำซ้ำนางยังถือวิสาสะปีนขึ้นไปนั่งบนเตียงคนไข้ตรงข้ามกับคนป่วย
ละอองดาวรีบขยับท่อนขาเบี่ยงไปโดยเร็วก่อนที่แม่สามีจะนั่งทับ
“ฉันไม่นั่งทับขาหล่อนหรอกย่ะ ตาฉันยังดีอยู่ เลี้ยงหลานสิบคนยังไหว” นางรีบออกตัว
“โธ่...คุณแม่ก็ ดาวแค่กลัวคุณแม่นั่งไม่สบาย แล้วนี่...คุณแม่จะกินข้าวกับดาวเหรอคะ” เธอถามเมื่อเห็นจานข้าวอีกใบในสำรับ
“เอ้า! ฉันเป็นคนเอามาฉันก็จะกินน่ะสิ หล่อนอย่าถามมาก ฉันอุตส่าห์หิ้วขึ้นแท็กซี่มาให้นะเนี่ย”
ความเอื้ออาทรของแม่สามีทำเอาละอองดาวตื้นตันจนน้ำตาคลอ สามปีที่ผ่านมาเธอไม่ค่อยได้ร่วมโต๊ะกับนางวิภา เธอจะกินข้าวเพียงลำพังที่เรือนไม้หอม ซึ่งเด็กรับใช้จะยกมาให้ทุกมื้อ แต่นาทีนี้แม่สามีกลับนำอาหารมาให้พร้อมกับยืนยันว่าจะกินข้าวกับเธอ น่าปลื้มใจแทนลูกในท้องจริงๆ เธอขอเหมาเอาว่าสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลพวงของชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะเกิดมา อย่างน้อยคนเป็นย่าก็ยังเอ็นดูยัยหนูหรือตาหนูของเธอ แม้ว่าพ่อของแกจะไม่รักใคร่ไยดีก็ตาม
“กินสิยะ มาทำหน้าละห้อยอยู่ได้ ฉันไม่เจริญอาหารพอดี”
นางวิภานั่งพับเพียบบนเตียงแคบๆ ช่างน่าเอ็นดูในความรู้สึกของละอองดาว เธอรู้ว่าแม่สามีทำเช่นนี้เพราะรู้ว่าลูกชายจะไม่อยู่ดูแลลูกสะใภ้ นางพยายามหาสิ่งมาทดแทนความน้อยอกน้อยใจของเธอนั่นเอง
“ค่ะๆ คุณแม่ก็...กินเยอะๆ นะคะ” ละอองดาวกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ละอองน้ำตา ก่อนจะเริ่มรับประทานอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้
“แกงอะไรคะคุณแม่ อร่อยดี”
“บ้านนอกจริงๆ หล่อนนี่ แกงหัวปลีไม่รู้จักหรือยะ คนท้องคนไส้กินแล้วน้ำนมดีนัก หล่อนก็กินเข้าไปเยอะๆ แล้วกัน ฉันอุตส่าห์ให้พี่เจรียงสอนทำนะเนี่ย” แม่สามีหลุดปากเผยความลับ
ละอองดาวเงยหน้าจากจานข้าวขึ้นมามองด้วยความใคร่รู้ แต่อีกฝ่ายก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ประหนึ่งว่าประโยคท้ายๆ นางไม่ได้เอ่ยออกมา
“คุณแม่ทำเองเหรอคะ” ลูกสะใภ้ถามออกไปใจก็เต้นโครมคราม แม่สามีที่ว่าร้ายๆ ก็มีมุมน่ารักกับเขาเหมือนกัน
วิภาส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ ก่อนจะเอ่ยปรามลูกสะใภ้
“กินๆ ไปเถอะน่า ใครทำก็เหมือนกันแหละ หล่อนจะซักอะไรนักหนายะ นี่ๆ ผัดฟักทองของโปรดหล่อน พี่เจรียงบอกมานะ ฉันจำไม่ได้หรอกย่ะว่าหล่อนชอบกินอะไร” นางวิภารีบออกตัว ละอองดาวรู้ทัน ได้แต่อมยิ้มให้กับจานข้าวตรงหน้าก่อนจะรีบกินกับข้าวกับปลาที่นางวิภาตักส่งให้
“นี่ก็แกงเลียง กินเยอะๆ ลูกจะได้แข็งแรง” วิภายังตักกับข้าวให้ลูกสะใภ้ไปเรื่อยๆ จนลืมจานข้าวตัวเองไปแล้ว นางมัวแต่ปลื้มใจที่เห็นคนป่วยกินอาหารฝีมือตนเองด้วยความเอร็ดอร่อย
“คุณแม่ก็กินบ้างสิคะ ตักให้ดาวกินคนเดียวเดี๋ยวก็ไม่มีแรงอุ้มหลานหรอก” ละอองดาวท้วงทัก นางวิภาเบะปากเล็กน้อยก่อนจะจีบปากจีบคอโต้กลับไป
“ร้อยปียังน้อยย่ะแม่ดาว ฉันยังแข็งแรงด่าหล่อนน้ำไหลไฟดับได้วันละสามเวลา อย่าว่าแต่อุ้มหลานเลย หล่อนจะมีลูกแฝดให้ฉันอุ้มพร้อมกันสองคนฉันก็ยังไหวย่ะ”
ละอองดาวขบขันในความไม่ยอมคนของแม่สามี เอาเป็นว่ารอบนี้แม่สามีชนะไปตามระเบียบ เธอจะไม่ขอออกความเห็นใดๆ จะตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียวก็แล้วกัน
...........
...........ส่งท้าย...........นอกเขตรั้วอัลลอยด์ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ร่างอวบอิ่มของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างรั้ว ดวงตาคู่คมเฝ้ามองความสุขของทุกคนที่นั่งอยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเช่นกัน กว่าหนึ่งปีที่เธอไม่ได้พบพาน ลาจากพวกเขาไปราวกับล้มหายตายจาก พยายามซ่อนตัวจากทุกโอกาสที่พี่ชายคนดีจะล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็หวนกลับมาจนได้ กลับมาพร้อมกับเครื่องเตือนใจ ที่มีตัวตน“ขอให้พี่โยกับพี่ดาวมีความสุขมากๆ นะคะ อรทำบาปไว้กับพวกพี่มากมายเหลือเกิน ตอนนี้ตราบาปที่ว่ามันกำลังตามมาลงทัณฑ์อรแล้ว แต่อรจะ ไม่ต่อสู้กับมัน อรจะยอมรับความจริงและอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนอย่างที่พี่นุตเคยบอกอร หนูนุตคนดี...ขอให้หนูเป็นที่รักของทุกๆ คนแทนผู้หญิงอีกคนที่มีชื่อเหมือนหนูด้วย ขอให้ความสุขอยู่กับหนูและทุกๆ คนตลอดไป ลาก่อนนะคะ...ลาก่อน...”ร่างอวบอิ่มในชุดกระโปรงหลวมๆ สีเดียวกับเรือนผม ผละจากรั้วสูงของบ้านจตุรศิลป์ เรือนผมสีนิลสนิทกระจายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนปลิวพลิ้วไปกับสายลมอ่อนบางในยามสายของวัน“เรากล
“พอแล้วๆ เดี๋ยวลูกแหวะนมออกมาพอดี”เมื่อภรรยาเตือน วาโยก็หยุดการกระทำ เขาวางแม่หนูน้อยลงกลางเสื่อ ก่อนจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นมาดื่มพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ยัยหนูนะยัยหนู หนูไม่อยากเดินบ้างเหรอลูก หนูขวบเศษแล้วนะ”ละอองดาวท้วงแม่หนูน้อยที่ยิ้มเผล่มาให้แทนคำตอบ พลางปัดเศษใบหญ้าที่ติดตามถุงเท้าคู่น้อยให้ลูกสาว เมื่อครู่เล่นคลานบนพื้นจนมอมแมม ยัยจอมซนเอ๊ย“ดาว ฉันว่า...เดี๋ยวฉันพายัยนุตไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวมานะ”“เอ้า! จะพาไปไหนคะคุณโย”วาโยโปรยยิ้มอย่างมีความหวังให้ละอองดาว เขาอุ้มลูกสาวหายขึ้นไปบนตึกใหญ่และกลับลงมาในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเพียงแค่ดวงตาของละอองดาวมองเห็นบางอย่างบนตัวลูก ก็ต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดเสียงสะอื้นวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาที่รัก ละอองดาวลุกขึ้นยืนทั้งรีบปาดน้ำตาให้แห้งหาย แต่มันก็ยังไม่หยุดไหล และดูเหมือนว่าจะซึมออกมาจากหน่วยตาสีสนิมของสามีเช่นกัน“ดาว...ดูสิ ฉัน...ฉันสวมรองเท้าให้ลูกแล้วนะ ทำไม...เธอไ
จุมพิตหวานล้ำประดุจลำนำเพลงรักที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะขึ้นตามแรงส่งของคนทั้งสอง ละอองดาวยอมละทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหลายทั้งปวง เพื่อที่เธอจะได้รับเอาความสุขหวานล้ำที่สามีกำลังจะมอบให้ บทเพลงสวาทจึงเริ่มต้นตั้งแต่ตะวันเริ่มสาดแสงแต้มแต่งขอบฟ้า ส่วนจะสิ้นสุดตอนไหนของวันนั้น คงต้องให้นางฟ้าตัวน้อยๆ ในเปลเป็นคนตัดสิน เพราะเมื่อใดที่แม่หนูนุตคนดีส่งเสียงร้องไห้โยเยแล้วละก็ เห็นทีว่าสวรรค์บนดินของบิดามารดาคงต้องพังลงเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่แท้...........หนึ่งปีผ่านไปสายลมแห่งฤดูกาลเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่ามิสามารถพัดพาเอาความสุขออกไปจากรั้วจตุรศิลป์ มวลความสุขจึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตัวบ้าน ทั้งบนระเบียง ในห้องนอน ในห้องครัว ในสวนสวย ทุกที่ที่สมาชิกในบ้านปรากฏตัวอยู่จะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ได้ยินได้เห็นอยู่เสมอบัดนี้คุณนายวิภากำลังเห่อหลานชายตัวน้อยที่สะใภ้คนโปรดเพิ่งให้กำเนิด เจ้าหนูคนดีอายุได้เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ ห่างจากหลานสาวราวขวบปี ซึ่งตอนนี้หลานสาวตัวน้อยกำลังถึงวัยน่ารักน่าชังแต่ก็ซุกซนเอาการ แต
แล้วตอนนี้เรื่องบาดหมางในใจทั้งหลายก็ได้สะสางไปแล้วจนเกือบหมด หล่อนน่าจะอภัยให้เขาเสียที เพราะพอได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ บอกตรงๆ ว่าชักจะทนร่างกายดื้อด้านของตัวเองไม่ไหว มันคอยแต่จะสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรคุณภรรยาอยู่ร่ำไป โอย...อยู่ใกล้หล่อนแล้วเขาอดใจไม่ได้เลย“นั่นมันเรื่องของคุณนะคุณโย ปล่อยฉันก่อนสิตาบ้าเอ๊ย! มากอดอะไรแน่นอย่างนี้ หายใจไม่ออก” ละอองดาวดิ้นขลุกขลักเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก“อย่าดิ้นนะดาว พอเถอะ ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ!” วาโยร้องบอกเสียงขรม หน้าอกอวบหยุ่นขนาดเกินมาตรฐานของภรรยา กำลังยั่วต่อมหื่นของเขาอย่างหนัก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แม่หนูนุตเป็นเจ้าของมันอยู่ละก็ เขาจะคลุกวงในเสียให้รู้แล้วรู้รอด อดอยากปากแห้งมานานแล้ว“ปล่อยก่อนสิ แล้วจะหยุดดิ้น” ละอองดาวต่อรอง แต่สามีหนุ่มกลับส่ายหน้า “แล้วฉันจะหยุดดิ้นได้ไงก็ฉันหายใจไม่ออกนี่” เธอชี้แจง สามีหนุ่มเลยจำต้องปล่อยอย่างงอนๆ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าที่พันรอบศีรษะทิ้งไปอย่างเคืองๆ“เฮ้ย! คุณจะดึงออกทำไม แผลหาย
...........[24]วันชื่นคืนสุข...........เรือนไม้หอม วันเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษๆคุณแม่คนสวยกำลังพิจารณาลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่รินไหลเงียบๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ป่านนี้นิลอรจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนหายไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร แล้วทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เจ้าหล่อนคงไม่ได้ทุกข์ตรมอยู่กับเรื่องชีวิตน้อยๆ ที่จากไปใช่ไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ความผิดบาปมันคงไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจเธอแน่นอนวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเปลบุตรสาว เขาเข้ามานั่งในห้องนานแล้ว แต่หล่อนก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะอดทนและมุ่งมั่นให้มากกว่านี้“ดาว...เป็นอะไร อย่าร้องไห้สิ” วาโยดึงร่างภรรยาให้ออกห่างจากเปล เขานั่งลงแล้วให้หล่อนนั่งบนตัก อารามลืมตัวทำให้ละอองดาวลืมที่จะปฏิเสธการใกล้ชิดกันอย่างนี้“ร้องไห้ทำไมคนดี บอกฉันได้ไหม” ว่าพลางเช็ดน้ำตาให้เมีย“ฉัน...ฉันนึกถึงนิลอร ฉันท
“แล้วมันจะทำไมยะ ก็นี่มันลูกฉันฉันก็ต้องเข้าข้างสิ หล่อนเถอะ จะยอมคืนดีกับผัวหรือเปล่า ถ้าไม่ยอมฉันจะได้ให้ตาโยหาเมียใหม่!”“คุณแม่!” ละอองดาวเรียกแม่สามีเสียงดัง“อะไรยะ!?” คุณนายวิภาขานรับหน้าตาขึงขังจนวาโยเริ่มกุมขมับเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศจะคุ้นๆ ชอบกล“ป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าๆๆ”ละอองดาวหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งป่วนประสาทแม่สามี ความจริงเธอกับคุณนายวิภาไม่ได้ลับฝีปากกันนานมากแล้ว เกือบจะตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องยัยหนูนุตกระมัง“เอ้า! นี่คุณแม่แกล้งเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย”วาโยท้วงมารดาจริงจัง ใบหน้าติดรอยยิ้มบางๆ“แกจะบ้ารึตาโย แม่แก่แล้วจะไปโกหกอะไรใครได้ แม่แค่อยากให้แกคืนดีกับเมียไวๆ ยัยหนูนุตจะได้ไม่ขาดความอบอุ่น แต่ถ้าแกจะเชื่อเมียว่าแม่โกหก แม่...แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ฮึกๆ แค่กๆ โอย...แม่หายใจไม่ออกขอยาดมๆ”วาโยควานหายาดมจ้าละหวั่น ขณะที่สะใภ้ใหญ่ลุกไปยืนส่ายหน้าช้าๆ ที่ข้างเตียง คุณนายวิภาช่างมีความพยายามเป็นเลิศจริงๆเสียงคุณนายวิ
“มาสิ เรามาช้าไปนิดเดียว โยเพิ่งกลับไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง แต่เดี๋ยวคงมามั้ง เพราะเห็นบอกว่าจะมากินข้าวเย็นกับพี่”วีนุตตราเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ขณะที่นิลอรกับนางพยาบาลช่วยกันยกร่างผอมของคนป่วยขึ้นวางบนเตียง“อ้อ...ถึงว่าสิ อรไม่เห็นที่บริษัท”คราวนี้วีนุตตราเลิกคิ้วสูง สงสัยว่านิลอรจะเข้าใจผิด
“ทำไมล่ะ ฉันพูดผิดตรงไหน ในเมื่อเธอเป็นโสเภณีที่ฉันซื้อมาจากซ่องจริงๆ” เขายืนยันความจริงเพื่อกรีดหัวใจบางๆ ของภรรยาอีกครั้ง“แต่คุณก็รู้ว่าดาวไม่เคยขายตัวให้ใครนอกจากคุณ” โต้ออกไปอย่างเจ็บปวด ในหัวใจเขาคงมีแต่ผู้หญิงที่ชื่อวีนุตตรา เมื่อไหร่หล่อนจะตายๆ ไปซะ วาโยจะได้เลิกรักใคร่เจ้าหล่อนเสียทีว่าที
“ก็...ช่างมันเถอะค่ะ บางทีดาวอาจจะตาฝาด ว่าแต่...คุณโยยังไม่มาอีกเหรอ” ถามพลางมองไปที่ประตูด้วยหวังว่าจะได้เห็นหน้าสามีสักที“โอ๊ย...อย่าไปถามเลย โน่น...ไปเฝ้าไข้แม่นุตอยู่ตึกโน้นโน่น”หัวคิ้วของลูกสะใภ้ย่นเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ นี่วีนุตตราเข้าโรงพยาบาลอีกแล้วสินะก๊อกๆๆเสียงเคาะประตูดังแทรกกา
วาโยเปล่งเสียงอันดังสั่งภรรยา ทว่าละอองดาวไม่อาจรอช้า ด้วยว่าสิ่งที่อยู่ในท้องกำลังตีวนขึ้นมาหมายจะพุ่งออกทางเก่า เจ้าหล่อนรีบออกไปจากห้องแม้ว่าต้องใช้มือยันผนังไปตลอดทางเพื่อหาห้องน้ำก็ตาม ขณะเดียวกัน วาโยก็ลุกมากำหมัดแน่นอยู่หน้าห้อง เพื่อเฝ้ามองแผ่นหลังของภรรยา เขาเก็บกลืนความโมโหโกรธาไว้ในหมัดท







