LOGIN“มาสิ เรามาช้าไปนิดเดียว โยเพิ่งกลับไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง แต่เดี๋ยวคงมามั้ง เพราะเห็นบอกว่าจะมากินข้าวเย็นกับพี่”
วีนุตตราเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ขณะที่นิลอรกับนางพยาบาลช่วยกันยกร่างผอมของคนป่วยขึ้นวางบนเตียง
“อ้อ...ถึงว่าสิ อรไม่เห็นที่บริษัท”
คราวนี้วีนุตตราเลิกคิ้วสูง สงสัยว่านิลอรจะเข้าใจผิด
“ถ้าหมายถึงบริษัทที่เราไปทำงานน่ะ โยไม่ได้เข้าไปดูทุกวันหรอก เขาน่าจะทำงานอยู่อีกชั้นของตึกนั้นนั่นแหละ บริษัทจตุรศิลป์ทำธุรกิจสองตัว น้องชายโยทำบริษัทน้ำแร่ ส่วนโยเขาทำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เขากำลังจะเริ่มลงทุนในต่างประเทศ ทำนองว่าสิ่งก่อสร้างจำพวกคอนโดฯ อะไรพรรค์นี้แหละ พี่ก็ไม่อยากจะถามเซ้าซี้ แค่ที่โยช่วยเราก็มากพอแล้ว พี่เกรงใจ” วีนุตตราเอ่ยช้าๆ เนิบนาบ เธอไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยสักเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องหลังที่วาโยช่วยเหลือเธอนั้น มันมากเกินกว่าความรักของผู้หญิงป่วยใกล้ตายจะตอบแทนเขาได้ด้วยซ้ำ
“อ้อ...อย่างนี้นี่เอง แล้ววันนี้พี่สาวของอรอาการเป็นไงบ้างคะ เมื่อไหร่จะลุกมาไล่ตีน้องซะที น้องอยากวิ่งไล่จับกับพี่จะแย่แล้ว” น้องน้อยออดอ้อนอย่างน่ารัก อ้อนพี่สาวที่ป่วยเรื้อรังมานานปี
นางพยาบาลหลบไปนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องเพื่อเปิดโอกาสให้ญาติและคนไข้ได้สนทนากันโดยสะดวก
“พี่ก็อยากวิ่งเหมือนกันยัยอร แต่มันคงไม่มีวันนั้นแล้ว”
เสียงบางเบาแผ่วลงอีกเท่าตัว นิลอรน้ำตาซึมเมื่อรู้ว่าพี่สาวคนดีตระหนักอยู่มิคลายว่าเจ้าหล่อนต้องสิ้นลมในวันใดวันหนึ่ง เธอไม่อยากให้วันนั้นมาถึงเลย
“พี่นุต...แต่งงานกับพี่โยนะคะ” นิลอรนั่งลงข้างเตียงก่อนจะเอ่ยประโยคนั้น จับมือผอมแห้งของพี่สาวมาแนบกับพวงแก้มสีน้ำผึ้งอ่อนจาง
“ไม่เอาน่า พี่...จะตายอยู่แล้วนะอร”
“อรแค่...แค่อยากให้พี่มีความสุข แม้ว่าวันนั้นพี่จะไม่อยู่กับอรแล้ว” น้องน้อยว่าพลางน้ำตาคลอ แล้วในที่สุดหยดน้ำตาก็หยดลงฝ่ามือผอมแห้งของพี่สาว
“เหลวไหลน่าเด็กน้อย พี่มีความสุขมากพอแล้ว อีกอย่าง...พี่โยของเราน่ะ เขาแต่งงานแล้ว ลืมหรือเปล่าฮึ” วีนุตตราทอดเสียงแผ่วบางล้อเลียนน้องด้วยความจริง บางทีเธอก็สะใจเล็กๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นไม่มีวันได้หัวใจของวาโย แต่บางทีก็รู้สึกผิดที่แย่งเอาเวลาที่สมควรเป็นของเจ้าหล่อนมาเป็นของตัวเอง สามปีที่เธอป่วย วาโยมาคอยดูแลไม่ห่าง ผู้หญิงคนนั้นจึงได้นอนกอดเพียงทะเบียนสมรสเท่านั้น และถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้แต่งงานกันเพียงในนาม แต่เธอมั่นใจเหลือเกินว่าหัวใจของสุดที่รักยังอยู่กับเธอมิจากไปไหน แม้ความเป็นจริงจะสะกิดใจให้คิดอยู่ไม่คลาย ว่ารักแท้มักแพ้ความชิดใกล้ก็ตาม
“แล้วถ้าพี่โยหย่าแล้วล่ะ พี่จะยอมแต่งหรือเปล่า”
สีหน้าคนป่วยเต็มไปด้วยความประหลาดใจ มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเธอเฝ้ารอวันนั้นมาจวนจะถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตแล้ว หรือเป็นเพราะว่าเธอกำลังจะตาย เขาถึงคิดได้แล้วยอมหย่าขาดจากภรรยา ถ้าเป็นอย่างนั้นก็อย่าเลยดีกว่า เธอไม่อยากทำร้ายผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ทุกวันนี้ที่มีวาโยคอยเคียงข้าง มันช่วยลบเลือนความอ้างว้างในโลกหลังความตายได้หมดสิ้นแล้ว
“ขอดูใบหย่าก่อนก็แล้วกัน แต่เชื่อพี่เถอะว่าโยเขาไม่หย่าหรอกเด็กน้อย” คนที่แคลงใจในการแต่งงานอันแสนยืดเยื้อของชายคนรัก เอ่ยออกมาอย่างปลงๆ ความจริงก็คือ เธอไม่สามารถให้คำตอบน้องสาวได้
“ทำไมละคะ” นิลอรถามด้วยอยากรู้ว่าพี่สาวคิดเห็นเช่นไรในเรื่องนี้
“ถ้าจะหย่า...เขาหย่านานแล้วอร เขาคงจะมีเยื่อใยกับคุณดาวอยู่บ้าง เชื่อพี่สิ”
“เชอะ! ไม่เห็นจะมีเลย อรเห็นแต่พี่โยมาเฝ้าพี่นุต ขนาดวันเกิดตัวเองแท้ๆ พี่โยยังมาฉลองกับพี่นุตเลย”
สาวสวยทำหน้าย่นยู่ใส่บุคคลที่ถูกเอ่ยถึง เธอไม่ชอบละอองดาวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เกลียดเลยก็ว่าได้ นั่นเพราะว่าละอองดาวมาแย่งตำแหน่งที่ควรเป็นของวีนุตตรา พี่สาวเธอ
“พอๆ พี่ไม่มีแรงจะเถียงเราแล้ว กลับไปอาบน้ำอาบท่าเถอะจ้ะ พี่จะรอกินข้าวเย็นนะ” วีนุตตราสั่งความน้องสาว ก่อนจะเลื่อนมือผอมแห้งไปลูบกระหม่อมบางอย่างเอ็นดู
“ก็ได้ค่ะ แล้วพี่อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ อรจะหิ้วมาฝาก”
“นั่นต้องถามคุณพยาบาลแล้วล่ะ ว่ามีอะไรพิเศษบ้าง ที่พี่พอจะกินได้”
วีนุตตราว่าพลางหัวเราะน้อยๆ นิลอรเองก็พลอยขบขันมุกตลกของพี่สาว เห็นทีเธอต้องไปถามคุณพยาบาลจริงๆ กระมัง ว่าวันนี้ห้ามพี่สาวเธอกินอะไรเพิ่มขึ้นมาจากเมื่อวานหรือเปล่า เป็นคนป่วยนี่เอาใจยากจริง จะกินของโปรดของแสลงบ้างก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะทำให้อาการทรุดหนัก เข้าตำราตามใจปากลำบากท้องอีก เฮ้อ!
...........
ละอองดาวนั่งมองอาหารในจานมากกว่าจะกินมัน มื้อเย็นของเธอคงงอนแล้วกระมังที่เธอไม่กลืนมันลงท้องเสียที สิบนาทีที่แล้วสามีทางพฤตินัยเข้ามาถามอาการเธอแล้วกลับออกไปอีกครั้ง เธอไม่ได้รั้งให้เขาอยู่ แม้รู้ว่าเขากำลังจะไปไหน บางครั้งเธอก็อยากไปเผชิญหน้ากับวีนุตตรา เธอไม่อยากเชื่อว่าคนที่ดูแข็งแรงเช่นหล่อนจะป่วยหนักจนต้องนอนแบ็บอยู่ในโรงพยาบาลเช่นนี้ บางทีเจ้าหล่อนอาจจะแสร้งเล่นละครเพื่อจะได้รั้งวาโยให้อยู่กับตัวเองนานๆ
“ไม่หรอกน่า วีนุตตราจะรั้งเขาไว้ทำไม ในเมื่อวาโยไม่เคยตีจากเจ้าหล่อนสักที” ละอองดาวเอ่ยแย้งเสียงที่กำลังโต้ตอบกับเธอในหัว เธอคิดดีแล้วว่าต้องหาทางไปพูดคุยกับวีนุตตราให้ได้สักหน และสักหนที่ว่านั้น ควรจะเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
...........ส่งท้าย...........นอกเขตรั้วอัลลอยด์ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ร่างอวบอิ่มของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างรั้ว ดวงตาคู่คมเฝ้ามองความสุขของทุกคนที่นั่งอยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเช่นกัน กว่าหนึ่งปีที่เธอไม่ได้พบพาน ลาจากพวกเขาไปราวกับล้มหายตายจาก พยายามซ่อนตัวจากทุกโอกาสที่พี่ชายคนดีจะล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็หวนกลับมาจนได้ กลับมาพร้อมกับเครื่องเตือนใจ ที่มีตัวตน“ขอให้พี่โยกับพี่ดาวมีความสุขมากๆ นะคะ อรทำบาปไว้กับพวกพี่มากมายเหลือเกิน ตอนนี้ตราบาปที่ว่ามันกำลังตามมาลงทัณฑ์อรแล้ว แต่อรจะ ไม่ต่อสู้กับมัน อรจะยอมรับความจริงและอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนอย่างที่พี่นุตเคยบอกอร หนูนุตคนดี...ขอให้หนูเป็นที่รักของทุกๆ คนแทนผู้หญิงอีกคนที่มีชื่อเหมือนหนูด้วย ขอให้ความสุขอยู่กับหนูและทุกๆ คนตลอดไป ลาก่อนนะคะ...ลาก่อน...”ร่างอวบอิ่มในชุดกระโปรงหลวมๆ สีเดียวกับเรือนผม ผละจากรั้วสูงของบ้านจตุรศิลป์ เรือนผมสีนิลสนิทกระจายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนปลิวพลิ้วไปกับสายลมอ่อนบางในยามสายของวัน“เรากล
“พอแล้วๆ เดี๋ยวลูกแหวะนมออกมาพอดี”เมื่อภรรยาเตือน วาโยก็หยุดการกระทำ เขาวางแม่หนูน้อยลงกลางเสื่อ ก่อนจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นมาดื่มพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ยัยหนูนะยัยหนู หนูไม่อยากเดินบ้างเหรอลูก หนูขวบเศษแล้วนะ”ละอองดาวท้วงแม่หนูน้อยที่ยิ้มเผล่มาให้แทนคำตอบ พลางปัดเศษใบหญ้าที่ติดตามถุงเท้าคู่น้อยให้ลูกสาว เมื่อครู่เล่นคลานบนพื้นจนมอมแมม ยัยจอมซนเอ๊ย“ดาว ฉันว่า...เดี๋ยวฉันพายัยนุตไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวมานะ”“เอ้า! จะพาไปไหนคะคุณโย”วาโยโปรยยิ้มอย่างมีความหวังให้ละอองดาว เขาอุ้มลูกสาวหายขึ้นไปบนตึกใหญ่และกลับลงมาในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเพียงแค่ดวงตาของละอองดาวมองเห็นบางอย่างบนตัวลูก ก็ต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดเสียงสะอื้นวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาที่รัก ละอองดาวลุกขึ้นยืนทั้งรีบปาดน้ำตาให้แห้งหาย แต่มันก็ยังไม่หยุดไหล และดูเหมือนว่าจะซึมออกมาจากหน่วยตาสีสนิมของสามีเช่นกัน“ดาว...ดูสิ ฉัน...ฉันสวมรองเท้าให้ลูกแล้วนะ ทำไม...เธอไ
จุมพิตหวานล้ำประดุจลำนำเพลงรักที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะขึ้นตามแรงส่งของคนทั้งสอง ละอองดาวยอมละทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหลายทั้งปวง เพื่อที่เธอจะได้รับเอาความสุขหวานล้ำที่สามีกำลังจะมอบให้ บทเพลงสวาทจึงเริ่มต้นตั้งแต่ตะวันเริ่มสาดแสงแต้มแต่งขอบฟ้า ส่วนจะสิ้นสุดตอนไหนของวันนั้น คงต้องให้นางฟ้าตัวน้อยๆ ในเปลเป็นคนตัดสิน เพราะเมื่อใดที่แม่หนูนุตคนดีส่งเสียงร้องไห้โยเยแล้วละก็ เห็นทีว่าสวรรค์บนดินของบิดามารดาคงต้องพังลงเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่แท้...........หนึ่งปีผ่านไปสายลมแห่งฤดูกาลเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่ามิสามารถพัดพาเอาความสุขออกไปจากรั้วจตุรศิลป์ มวลความสุขจึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตัวบ้าน ทั้งบนระเบียง ในห้องนอน ในห้องครัว ในสวนสวย ทุกที่ที่สมาชิกในบ้านปรากฏตัวอยู่จะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ได้ยินได้เห็นอยู่เสมอบัดนี้คุณนายวิภากำลังเห่อหลานชายตัวน้อยที่สะใภ้คนโปรดเพิ่งให้กำเนิด เจ้าหนูคนดีอายุได้เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ ห่างจากหลานสาวราวขวบปี ซึ่งตอนนี้หลานสาวตัวน้อยกำลังถึงวัยน่ารักน่าชังแต่ก็ซุกซนเอาการ แต
แล้วตอนนี้เรื่องบาดหมางในใจทั้งหลายก็ได้สะสางไปแล้วจนเกือบหมด หล่อนน่าจะอภัยให้เขาเสียที เพราะพอได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ บอกตรงๆ ว่าชักจะทนร่างกายดื้อด้านของตัวเองไม่ไหว มันคอยแต่จะสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรคุณภรรยาอยู่ร่ำไป โอย...อยู่ใกล้หล่อนแล้วเขาอดใจไม่ได้เลย“นั่นมันเรื่องของคุณนะคุณโย ปล่อยฉันก่อนสิตาบ้าเอ๊ย! มากอดอะไรแน่นอย่างนี้ หายใจไม่ออก” ละอองดาวดิ้นขลุกขลักเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก“อย่าดิ้นนะดาว พอเถอะ ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ!” วาโยร้องบอกเสียงขรม หน้าอกอวบหยุ่นขนาดเกินมาตรฐานของภรรยา กำลังยั่วต่อมหื่นของเขาอย่างหนัก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แม่หนูนุตเป็นเจ้าของมันอยู่ละก็ เขาจะคลุกวงในเสียให้รู้แล้วรู้รอด อดอยากปากแห้งมานานแล้ว“ปล่อยก่อนสิ แล้วจะหยุดดิ้น” ละอองดาวต่อรอง แต่สามีหนุ่มกลับส่ายหน้า “แล้วฉันจะหยุดดิ้นได้ไงก็ฉันหายใจไม่ออกนี่” เธอชี้แจง สามีหนุ่มเลยจำต้องปล่อยอย่างงอนๆ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าที่พันรอบศีรษะทิ้งไปอย่างเคืองๆ“เฮ้ย! คุณจะดึงออกทำไม แผลหาย
...........[24]วันชื่นคืนสุข...........เรือนไม้หอม วันเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษๆคุณแม่คนสวยกำลังพิจารณาลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่รินไหลเงียบๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ป่านนี้นิลอรจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนหายไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร แล้วทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เจ้าหล่อนคงไม่ได้ทุกข์ตรมอยู่กับเรื่องชีวิตน้อยๆ ที่จากไปใช่ไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ความผิดบาปมันคงไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจเธอแน่นอนวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเปลบุตรสาว เขาเข้ามานั่งในห้องนานแล้ว แต่หล่อนก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะอดทนและมุ่งมั่นให้มากกว่านี้“ดาว...เป็นอะไร อย่าร้องไห้สิ” วาโยดึงร่างภรรยาให้ออกห่างจากเปล เขานั่งลงแล้วให้หล่อนนั่งบนตัก อารามลืมตัวทำให้ละอองดาวลืมที่จะปฏิเสธการใกล้ชิดกันอย่างนี้“ร้องไห้ทำไมคนดี บอกฉันได้ไหม” ว่าพลางเช็ดน้ำตาให้เมีย“ฉัน...ฉันนึกถึงนิลอร ฉันท
“แล้วมันจะทำไมยะ ก็นี่มันลูกฉันฉันก็ต้องเข้าข้างสิ หล่อนเถอะ จะยอมคืนดีกับผัวหรือเปล่า ถ้าไม่ยอมฉันจะได้ให้ตาโยหาเมียใหม่!”“คุณแม่!” ละอองดาวเรียกแม่สามีเสียงดัง“อะไรยะ!?” คุณนายวิภาขานรับหน้าตาขึงขังจนวาโยเริ่มกุมขมับเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศจะคุ้นๆ ชอบกล“ป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าๆๆ”ละอองดาวหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งป่วนประสาทแม่สามี ความจริงเธอกับคุณนายวิภาไม่ได้ลับฝีปากกันนานมากแล้ว เกือบจะตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องยัยหนูนุตกระมัง“เอ้า! นี่คุณแม่แกล้งเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย”วาโยท้วงมารดาจริงจัง ใบหน้าติดรอยยิ้มบางๆ“แกจะบ้ารึตาโย แม่แก่แล้วจะไปโกหกอะไรใครได้ แม่แค่อยากให้แกคืนดีกับเมียไวๆ ยัยหนูนุตจะได้ไม่ขาดความอบอุ่น แต่ถ้าแกจะเชื่อเมียว่าแม่โกหก แม่...แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ฮึกๆ แค่กๆ โอย...แม่หายใจไม่ออกขอยาดมๆ”วาโยควานหายาดมจ้าละหวั่น ขณะที่สะใภ้ใหญ่ลุกไปยืนส่ายหน้าช้าๆ ที่ข้างเตียง คุณนายวิภาช่างมีความพยายามเป็นเลิศจริงๆเสียงคุณนายวิ
“คุณยักษ์ตื่นแล้วเหรอคะ เอากาแฟไหมคะเดี๋ยวป้าไปชงให้”นางเจรียงบอกแล้วตั้งท่าจะลุกจากเก้าอี้ แต่หลานสาวกลับห้ามโดยการยื้อแขนเหี่ยวๆ ไว้ ด้วยไม่ต้องการให้ญาติผู้ใหญ่ของตนต้องลำบาก“เดี๋ยวหนูชงเองค่ะ ป้านั่งเฉยๆ บ้างก็ได้ เดี๋ยวได้กระดูกเคลื่อนพอดีเพราะคอยแต่จะรับใช้เด็กไม่รู้จักโตคนนี้” หญิงสาวแขวะค
“คุณแม่ครับ ผมจะไม่คุยเรื่องนี้กับคุณแม่อีก ถ้ามีคนต้องผิดในเรื่องนี้ก็คงต้องเป็นคุณแม่ เพราะถ้าคุณแม่ไม่บังคับให้ผมแต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รัก ผมคงไม่ดึงละอองดาวมาเกี่ยวด้วยแน่ๆ”“ตาโย!” นางวิภาขานชื่อลูกชายอย่างสุดจะทน กุมภัณฑ์เห็นดังนั้นก็รีบเข้าไกล่เกลี่ยสถานการณ์ ขณะที่นางเจรียงควานหายาดมมาจ่อจ
นางวิภาจีบปากจีบคอว่าให้“คุณแม่? มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ!” คนป่วยถามด้วยความตกใจ รีบลุกนั่ง แต่อาการมึนศีรษะและหน้ามืดทำให้ต้องหลับตาปี๋“ท่าจะอาการหนักแล้วนะ ฉันว่าหล่อนไปโรง’บาลดีไหมแม่ดาว ฉันไม่อยากให้หล่อนตายที่นี่หรอกนะ ฉันกลัวผี!” เสียงเล็กแหลมบ่งบอกว่ากลัวจริงๆละอองดาวอยากขำแต่ขำไม่ออก แม่สาม
ร่างอรชรเลื่อนกายลงนอนช้าๆ ดึงหมอนออกจากศีรษะหนึ่งใบเพราะมันสูงเกินไป เวลาเดียวกันนั้น วาโยก็ยื่นเม็ดยาสีขาวมาให้ คงเป็นยาลดไข้อะไรสักอย่าง“ดาวไม่ได้เป็นอะไร”“เธอตัวร้อน อย่าเรื่องมาก ถ้าพรุ่งนี้มิสเตอร์คิงส์ติดต่อมาว่าตกลงเซ็นสัญญา ฉันจะกลับเมืองไทยทันที เพราะฉะนั้นกินมันซะ!”คนถูกสั่งรีบหยิบเม็







