Masuk“ปะ...เปล่า แค่...ได้จูบแรกฉันไปเท่านั้นเอง” ตอบเสียงสั่นพลางยกมือปาดน้ำตา
“กวาง!” เขาคำรามก้อง แม่กวางน้อยช่างเอ่ยวาจาเร่งเร้าโทสะได้ดีแท้ หล่อนไม่รู้หรืออย่างไรว่าเขากำลังโกรธหล่อนด้วยเรื่องใดอยู่
“แล้วคุณยักษ์มาโกรธฉันทำไมเนี่ย พี่น้องก็ไม่ใช่ คนรักก็ไม่มีวันเป็น แล้วที่มาทำเป็นโกรธนี่หาเหตุผลได้หรือยัง” เธอจ้องหน้าเขานิ่งๆ อย่างต้องการคำตอบ ตอนที่บิดามารดาเสียไปจนเธอต้องมาอยู่ที่นี่ตามที่ป้าเจรียงสั่ง มารับใช้คนบ้านนี้อยู่หลายปี และแน่นอนว่าหลายต่อหลายครั้งที่มันเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ ดีที่เธอขอป้าเจรียงออกไปอยู่หอพักข้างนอก ไม่เช่นนั้นป่านนี้คงได้กลายเป็นนางบำเรอของลูกชายเจ้าของบ้านไปแล้ว แต่กระนั้น ทุกครั้งที่มาเยี่ยมป้าเจรียงแล้วเจอกับเขา โอกาสก็มักเข้าข้างให้เขารังแกเธออยู่เรื่อย
กุมภัณฑ์ไม่อาจตอบคำถามที่สมันน้อยหน้างามเอื้อนเอ่ย หล่อนยังนิ่งเฉยแม้ว่าเขาไม่แยแสต่อคำถาม หล่อนคงรู้กระมังว่าเขาตอบมันไม่ได้
“พรุ่งนี้แต่งตัวดีๆ แล้วเข้าไปหาฉันที่บริษัท ฉันจะหางานให้เธอทำเอง ไม่ต้องออกไปตะลอนๆ หางานจนเจอเจ้านายบ้ากามพวกนั้นอีก เข้าใจหรือเปล่า” เขาสั่งเสียงอ่อนลง
“แน่ใจเหรอว่าจะไม่เจอ” เธอแดกดันในเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้ อย่างไรเสียเจ้านายที่ชื่อยักษ์คงไม่ปล่อยให้เธอทำงานอย่างปกติสุขแน่ๆ
“ก็แล้วแต่เธอเถอะ คิดดูเองแล้วกันว่าจะยอมให้เจ้านายอย่างฉันลวนลาม หรือว่าจะยอมให้เจ้านายหื่นกามพวกนั้น เธอรู้ดีว่าหัวใจเธอมันตอบว่ายังไง” เขาเอ่ยอย่างเป็นต่อ
“คุณยักษ์! พูดอย่างกับว่าฉันแอบหลงใหลได้ปลื้มคุณนะ ไม่หลงตัวเองมากไปหน่อยเหรอ!”
“ไม่เลย หรือว่ามันไม่จริง” เขายอกย้อน ค่อนข้างแน่ใจว่ากวางน้อยคงมีใจให้เขาบ้าง ไม่อย่างนั้นเรื่องที่เขาลวนลามหล่อนบ่อยๆ คงถึงหูป้าเจรียงกับมารดาเขานานแล้ว
“...ฉัน ฉันไม่พูดเรื่องนี้กับคุณแล้ว”
หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม ความเงียบงันเข้าคลี่คลุมบรรยากาศ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ดังเข้าออกสอดประสานกัน
“คุณจะให้ฉันทำงานอะไร ฉันไม่ชอบพูดมาก คงเป็นเลขาไม่ได้หรอก”
เธอรีบออกตัว ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอต้องคอยย้ำกับเจ้านายเสมอว่าเรียนจบบัญชี แต่เจ้านายหื่นกามพวกนั้น กลับคะยั้นคะยอให้เธอไปเป็นเลขาส่วนตัวอยู่เรื่อย หวังว่ากุมภัณฑ์คงไม่ทำเช่นนั้น
“เธอจบบัญชีนี่ ฉันว่าก็โอเคนะ แล้วทำอาหารเป็นหรือเปล่า”
คราวนี้สิมันตราจ้องหน้าว่าที่เจ้านายเขม็ง
“มันเกี่ยวอะไรเนี่ย”
“เกี่ยวสิกวาง เพราะฉันต้องการจ้างเธอมาเป็นแม่บ้านส่วนตัว นักบัญชีส่วนตัว อ้อ...เลขาส่วนตัวด้วย เอาง่ายๆ ว่าข้อหนึ่ง เธอต้องรายงานเสมอว่าเงินที่ฉันจ่ายให้สาวๆ ของฉัน มันมีอะไรที่พวกหล่อนใช้จ่ายเกินงบหรือเปล่า ถ้ามี ฉันจะได้ตัดหล่อนคนนั้นออกจากวงโคจรก่อนที่ฉันจะหมดตัว ข้อสอง เธอต้องคอยปรามฉันเวลาที่ฉันดื่มเหล้าในวันที่พรุ่งนี้จะมีประชุมสำคัญ ซึ่งข้อนี้สำคัญมาก ข้อสาม วันไหนที่ฉันนอนที่คอนโดฯ เธอต้องซักเสื้อผ้า ทำกับข้าว และปลุกฉันให้ลุกไปทำงานด้วย โอเคหรือเปล่า”
“ไม่มีทาง ฉันไม่ได้โง่นะ ทำงานอย่างกับทาส ตัวติดกันแทบยี่สิบสี่ชั่วโมง มันจะได้สักกี่หมื่นกันยะ”
“แสนหนึ่ง! ฉันให้เธอเดือนละแสน ตกลงไหม”
“โธ่! กะอีแค่เดือนละแสนเอง... แสนหนึ่ง! กรี๊ด!” สิมันตราปิดปากร้องกรี๊ดๆๆ อาการงกเงินกำเริบจนไม่ทันระวังตัว เผลอพยักหน้ารับปากเจ้านายใจบุญแต่หื่นกามจนได้
กุมภัณฑ์ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ในที่สุดเขาก็ฉุดนางกวางไปไว้ในเมืองยักษ์ได้โดยละม่อม อย่าหวังว่าพรานมือฉมังหน้าไหนจะไล่ต้อนหล่อนไปจากเขาได้ ไม่มีวันเสียหรอก
...........
...........ส่งท้าย...........นอกเขตรั้วอัลลอยด์ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ร่างอวบอิ่มของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างรั้ว ดวงตาคู่คมเฝ้ามองความสุขของทุกคนที่นั่งอยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเช่นกัน กว่าหนึ่งปีที่เธอไม่ได้พบพาน ลาจากพวกเขาไปราวกับล้มหายตายจาก พยายามซ่อนตัวจากทุกโอกาสที่พี่ชายคนดีจะล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็หวนกลับมาจนได้ กลับมาพร้อมกับเครื่องเตือนใจ ที่มีตัวตน“ขอให้พี่โยกับพี่ดาวมีความสุขมากๆ นะคะ อรทำบาปไว้กับพวกพี่มากมายเหลือเกิน ตอนนี้ตราบาปที่ว่ามันกำลังตามมาลงทัณฑ์อรแล้ว แต่อรจะ ไม่ต่อสู้กับมัน อรจะยอมรับความจริงและอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนอย่างที่พี่นุตเคยบอกอร หนูนุตคนดี...ขอให้หนูเป็นที่รักของทุกๆ คนแทนผู้หญิงอีกคนที่มีชื่อเหมือนหนูด้วย ขอให้ความสุขอยู่กับหนูและทุกๆ คนตลอดไป ลาก่อนนะคะ...ลาก่อน...”ร่างอวบอิ่มในชุดกระโปรงหลวมๆ สีเดียวกับเรือนผม ผละจากรั้วสูงของบ้านจตุรศิลป์ เรือนผมสีนิลสนิทกระจายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนปลิวพลิ้วไปกับสายลมอ่อนบางในยามสายของวัน“เรากล
“พอแล้วๆ เดี๋ยวลูกแหวะนมออกมาพอดี”เมื่อภรรยาเตือน วาโยก็หยุดการกระทำ เขาวางแม่หนูน้อยลงกลางเสื่อ ก่อนจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นมาดื่มพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ยัยหนูนะยัยหนู หนูไม่อยากเดินบ้างเหรอลูก หนูขวบเศษแล้วนะ”ละอองดาวท้วงแม่หนูน้อยที่ยิ้มเผล่มาให้แทนคำตอบ พลางปัดเศษใบหญ้าที่ติดตามถุงเท้าคู่น้อยให้ลูกสาว เมื่อครู่เล่นคลานบนพื้นจนมอมแมม ยัยจอมซนเอ๊ย“ดาว ฉันว่า...เดี๋ยวฉันพายัยนุตไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวมานะ”“เอ้า! จะพาไปไหนคะคุณโย”วาโยโปรยยิ้มอย่างมีความหวังให้ละอองดาว เขาอุ้มลูกสาวหายขึ้นไปบนตึกใหญ่และกลับลงมาในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเพียงแค่ดวงตาของละอองดาวมองเห็นบางอย่างบนตัวลูก ก็ต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดเสียงสะอื้นวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาที่รัก ละอองดาวลุกขึ้นยืนทั้งรีบปาดน้ำตาให้แห้งหาย แต่มันก็ยังไม่หยุดไหล และดูเหมือนว่าจะซึมออกมาจากหน่วยตาสีสนิมของสามีเช่นกัน“ดาว...ดูสิ ฉัน...ฉันสวมรองเท้าให้ลูกแล้วนะ ทำไม...เธอไ
จุมพิตหวานล้ำประดุจลำนำเพลงรักที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะขึ้นตามแรงส่งของคนทั้งสอง ละอองดาวยอมละทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหลายทั้งปวง เพื่อที่เธอจะได้รับเอาความสุขหวานล้ำที่สามีกำลังจะมอบให้ บทเพลงสวาทจึงเริ่มต้นตั้งแต่ตะวันเริ่มสาดแสงแต้มแต่งขอบฟ้า ส่วนจะสิ้นสุดตอนไหนของวันนั้น คงต้องให้นางฟ้าตัวน้อยๆ ในเปลเป็นคนตัดสิน เพราะเมื่อใดที่แม่หนูนุตคนดีส่งเสียงร้องไห้โยเยแล้วละก็ เห็นทีว่าสวรรค์บนดินของบิดามารดาคงต้องพังลงเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่แท้...........หนึ่งปีผ่านไปสายลมแห่งฤดูกาลเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่ามิสามารถพัดพาเอาความสุขออกไปจากรั้วจตุรศิลป์ มวลความสุขจึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตัวบ้าน ทั้งบนระเบียง ในห้องนอน ในห้องครัว ในสวนสวย ทุกที่ที่สมาชิกในบ้านปรากฏตัวอยู่จะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ได้ยินได้เห็นอยู่เสมอบัดนี้คุณนายวิภากำลังเห่อหลานชายตัวน้อยที่สะใภ้คนโปรดเพิ่งให้กำเนิด เจ้าหนูคนดีอายุได้เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ ห่างจากหลานสาวราวขวบปี ซึ่งตอนนี้หลานสาวตัวน้อยกำลังถึงวัยน่ารักน่าชังแต่ก็ซุกซนเอาการ แต
แล้วตอนนี้เรื่องบาดหมางในใจทั้งหลายก็ได้สะสางไปแล้วจนเกือบหมด หล่อนน่าจะอภัยให้เขาเสียที เพราะพอได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ บอกตรงๆ ว่าชักจะทนร่างกายดื้อด้านของตัวเองไม่ไหว มันคอยแต่จะสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรคุณภรรยาอยู่ร่ำไป โอย...อยู่ใกล้หล่อนแล้วเขาอดใจไม่ได้เลย“นั่นมันเรื่องของคุณนะคุณโย ปล่อยฉันก่อนสิตาบ้าเอ๊ย! มากอดอะไรแน่นอย่างนี้ หายใจไม่ออก” ละอองดาวดิ้นขลุกขลักเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก“อย่าดิ้นนะดาว พอเถอะ ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ!” วาโยร้องบอกเสียงขรม หน้าอกอวบหยุ่นขนาดเกินมาตรฐานของภรรยา กำลังยั่วต่อมหื่นของเขาอย่างหนัก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แม่หนูนุตเป็นเจ้าของมันอยู่ละก็ เขาจะคลุกวงในเสียให้รู้แล้วรู้รอด อดอยากปากแห้งมานานแล้ว“ปล่อยก่อนสิ แล้วจะหยุดดิ้น” ละอองดาวต่อรอง แต่สามีหนุ่มกลับส่ายหน้า “แล้วฉันจะหยุดดิ้นได้ไงก็ฉันหายใจไม่ออกนี่” เธอชี้แจง สามีหนุ่มเลยจำต้องปล่อยอย่างงอนๆ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าที่พันรอบศีรษะทิ้งไปอย่างเคืองๆ“เฮ้ย! คุณจะดึงออกทำไม แผลหาย
...........[24]วันชื่นคืนสุข...........เรือนไม้หอม วันเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษๆคุณแม่คนสวยกำลังพิจารณาลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่รินไหลเงียบๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ป่านนี้นิลอรจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนหายไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร แล้วทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เจ้าหล่อนคงไม่ได้ทุกข์ตรมอยู่กับเรื่องชีวิตน้อยๆ ที่จากไปใช่ไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ความผิดบาปมันคงไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจเธอแน่นอนวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเปลบุตรสาว เขาเข้ามานั่งในห้องนานแล้ว แต่หล่อนก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะอดทนและมุ่งมั่นให้มากกว่านี้“ดาว...เป็นอะไร อย่าร้องไห้สิ” วาโยดึงร่างภรรยาให้ออกห่างจากเปล เขานั่งลงแล้วให้หล่อนนั่งบนตัก อารามลืมตัวทำให้ละอองดาวลืมที่จะปฏิเสธการใกล้ชิดกันอย่างนี้“ร้องไห้ทำไมคนดี บอกฉันได้ไหม” ว่าพลางเช็ดน้ำตาให้เมีย“ฉัน...ฉันนึกถึงนิลอร ฉันท
“แล้วมันจะทำไมยะ ก็นี่มันลูกฉันฉันก็ต้องเข้าข้างสิ หล่อนเถอะ จะยอมคืนดีกับผัวหรือเปล่า ถ้าไม่ยอมฉันจะได้ให้ตาโยหาเมียใหม่!”“คุณแม่!” ละอองดาวเรียกแม่สามีเสียงดัง“อะไรยะ!?” คุณนายวิภาขานรับหน้าตาขึงขังจนวาโยเริ่มกุมขมับเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศจะคุ้นๆ ชอบกล“ป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าๆๆ”ละอองดาวหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งป่วนประสาทแม่สามี ความจริงเธอกับคุณนายวิภาไม่ได้ลับฝีปากกันนานมากแล้ว เกือบจะตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องยัยหนูนุตกระมัง“เอ้า! นี่คุณแม่แกล้งเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย”วาโยท้วงมารดาจริงจัง ใบหน้าติดรอยยิ้มบางๆ“แกจะบ้ารึตาโย แม่แก่แล้วจะไปโกหกอะไรใครได้ แม่แค่อยากให้แกคืนดีกับเมียไวๆ ยัยหนูนุตจะได้ไม่ขาดความอบอุ่น แต่ถ้าแกจะเชื่อเมียว่าแม่โกหก แม่...แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ฮึกๆ แค่กๆ โอย...แม่หายใจไม่ออกขอยาดมๆ”วาโยควานหายาดมจ้าละหวั่น ขณะที่สะใภ้ใหญ่ลุกไปยืนส่ายหน้าช้าๆ ที่ข้างเตียง คุณนายวิภาช่างมีความพยายามเป็นเลิศจริงๆเสียงคุณนายวิ
“มาสิ เรามาช้าไปนิดเดียว โยเพิ่งกลับไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง แต่เดี๋ยวคงมามั้ง เพราะเห็นบอกว่าจะมากินข้าวเย็นกับพี่”วีนุตตราเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ขณะที่นิลอรกับนางพยาบาลช่วยกันยกร่างผอมของคนป่วยขึ้นวางบนเตียง“อ้อ...ถึงว่าสิ อรไม่เห็นที่บริษัท”คราวนี้วีนุตตราเลิกคิ้วสูง สงสัยว่านิลอรจะเข้าใจผิด
“ทำไมล่ะ ฉันพูดผิดตรงไหน ในเมื่อเธอเป็นโสเภณีที่ฉันซื้อมาจากซ่องจริงๆ” เขายืนยันความจริงเพื่อกรีดหัวใจบางๆ ของภรรยาอีกครั้ง“แต่คุณก็รู้ว่าดาวไม่เคยขายตัวให้ใครนอกจากคุณ” โต้ออกไปอย่างเจ็บปวด ในหัวใจเขาคงมีแต่ผู้หญิงที่ชื่อวีนุตตรา เมื่อไหร่หล่อนจะตายๆ ไปซะ วาโยจะได้เลิกรักใคร่เจ้าหล่อนเสียทีว่าที
“ก็...ช่างมันเถอะค่ะ บางทีดาวอาจจะตาฝาด ว่าแต่...คุณโยยังไม่มาอีกเหรอ” ถามพลางมองไปที่ประตูด้วยหวังว่าจะได้เห็นหน้าสามีสักที“โอ๊ย...อย่าไปถามเลย โน่น...ไปเฝ้าไข้แม่นุตอยู่ตึกโน้นโน่น”หัวคิ้วของลูกสะใภ้ย่นเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ นี่วีนุตตราเข้าโรงพยาบาลอีกแล้วสินะก๊อกๆๆเสียงเคาะประตูดังแทรกกา
วาโยเปล่งเสียงอันดังสั่งภรรยา ทว่าละอองดาวไม่อาจรอช้า ด้วยว่าสิ่งที่อยู่ในท้องกำลังตีวนขึ้นมาหมายจะพุ่งออกทางเก่า เจ้าหล่อนรีบออกไปจากห้องแม้ว่าต้องใช้มือยันผนังไปตลอดทางเพื่อหาห้องน้ำก็ตาม ขณะเดียวกัน วาโยก็ลุกมากำหมัดแน่นอยู่หน้าห้อง เพื่อเฝ้ามองแผ่นหลังของภรรยา เขาเก็บกลืนความโมโหโกรธาไว้ในหมัดท







