Mag-log in“ไอเดนค่ะ ลูกถูกยิง” หนูมุกร้องบอกอลันทันที อลันขบกรามแน่นเมื่อได้ยินแบบนั้น อลันมองออกไปด้านนอก
“อ้าร์สส......ไอเดน...ไม่ไหวแล้ว” เชือกฟาง เหมือนกำลังคลั่ง เธอขยับร่างกายถอยหนี แต่ไปไหนไม่ได้ เมื่อไอเดนจับขาทั้งสองข้างของเธอไว้ เมื่อเขากำลังล่วงล้ำเข้าร่องสาวด้วยลิ้นของเขา ลิ้นของไอเดนมันไม่อยู่นิ่ง มันขยับเข้า ออก เข้า ออก เร็วมาก มากขึ้นเรื่อยๆ ไอเดนต้องการอะไรจากเธอกันนะ แต่ร่างกายบอกเธอว่า มันแสนวิเศษ ลอยละลิ่ว ร่างกายเธอลอยหรือกำลังบินอยู่ในปุยเมฆเลยทีเดียว เมื่อความรู้สึกบางอย่างชนะ ชนะมากๆ จนเธอกรีดร้องปลดปล่อยธารน้ำออกมาจากร่องสาว และไอเดนชื่นชอบมันมาก เมื่อเขาดูดกลืนกิน.... “เราเป็นของกันและกันแล้ว...ต่อจากนี้ก็เป็นช่วงเวลาของการหลอมรวม...เชือกฟางเธออาจจะเจ็บ เพราะกำแพงพรหมจรรย์ของเธอ ฉันจะสัมผัสมันด้วยเนื้อแท้ของฉัน...และฉันจะกลับออกมาสวมเกราะป้องกัน...ในเวลาถัดมา” คำบอกกล่าวของไอเดน ทำให้ใบหน้าที่พึ่งจะปรับลมหายใจได้ดีขึ้นไม่ถึงสองนาที ก็ต้องพยักหน้า รับรู้และเข้าใจ ด้วยความยินดี เชือกฟางชะเง้อมอง
อื้มมมมม “...เชือกฟาง เก่งมาก ดีมากเลย...อ้าร์สส” ไอเดนครางออกมา มือเขากำแน่นทั้งสองข้าง เมื่อเขาปล่อยเครื่องป้องกันไว้บนหมอนหนุนอีกอัน ดวงตาจ้องมองเชือกฟาง อกเต่งตึง ที่เขายังไม่ลิ้มรสและหยอกล้อ ขยับไปมายามที่เธอดูด รั้ง ขยับศีรษะได้อย่างดีกับแท่งแก่นกายของเขาที่ทั้งร้อนและแข็งแรงมากขึ้น ปากที่เปิดกว้างของเชือกฟาง บ่งบอกถึงขนาดของเขาที่มันจะขยายได้มากกว่านี้มั้ย “ใกล้แล้ว...เชือกฟาง เร็วอีก เร็วๆ ดูดแรงๆ...มันเสียวมาก...” เชือกฟางทำตามนั้น ทำอีก เร็วมากขึ้น ดูดจนแก้มเธอตอบ เสียงครางของไอเดน เขามีควาสุขมาก เธอไม่อาจเห็นสีหน้าและแววตาของเขา แต่รับรู้ได้จากร่างกายเขา เมื่อแก่นกายเขามันสั่นในโพรงปากเธอ แข็งแรงมาก ร้อนมาก รสชาติเขาดีมาก ไม่มีเสียงคราง มีแต่การกระตุกไปทั่วร่างของไอเดน เมื่อเขาปลดปล่อย รสชาติของเขาเข้าสู่โพรงปากของเชือกฟาง ที่เธอกลืนมันลงไป การปลดปล่อยครั้งแรก เขาเสียบริสุทธิ์กับเชือกฟางแล้วสินะ! “เชือกฟาง ฉันเป็นของเธอแล้ว...อึ้มมมม...คราวนี้ถึงเวลาที่เธอต้องเป็นของฉัน
“ไปอย่างช้าๆ นะ” เสียงเบาๆ ของไอเดนดังออกมา เชือกฟางพยักหน้าอีกครั้ง พร้อมกับก้มหน้าลง เมื่อเธอเขินอายมาก มากแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้น และบางอย่างของไอเดนที่ด้านล่าง ตัวตนเขา มันชัดเจนมากต่อสายตาของเธอตอนนี้ภายใต้กางเกงนอนเนื้อผ้าใส่สบาย ไอเดนผละถอยออกเพื่อถอดเสื้อนอนที่สวมอยู่ของเขา เรือนกายของไอเดนแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับเชือกฟาง แต่ที่แปลก เมื่อไอเดนขยับเข้ามาใกล้ “ลองกัดและดูดมันดูสิ” เขาหมายถึงยอดแผ่นอกของเขา อ้าร์ส อ้าร์สส เสียงครางของไอเดน ดังออกมา เมื่อริมฝีปากของเธอครอบครองยอดนั้น มือเล็กเกาะเอวกำยำนั้นไว้ แนบร่างเข้าหาความอบอุ่นที่ไม่จำเป็นเลย เมื่อร่างกายของเธอกำลังเร้าร้อนจากภายใน แค่เธอกำลังกัดเบาๆและดูดยอดแผ่นอกของไอเดน สลับไปอีกข้าง เมื่อข้างนั้นแดงมากแล้วอย่างชัดเจน เพราะปากของเธอเอง ไอเดนลูบแผ่นหลังของเธอไปมา พร้อมกับปลดตะ
เฮ่ยยยย เชือกฟางถอนหายใจ ทุกวันก็มาเรียนพร้อมกันทุกเช้า เย็นก็เลิกเรียนกลับพร้อมกัน ไม่เคยเลยสักครั้งที่เธอจะไปไหนๆกับเพื่อนที่เรียนบัญชีด้วยกัน มีแต่ว่าเธอจะไปกับไอเดน ไปกับเขายามที่เขาบอกว่าให้เธอไปด้วย เมื่อเขาจะไปไหนกับเพื่อนๆของเขา ไม่เคยเลยที่จะปฎิเสธ ตัวติดกันขนาดนั้น ไม่มีใครหรอกที่รู้จักพวกเธอจะไม่รู้ว่า เป็นอะไรกัน ถึงแม้ ไอเดนจะไม่แสดงออกหวานแหวกับเธอ ไม่จำเป็นเลย แต่เธอก็รู้ว่า ตอนนี้สถานะระหว่างเธอกับไอเดน มันคือ คนรักกัน คนรักกันที่เติบโตมาพร้อมๆกัน ความรักของพวกเธอพัฒนาไปพร้อมๆกับระยะเวลาที่ทั้งเธอและเขาเติบโตขึ้น มีอย่างเดียวที่เธอและไอเดนยังไม่ได้ให้มันเกิดขึ้น ความสัมพันธ์ทางกายที่มากกว่าจูบกัน ใช่!หลายปีมานี้ ทั้งเขาและเธอแค่จูบกัน จูบกันในที่ที่ไม่มีใครเห็น ก็ที่นี่มันเมืองไทย แม้แต่เธอกับไอเดนจะอยู่บ้านหลังเดียวกันย่านสุขุมวิท แต่ทั้งเขาและเธอก็อยู่กันคนละห้อง บ้านที่มีคนทำงานอีกสามคน แม่ครัว แม่บ้านทำความสะอาด และแม่บ้านดูแลเรื่องเสื้อผ้า เป็นคนเก่าคนแก่ที่อยู่ที่นี่มานาน 
อ้าร์สสส เสียงครางดังออกมาจากเธอเอง เสียงครางนั้นของเธอเอง เมื่อยอดเกสรชูชันกำลังแข็งในโพรงปากของลูส เพราะทั้งริมฝีปาก และฟันของเขากำลังขบกัด บดขยี้ จนแทบจะระเบิด เต้าเต่งของเธอแทบระเบิด เมื่อความซ่านเสียวที่เกิดขึ้น มันกระตุ้นให้ฝ่ามืออีกข้างของลูส บีบ เคล้นมันอย่างหนักมือ เพราะเขาเองก็เสียวไม่น้อยไปกว่าเธอ เพราะแก่นกายของเขามันสัมผัสต้องผิวกายเธอ เท่านั้นยังไม่พอ ลูสความสามารถเพลงสวาทเหลือล้นทั้งลีลาและแรงกาย มืออีกข้างของเขากำลังกรีดกรายกลีบสาวของเธอไปมา เฉียดไปเฉียดมาบริเวณร่องสาวอย่างท้าทายและกลั่นแกล้งไปในคราวเดียวกัน เมื่อมันมีทีท่าจะเข้าไปแต่ก็ไม่เข้าไปเสียที่ในโพรงสาวที่เปียกชื้นจากธารน้ำในร่างกายของเธอ “ลูส…” เสียงครางเรียกหา มือข้างหนึ่งเกาะกุมไหล่แข็งแรงไว้ อีกข้างเธอแนบ นาบฝ่ามือกับผนังห้องน้ำ เพื่อเป็นหลักให้เธอยืนอยู่ได้ ทั้งๆที่ขาของเธอสั่นไปหมด กับบทรักเล้าโลมของลูส ลูส ค่อยเลื่อนลงต่ำมาเรื่อยๆ ห
“ครับ...เรียบร้อยครับ...กำลังทำตัว สำนึกผิดมาบ้างเล็กน้อย...” อนาสตาเซียเงยหน้าหันกลับไปมองทันที ลักษณะคำพูดแบบนั้น ต้องเป็นพ่อแน่ๆ เฮ้ยยยย เสียงถอนหายใจอย่างเข้าใจ พ่อที่ยืมมือลูสจัดการกับเธอ พ่อที่ไม่เคยดุหรือสามารถทำโทษอะไรเธอได้เลย หัวใจของพ่อไม่เข้มแข็งพอ พ่อให้ลูสจัดการ จัดการกับความผิดครั้งนี้ “ท่านอดัมโทร. มาถาม” “ไม่เห็นต้องบอกเลย” “ต้องบอก...เพราะพ่อของคุณ ท่านอดัม บอกว่า ให้เราสองคนเตรียมเข้าพิธีสาบานเป็นคนคนเดียวกันได้แล้ว...” อนาสตาเซีย มองลูส ที่ยังยืนอยู่ ที่เดิม ท่าเดิม ครั้งที่สามแล้วที่เขาพูดถึงเรื่อง การแต่งงาน ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสินะ เพราะดูเหมือนทุกอย่างจะลงตัวเสียที เพราะอุปสรรคสุดท้ายของลูส ก็คือ พ่อ พ่อที่ไม่พร้อมเสียที ที่จะต้องยกบุตรสาวเพียงคนเดียวที่รักยิ่งกว่าชีวิตให้
“โนอาห์...แปลกใจที่เห็นนายอยู่วันนี้” อนาสตาเซียเอ่ยเมื่อเห็นน้องชายคลานตามกันมา เพราะโนอาห์วัยยี่สิบเอ็ดปีในวันศุกร์ที่บ้านก่อนเวลาเที่ยงคืน เป็นอะไรที่เป็นไปได้ยากมาก “พ่อเรียกตัวนะ...พึ่งจะวางสายไปไม่นาน” โนอาห์เอ่ยบอกพี่สาว เพราะทั้งโนอาห์และอนาสตาเซียต่างก็ได้สิทธิในการใช้ชีวิตตามว
“แอนนี่...” อนาสตาเซียสะดุ้งหันหลังตามเสียงเรียก “เอ็ดเวิร์ด...” อนาสตาเซียยิ้มและเก็บโทรศัพท์ เมื่อคนที่เธอกำลังโทร.หา ยืนอยู่ด้านหลังแล้ว เอ็ดเวิร์ดชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้านัยน์ตาสีเทาที่มีคุณลักษณะพิเศษยามต้องแสงดวงตาของเอ็ดเวิ์ดเหมือนจะเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวได้อย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อกลุ่มคนทั้งเจ็ดเห็นว่าเป็นผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงสองคนที่เป็นพวกเดียวกันก็เดินมาทางอนาสตาเซีย มองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าส้นเตี้ย หนึ่งในสองพยักหน้าให้อีกคนเข้าไปจัดการอนาสตาเซีย เพราะคงประเมินแล้วว่าอนาสตาเซียคงอ่อนหัด...น่าจะเป็นแค่ยายโง่ที่ผ่าน
“พ่อ!!!...” อนาสตาเซียวิ่งเข้าไปหาอดัมทันที พร้อมโอบกอดและหอมแก้มซ้ายขวาท่าทางประจบนั้นน่ารักยิ่งนัก “วันนี้นางฟ้าของพ่อดูดีใจเป็นพิเศษกับการเจอพ่อครั้งนี้” อดัมแซวบุตรสาวและนั่งลงข้างๆน้ำฟ้า และยื่นหน้าไปหอมแก้มภรรยาสุดที่รัก “พ่อคิดมากไปเหรอเปล่า...แอนนี่ไม่เจอพ่อเกือบเด







