Masukตอนที่
[6]
แผนการใหม่
ภาพตรงหน้านั้นหากคนที่มาเห็นเป็นลั่วหลิงเม่ยก็คงจะทนไม่ไหวเป็นแน่
นั่นเพราะเป็นภาพที่จ้าวซงหยวน บุรุษผู้เป็นที่หมายปองของพี่สาวต่างสายเลือด และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นางต้องถูกสองแม่ลูกนั่นคอยกลั่นแกล้งอยู่เสมอ กำลังให้ความสนใจสตรีผู้หนึ่ง และสตรีผู้นั้นก็คือคุณหนูใหญ่แห่งจวนเสนาบดีฝ่ายขวา...หวังหงหรู
ท่าทีที่จ้าวซงหยวนแสดงออกต่อคุณหนูหวังนั้นมันช่างแตกต่างจากท่าทีที่เขาเคยแสดงออกต่อนางหรือพี่สาวของนางโดยสิ้นเชิง
เห็นชัดว่าใช้ความพยายามในการเข้าหาหวังหงหรูเป็นอย่างมาก ทุกคำพูดและการกระทำล้วนเต็มไปด้วยความจริงใจ (?) และความชื่นชม...
‘ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง’
ลั่วเฉียวฮุ่ยยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยขณะแอบมองอยู่ไกล ๆ
เป้าหมายที่แท้จริงของจ้าวซงหยวนก็คือคุณหนูหวังผู้สูงศักดิ์ ส่วนพี่สาวหรือแม้กระทั่งนางก็อาจจะเป็นเพียงของเล่นแก้เบื่อระหว่างทางสำหรับเขา
ถึงรู้เช่นนี้กลับไม่ได้ทำให้นางรู้สึกโกรธ ดีเสียอีก เพราะตอนนี้นางได้คิดแผนการใหม่ที่ทั้งสนุกและสะใจยิ่งกว่าหากทำสำเร็จผุดขึ้นมาในหัวได้แล้ว!
‘ในเมื่อพวกเจ้าเก่งการชักจูงคนให้ไปในเส้นทางที่ผิดนัก เช่นนั้นข้าก็จะทำเช่นกัน!’
นางตัดสินใจแล้ว...
ที่จะทำให้มารดาเลี้ยงและพี่สาวต่างสายเลือดอยู่ไม่สุข ผลักดันให้ทั้งสองเผยหางตนเอง เพื่อจะได้ดูว่าวันที่ลั่วหลิงเม่ยได้รู้ว่าตนเองไม่สามารถกลายเป็นฮูหยินของจ้าวซงหยวนนั้นจะรู้สึกอย่างไร
จากนั้นแผนการปั่นหัวก็ได้เริ่มต้นขึ้นในวันต่อมา...
ลั่วเฉียวฮุ่ยเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง กลับมาแต่งหน้าประทินโฉมให้งดงามอีกครั้ง เลือกสวมใส่อาภรณ์ที่งดงามที่สุด ทุกครั้งที่นางปรากฏตัว ความงามของนางก็มักจะดึงดูดสายตาของผู้คนได้เสมอ รวมถึงสายตาของจ้าวซงหยวนด้วยเช่นกัน
หญิงสาวแสร้งทำเป็น ‘บังเอิญ’ ไปพบเจอกับเขาตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เขามักจะไป ไม่ว่าจะเป็นร้านหนังสือ โรงน้ำชา หรือแม้กระทั่งในตลาด ทุกครั้งที่พบกัน นางจะส่งยิ้มหวานที่ดูไร้เดียงสาไปให้เขาพร้อมกับพูดคุยด้วยถ้อยคำที่แฝงไว้ด้วยการให้ความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ
“คุณชายจ้าวช่างบังเอิญจริง ๆ นะเจ้าคะที่เราได้พบกันอีกแล้ว”
“อ้อจริงสิ ข้าเห็นภาพวาดที่คุณชายวาดมอบให้ร้านหนังสือแล้ว ช่างงดงามยิ่งนัก ข้าไม่เคยเห็นภาพที่สมบูรณ์เช่นนั้นมาก่อนเลย”
แน่นอนว่าจ้าวซงหยวนผู้มากรักเมื่อได้รับคำชมจากสตรีแสนงดงามเช่นนี้เข้าไป มีหรือที่เขาจะไม่เล่นด้วย เขายิ่งเข้ามาตีสนิทและหว่านคำหวานใส่นางมากขึ้น โดยที่ไม่รู้เลยว่า ทุกการกระทำของเขาล้วนอยู่ในสายตาของ ‘ใครบางคน’ ที่มาคอยสอดแนมอยู่ตลอดเวลา
และมันก็เป็นไปตามที่ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องการ!
ลั่วหลิงเม่ยที่ได้รู้ว่าน้องสาวต่างสายเลือดของตนเองกำลังพยายามจะแย่งชิงบุรุษอันเป็นที่รักของนางไปก็ถึงกับนั่งไม่ติด ความอดทนและความสามารถในการสวมบทบาท ‘สตรีผู้แสนดีและเพียบพร้อม’ ของนาง เริ่มที่จะถึงขีดจำกัดแล้ว!
วันหนึ่งขณะที่จ้าวซงหยวนมาที่จวนและได้พบกับลั่วเฉียวฮุ่ยที่เพิ่งจะ ‘บังเอิญ’ เดินผ่านมาพอดี
ลั่วเฉียวฮุ่ยแสร้งทำเป็นสะดุดก้อนหินแล้วเซถลาเข้าไปหาจ้าวซงหยวนอย่างไม่ทันระวัง
“ว๊าย!”
จ้าวซงหยวนรีบคว้าเอวของนางไว้ตามสัญชาตญาณ ทำให้ร่างของทั้งสองแนบชิดกันในท่าทางที่ดูใกล้ชิดสนิทสนมเป็นอย่างยิ่ง
และภาพนั้นก็ตกอยู่ในสายตาของลั่วหลิงเม่ยเข้าอย่างจัง และนี่คือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของลั่วหลิงเม่ยขาดสะบั้นลง!
หลังจากที่จ้าวซงหยวนกลับไปแล้ว นางก็บุกตรงไปยังเรือนของลั่วเฉียวฮุ่ยทันที
“ลั่วเฉียวฮุ่ย! เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
ในตอนนั้นลั่วเฉียวฮุ่ยจึงเดินออกมาจากเรือนด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
“มีอะไรหรือเจ้าคะ...พี่ใหญ่?”
“เจ้ายังจะมาถามอีกหรือ เจ้าจงใจเข้าหาคุณชายจ้าวใช่หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นของข้า!”
“ของท่าน?” ลั่วเฉียวฮุ่ยเลิกคิ้ว
“ข้าไม่เห็นว่าเขาจะเคยพูดเช่นนั้นเลยนะเจ้าคะ เขายังบอกกับข้าอยู่เลยว่า...เขายังไม่มีใครในดวงใจ” นางกล่าวโกหก จ้าวซงหยวนไม่เคยพูดเรื่องนี้
“ไม่จริง! เจ้าโกหก! คนที่เขามีใจให้ก็คือข้า!”
“เช่นนั้นหรือ ถ้าเขารักท่านจริง เหตุใดเขาถึงยังไม่ไปสู่ขอท่านกับท่านพ่อสักทีเล่า?” คำถามนั้นแทงใจดำของลั่วหลิงเม่ยอย่างจัง
“กรี๊ดดดด!!” ลั่วหลิงเม่ยกรีดร้องออกมาอย่างเสียสติเมื่อถูกจี้ใจดำเข้า นางพุ่งเข้าไปหมายจะตบหน้าลั่วเฉียวฮุ่ยให้ระบายความอัดอั้นในใจ
ทว่า…
หมับ!
เพียะ!
นางคว้าข้อมือของพี่สาวไว้ได้ทันก่อนจะใช้มืออีกข้างตบกลับไปอย่างเต็มแรง!
“โอ๊ย!!”
ลั่วหลิงเม่ยถึงกับหน้าหันไปตามแรงตบพลางมองลั่วเฉียวฮุ่ยด้วยความไม่อยากจะเชื่อ!
“อย่าได้คิดว่าจะมารังแกข้าได้ง่าย ๆ หากเจ้ายังกล้ามาหาเรื่องข้าอีก ครั้งหน้า...มันจะไม่จบแค่การตบเพียงครั้งเดียวแน่!”
ลั่วเฉียวฮุ่ยกล่าวเสียงเย็นก่อนจะผลักร่างของพี่สาวจนเซถลาแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าเรือนไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้ลั่วหลิงเม่ยยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นและความอัปยศ
แน่นอนว่าหญิงสาวรีบวิ่งโร่ไปฟ้องบิดาตามเคย แต่ครั้งนี้โชคกลับเข้าข้างลั่วเฉียวฮุ่ย เพราะช่วงนี้ลั่วฉู่หวังมักจะติดงานสำคัญไม่ค่อยได้กลับมาที่จวนเท่าใดนัก
นั่นทำให้ลั่วหลิงเม่ยต้องได้นำความแค้นนี้ไประบายให้กับมารดาฟัง ทำให้สวีหลิงม่านต้องค่อยปลอบบุตรสาวให้ใจเย็นลง พร้อมทั้งบอกว่าครั้งนี้บุตรสาวทำโดยไม่วางแผนจึงทำให้เสียเปรียบผู้อื่นยิ่งนัก และที่ผ่านมาบุตรสาวไม่เคยต้องลงมือเองเช่นนี้ก็สามารถทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยพ่ายแพ้ได้แล้ว เห็นทีคงเป็นเพราะเรื่องคุณชายจ้าวที่ทำให้ลั่วหลิงเม่ยขาดความยับยั้งชั่งใจเช่นนี้
“เม่ยเออร์เจ้าไม่ต้องกังวลไป อย่างไรคุณชายจ้าวก็ต้องเป็นของเจ้า ลั่วเฉียวฮุ่ยไม่มีวันแย่งชิงไปเป็นของนางได้เป็นแน่ แม่จะช่วยเจ้าเอง”
ลั่วหลิงเม่ยได้แต่ตัวสั่นในอ้อมกอดมารดา นัยน์ตาเต็มไปด้วยประกายกรุ่นโกรธ
ในขณะที่แผนการปั่นหัวกำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ลั่วเฉียวฮุ่ยก็ไม่ได้ละเลยแผนการสร้างตัวของนาง
นางให้เลี่ยงซูไปสืบเรื่องราวเกี่ยวกับฉินฮูหยินมาอย่างละเอียดแล้ว และก็พบว่านางเป็นคหบดีหญิงที่มีความสามารถมาก นอกจากนั้นยังมีชื่อเสียงที่ดี ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับพวกขุนนางชั่วหรือเบื้องหลังที่ไม่ดีอันใด ที่สำคัญนางไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับสวีหลิงม่านเลยแม้แต่น้อย
เมื่อแน่ใจแล้วลั่วเฉียวฮุ่ยจึงตัดสินใจที่จะไปพบกับฉินฮูหยินอีกครั้ง...
ตอนที่ [14]เซียวจวิ้น ช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่เรือนฟู่เฉิงเพื่อดูแลกิจการที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไม่ก็ไปมาหาสู่ที่จวนตระกูลฉินเพื่อปรึกษาหารือเรื่องการค้ากับฉินฮูหยินอยู่เสมอ นางแทบจะไม่ได้ย่างกรายเข้าไปใกล้เรือนใหญ่ของจวนตระกูลลั่วเลยหากไม่จำเป็น เมื่อกลับมาถึงจวนในตอนค่ำ นางก็จะตรงกลับไปยังเรือนของตนเองทันทีการที่นางเข้า ๆ ออก ๆ จวนอยู่ทุกวันแน่นอนว่าย่อมอยู่ในสายตาของผู้เป็นบิดาอย่างลั่วฉู่หวังแต่เขาก็ทำได้เพียงแค่สงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะซักถามอะไรให้มากความ ในความคิดของเขา บุตรสาวคนรองก็คงจะยังทำตัวเหลวไหลออกไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ไร้สาระเหมือนเช่นเคย‘เมื่อไรจะรู้จักโตเป็นผู้ใหญ่เสียทีนะ...’ เขาได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา พลางหันไปมองภาพของภรรยาและบุตรสาวคนโตที่กำลังนั่งเย็บปักถักร้อยกันอยู่ที่ศาลากลางสวนด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ‘ดูสิ เม่ยเออร์ช่างเพียบพร้อมและเป็นกุลสตรีที่งดงาม ลั่วเฉียวฮุ่ยช่างเทียบไม่ติดจริง ๆ’โดยเขาไม่รู้เลยว่าบุตรสาวที่เขาตราหน้าว่าไร้สาระนั้น บัดนี้ได้กลายเป็น คหบดีหญิงผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลคน
ตอนที่ [13]สินค้าใหม่ ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวของลั่วเฉียวฮุ่ยคืนนั้น มันได้จุดประกายไฟแห่งการสร้างสรรค์ครั้งใหม่ของนางให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง ‘รองเท้ากันน้ำ กันหิมะ ทนทาน สำหรับทหาร...’ใช่แล้ว! รองเท้าสำหรับทหาร!!มันอาจจะดูเป็นเรื่องไม่สำคัญในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับนางที่ในอดีตคือ เฮเลน เฉียน อดีตครูฝึกสอนการต่อสู้และการเอาตัวรอด นางรู้ดีว่าอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายในสนามฝึกได้เลยทีเดียวในโลกก่อนตอนที่นางยังเป็นเพียงนักเรียนการต่อสู้ นางต้องเข้ารับการฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและทารุณมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งการเดินเท้าในป่ารกชัฏที่เต็มไปด้วยโคลน การปีนป่ายหน้าผาที่สูงชัน ไปจนถึงการฝึกซ้อมท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ ประสบการณ์เหล่านั้นได้สอนให้นางต้องรู้จักดัดแปลงและปรับปรุงอุปกรณ์ของตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...รองเท้าคืนนั้นลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการขลุกอยู่กับกองกระดาษและพู่กัน เพื่อร่างภาพแบบรองเท้าหุ้มข้อที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่นางต้องการ มันจะต้องทำจากหนังที่เหนียวและทนทาน
ตอนที่ [12]ยิ่งกว่าครอบครัว เสียงเรียกที่ดังขึ้นจากด้านข้างรถม้า ทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องเปิดม่านไปดู แล้วก็พบกับร่างของสตรีวัยกลางคนที่คุ้นเคย ท่านป้าเสวียน บ่าวรับใช้คนสนิทของฉินฮูหยินนั่นเอง“ท่านป้าเสวียน มีธุระอันใดกับข้าหรือเจ้าคะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยเอ่ยทักทายด้วยความประหลาดใจเสวียนหงยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจและไม่เสแสร้ง แตกต่างจากรอยยิ้มของคนในจวนที่ลั่วเฉียวฮุ่ยเพิ่งจะจากมาโดยสิ้นเชิง“พอดีว่านายหญิงให้ข้าน้อยไปหาคุณหนูที่เรือนฟู่เฉิงน่ะเจ้าค่ะ แต่เมื่อไปถึงคนงานที่นั่นกลับบอกว่าคุณหนูได้เดินทางกลับไปก่อนแล้ว ข้าน้อยจึงลองออกมาตามหาดู โชคดีจริง ๆ ที่ได้พบท่านที่นี่”“ฉินฮูหยินมีเรื่องด่วนอะไรกับข้าหรือเจ้าคะ?” ลั่วเฉียวฮุ่ยค่อนข้างจะนอบน้อมต่อสตรีผู้นี้เป็นพิเศษ เพราะนางรู้ดีว่าเสวียนหงไม่ได้เป็นเพียงบ่าวรับใช้ธรรมดา แต่คือคนที่ฉินฮูหยินให้ความไว้วางใจมากผู้หนึ่ง“เรื่องนั้น...ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ” เสวียนหงส่ายหน้าเบา ๆ“นายหญิงเพียงแค่สั่งให้ข้ามาเชิญคุณหนูไปที่จวนให้ได้ ท่านบอกว่ามี ‘เรื่องสำคัญ’ จะพูดคุยด้วย เช่นนั้นตามข้าไปที่จวนจะด
ตอนที่ [11]ไม่เคยสำคัญ หนึ่งเดือนผ่านไป...กิจการค้าระหว่างลั่วเฉียวฮุ่ยและฉินฮูหยินรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นอย่างไม่มีหยุดยั้ง สินค้าทุกชิ้นที่นางคิดค้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสบู่หอม เครื่องหอมแบบน้ำหรือกระเป๋าสารพัดประโยชน์ล้วนต่างก็กลายเป็นของยอดนิยมที่เหล่าสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงต้องมีไว้ในครอบครองคำสั่งซื้อหลั่งไหลเข้ามามากมายจนหญิงสาวและคนงานที่เรือนฟู่เฉิงแทบจะผลิตกันไม่ทัน ทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น นางจะต้องดูแลทั้งควบคุมคุณภาพการผลิต การคิดค้นสินค้าใหม่ ๆ และวางแผนรูปแบบการขายร่วมกับฉินฮูหยิน ทุกวันทำงานหนักเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่กระนั้นกลับเป็นความเหนื่อยที่เต็มไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจนั่นเพราะนางไม่ได้ร่ำรวยขึ้นเพียงคนเดียว แต่เหล่าคนงานที่นางว่าจ้างมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนที่เคยไม่มีแม้แต่งานจะทำ บัดนี้พวกเขากลับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยนางให้ผลตอบแทนแก่พวกเขาอย่างสมน้ำสมเนื้อ มอบทั้งค่าจ้างที่สูงกว่าปกติ ไหนจะอาหารครบทุกมื้อและที่พักที่ปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เหล่าลูกจ้างต่างก็พากันซาบซึ้งใจและทำงานให้นางอย่างถวายห
ตอนที่ [10]พังมาพังกลับ หลังจากที่จัดการเรื่องเรือนฟู่เฉิงแหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่และคัดเลือกคนงานที่ไว้ใจได้เรียบร้อยแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็กลับมาทุ่มเทให้กับการผลิตสินค้าชุดใหม่ต่อทันที ด้วยกำลังคนที่เพิ่มขึ้นและสถานที่ที่กว้างขวางกว่าเดิม ก็ทำให้การผลิตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพียงไม่นาน สินค้าชุดใหม่ก็ถูกส่งไปยังร้านยงซื่อจินผิ่นจนเต็มคลังสินค้าและเมื่อจัดการเรื่องงานจนเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องสะสาง ‘บัญชีแค้น’ ส่วนตัวกันเสียทีนางรอคอยจังหวะที่เหมาะสมและในที่สุดโอกาสนั้นก็มาถึงเมื่อได้รับข่าวจากสายที่แอบวางไว้ในจวนว่าวันนี้บิดาของนางติดงานสำคัญต้องค้างคืนอยู่ที่นอกเมืองหลายวัน น้องชายตัวแสบก็ไปเรียนที่สำนักศึกษา ส่วนสองแม่ลูกตัวดีก็มีแผนที่จะออกไปเลือกซื้อผ้าไหมที่ตลาดวันนี้ทางสะดวก!!ช่างเป็นวันที่เหมาะสมกับการ ‘ลงมือ’ ครั้งใหญ่เสียจริงลั่วเฉียวฮุ่ยยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางรอจนกระทั่งรถม้าของสวีหลิงม่านและลั่วหลิงเม่ยเคลื่อนตัวออกจากจวนไปแล้ว จึงได้เริ่มต้นแผนการของนางทันที!โดยบอกให้เลี่ยงซูอยู่เฝ้าเรือนไว้ ส่วนตนเองก็ได้ใช้ ทัก
ตอนที่ [9]แหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่ หลังจากที่จับจ่ายซื้อวัตถุดิบจนเต็มรถม้าแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็เดินทางกลับมายังจวนตระกูลลั่วด้วยความรู้สึกที่กระตือรือร้นและเต็มไปด้วยพลัง นางแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้กลับไปเริ่มต้นผลิตสินค้าชุดใหม่ สินค้าที่จะนำพาความร่ำรวยและอิสรภาพมาสู่ชีวิตของนางแต่แล้วหลังจากที่นางแอบนำของเหล่านั้นเข้าประตูด้านข้างก่อนจะนำไปที่เรือนของตนเอง ทันทีที่นางก้าวผ่านประตูเรือนของตนเองเข้ามารอยยิ้มที่เคยสดใสก็พลันแข็งค้างไป...ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของนาง เรียกได้ว่าคือความพินาศย่อยยับ!เพราะข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นในเรือนถูกรื้อค้นออกมาจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โต๊ะเครื่องแป้งถูกผลักจนล้มคว่ำ เสื้อผ้าที่พับไว้อย่างดีถูกดึงออกมาขยี้จนยับยู่ยี่และที่เลวร้ายที่สุด คือโอ่งดินเผาใบเล็กที่นางใช้เก็บสมุนไพรหายากบางชนิด บัดนี้มันได้แตกละเอียดกลายเป็นเศษดินเผาไปเสียแล้ว!“คุณหนู!!” เลี่ยงซูที่เดินตามเข้ามาทีหลังถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด “นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ ผู้ใดกล้าทำเช่นนี้กัน!”เลี่ยงซูกำลังจะวิ่งออกไปเพื่อตามหาคนมาสอบสวน แต่กลับถูกลั่วเฉียวฮุ่ยยกมือ







