Share

ตอนที่ 5 : จุดชนวนความสงสัย

last update Huling Na-update: 2026-01-23 01:27:37

ตอนที่

[5]

จุดชนวนความสงสัย

          หลังจากที่ถูกบิดาตัดเบี้ยหวัดและห้ามไม่ให้ร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัว ชีวิตในจวนของลั่วเฉียวฮุ่ยก็ดูเหมือนจะตกต่ำลงถึงขีดสุดในสายตาของทุกคน...ยกเว้นตัวนางเอง

หญิงสาวไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนหรือเดือดเนื้อร้อนใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นางกลับดูสบายใจและเป็นอิสระมากขึ้นกว่าเดิม

เงินเก็บเล็กน้อยที่ลั่วเฉียวฮุ่ยคนเดิมเคยเก็บเอาไว้ ถูกนำออกมาใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า นางไม่ได้นำไปซื้อหาอาภรณ์หรูหราหรือเครื่องประดับราคาแพงอีกต่อไป แต่กลับนำไปซื้อวัตถุดิบสดใหม่จากตลาดเพื่อนำมาทำอาหารกินเองในเรือนของนาง

ทักษะการทำอาหารที่ติดตัวมาจากโลกเก่า ทำเอาเลี่ยงซูต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า

“คุณหนู นะ...นี่ท่านไปแอบร่ำเรียนวิชาทำอาหารเหล่านี้มาจากที่ใดกันเจ้าคะ!?” เด็กสาวถามขึ้นขณะที่กำลังซดน้ำแกงไก่ตุ๋นร้อน ๆ ที่ทั้งหอมกรุ่นและรสชาติกลมกล่อมอย่างที่ไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนในชีวิต

“ข้าก็แค่...ลองทำดูเล่น ๆ น่ะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ พลางคีบเนื้อปลานึ่งมะนาวชิ้นโตเข้าปาก 

‘แค่นี้มันยังแค่ระดับพื้นฐานเท่านั้นแหละน่า’

ผู้ใดจะคาดคิดว่าสตรีที่ดูแข็งทื่อและเด็ดเดี่ยวอย่างเฮเลน เฉียน ผู้เป็นเจ้าของสถาบันการต่อสู้ชื่อดัง จะมีงานอดิเรกที่เอาไว้ผ่อนคลายจิตใจหลายอย่าง การทำอาหารก็เป็นหนึ่งในนั้น ถึงจะเรียกว่างานอดิเรกแต่ทุกอย่างที่สนใจนางล้วนเลือกลงเรียนแบบส่วนตัวด้วยความตั้งใจและจริงจังในยามที่มีเวลาว่างเสมอ

ในขณะที่สองนายบ่าวกำลังมีความสุขอยู่กับมื้ออาหารเลิศรสอยู่ก็ได้ยินสองแม่ลูกตัวร้ายอย่างสวีหลิงม่านและลั่วหลิงเม่ยมาเรียกที่หน้าเรือนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง

“ฮุ่ยเออร์เป็นอย่างไรบ้าง” สวีหลิงม่านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานหลังลั่วเฉียวฮุ่ยเดินออกมาพบที่หน้าเรือน

“ข้าสบายดีเจ้าค่ะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างถึงที่สุด สวีหลิงม่านทำทีเป็นไม่สนใจท่าทางของคนตรงหน้าก่อนจะกล่าวต่อ

“ข้าเพียงอยากมาบอกว่าหากเจ้าขาดเหลืออะไรก็บอกข้าได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“ใช่แล้วน้องรอง แต่จะให้ดี หากเจ้ายอมไปขอโทษท่านพ่อดี ๆ บางทีท่านอาจจะใจอ่อนยอมยกโทษให้เจ้าก็ได้นะ” ลั่วหลิงเม่ยเอ่ยขึ้นเสริมด้วยท่าทางเห็นใจ ทว่านี่ไม่ใช่การแนะนำ หากฟังดี ๆ จะรู้ว่ามันเป็นการเยาะเย้ย

ลั่วเฉียวฮุ่ยมองการแสดงละครตบตาตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชา

“ขอบคุณในความหวังดีของท่านแม่และพี่ใหญ่นะเจ้าคะ แต่ข้าสบายดี และข้าก็ไม่มีอะไรที่จะต้องขอโทษ”

กล่าวจบก็เข้าไปในเรือนเพื่อกลับไปกินอาหารของตนเองต่อ ไม่เปิดโอกาสให้พวกนางได้พูดอะไรอีก

แน่นอนว่าเรื่องนี้ได้ถูกนำกลับไปรายงานต่อลั่วฉู่หวังในรูปแบบที่ถูกบิดเบือนไปโดยสิ้นเชิง

“ท่านพี่เจ้าคะ ข้าเป็นห่วงฮุ่ยเออร์เหลือเกิน” สวีหลิงม่านบีบน้ำตาต่อหน้าสามี “นางยังคงดื้อรั้นและไม่ยอมสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย ข้าพยายามจะนำอาหารไปให้ แต่นางก็ไม่ยอมรับ บอกว่าสามารถดูแลตัวเองได้ ฮึก ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วเจ้าค่ะ”

คำพูดของภรรยายิ่งสุมไฟแห่งความไม่พอใจที่ลั่วฉู่หวังมีต่อบุตรสาวคนรองให้มากขึ้นไปอีก

หลายวันต่อมาวังหลวงได้จัดงานเลี้ยงชมบุปผาขึ้น ซึ่งเหล่าบุปผาที่นำมาแสดงล้วนแต่เป็นบุปผาหายาก และงานนี้มักจะจัดขึ้นเพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้มาพบปะสังสรรค์กันพร้อมชมความงดงามของเหล่าบุปผาไปพลาง แน่นอนว่าตระกูลลั่วซึ่งเป็นขุนนางขั้นสามย่อมได้รับเทียบเชิญด้วย

ลั่วฉู่หวังตั้งใจว่าจะไม่พาบุตรสาวตัวปัญหาของเขาไปด้วย ด้วยความโกรธยังไม่จางหาย แต่กระนั้นก็ถูกภรรยาห้ามไว้เสียก่อน

“ท่านพี่ หากท่านไม่พานางไปด้วยคนภายนอกจะครหานินทาได้นะเจ้าคะ ว่าท่านลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน พานางไปด้วยเถิดเจ้าค่ะอย่างน้อยก็เพื่อรักษาหน้าตาของตระกูลเรา” สวีหลิงม่านกล่าวอย่างมีเหตุผล

นางแสร้งทำเป็นหวังดีทั้งที่จริง ๆ ไม่อยากพาลั่วเฉียวฮุ่ยไปด้วยเลยสักนิด แต่ไหน ๆ ก็ต้องพาไปแล้ว เช่นนั้นก็ต้องสร้างความลำบากให้อีกฝ่ายสักหน่อย

คิดแล้วจึงนำอาภรณ์ชุดใหม่มามอบให้ลั่วเฉียวฮุ่ยด้วยตนเอง

“ฮุ่ยเออร์แม่เห็นว่าเจ้าไม่มีชุดใหม่ ๆ ใส่ไปงานเลี้ยง จึงตั้งใจตัดชุดนี้มาให้เจ้าเป็นพิเศษเลยนะ”

ลั่วเฉียวฮุ่ยมองอาภรณ์ในมือของตนเองในตามีประกายบางอย่าง

มันเป็นชุดสีฟ้าอมเทาที่ดูจืดชืดและไร้ชีวิตชีวาอย่างที่สุด แตกต่างจากชุดสีชมพูสดใสปักลายผีเสื้อที่งดงามราวกับภาพวาดที่แอบเห็นอีกฝ่ายเตรียมไว้ให้ลั่วหลิงเม่ยโดยสิ้นเชิง

‘คิดจะกลั่นแกล้งข้าด้วยวิธีตื้นเขินเช่นนี้หรือ’ 

นอกจากจะคิดกลั่นแกล้งแล้ว นี่คงกลัวว่าข้าจะไปแย่งความสนใจจากคนผู้นั้นสินะ

จ้าวซงหยวน บุตรชายของเจ้ากรมพิธีการ

ทว่านางก็แสร้งทำเป็นดีใจแล้วรับชุดนั้นมา

“ขอบคุณท่านแม่มากเจ้าค่ะ”

สวีหลิงม่านที่เห็นเช่นนั้นก็ลอบยิ้มอย่างสะใจ ที่แผนการของตนเองสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

และเมื่อวันงานเลี้ยงมาถึงก็พบว่าลั่วเฉียวฮุ่ยปรากฏตัวขึ้นในชุดสีฟ้าอมเทาที่ดูจืดชืดนั้นจริง ๆ!!

สวีหลิงม่านยิ่งมีความสุขจนแทบจะหัวเราะออกมา

นอกจากนั้นอีกฝ่ายยังไม่ได้แต่งหน้าแต่งตาให้งดงามเหมือนเช่นเคยทำเพียงแค่รวบผมขึ้นอย่างง่าย ๆ ท่าทางในตอนนี้ดูราวกับเป็นสาวใช้ที่ติดตามมามากกว่าจะเป็นคุณหนูของตระกูลใด

ภาพของลั่วเฉียวฮุ่ยเมื่อไปยืนเทียบกับลั่วหลิงเม่ยที่งดงามเปล่งประกายราวกับเทพธิดา มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

เรื่องนี้สร้างความพึงพอใจให้กับสองแม่ลูกเป็นอย่างยิ่ง

และเมื่อเข้าไปในงานเลี้ยงสายตาของทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่ความงดงามของลั่วหลิงเม่ยไม่มีใครสนใจคุณหนูรองที่ดูจืดชืดเลยแม้แต่น้อย

ทว่าเรื่องนี้กลับเป็นสิ่งที่ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องการ และเมื่อสายตาเห็นว่าเป็นผู้ใดที่กำลังเดินเข้ามาหานางอยู่ไกล ๆ มุมปากก็ยกยิ้มขึ้น

มาช่วยทำให้แผนการของข้าสำเร็จเร็ว ๆที

คุณหนูจาง จางอี้เฟิน สตรีปากร้ายที่เป็นคู่ปรับเก่าของลั่วเฉียวฮุ่ยคนเดิม เดินตรงเข้ามาหาอย่างมีจุดประสงค์บางอย่าง

“ตายจริง! คุณหนูรองลั่ว อาภรณ์ของเจ้าในวันนี้ช่างดูไม่เจริญหูเจริญตาเอาเสียเลยนะ ไม่ทราบว่าไปขุดอาภรณ์เก่าเก็บผืนนี้มาจากร้านใดกันหรือ” กล่าวเสียงดังราวกับต้องการให้ผู้อื่นได้ยินพลางหัวเราะเยาะ ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นหันมามองเป็นตาเดียว หลายคนรอคอยที่จะได้ชมเรื่องสนุก

ทว่าแทนที่ลั่วเฉียวฮุ่ยจะเกรี้ยวกราดกลับไปเหมือนเช่นเคย นางกลับแสร้งทำเป็นเบิกตากว้างด้วยความใสซื่อ

“หืม? อาภรณ์ของข้าไม่สวยหรือ” นางกล่าวพลางก้มลงมองชุดของตัวเอง

“แต่นี่เป็นอาภรณ์ที่ท่านแม่ของข้าตั้งใจเตรียมมาให้ข้าโดยเฉพาะเลยนะ ท่านแม่บอกว่าสั่งตัดมาพร้อมกันกับของพี่ใหญ่เลย แต่ว่านางคงจะเห็นว่าข้าเหมาะกับสีเรียบ ๆ ถึงได้เลือกชุดนี้ให้กระมัง”

“…..”

คำพูดที่ดูใสซื่อของหญิงสาวคล้ายจะไม่มีอะไร แต่ทว่าในเหล่ากลุ่มชนชั้นสูงที่มักจะพบเจอกับเรื่องนี้อยู่บ่อย ๆ ล้วนเข้าใจในทันที

จากนั้นสายตาของทุกคนในงานก็จับจ้องลั่วเฉียวฮุ่ยและลั่วหลิงเม่ย พลางมองอาภรณ์ของสองพี่น้องสลับกันไปมา

อาภรณ์ของผู้หนึ่งงดงามเปล่งประกายราวกับผ้าทอจากสรวงสวรรค์ส่วนอีกคน…กลับดูจืดชืดและเรียบง่ายราวกับผ้าของบ่าวรับใช้!

นี่น่ะหรือที่เรียกว่าตั้งใจทำให้?

ต่อมาเสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้นหนาหู ทว่าครั้งนี้เป้าหมายของการนินทาได้เปลี่ยนไปแล้ว

“นี่...พวกเจ้าได้ยินหรือไม่? นางบอกว่ามารดาเลี้ยงเป็นคนเตรียมชุดนี้ให้”

“ข้าก็ได้ยิน ช่างน่าสงสารคุณหนูรองนัก ได้ยินมาว่าลั่วฮูหยินรักใคร่เอ็นดูลูกเลี้ยงดุจลูกในไส้ ที่แท้ก็เป็นแค่เรื่องจอมปลอมหรือนี่”

“ดูสายตานางสิ...ช่างน่าเวทนานัก ต้องถูกกดขี่ข่มเหงเพียงใดกันถึงได้มีสภาพเช่นนี้”

มุมปากของลั่วเฉียวฮุ่ยขยับขึ้นเล็กน้อย

แผนการของนางได้ผลเกินคาด เพียงแค่ยอมลดตัวลงมาแต่งตัวให้ดูน่าสงสารแล้วใช้คำพูดที่ใสซื่อเพียงไม่กี่ประโยคก็สามารถทำลายภาพลักษณ์ ‘มารดาเลี้ยงผู้แสนดี’ ที่สวีหลิงม่านพยายามสร้างมานานหลายปีลงได้อย่างย่อยยับ!

สวีหลิงม่านที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดได้แต่กัดฟันกรอดพลางจ้องมองลูกเลี้ยงตัวแสบด้วยสายตาที่แทบจะลุกเป็นไฟ

‘นังสารเลวลั่วเฉียวฮุ่ย!!’

หลังจากทิ้งชนวนลูกใหญ่ไว้ให้ทุกคนได้ขบคิดกันแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็ปลีกตัวออกมาจากความวุ่นวายนั้นทันที หญิงสาวเดินไปยังมุมสงบในสวนบุปผาเพื่อพักผ่อนชั่วครู่ งานนี้เลี่ยงซูไม่ได้มาด้วย ช่างน่าเบื่อยิ่งนัก

ระหว่างที่นั่งลงบนก้อนหินก้อนหนึ่ง สายตาของนางก็มองลอดผ่านพุ่มไม้ไปก่อนจะได้เห็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจหนึ่งเข้าพอดี ทันใดนั้นมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 3 : การเริ่มต้นบทใหม่

    ตอนพิเศษที่ [3]การเริ่มต้นบทใหม่ ครึ่งปีที่ชายแดนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ลั่วเฉียวฮุ่ย หรือ ชินหวางเฟย ได้พิสูจน์ตนเองจนเป็นที่รักของทุกคน ไม่เพียงแค่ทหารในค่าย แต่ยังรวมถึงชาวบ้านที่ได้รับอานิสงส์จากการค้าขายที่นางริเริ่มด้วยเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง มู่เซียวจวิ้นตัดสินใจพาพระชายากลับเมืองหลวงชั่วคราว เพื่อให้นางได้ตรวจสอบคุณภาพการผลิตรองเท้ารุ่นใหม่ที่โรงงาน และถือโอกาสเยี่ยมเยียนครอบครัวด้วยการกลับมาครั้งนี้ แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง รถม้าของชินอ๋องเคลื่อนผ่านประตูเมือง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับของประชาชน ไม่ใช่ในฐานะแม่ทัพผู้เกรียงไกรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงหวางเฟยผู้ปราดเปรื่องที่ช่วยให้เศรษฐกิจเมืองหลวงคึกคัก สตรีหลายคนมองนางเป็นแบบอย่าง ลุกขึ้นมาทำมาหากิน สร้างคุณค่าให้ตนเอง‘พี่สะใภ้! ท่านกลับมาแล้ว!”ทันทีที่เท้าแตะพื้นตำหนักไทเฮา ร่างเล็กขององค์ชายเก้า มู่เซียวหลิน ก็พุ่งเข้ามากอดเอวนางแน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นมองด้วยแววตาออดอ้อน“มาครั้งนี้จะอยู่นานไหมพ่ะย่ะค่ะ อยู่กับข้านาน ๆ ได้หรือไม่ ข้าคิดถึงหม้อไฟฝีมือท่าน แล้วก็คิดถึงเรื่องเล่าของท่านที่สุด"ลั่วเฉียวฮุ่ยห

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 2 : ความว้าวุ่นของชินอ๋อง

    ตอนพิเศษที่ [2]ความว้าวุ่นของชินอ๋อง บรรยากาศภายในค่ายทหารชายแดนที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยระเบียบวินัย บัดนี้กลับปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกแห่งความกดดันอันน่าประหลาด ไม่ใช่เป็นเพราะว่าข้าศึกบุกประชิดชายแดน หรือเสบียงกำลังจะขาดแคลน แต่เป็นเพราะ ‘แม่ทัพใหญ่’ ของพวกเขาต่างหาก มู่เซียวจวิ้น หรือ ชินอ๋อง แม่ทัพใหญ่แห่งแดนเหนือ ผู้ที่ปกติจะมีใบหน้าเรียบเฉยดุจรูปสลักน้ำแข็ง และมีดวงตาคมกริบที่อ่านความคิดข้าศึกได้ทะลุปรุโปร่ง ทว่าหลายวันมานี้ เขากลับเดินวนไปวนมาในกระโจมบัญชาการราวกับหนูติดจั่น เดี๋ยวถอนหายใจ เดี๋ยวเหม่อมองออกไปทางนั้นทีทางนี้ทีเดี๋ยวก็ขมวดคิ้วมุ่นจนหว่างคิ้วแทบจะผูกเป็นปม “เจ้าว่าท่านแม่ทัพเป็นอะไรไป?” นายทหารหน้ากระโจมกระซิบถามเพื่อนยามผลัดเปลี่ยนเวร “ข้าจะไปรู้รึ! แต่เมื่อเช้าตอนฝึกดาบ ท่านแม่ทัพฟันหุ่นฟางขาดไปสิบตัวรวด ด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ข้านึกว่าข้าศึกแอบขุดอุโมงค์เข้ามาเสียอีก!” เหล่าทหารต่างแลกเปลี่ยนความคิดกัน ก่อนที่สุดท้ายจะจบที่คำว่า ไม่รู้ความจริงแล้วสาเหตุของเรื่องนี้มีเพียงหนึ่งเดียว... นั่นคือสตรีผู้มีนามว่า ‘ลั่วเฉียวฮุ่ย’ ในกระโจมใหญ่ ชิง

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 1 : พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/2

    ตอนพิเศษที่ [1]พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/2 เช้าวันต่อมา ณ กระโจมบัญชาการหลัก บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เมื่อเหล่าแม่ทัพนายกองอาวุโส นำโดย แม่ทัพอาวุโสหลิน บิดาของหลินอี และเป็นคนเก่าแก่ที่รับใช้ราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อน นั่งหน้าถมึงทึงอยู่ฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายคือชินอ๋องมู่เซียวจวิ้นที่มีลั่วเฉียวฮุ่ยนั่งเคียงข้าง“ท่านอ๋อง กระหม่อมได้ยินว่าเมื่อวานบุตรสาวกระหม่อมพ่ายแพ้ให้แก่หวางเฟย แม้กระหม่อมจะยอมรับในฝีมือการต่อสู้ของพระชายา แต่การศึกสงครามมิใช่การประลองยุทธ์ของเด็กเล่นขายของ การที่ท่านอ๋องอนุญาตให้สตรีเข้ามาวุ่นวายในกองทัพ ทั้งเรื่องอาหารการกิน เรื่องยา หรือแม้แต่แจกเสื้อผ้าประหลาดๆ นั่น มันจะทำให้ทหารเสียนิสัยและอ่อนแอลง!” แม่ทัพอาวุโสหลินตบโต๊ะเสียงดัง“แม่ทัพหลิน” มู่เซียวจวิ้นเอ่ยเสียงเย็น “สิ่งที่หวางเฟยทำ ล้วนเป็นประโยชน์...”“เป็นประโยชน์ประเดี๋ยวประด๋าว!” ชายชราแย้งเสียงแข็ง สายตามองเหยียดมาทางลั่วเฉียวฮุ่ย “พระชายาเป็นเพียงเป็นเพียงดรุณีในห้องหอ จะไปรู้อะไรเรื่องความโหดร้ายของชายแดนและการฆ่าฟัน นางอยู่ที่นี่มีแต่จะเป็นตัวถ่วง หากข้าศึกบุกมา ท่านอ๋องจ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 1 : พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/1

    ตอนพิเศษที่ [1]พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/1อันว่าหากถึงชายแดนเหนือ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ก็คงไม่พ้นสายลมกระโชกแรงที่มักจะพัดพาเอาฝุ่นสีเหลืองขุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ค่ายทหารแดนเหนือนั้นขึ้นชื่อเรื่องความทุรกันดารและสภาพอากาศที่แปรปรวน เดี๋ยวร้อนดั่งไฟ เดี๋ยวหนาวเหน็บจนกระดูกสั่นสะท้าน ช่างแตกต่างจากความเจริญและความสะดวกสบายในเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิงขบวนรถม้าของชินอ๋องมู่เซียวจวิ้นเคลื่อนตัวผ่านประตูค่ายไม้อย่างยิ่งใหญ่ เสียงฝีเท้าม้าและเสียงเกราะกระทบกันดังกึกก้อง ด้วยทหารหลายพันนายที่ประจำการกำลังรอรับผู้สูงศักดิ์ทั้งยังเป็นแม่ทัพใหญ่ต่างยืนตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบ สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังบุรุษผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ด้วยความเคารพศรัทธา ทว่าเมื่อสายตาเหล่านั้นเลื่อนไปยังรถม้าคันหรูที่แล่นตามหลังมา แววตาของพวกเขากลับแปรเปลี่ยนไป“ได้ยินว่าหวางเฟยผู้นี้เป็นคุณหนูในห้องหอที่เอาแต่ใจยิ่งนัก” ทหารนายหนึ่งกระซิบกับสหาย“ข้าก็ได้ยินมาเช่นนั้น ว่ากันว่าชื่อเสียงในเมืองหลวงของนางฉาวโฉ่นัก ร้ายกาจกับครอบครัว ทุบตีพี่น้อง แถมยังทำตัวเป็นแม่ค้าหน้าเลือด” อีกคนตอบกลับพลางส่ายหน้า “สตรีเช่นนี้จะมาทนอ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 36 : สตรีร้ายกาจที่ได้ดี (ตอนจบ)

    ตอนที่ [36]สตรีร้ายกาจที่ได้ดี (ตอนจบ) หลังจากคืนเข้าหออันแสนหวาน สองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการพัฒนาความสัมพันธ์และทำความรู้จักกันอย่างเต็มที่ก่อนที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าพวกเขาจะต้องออกเดินทางกลับไปยังชายแดนส่วนทางด้านของจวนตระกูลลั่วนั้น ยามนี้ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบเหงาและสิ้นหวัง...ลั่วเฉียวฮุ่ยได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่านางจะไม่ขอกลับไปยุ่งเกี่ยวกับบิดาและครอบครัวจอมปลอมนั้นอีกต่อไปบิดาพยายามจะส่งคนมาขอเข้าพบนางเพื่อกล่าวคำขอโทษ แต่ก็สายไปเสียแล้ว สายเกินกว่าที่ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ทุกวันลั่วฉู่หวังได้แต่นั่งจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความเสียใจอยู่แต่ในห้องหนังสือเพราะภาพในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาไม่หยุด...ภาพของภรรยาคนแรก มารดาผู้ให้กำเนิดลั่วเฉียวฮุ่ย...สตรีผู้มาจากครอบครัวพ่อค้าที่คอยให้การสนับสนุนเขามาโดยตลอดจนทำให้เขาได้มีวันนี้ แต่เป็นเขาเองที่เป็นคนตามืดบอดหลงลืมบุญคุณ ดังที่ไทเฮาได้ตรัสไว้ไม่มีผิด เขายังมีหน้าไปดูถูกอาชีพค้าขายของบุตรสาว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เคยได้รับการช่วยเหลือมาจากอาชีพนี้มาถึงตอนนี้ต่อให้บุตรสาวจะ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 35 : ชินหวางเฟย

    ตอนที่ [35]ชินหวางเฟยนางวาดขาเตะเข้าที่ชายคนแรกที่พุ่งเข้ามาอย่างเต็มแรง จนมันกระเด็นไปชนกับพวกเดียวกันล้มลงราวกับใบไม้ร่วง เหลือเพียงคนสุดท้ายที่ได้รับแรงเตะน้อยที่สุด นางก็จัดการถีบเข้าไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายจนกระเด็น ก่อนจะใช้สันมือสับเข้าไปที่ท้ายทอยจนสลบไป!ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดจนแม้กระทั่งองครักษ์เงาของชินอ๋องที่แอบคุ้มกันอยู่ห่าง ๆ ยังไม่ทันจะได้เข้ามาช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว!ส่วนลั่วหลิงเม่ยได้แต่อ้าปากค้าง ‘นะ นี่...นังนี่ มันเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ’ทว่ายังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างของนางก็ถูกลั่วเฉียวฮุ่ยถีบเข้าที่ท้องจนหงายหลังล้มลงไป!“นี่ยังไม่สาสมกับที่เจ้าและมารดาของเจ้าผลักดันผู้หนึ่งให้ไปถึงความตาย สตรีเจ้ามารยาเช่นเจ้าไม่สมควรที่จะได้มีชีวิตมาถึงวันนี้ด้วยซ้ำ” ลั่วเฉียวฮุ่ยพูดขึ้นก่อนจะนึกแค้นเคืองแทนลั่วเฉียวฮุ่ยคนก่อน จึงชกเข้าที่หน้าของลั่วหลิงเม่ยหลายครั้ง จนใบหน้าอีกฝ่ายปูดบวมขยายวงกว้างขึ้น ลั่วหลิงเม่ยพยายามขัดขืนแต่ไม่สำเร็จด้วยสู้เรี่ยวแรงอีกฝ่ายไม่ได้ สาวรับใช้ของลั่วหลิงเม่ยที่กล้า ๆ กลัว ๆ ก็อยากจะเข้ามาช่วยผู้เป็นนายแต่เมื่อเจอสายตาขอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status