Share

3

last update Tanggal publikasi: 2026-07-22 21:43:19

"ท่านแม่สามีจะตัดเบี้ยเลี้ยงของข้าหรือเจ้าคะ ช่างน่ากลัวเสียจริง" นางหยิบสมุดบัญชีรายจ่ายขึ้นมาเปิดต่อหน้าทุกคน

"แต่ดูเหมือนท่านแม่สามีจะลืมเรื่องหนึ่ง" นิ้วเรียวเลื่อนไปตามตัวเลขในสมุด

"ตลอดสามปีที่ข้าแต่งเข้าตระกูลสวี่ เบี้ยเลี้ยงประจำเดือนของข้า เดือนละสิบตำลึง ไม่เคยได้รับแม้แต่ตำลึงเดียว" นางเงยหน้าขึ้น พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน

"ไม่เพียงเท่านั้น ค่าจ้างบ่าวไพร่ในเรือนปักบุปผา ค่าถ่าน ค่าน้ำมัน ค่าวัตถุดิบในครัว ค่าอาหารสามมื้อของเรือนใหญ่ ตลอดจนค่าใช้จ่ายจิปาถะของทั้งจวน" ฉินหว่านปิดสมุดเบา ๆ

"ล้วนเป็นข้าที่จ่ายจากคลังส่วนตัวทั้งสิ้น"

บ่าวรับใช้ที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังต่างหันมองหน้ากัน

พวกเขารู้ดีว่านางพูดความจริง เพราะทุกครั้งที่ร้านค้าในจวนส่งบิลมาเก็บเงิน ล้วนเป็นเรือนปักบุปผาที่จ่ายทั้งหมด

ฮูหยินสวี่เริ่มหน้าเสีย ฉินหว่านสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ

"ดังนั้น หากท่านแม่สามีจะ 'ตัดงบ' จริง ๆ ข้าย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่ง" นางยิ้มหวานจนผู้ฟังรู้สึกหนาวสะท้าน

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะยกเลิกการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเรือนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าถ่าน ค่าจ้างบ่าวไพร่ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย

"บ่าวผู้ใดต้องการเงินเดือน ก็เชิญไปเบิกกับท่านแม่สามี ส่วนพ่อครัว หากจวนไม่มีเงินซื้อข้าวปลาอาหาร ก็เชิญต้มน้ำเปล่าประทังชีวิตกันไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ"

"เจ้า เจ้าบ้าไปแล้ว" สวี่เจ๋อร้องเสียงหลง

"เจ้าจะปล่อยให้ท่านแม่ของข้าอดอยากหรือ"

"ข้าไม่ได้ปล่อยให้ผู้ใดอดอยาก" ฉินหว่านตอบเรียบ ๆ

"ข้าเพียงยุติการจ่ายเงินแทนทุกคนเท่านั้น" นางยิ้มอ่อน แต่แววตาเย็นเฉียบ

"ในเมื่อพวกท่านย้ำอยู่เสมอว่า ข้าเป็นเพียงสะใภ้ ไม่มีสิทธิ์จัดการเรื่องเงินของตระกูล เช่นนั้นต่อจากนี้ไป ข้าก็ขอคืนอำนาจทั้งหมดให้ท่านแม่สามีบริหาร 'ตระกูลที่ไม่มีเงินแม้แต่ตำลึงเดียว' ด้วยตัวเองเถิด"

"อึก..." ฮูหยินสวี่กุมหน้าอก ก้าวถอยหลังไปสองก้าว นางโกรธจนหายใจแทบไม่ทัน

"ยัยสะใภ้เนรคุณ เจ้ากล้าดีกับข้าถึงเพียงนี้"

"ยังมีอีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ" ฉินหว่านหยิบกระดาษอีกแผ่นขึ้นมาวางบนโต๊ะ

"นี่คือบัญชีสินเดิมและทรัพย์สินส่วนตัวของข้าทั้งหมด" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ข้าสั่งให้คนของข้าล็อกคลังทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว หากผู้ใดในตระกูลสวี่ หรือตระกูลฉิน ย่างกรายเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้าจะถือว่าผู้นั้นเป็นโจร และจะส่งเรื่องถึงกรมเมืองทันที"

"ฉินหว่าน!" สวี่เจ๋อกัดฟันแน่น

"เจ้ากล้าทำกับข้าเช่นนี้หรือ ข้าเป็นสามีของเจ้านะ"

ฉินหว่านหัวเราะเบา ๆ

"หากสามีมีไว้เพียงสูบเลือดสูบเนื้อภรรยา" นางทอดสายตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนยิ้มเยาะ

"ข้าเลี้ยงสุนัขสักตัว ยังน่าจะคุ้มค่ากว่า อย่างน้อยมันยังรู้จักเฝ้าบ้าน และกระดิกหางตอบแทนเจ้าของ" คำพูดนั้นทำเอาบ่าวหลายคนรีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม

ส่วนสวี่เจ๋อถึงกับอ้าปากค้าง หน้าแดงสลับเขียว พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

"พา... พาข้าออกไปเดี๋ยวนี้!" ฮูหยินสวี่กรีดร้องอย่างเสียสติ ร่างทั้งร่างสั่นเทาเพราะความโกรธ บ่าวรับใช้รีบเข้ามาประคองนางออกจากเรือนอย่างทุลักทุเล

ก่อนเดินพ้นประตู สวี่เจ๋อหันกลับมามองฉินหว่านด้วยสายตาอาฆาต

"เจ้าคอยดูเถิด หากครั้งนี้ข้าไม่ได้ตำแหน่งขุนนาง ข้าจะหย่าเจ้า ข้าจะขับไล่เจ้าออกจากตระกูลสวี่ ให้คนทั้งเมืองหลวงประณามว่าเป็นหญิงไร้ค่า"

ฉินหว่านเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสงบ

"ข้าจะเฝ้ารอวันนั้นอย่างใจจดใจจ่อเลยเจ้าค่ะ ท่านพี่" สวี่เจ๋อสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ก่อนเดินจากไปพร้อมฮูหยินสวี่และฉินหลาน

เมื่อเสียงฝีเท้าของคนทั้งกลุ่มหายลับ ความเงียบก็กลับคืนสู่เรือนปักบุปผาอีกครั้ง

ฉินหว่านลุกขึ้นเดินไปยังริมหน้าต่าง มองสวนด้านนอกด้วยสายตาสงบนิ่ง

การตัดสายป่านทางการเงินของตระกูลสวี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น คนพวกนี้ใช้ชีวิตอยู่บนเงินของนางจนเคยตัว ไม่นานนัก เมื่อคลังเงินร่อยหรอ พวกเขาจะได้ลิ้มรสคำว่า "จน" อย่างแท้จริง

"ถางเว่ย" นางเอ่ยเรียกบ่าวสาวคนสนิท

"เจ้าค่ะ คุณหนู" ถางเว่ยรีบก้าวเข้ามา

"เตรียมรถม้า แล้วหาผ้าคลุมหน้าธรรมดามาให้ข้า" ฉินหว่านเหยียดยิ้มมุมปาก แววตาเปล่งประกายมั่นใจ

"วันนี้เราจะออกนอกเมือง" นางหันกลับมามองสมุดบัญชีบนโต๊ะอีกครั้ง

"ถึงเวลาเปิดตัว 'สำนักบัญชีเหวินจิน' อย่างเป็นทางการเสียที"

จากวันนี้ไป นางจะสร้างอาณาจักรการเงินที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น และทุกตำลึงที่คนพวกนั้นเคยสูบไปจากชีวิตของนาง นางจะทวงคืนกลับมาพร้อมดอกเบี้ย ไม่ขาดแม้แต่เหรียญเดียว

รถม้าคันเรียบง่ายแล่นไปตามถนนสายนอกของเมืองหลวงอย่างไม่เร่งรีบ ภายในรถ ฉินหว่านนั่งเอนกายอยู่บนเบาะนุ่ม มือหนึ่งเลิกม่านหน้าต่างขึ้นเล็กน้อยเพื่อชมทิวทัศน์ภายนอก ขณะที่อีกมือขยับถุงหอมใบเล็กช้า ๆ ปล่อยกลิ่นสมุนไพรเย็นสดชื่นให้กระจายไปทั่วห้องโดยสาร

เมื่อรถม้าเคลื่อนผ่านย่านชุมชน ภาพของฉินหลานที่วิ่งเข้าออกเรือนตระกูลสวี่ตั้งแต่เช้าก็ผุดขึ้นในความคิด

ฉินหว่านเหยียดยิ้มสมเพช ชาติก่อน นางช่างโง่เขลาเหลือเกิน ถึงได้หลงเชื่อคำหวานของน้องสาวต่างมารดาที่พร่ำบอกว่า ‘หลานเอ๋อร์เป็นห่วงพี่หญิงยามเจ็บป่วย จึงยอมทนลำบากเดินทางมาปรนนิบัติถึงเรือนสามีของพี่หญิงทุกวัน’

ทว่าแท้จริงแล้ว ฉินหลานมาเยือนจวนสวี่บ่อยครั้งเพราะตระกูลฉินกำลังขัดสนอย่างหนัก มิหนำซ้ำ ฮูหยินสวี่ยังจงใจเปิดทางให้อีกฝ่ายเข้าออกเรือนอย่างสะดวก เพราะคิดดึงฉินหลานมาเป็นอนุภรรยาของสวี่เจ๋อ หวังให้นางสืบทอดหน้าที่บ่อเงินบ่อทองต่อไป หากวันหนึ่งฉินหว่านเกิดเป็นอะไรขึ้นมา

‘อ้างความกตัญญูบังหน้า แต่แท้จริงกลับคิดแย่งทั้งสามีและสมบัติของพี่สาว ช่างเป็นแผนการที่ประเสริฐเสียจริง’

ฉินหว่านถอนหายใจแผ่วเบา หากเป็นชาติก่อน นางคงเจ็บแค้นจนแทบขาดใจ แต่ชาตินี้ ผู้ใดอยากได้บุรุษไร้ค่ากับตระกูลสวี่ที่กำลังจะถังแตก ก็เชิญรับไปเถิด แต่ต้องรอให้นางทวงเงินทุกตำลึงกลับคืนมาเสียก่อน

"คุณหนูเจ้าคะ ถึงย่านการค้าตรอกซินฝูแล้วเจ้าค่ะ" เสียงของถางเว่ยกระซิบรายงานจากด้านนอกรถม้า

ฉินหว่านหยิบหมวกสานปีกกว้างขึ้นสวม ผ้าคลุมหน้าสีเข้มห้อยบดบังใบหน้าจนมิดชิด ก่อนก้าวลงจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว

นางพาถางเว่ยเดินเลี้ยวเข้าสู่ตรอกเล็กแคบสายหนึ่ง สถานที่แห่งนี้ภายนอกดูเงียบสงบและไร้สิ่งน่าสนใจ ทว่าแท้จริงแล้วกลับเป็นแหล่งรวมกิจการลับของเหล่าพ่อค้า ขุนนาง และผู้มีอำนาจในเมืองหลวง ทั้งสองเดินลึกเข้าไปจนหยุดอยู่หน้าอาคารไม้สามชั้นซึ่งมีรูปลักษณ์ธรรมดา ไม่สะดุดสายตาผู้คน แผ่นป้ายเหนือประตูเขียนอักษรไว้เพียงว่า ‘ร้านสุราเหวินจิน’

ทว่าเมื่อก้าวข้ามธรณีประตู เดินผ่านห้องรับรองและฉากกั้นด้านหลัง สิ่งที่ปรากฏกลับไม่ใช่ร้านสุราธรรมดา หากเป็น ‘สำนักบัญชีเหวินจิน’ สำนักบริหารทรัพย์สิน ตรวจสอบบัญชี และจัดการธุรกรรมลับที่ฉินหว่านก่อตั้งขึ้นอย่างเงียบเชียบ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายขอลาออกจากการเป็นบ่อเงินบ่อทอง   5

    ฉินหว่านปรายตามองบาดแผลนั้นเพียงครู่ ก่อนหันไปสั่งสาวใช้คนสนิท"ถางเว่ย นำยาสมานแผลที่ดีที่สุดกับชาร้อนมาให้ท่านอ๋อง""เพคะ คุณหนู" ถางเว่ยเก็บมีดสั้นกลับเข้าฝัก รีบก้มหน้ารับคำแล้วออกไปจัดการทันทีเซียวอี้เจิ้งหรี่ตามองฉินหว่านอย่างพินิจ"เจ้าจำข้าได้ตั้งแต่แรกเห็นหรือ""ผู้ใดในเมืองหลวงจะไม่รู้จักชินอ๋องแห่งกองทัพพิทักษ์ชายแดนเล่าเพคะ"ฉินหว่านแย้มยิ้ม พลางผลักสมุดบัญชีลับเล่มหนาไปวางตรงหน้าเขา"พระองค์ได้รับพระราชทานตำแหน่งชินอ๋องตั้งแต่อายุยังน้อย คุมกำลังทหารนับแสน และเป็นแม่ทัพผู้ทำให้ศัตรูชายแดนหวาดผวา ทว่าเวลานี้กลับต้องลอบเข้ามาในเมืองหลวงทั้งที่ร่างกายเปื้อนเลือด หากข้าคาดไม่ผิด สายสืบที่พระองค์ส่งไปตรวจสอบเรื่องงบเสบียง คงถูกพวกขุนนางกรมคลังไล่ล่าสังหารปิดปากไปไม่น้อยแล้วกระมังเพคะ"แววตาของเซียวอี้เจิ้งวาบผ่านด้วยรังสีสังหาร"ขุนนางชั่วเหล่านั้นยักยอกงบเสบียงชายแดนไปกว่าครึ่ง ทั้งยังตกแต่งบัญชีคลังหลวงจนแนบเนียน พอข้าส่งคนเข้าไปตรวจสอบ พวกมันก็รีบโยกย้ายทรัพย์สินและทำลายหลักฐาน""พวกมันมิได้นำเงินไปซ่อนเฉย ๆ หรอกเพคะ" ฉินหว่านใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนตัวเลขในสมุดบัญชีเบา ๆเคาะ

  • นางร้ายขอลาออกจากการเป็นบ่อเงินบ่อทอง   4

    นางรวบรวมบ่าวไพร่ไร้ที่พึ่ง รวมถึงพ่อค้าผู้ซื่อสัตย์ซึ่งเคยได้รับความช่วยเหลือจากนางในอดีต มาฝึกฝนด้านการคำนวณ การตรวจบัญชี และการรวบรวมข่าวสาร จนกลายเป็นกลุ่มคนที่ทั้งภักดีและไว้ใจได้"คารวะคุณหนู" หลงจู้ใหญ่กับเสมียนบัญชีอีกสี่คนรีบประสานมือทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง"สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง" ฉินหว่านถอดหมวกคลุมหน้าวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อดี ก่อนนั่งลงพลิกดูเอกสารกองใหญ่ตรงหน้า"เรียนคุณหนู" หลงจู้ใหญ่รายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อม"ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักบัญชีเหวินจินรับจัดการเงินที่มาไม่โปร่งใสและบริหารทรัพย์สินให้ขุนนางฝ่ายขวาไปแล้วกว่าห้าหมื่นตำลึงเงิน นอกจากนี้ บัญชีลับของตระกูลสวี่ที่คุณหนูสั่งให้ตรวจสอบ ก็รวบรวมได้เกือบครบแล้วเจ้าค่ะ" เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาวางเบื้องหน้านาง"พวกเรายังพบอีกว่า สวี่เจ๋อไปติดหนี้บ่อนพนันลับนอกเมืองไว้ถึงสามพันตำลึงเงินเจ้าค่ะ""ดีมาก" ฉินหว่านคลี่ยิ้ม ดวงตาทอประกายเย็นเยียบ"ส่งคนไปซื้อสัญญาหนี้ฉบับนั้นมา ถือครองไว้ในนามสำนักเหวินจิน อย่าให้ผู้ใดสืบรู้ว่าเจ้าของตัวจริงคือข้า เมื่อถึงเวลาเหมาะสม ข้าจะทวงคืนจากเขาทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย""ขอรับคุ

  • นางร้ายขอลาออกจากการเป็นบ่อเงินบ่อทอง   3

    "ท่านแม่สามีจะตัดเบี้ยเลี้ยงของข้าหรือเจ้าคะ ช่างน่ากลัวเสียจริง" นางหยิบสมุดบัญชีรายจ่ายขึ้นมาเปิดต่อหน้าทุกคน"แต่ดูเหมือนท่านแม่สามีจะลืมเรื่องหนึ่ง" นิ้วเรียวเลื่อนไปตามตัวเลขในสมุด"ตลอดสามปีที่ข้าแต่งเข้าตระกูลสวี่ เบี้ยเลี้ยงประจำเดือนของข้า เดือนละสิบตำลึง ไม่เคยได้รับแม้แต่ตำลึงเดียว" นางเงยหน้าขึ้น พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน"ไม่เพียงเท่านั้น ค่าจ้างบ่าวไพร่ในเรือนปักบุปผา ค่าถ่าน ค่าน้ำมัน ค่าวัตถุดิบในครัว ค่าอาหารสามมื้อของเรือนใหญ่ ตลอดจนค่าใช้จ่ายจิปาถะของทั้งจวน" ฉินหว่านปิดสมุดเบา ๆ"ล้วนเป็นข้าที่จ่ายจากคลังส่วนตัวทั้งสิ้น"บ่าวรับใช้ที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังต่างหันมองหน้ากันพวกเขารู้ดีว่านางพูดความจริง เพราะทุกครั้งที่ร้านค้าในจวนส่งบิลมาเก็บเงิน ล้วนเป็นเรือนปักบุปผาที่จ่ายทั้งหมดฮูหยินสวี่เริ่มหน้าเสีย ฉินหว่านสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ"ดังนั้น หากท่านแม่สามีจะ 'ตัดงบ' จริง ๆ ข้าย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่ง" นางยิ้มหวานจนผู้ฟังรู้สึกหนาวสะท้าน"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะยกเลิกการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเรือนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าถ่าน ค่าจ้างบ่าวไพร่ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ" นา

  • นางร้ายขอลาออกจากการเป็นบ่อเงินบ่อทอง   2

    "ข้าต้องนั่งตรวจบัญชีจนถึงยามจื่อแทบทุกคืน ต้องวิ่งวุ่นเจรจาการค้าจนร่างกายทรุดโทรม แต่พวกท่านกลับใช้เงินอย่างสุขสบาย ราวกับว่าข้าเป็น 'บ่อเงินบ่อทอง' ที่ไม่มีวันแห้งขอด""พี่หญิง เหตุใดท่านถึงพูดจาใจแคบเช่นนี้" ฉินหลานเริ่มบีบน้ำตาอย่างชำนาญ"หลานเอ๋อร์เป็นน้องสาวของท่านนะเจ้าคะ ตระกูลฉินเลี้ยงดูท่านมาตั้งแต่เล็ก""ตระกูลฉินเลี้ยงดูข้าหรือ" ฉินหว่านหัวเราะแผ่วเบา เสียงนั้นนุ่มนวล แต่กลับเย็นยะเยือกจนคนฟังขนลุก"หลังจากท่านพ่อเสียชีวิต สินเดิมของมารดาข้าถูกพวกท่านผลาญจนแทบไม่เหลือ ร้านค้าสามแห่งของตระกูลฉินที่ใกล้ล้มละลาย ก็เป็นข้าที่พลิกฟื้นจนกลับมาทำกำไร แล้วนำเงินส่งเสียให้เจ้ามีเสื้อผ้าสวย ๆ สวมใส่จนถึงทุกวันนี้" นางปิดสมุดบัญชีเบา ๆ"หลานเอ๋อร์ ใครกันแน่ที่เลี้ยงดูใคร ก่อนจะพูดอะไร ลองคิดให้ดีเสียก่อน เพราะตัวเลขไม่เคยโกหก""นี่เจ้า!" สวี่เจ๋อมองภรรยาด้วยความตกตะลึงหญิงสาวที่เคยอ่อนโยน เชื่อฟัง และยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อเขา หายไปไหนแล้วเหตุใดวันนี้นางจึงคมกริบทุกถ้อยคำ จนเขาหาโอกาสโต้กลับแทบไม่ได้"ฉินหว่าน เจ้ากำลังลบหลู่ข้ากับน้องสาวของเจ้า ตกลงวันนี้เจ้าจะให้เงินข้าหรือไม่"

  • นางร้ายขอลาออกจากการเป็นบ่อเงินบ่อทอง   1

    กลิ่นหอมอ่อนจางของเครื่องหอมบำรุงหัวใจยังคงลอยละมุนอบอวลอยู่ในอากาศ กลิ่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเคยพรากลมหายใจของฉินหว่าน ไปในชาติที่แล้วยามที่ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ เบิกกว้าง ภาพตรงหน้าไม่ใช่ขุมนรกหรือยมโลก หากเป็นห้องนอนในเรือนปักบุปผาที่คุ้นเคยทุกซอกทุกมุม บนโต๊ะเครื่องแป้งยังคงตั้งคันฉ่องทองเหลืองบานเดิม สะท้อนใบหน้าอันงดงาม ทว่าซูบซีดของหญิงสาววัยสิบเก้าปีฉินหว่านยกมือขึ้นแตะลำคอ พลางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ความทรงจำสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจยังคมชัดราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ร่างกายที่ทรุดโทรมจากการทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำเพื่อหาเงินเข้าตระกูลสวี่ ร่างที่นอนซมอยู่บนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง และเสียงหัวเราะแผ่วเบาของสวี่เจ๋อ สามีผู้แสนดีกับฉินหลาน น้องสาวต่างมารดา ผู้ร่วมมือกันหยดยาพิษลงในถ้วยชาของนางเพื่อแย่งชิงทรัพย์สินทุกชิ้นที่นางสร้างมาด้วยสองมือ'ที่แท้ ข้าก็ได้ย้อนเวลากลับมาจริง ๆ'ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนกลับแปรเปลี่ยนเป็นลุ่มลึก เฉียบคม และเต็มไปด้วยประกายแห่งการเอาคืนชาตินี้ ผู้ใดคิดจะสูบเลือดสูบเนื้อจากนางอีก ฝันไปเถิด!ก๊อก ก๊อกยังไม่ทันที่ฉินหว่านจะตั้งสต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status