LOGIN“ว่าแต่เธอชื่ออะไรนะ” "ฮานะค่ะ" "ชื่อเหมือนนางเอกหนังเอวี" ฮานะอ้าปากเหวอเมื่อได้ยินคำพูดของเขา "ทำไม? ฉันพูดผิดตรงไหน" "ถ้าฉันเปรียบเทียบชื่อคุณบ้าง คุณจะรู้สึกยังไง คุณกำลังบูลลี่ชื่อฉันอยู่ รู้หรือเปล่าคะ" "ฉันชื่อธันเดอร์ ไหนลองเปรียบเทียบมาสิว่าชื่อฉันเหมือนอะไร" "ชื่อเหมือนหมาที่คนแถวบ้านฉันเลี้ยงเลยค่ะ" "นี่เธอ!!!"
View Moreบรรยากาศในผับสุดหรูในช่วงก่อนที่ผับจะเปิด เจ้าของผับอย่างธันเดอร์กำลังเดินตรวจตราทุกแผนกเพื่อดูความเรียบร้อย ตั้งแต่ได้เข้ามาบริหารผับแทนคนเป็นพ่อเต็มตัวตั้งแต่ช่วงเรียนมหาลัยปีหนึ่ง เรียกได้ว่าการใช้ชีวิตเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของเขาคืออยู่ที่นี่ อีกสิบเปอร์เซ็นต์คือกลับไปนอนคอนโดส่วนตัว ในเวลาที่ต้องการพักผ่อนจริง ๆ ไม่อยากให้ใครรบกวน แต่ต้องยอมรับว่าน้อยมากที่จะเป็นแบบนั้น เพราะผับแห่งนี้เหมือนเป็นจิตวิญญาณของเขาไปแล้ว เขารักและผูกพันกับมันมาก
“ไอ้เชนทร์ ตรงนั้นเขาวุ่นวายอะไรกันว่ะ” ขนาดกำลังเดินตรวจตราตามปกติ สายตาคมก็เหลือบไปเห็นตรงหน้าออฟฟิศของฝ่ายบุคคล มีคนยืนออกันอยู่ตรงนั้นสามถึงสี่คน ประมาณว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นและตกลงกันไม่ได้ “อ๋อ พอดีป้าหัวหน้าแม่บ้าน แกมาฝากงานให้หลานสาวแกทำงานพาร์ทไทม์ครับ” “แล้ว?” ราเชนทร์ทำหน้ามึนงงใส่เจ้านายหนุ่ม ด้วยไม่รู้ว่าคำว่าแล้วของเจ้านายนั้น หมายความว่าอย่างไร ทำให้ธันเดอร์ที่เห็นสีหน้าของลูกน้องคนสนิท เตรียมยกขาขึ้นเตะทันที แต่ทว่าอีกฝ่ายรู้ทันเลยรีบถอยห่างออกไปเพราะรู้ว่าท่าทางแบบนั้น อีกไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาจะต้องล้มลงไปกองกับพื้นแน่นอน “มึงงงอะไรว่ะ” “ผมไม่เข้าใจว่าคุณธันถามว่าแล้ว ผมต้องตอบว่ายังไงครับ” “นี่มึงกวนตีนกูเหรอว่ะ” “ไม่ได้กวนตีนนะครับ เพราะผมก็ตอบไปตามสิ่งที่ผมรู้หมดแล้วครับ” “กูถามเพราะถ้าแค่มึงบอกว่าป้าหัวหน้าแม่บ้านมาฝากให้หลานสาวแกทำงาน แล้วทำไมพี่แตงฝ่ายบุคคลถึงได้ทำหน้าแบบนั้น” คราวนี้ราเชนทร์ที่มึนงงเป็นเรื่องปกติ เข้าใจในคำถามของเจ้านายหนุ่มทันที“พี่แตงบอกป้าแม่บ้านไปว่าตอนนี้พนักงานทุกแผนกเต็ม ไม่มีที่ว่างตรงไหนให้ไปทำได้เลยครับ จากที่เห็นป้าแกคงกำลังตื้อพี่แตงอยู่ครับ” ธันเดอร์พยักหน้าเข้าใจ เมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการ เขาก็เตรียมตัวจะเดินขึ้นห้องพัก ทว่าขณะกำลังเดินเฉียดไปบริเวณนั้น เพื่อเดินขึ้นชั้นสอง สายตาคมของเขาก็บังเอิญหันไปสบตากับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งถ้าให้เดาคงจะเป็นหลานสาวของป้าแม่บ้าน ดวงตากลมโตของเธอสั่นระริกราวกับจะร้องไห้ ก่อนที่เมื่อเธอเห็นเขาจะรีบก้มหน้าหลบสายตาเขาไปทันที ขาเรียวยาวชะงัก จากที่จะเดินขึ้นบันได เลยหันตัวกลับเดินตรงไปยังหน้าออฟฟิศทันที “มีอะไรกัน” “คุณธัน คือพอดีว่าป้าแม่บ้านแกอยากฝากให้หลานแกทำงานพาร์ทไทม์ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีแผนกไหนว่างเลยค่ะ แตงเลยไม่รู้จะให้ไปแทรกตรงไหน” ธันเดอร์ไม่ได้สนใจฟังแตงกวาหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่กำลังพูดอธิบาย แต่ดวงตาคมกริบของเขากลับหันไปจับจ้องหญิงสาวร่างบางในชุดนักศึกษาที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าสบตาใครอยู่ตอนนี้ “แล้วป้ามีปัญหาตรงไหนอีก ในเมื่อฝ่ายบุคคลบอกไม่ว่าง ก็แปลว่าไม่รับ” "ป้าไม่มีปัญหาค่ะคุณธัน งั้นไปเถอะฮานะลูก เดี๋ยวลองไปดูร้านข้าวต้มระหว่างทางกลับบ้านเราก็ได้" ฮานะเงยหน้าขึ้นพยายามหลบเลี่ยงสายตาคมของผู้ชายร่างสูง หน้าดุ ที่คนเป็นป้าเรียกว่าคุณธัน ก่อนจะยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าทุกคนและเตรียมหันหลังเดินออกจากที่นี้ ตามคนเป็นป้าออกไป "เดี๋ยว!!!" ธันเดอร์เอ่ยเสียงเรียบออกมา ยังคงจ้องมองใบหน้าขาวใสของผู้หญิงตรงหน้าไม่วางตา ชุดนักศึกษาที่ควรจะรัดรูปตามสมัยนิยมที่เคยเห็น กลับกลายเป็นชุดนักศึกษาที่ตัวหลวมโคล่ง กระโปรงยาวคลุมเข่า รองเท้าผ้าใบสีขาว ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ที่สำคัญสวมแว่นสายตา มองดูผิวเผินก็เหมือนเด็กเรียนทั่วไป แต่ทว่าเธอมีผิวที่ขาวมาก ขนาดว่าอยู่ในที่ไม่ได้สว่างมากและไม่ได้อยู่ในร่มผ้า ความขาวของเธอยังกระแทกสายตาเขาอย่างจัง "ต้องการทำแผนกอะไร?" "ผะ..." "ให้เธอตอบเอง" ธันเดอร์ยกมือขึ้นห้ามป้าแม่บ้านให้หยุดพูดทันที ก่อนจะหันไปจี้จุดถามผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง "ไม่ได้ยินที่ฉันถาม?" ฮานะเงยหน้าขึ้นมองสบตาคมของเจ้าของผับ เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะหันหน้าไปหาป้าเจนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ จนป้าเจนพยักหน้าให้เธอตอบคำถามออกไป "แผนกอะไรก็ได้ค่ะ ฉะ ฉันทำได้หมดเลย" "เหรอ เด็กเสิร์ฟก็ทำได้เหรอ แต่ดูจากสภาพการแต่งตัว"คนตัวสูงก้มมองเธอตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า ทำคนที่กำลังถูกมองรู้สึกเหมือนโดนเหยียดทันที "ฉันว่าไม่เหมาะกับเธอหรอก ถ้าอยากทำจริง ๆ ขึ้นไปหาฉันที่ห้อง" "ขึ้นไปหาที่ห้อง ไปทำไมคะ" ฮานะแสดงสีหน้าตกใจทันที ตามความเข้าใจของเธอการเรียกให้ขึ้นไปหาที่ห้อง เขาคงไม่ได้ให้เธอทำอะไรที่ไม่ควรทำหรอกใช่ไหม ซึ่งนั่นไม่ใช่ความต้องการของเธอจริง ๆ จึงรีบส่ายหน้าออกไปทันที "ฉันแค่อยากทำงานค่ะ ไม่ได้อยากทำอะไรแบบนั้นค่ะ" เจนจิรารีบจับแขนหลานสาวให้หยุดพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไป ถึงจะไม่เคยได้พูดคุยหรือใกล้ชิดธันเดอร์เจ้าของผับ แต่พนักงานหลายคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าธันเดอร์เป็นคนเจ้าระเบียบกับการทำงานมาก ไม่เคยพูดเล่นหัวกับลูกน้องคนไหนทั้งนั้น เวลาทำงานก็คือเวลาทำงาน หากรู้ว่าพนักงานคนไหนไม่ตั้งใจทำงานจะไล่ออกทันที ไม่มีข้อยกเว้น “อะไรแบบนั้นที่เธอว่าคืออะไร” ธันเดอร์ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย แต่ทว่าใบหน้ายังคงเรียบเฉย ดูเหมือนเขาจะเจอเรื่องสนุกอะไรบางอย่างเข้าให้แล้ว ภายใต้ดวงตากลมโตสั่นระริก กลับมีอะไรบางอย่างที่ค้นหาซ่อนอยู่ในนั้น “ขอโทษแทนหลานสาวป้าด้วยนะคะ ฮานะคงไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้นค่ะ ฮานะขอโทษคุณธันเดี๋ยวนี้” “ทำไมต้องขอโทษด้วยคะ เรายังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ” ฮานะทำสีหน้างงงวยใส่คนเป็นป้า ไม่มีทีท่าว่าจะขอโทษผู้ชายตรงหน้าที่กำลังใช้สายตาคุกคามร่างกายเธอ มองดูก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนน่าเคารพอะไร เขาเป็นคนพูดจากำกวมกับเธอก่อน เธอก็ต้องมีสิทธิ์สงสัยในคำพูดของเขา “หยุดพูดแบบนี้ ขอโทษคุณเขาเร็ว ๆ”เจนจิรารีบก้มหัวขอโทษธันเดอร์อีกครั้ง ต่างจากหลานสาวที่กลับใช้สายตามองเจ้าของผับด้วยความไม่พอใจ “เก่งใช้ได้นิ” ตอนนี้ทั้งราเชนทร์และแตงกวาต่างก็ตกใจไปตามกัน ไม่ได้ตกใจที่เจ้านายกำลังทำสีหน้าดุเข้ม เพราะพวกเขาสองคนเห็นกันจนชินตาแล้ว แต่ที่น่าตกใจคือเด็กสาวคนนี้ต่างหาก ที่ตอนแรกดูเหมือนจะทำท่าทีหวาดกลัวธันเดอร์อยู่ไม่น้อย แต่ตอนนี้กลับไม่ยอมก้มหัวขอโทษตามที่คนเป็นป้าสั่ง “ถ้าไม่ขึ้นไปหาฉันที่ห้อง นอกจากเธอจะไม่ได้งานทำแล้ว ป้าของเธอก็เตรียมตัวออกไปหางานใหม่ได้เลย” พูดจบธันเดอร์ก็กลับหลังหันเดินจากไปทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้อำนาจในทางที่ผิดอยู่แล้ว ต่อให้เป็นคนขึ้นชื่อเรื่องกฎระเบียบมากแค่ไหน ก็ไม่เคยไล่ใครออก หากไม่มีเหตุผลมากพอ แต่เพราะเธอคนนั้นกำลังท้าทายอำนาจของเขา มันทำให้เขารู้สึกอยากเอาชนะเธอ เลยต้องแหกกฏของตัวเองเขาเหมือนจะไม่เข้าใจที่เธอต้องการจะสื่อ ยังคงกอดเอวเธอแน่น ตั้งท่าจะซุกไซ้ลงบนซอกคอเธออีกหน เธอถอนหายใจออกมา มือเล็กจิกไหล่แกร่งของเขาแน่น เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความต้องการที่ถูกจุดติดขึ้นมา “ในรถไม่ได้ ไม่ใช่แบบนี้” คนตัวสูงชะงัก มองหน้าเธอด้วยแววตาตัดพ้อ เอ่ยเรียกชื่อเธอเสียงอ่อน“ยี่หวา” “ฉันให้โอกาสนาย แต่ไม่ใช่ให้ทำในรถตอนนี้” กราฟฟิคกัดฟันแน่น มือหนากำเอวเธอแน่นเพราะต้องการระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านของตัวเอง “แล้วทำได้ที่ไหน” ยี่หวามองตาเขา“คอนโดนาย” เขาสตาร์ทรถทันที ที่เธอพูดจบ มือข้างหนึ่งยังคงจับมือเธอไม่ปล่อยไปตลอดทางจนถึงคอนโด ปัง!!! ประตูหัองปิดสนิทลง กราฟฟิคไม่รอช้า ดึงยี่หวาเข้ามากอดแน่นจนอกอวบของเธอแนบชิดอกแกร่งของเขา มือหนาล็อกใบหน้าเธอไว้ไม่ให้ขยับ กดริมฝีปากลงมาจูบดูดดื่มกับเธอทันที จนลมหายใจของเธอเริ่มขาดห้วง ลิ้นร้อนสอดเข้าไปเกี่ยวพันกันอย่างหิวกระหาย "อืม" ยี่หวาครางออกมาจากในลำคอ มือเล็กจับชายเสื้อเขาแน่นจนผ้ายับยู่ยี่ เธอจูบตอบกลับอย่างรุนแรงไม่แพ้กัน เหมือนระเบิดความคิดถึงที่กักไว้มานาน กราฟฟิคผลักเธอพิงกำแพงข้างประตู มือข้างหนึ่งยกขาเธอขึ้นพาดสะโ
ตอนเย็น กราฟฟิคยืนพิงประตูรถหรูของตัวเอง จอดรอคนตัวเล็กอยู่หน้าตึกคณะบริหาร มีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขาด้วยความสนใจ คงจะไม่เคยเห็นเขามาจอดรถรับผู้หญิงที่คณะนี้ ยี่หวาเดินออกมาหลังจากที่เขายืนรอไม่นาน เธอชะงักไปทันที ที่เห็นคนตัวสูงเดินตรงมาที่เธอ อยากจะเดินหนีเขาไปทางอื่น ทว่าขาเธอสั้นไม่สามารถหนีขายาวที่ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอได้แล้ว “จะมาทำไมอีก”เธอพูดเสียงรอดไรฟัน เริ่มอายสายตาของคนที่มองมาด้วยความสงสัย"กลับไปเลยนะ ฉันอายคนอื่นเขา" "อายทำไม เธอควรจะดีใจที่มีหนุ่มฮอตของคณะวิศวะมารับถึงหน้าคณะมากกว่านะ" "นายจะมารับฉันทำไม ฉันไม่ได้บอกให้นายมานะ แล้วจะตามฉันไปถึงไหน นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าแค่อยากขอโทษ" "งั้นก็ให้อภัยฉันสิ" ยี่หวาถอนหายใจออกมา รู้สึกเหนื่อยกับเรื่องที่ต้องเจอเหลือเกิน เธอไม่อยากเสียเวลามาโต้เถียงกับคนอย่างเขา "หลีกไปนะ ฉันจะไปทำงาน" “ฉันไปส่ง”กราฟฟิคดึงมือเธอไปที่รถของเขา เปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้เธอขึ้นไปนั่ง “ไม่คิดมาก่อนเลยว่านายจะบ้าขนาดนี้” เขายักคิ้วขึ้นอย่างกวน ๆ"ฉันบ้าได้มากกว่านี้อีก" ปัง!!! ประตูรถถูกปิดลง ก่อนเขาจะอ้อมรถไปขึ้นฝั่งคนขั
ยี่หวาหันหน้ากลับมาสบตากับเขา"นายกำลังล้อเล่นอะไรอยู่ มันสนุกมากเลยเหรอที่ทำแบบนี้ มีคนเคยบอกฉันว่านายมันเลว นายคงไม่คิดอะไรกับฉัน นายเห็นฉันเป็นแค่ของเล่น แต่ฉันดื้อเองที่ไม่เชื่อคำพวกนั้น ดันเอาหัวใจตัวเองเข้าไปเล่นในความรู้สึกที่มันไม่มีอยู่จริง หรือที่ผ่านมาฉันยังเจ็บปวดไม่พอ นายเลยย้อนกลับมาทำแบบนี้กับฉันอีก” น้ำตาของคนตัวเล็กไหลพรากขณะพูด เธอรู้สึกเจ็บในอกจนพูดแทบจะไม่ออก ทว่าเขายังเอาความรู้สึกของเธอมาพูดเล่น เขาต้องการย้ำความรู้สึกของเธอไปถึงไหน ทำไมถึงต้องมาทำแบบนี้กับเธอ กราฟฟิคดึงข้อมือเธอขึ้นมา รู้สึกผิดที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งเสียใจขนาดนี้ จะพูดว่าไม่ตั้งใจก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก ถึงจะเคยเล่นกับความรู้สึกของใครมาแค่ไหน เขาก็ไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดกับการกระทำของตัวเองมากขนาดนี้มาก่อน “ฉันขอโทษ ที่พูดไปแบบนั้น ฉันไม่คิดว่าเธอจะเจ็บขนาดนี้ ไม่คิดว่าเธอจะจริงจังกับความสัมพันธ์ของเราที่เพิ่งเกิดขึ้น ฉันคิดน้อยไปว่าคงไม่สำคัญอะไร”เขาเว้นวรรคคำพูด สายตาคมยังคงจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของเธอ อยากจะยื่นมือไปเช็ดให้ ทว่าเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินลงมาจากบันไดขัดจังหวะขึ้นเสียก่อ
“ถ้าไม่ปล่อยฉันจะกรี๊ดให้ดังเลยนะ” กราฟฟิคขบกรามแน่น ออกแรงดึงแขนเล็กเดินไปยังประตูรถ ก่อนจะเปิดออกและยัดตัวเธอเข้าไปข้างในทันที "อย่าลงมานะ ถ้าลงมาฉันจูบเธอตรงนี้แน่" "เป็นบ้าอะไร นายจะมายุ่งกับฉันอีกทำไม จะหลอกอะไรฉันอีก" “ฉัน...”เขาชะงักคำพูดของตัวเอง ลังเลว่าที่ทำแบบนี้ เขากำลังรู้สึกยังไงกันแน่“ฉันก็แค่สงสาร” “แค่สงสาร หึ”ยี่หวาหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง น้ำตาปริ่มจะไหลออกมา ฝนยังคงเทลงมาไม่ขาดสาย กราฟฟิคยืนนิ่งแค่เสี้ยววินาที ก่อนจะวิ่งอ้อมรถเปิดประตูขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ กระแทกประตูปิดเสียงดัง ดวงตาคมเหลือบมองกระจกมองหลัง เห็นคนตัวเล็กนั่งเงียบ สายตาของเธอแดงก่ำ กำลังมองออกนอกหน้าต่างรถ หลังจากนั้นเขาก็เหยียบคันเร่ง รถพุ่งไปข้างหน้า ฝนกระหน่ำลงมา จนมองด้านนอกแทบไม่เห็น ความเงียบในรถพาให้ความรู้สึกยิ่งหนักอึ้ง มีแค่เสียงลมหายใจของทั้งสามคนที่กำลังดังแข่งกัน ไม่กี่นาทีต่อมา รถจอดหน้าคอนโดหรูของมินนี่ เธอหันมองกราฟฟิคด้วยแววตาไม่พอใจ “ฉันไปก่อนนะ”เธอพูดเสียงสั่น แล้วเปิดประตูลงไปโดยไม่รอคำตอบ "มานั่งข้างหน้า"เสียงทุ้มออกคำสั่ง ทำให้ยี่หวาที่ได้ยินทำเพียงขยับตัวเล็
reviews