Share

ทำอะไรต้องมีหลักฐาน

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-12 21:04:57

ทำอะไรต้องมีหลักฐาน

“นั่นสิ ในเมื่ออวี้เหมยเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเอง ด้วยการลุกขึ้นมาทำมาหากิน เธอจะมายุ่งอะไรด้วย แล้วเรื่องเมื่อวานลูกสาวของฉันก็ไม่ผิด อยู่ดี ๆ ก็มีคนไปรังแกถึงบ้าน สมควรแล้วที่จะต้องชดเชยให้เธอ ทำไมเราจะเอาของที่ได้มา มาทำซาลาเปาขายเพื่อต่อยอดไม่ได้ล่ะ  อีกอย่างเนื้อที่ได้มา หากเก็บไว้นานมันก็จะเน่าเสียได้”

หวังซิ่วจินแม้จะไม่ค่อยอยากมีปากเสียงกับชาวบ้าน แต่หากเพื่อลูกและครอบครัวแล้วล่ะก็ เธอพร้อมจะสู้ตายเหมือนกัน จึงตอบโต้กลับไปอย่างไม่ไว้หน้า

พอถูกสวนกลับด้วยเหตุผล หญิงคนนี้ก็เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างฉุนเฉียว ส่วนคนอื่นบางคนก็เห็นด้วยกับสองแม่ลูกบ้านซ่ง แต่บางคนก็ไม่เห็นด้วย และมองว่าซ่งอวี้เหมยทำเกินไป ที่เรียกร้องเงินและอาหารมากขนาดนั้น

“แม่คะ เหลือแค่ไม่กี่ลูกเอง เรากลับบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวฉันจะเอาซาลาเปาไปฝากเสิ่นหมิงด้วย แล้วอีกห้าวันเราค่อยมาขายที่นี่กันใหม่” ซ่งอวี้เหมยไม่อยากเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ เลยชวนแม่เก็บของกลับบ้าน และเธอตั้งใจจะเอาซาลาเปาไปฝากเด็กที่ร่างเดิมเคยรังแกด้วย อย่างน้อยก็เป็นการไถ่โทษทางหนึ่ง

“เอาอย่างนั้นก็ได้” คนเป็นแม่ก็เห็นด้วยทันที และเริ่มลงมือเก็บของ จากนั้นก็ช่วยกันเข็นรถเข็นกลับบ้าน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ในสายตาของหานเจี้ยนกั๋ว เขาขมวดคิ้วเป็นปมอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าซ่งอวี้เหมยจะรู้จักคิดทำการค้า แล้วยังไม่ไล่ตามเขาเหมือนก่อนหน้านี้

‘เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เหรอ ซ่งอวี้เหมย’ เขาได้แต่ถามเธออยู่ในใจ

จากวันนั้นนี่ก็เข้าสู่เดือนใหม่แล้ว ตอนนี้ซ่งอวี้เหมยเข้ามาอยู่ในร่างนี้เกือบเดือนแล้ว เธอยังคงเข้าเมืองเพื่อไปทำการค้าพร้อมกับแม่ทุกวัน บางครั้งน้องชายก็ขอตามไปด้วย และถึงแม้ว่าจะเก็บเงินได้มากมายแล้ว แต่ครอบครัวซ่งก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่อาจจะแสร้งทำทีซื้อเนื้อกลับมาบ้าง จะได้ไม่มีใครสงสัย

ส่วนร้านขายซาลาเปา พวกเธอยังคงไปขายทุก ๆ ห้าวันตามที่หมู่บ้านมีตลาดนัด ตอนนี้กิจการเริ่มเป็นที่ยอมรับของผู้คน จากขายครั้งละห้าสิบลูก ตอนนี้เธอขยับมาเป็นครั้งละแปดสิบลูกแล้ว และทุกครั้งก็ขายหมดเกลี้ยง

ความเปลี่ยนแปลงของซ่งอวี้เหมย ทำให้คนในหมู่บ้านเห็นอย่างชัดเจน แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พอใจกับความเปลี่ยนไปของเธอ และยังมีอีกหลายคนที่ไม่เชื่อว่าหญิงสาวจะเปลี่ยนไปได้แล้วจริง ๆ

นั่นเป็นเพราะเธอยังคงพูดตรงไปตรงมาและไม่ยอมคนเหมือนเดิม เธอจึงได้ฉายาใหม่ว่า ‘หญิงปากร้าย’

แต่นี่ก็ไม่ทำให้ซ่งอวี้เหมยคิดจะเปลี่ยนในเรื่องนี้ เพราะเธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกง่าย ๆ อีกอยู่แล้ว ในเมื่อมีคนมาทำไม่ดีใส่ แล้วทำไมเธอจะต้องทำตัวอ่อนข้อและยอมคนพวกนั้นล่ะ

และเพราะความไม่ยอมคนของซ่งอวี้เหมย ทำให้มีหลายคนหมั่นไส้และคิดจะเล่นงานเธอ คนพวกนั้นรอแค่โอกาสเท่านั้น

วันนี้ที่หมู่บ้านมีตลาดนัดอีกครั้ง ซ่งอวี้เหมยและแม่ก็ทำซาลาเปามาขายเหมือนทุกครั้ง แถมคราวนี้มีน้องชายมาช่วยขายด้วย ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังช่วยกันขายมือเป็นระวิงอยู่นั้น กลับมีหญิงสาวคนหนึ่งมายืนโวยวายอยู่ที่หน้าร้าน

“ทุกคนอย่าซื้อนะ หลานสาวของฉันกินซาลาเปาของร้านนี้ไปแล้วท้องเสีย แม่ค้าจะรับผิดชอบยังไง”

ผู้หญิงคนนั้นพูดเสียงดังมาก แต่เพราะสายตาเธอล่อกแล่ก ทำให้จับสังเกตได้ง่ายว่า เธอกำลังโกหกและมาเพื่อก่อกวน ซ่งอวี้เหมยจึงเดินไปที่หน้าร้านแล้วถามกลับไปเสียงดัง ๆ เช่นกัน

“ในเมื่อคุณบอกว่าหลานสาวกินซาลาเปาของร้านเราไปแล้วท้องเสีย ถ้าอย่างนั้นก็พาเธอมาที่นี่สิ แล้วเราไปตรวจที่โรงพยาบาลด้วยกัน ให้รู้ไปเลยว่าซาลาเปาร้านของฉัน ทำให้ท้องเสียจริงไหม หากหลานสาวของคุณท้องเสียจริง ฉันยินดีที่จะรับผิดชอบเอง แต่ถ้าร้านฉันไม่ผิด คุณก็ต้องรับผิดชอบด้วย อย่างไรเพื่อความยุติธรรม ฉันคิดว่าเรื่องนี้ควรให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมตัดสินด้วย”

ซ่งอวี้เหมยไม่ได้กลัวว่าร้านจะเสื่อมเสียชื่อเสีย แต่ในเมื่อกล้าใส่ร้ายกันแบบนี้ ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาให้ได้

ชาวบ้านที่ได้ยินสิ่งที่ซ่งอวี้เหมยพูดมา ต่างพยักหน้าเห็นด้วย

“ใช่ ๆ หากผู้หญิงคนนี้บอกว่าหลานสาวป่วยจริง ก็ควรจะพาเธอมายืนยันหรือพาไปตรวจที่โรงพยาบาลสิ อีกทั้งตอนนี้อวี้เหมยก็บอกว่าหากเกิดจากร้านของเธอ เธอยินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง ดังนั้นจึงควรจะทำให้มันชัดเจนไปเลย” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างเห็นด้วยกับหญิงสาว

“ใช่ๆ ฉันก็เห็นด้วย พิสูจน์ให้รู้ไปเลยสิ” อีกคนก็พูดสนับสนุนทันที

เมื่อผู้หญิงคนนั้นได้ยินซ่งอวี้เหมยบอกมา และชาวบ้านล้วนเห็นด้วย เธอจึงพยายามหาทางออก

“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็แค่มาบอกเท่านั้นแหละ” หญิงคนนี้พูดจบก็เตรียมจะหมุนตัวเดินออกไป

แต่เธอกลับถูกชาวบ้านคนหนึ่งดึงแขนเอาไว้ แล้วพูดอย่างไม่พอใจ “หล่อนจะรีบไปไหน มาหาเรื่องและใส่ร้ายร้านซาลาเปาคนอื่นแล้วจะหนีไปง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ หากมีคนหูหนวกตาบอดเชื่อหล่อนแบบไม่ลืมหูลืมตา แบบนี้ร้านซาลาเปาจะทำอย่างไร หล่อนหัดคิดบ้างสิ”

“ฉันบอกเมื่อไรว่าร้านนี้ไม่ผิด ฉันแค่ไม่เอาเรื่องเพราะมันยุ่งยากเท่านั้น และในเมื่อฉันไม่เอาเรื่องแล้วก็ควรแยกย้ายสิ แล้วนี่จะมารั้งดึงฉันไว้ทำไม ปล่อยฉันนะ” เธอแสร้งทำทีเป็นพูดอย่างโมโห แล้วสะบัดแขนออกและเดินจะหนี

แค่การกระทำนี้ของเธอ ก็ทำให้ทุกคนรู้แล้วว่าเรื่องทั้งหมดคือการโกหกและสร้างเรื่อง เพื่อทำให้ร้านของซ่งอวี้เหมยไม่มีใครมาซื้อ

ทันทีที่เรื่องราววุ่นวายจบลง ร้านซาลาเปาก็กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง ลูกค้าต่างมาต่อแถวซื้อเหมือนเดิม

ที่มุมหนึ่งของตลาด หลิวซูหรงแอบมองเหตุการณ์อย่างแค้นใจ เพราะไม่คิดว่าแผนการที่เธอเตรียมไว้จะพังไม่เป็นท่า

‘ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกจะเปลี่ยนตัวเองได้จริง ๆ ซ่งอวี้เหมย’ เธอคิดอย่างไม่พอใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   บทส่งท้าย ใครว่าฉันเป็นนางร้ายตัวประกอบ

    บทส่งท้าย ใครว่าฉันเป็นนางร้ายตัวประกอบหานเจี้ยนกั๋วไม่รอให้อีกฝ่ายเข้าที่หลบกำบังตัวได้ทัน เขายิงไปที่ขาของหัวหน้าหลิวอย่างแม่นยำ รวมถึงลูกน้องคนอื่น ต่างก็ยิงลูกน้องของหลิวฉางเหอ จนทำให้พวกมันล้มลงไปกองกับพื้นและนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด“แกกล้าทำอย่างนี้ได้ยังไง รู้มั้ยว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ หากไม่อยากเดือดร้อน ก็ถอนตัวออกไปซะ” หัวหน้าหลิวพูดออกมาอย่างเดือดดาล เขาพยายามบีบบังคับให้อีกฝ่ายปล่อยตนเองไป โดยอ้างคนที่อยู่ในเงามืด“รู้สิ รู้ด้วยว่าหัวหน้าของพวกแกใหญ่แค่ไหน แต่ก็ไม่ใหญ่ไปกว่ากฎหมายหรอกนะ พวกแกกล้าดีอย่างไร ถึงมาขายสิ่งเสพติดพวกนี้ มอมเมาชาวบ้านจนทำให้ทุกคนเดือดร้อน บางคนถึงขั้นฆ่าคนอื่นตายก็ยังมี พวกแกเห็นแค่เงินเพียงน้อยนิด แล้วยอมทำสิ่งชั่วร้ายอย่างนี้เนี่ยนะ เลวจริง ๆ” หานเจี้ยนกั๋วด่ากลับอย่างเดือดดาล ที่ดูเหมือนว่าหลิวฉางเหอยังไม่สำนึกกับสิ่งที่กระทำ“ฮ่า ๆ ช่วยไม่ได้ ในเมื่อพวกมันโง่เอง ของพวกนี้ก็มีราคาแพง แต่อยากซื้อไปเสพอีก จะมาโทษฉันก็ไม่ได้หรอกนะ แต่แกคอยดูเถอะ นายใหญ่ต้องจัดการพวกแกให้สิ้นซากแน่ ไม่รู้หรือไงว่า สินค้าในครั้งนี้มีมูลค่ามากขนาดไหน” หล

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   กวาดล้างพวกค้ายาเสพติด 1.2

    ดวงตาของชายหนุ่มเฉียบคมไม่ว่อกแว่ก เหมือนนักล่าที่รู้แน่แล้วว่าปลายทางจะเจออะไร และต่อให้จะบาดเจ็บอย่างไร เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องมีชีวิตรอดกลับไปพบเจอเธอให้ได้ และหวังว่าลูกน้องทุกคน จะปลอดภัยเหมือนกัน ถึงแม้ว่านี่จะเป็นช่วงกลางวัน แต่ทว่าหานเจี้ยนกั๋วก็ไม่รู้สึกเกรงกลัวสิ่งใด เพราะนี่คือภารกิจสำคัญที่เขาต้องทำ และต่อให้เป็นภูเขาท้ายหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีใครสัญจร หรือขึ้นมาแถวนี้มากนัก แต่ก็ยังคงมีคนมาหาของป่าอยู่นั่นทำให้มีนายทหารต้องไปตักเตือน และบอกให้รีบลงมาโดยที่สั่งห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร“หมายความว่าอย่างไรผู้กอง ตอนนี้หมู่บ้านเราเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงพาเจ้าหน้าที่มากันเยอะขนาดนี้” หัวหน้าหมู่บ้านที่รู้ข่าวก็รีบวิ่งมาอย่างหน้าตาตื่น และถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ผมกำลังปฏิบัติการกวาดล้างคนทำผิดกฎหมายครับ หากหัวหน้าหมู่บ้านไม่อยากติดรางแห่ไปด้วย ก็พาชาวบ้านลงไปให้หมด แล้วปิดเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องที่หัวหน้าหมู่บ้านรู้ว่า คนบ้านหลิวทำอะไรไว้ เพียงแค่เพราะกลัวอำนาจของหัวหน้าหลิว คุณเลยไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้” ชายหนุ่มปรายตามองอย่างเย็นชา แต่ก็เข้าใจไ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   กวาดล้างพวกค้ายาเสพติด 1.1

    กวาดล้างพวกค้ายาเสพติดวันต่อมา...หลิวฉางเหอมั่นใจว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องที่เขาทำ แต่เพราะกลัวปัญหาจะตามมาเลย ตัดสินใจขนย้ายสินค้าผิดกฎหมายพวกนี้ ก่อนวันนัดหมายหนึ่งวัน“ฉันคิดว่าควรขนของกันวันนี้เลย ขนไปก่อนหน้าหนึ่งวันดีกว่าขนไปพรุ่งนี้แล้วเกิดปัญหาขึ้นมา” เขาพูดขึ้นกับลูกน้องที่รออยู่ตรงนี้เมื่อลูกน้องได้ยินต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงขยับขึ้นมาอีกหนึ่งวันในการส่งสินค้า“มันจะดีเหรอครับหัวหน้า การส่งสินค้าเร็วหนึ่งวันก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป ยิ่งส่งไปกับเสบียงอาหารด้วย ผมกลัวว่าจะเกิดปัญหานะครับ” ลูกน้องคนหนึ่งอดพูดขึ้นมาไม่ได้ เขารู้สึกไม่ดีที่จะต้องขนสินค้าก่อนกำหนดการ แล้วรู้สึกว่างานครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด“แกจะกลัวอะไรวะ มีคนของนายใหญ่ปะปนอยู่ในกลุ่มขนเสบียงอาหารครั้งนี้ ฉันมองว่าการที่เราเลื่อนกำหนดการมาหนึ่ง วันมันน่าจะดีกว่า เกิดพรุ่งนี้มีปัญหาขึ้นมาตอนที่เราขนสินค้า แบบนั้นมันน่าจะเกิดปัญหามากกว่านะ” หลิวฉางเหอยังคงยืนหยัดความคิดของตนเอง แล้วบอกว่าเริ่มทยอยขนสินค้าไปวันนี้เป็นการดีกว่า“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่เจ้านายเลย อย่างไรพวกผมก็ยินดีทำตามคำสั่งอย

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   โง่แล้วยังอวดฉลาด1.2

    ลูกค้าที่เคยทำการค้าร่วมกับซ่งอวี้เหมยและแม่ของเธอ รีบพูดขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ แต่ก็ยังปิดบางเรื่องที่พวกเธอทำการค้าในตลาดมืดไว้“ใช่แล้ว ฉันก็ทำการค้ากับคนบ้านซ่ง ก่อนที่พวกเธอจะเปิดร้านนี้กันเสียอีก” ลูกค้าอีกคนพูดสนับสนุนขึ้นมา และดูจะไม่ค่อยพอใจหลิวซูหรงสักเท่าไร“การที่เธอมาพูดแบบนี้ ไม่เท่ากับว่าใส่ร้ายครอบครัวบ้านซ่งหรอกเหรอ หรือว่าอิจฉาที่เห็นคนอื่นได้ดีกว่า”“นั่นสิ ฉันเองก็คิดอย่างนั้น”ตอนนี้ไม่ใช่ว่ามีลูกค้าเพียงแค่คนเดียวที่ออกหน้าให้คนบ้านซ่ง แต่กลับมีจำนวนไม่น้อยเลยที่พูดแทนหญิงสาวส่วนหานเจี้ยนกั๋วก็เดินมาอยู่เคียงข้างหญิงอันเป็นที่รัก และมองไปทางหลิวซูหรงด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ในใจก็คิดว่า ‘คงต้องจัดการกวาดล้างคนบ้านตระกูลหลิวจริงจังสักที’“เป็นไปได้อย่างไรกัน แกจะมีคนรักมากขนาดนี้เชียวหรือ ทำไมทุกคนถึงพูดออกหน้าให้แกล่ะ” หลิวซูหรงถามออกไปอย่างตกใจ เธอแทบจะไม่เชื่อกับเหตุการณ์ตรงหน้า เธอไม่นึกไม่ฝันเลยว่าซ่งอวี้เหมยจะมีคนรักมากขนาดนี้“ฉันไม่คิดเลยนะว่าคนเราโง่แล้วยังอวดฉลาดอีก ฉันไม่รู้หรอกว่าอะไรทำให้เธอใส่ร้ายฉันได้ขนาดนี้ อีกทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันก็ผ่านไปแล

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   โง่แล้วยังอวดฉลาด 1.1

    โง่แล้วยังอวดฉลาดมุมหนึ่งของถนน หลิวซูหรงยืนมองมาทางหน้าร้านบ้านซ่งด้วยสายตาโกรธแค้น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมซ่งอวี้เหมย ถึงได้มีเงินมากขนาดนี้ มากจนได้เปิดร้านอาหารบ้านซ่งที่ไม่เล็กเลย“นังซ่งอวี้เหมยมันทำอะไรกันแน่ ถึงได้มีเงินมาเปิดร้านอาหารใหญ่โตขนาดนี้” หลิวซูหรงไม่คิดเลยว่าช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ ศัตรูคู่แค้นจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากขนาดนี้“หรือว่ามันแอบทำเรื่องผิดกฎหมาย เลยทำให้คนบ้านซ่งมีเงินมาเปิดร้าน จนทำให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แบบนี้เราควรไปแจ้งทางการดีไหมนะ” สุ่ยฟางพูดขึ้นมาอีกคน เธอไม่คาดคิดเหมือนกันว่า ซ่งอวี้เหมยจะมีความเป็นอยู่เจริญรุ่งเรืองอย่างนี้ ในขณะที่ตนถูกส่งไปที่ค่ายกักกันและถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาส‘น่าเจ็บใจนัก ทำไมฉันถึงต้องไปอยู่ในสภาพอย่างนั้น แล้วดูนังนั่นสิ มันกลับมีชีวิตที่ดีขึ้น มีร้านค้าใหญ่โต แถมได้ยินว่ามันยังซื้อบ้านในเมืองอีก ทำไมชีวิตที่ดีแบบนี้ ถึงไม่เป็นของฉันกันนะ' เธอคิดในใจอย่างเจ็บแค้น อย่างไรคราวนี้ ก็ต้องหาทางเอาคืนอีกฝ่ายให้จงได้“ที่เธอพูดออกมามันน่าคิดนะ ตั้งแต่ฉันเกิดมาก็เห็นอยู่แล้วว่า บ้านซ่งไม่ได้ร่ำรวยอะไร ค่อนข้างไปทางยากจนกว

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   กินอาหารพร้อมกันทั้งสองบ้าน

    กินอาหารพร้อมกันทั้งสองบ้านซ่งอวี้เหมยยิ้มออกมา ความจริงแล้วเธอไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย กับการที่ทำให้ครอบครัวมีความสุข และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ก็รู้ดีว่าคนในยุคนี้ที่อายุเท่าเธอนั้น ควรที่จะแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว บางครอบครัวลูกสาวอายุสิบห้าสิบหกปีก็ให้แต่งงานแล้ว ซึ่งตอนนี้เธอเองก็อายุสิบแปดปีแล้ว จะว่าไปก็ควรจะมีครอบครัวเหมือนกับลูกสาวบ้านอื่นได้แล้วแต่อย่าลืมว่าซ่งอวี้เหมยคนนี้ เป็นหญิงสาวที่มาจากยุคปัจจุบัน ดังนั้นการแต่งงานในอายุเพียงสิบแปดปีนั้น จึงไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลย เนื่องจากชาติก่อน หญิงสาวบางคนอายุสี่สิบปียังไม่แต่งงานเลยก็มี บางคนอยู่แบบโสด ๆ สวย ๆ รวย ๆ ตลอดชีวิตก็ยังมีเยอะแยะ“เอาเถอะค่ะ ฉันคุยกับผู้กองแล้วว่าขอเวลาอีกสักหน่อย ให้พวกเราสองคนศึกษากันให้มากกว่านี้ เมื่อถึงเวลานั้นหากความรู้สึกยังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ก็ค่อยมาตกลงเรื่องแต่งงานกันอีกครั้ง” หญิงสาวตอบกลับไปเพื่อให้พ่อแม่สบายใจ“ดีแล้วลูก อย่างไรก็ต้องศึกษากันให้ดีก่อน หากหลังจากนี้ความรู้สึกบอกว่าไม่ใช่ ก็ยังเป็นสหายกันได้ แต่ถ้ารีบแต่งงานแล้วเกิดหย่าร้างขึ้นมา ก็คงเป็นขี้ปากชาวบ้านอยู่ดี” ซ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status