LOGINโฉมสะคราญ 4 นางที่มีปัญหาเรื่องของสามีเหมือนกัน โม๋ว์มี่ฮวากับสามีแสนร้ายกาจ ป๋ายกุยเหนียงกับสามีแสนเจ้าชู้ หลีอั๋นเฟยกับสามีจอมพิลึก และจ้าวซือเฟยกับสามีผู้อ่อนโยน ทั้งบทเพลงร้อนรักที่ใฝ่ฝัน ทั้งบุตรชายที่ถวิลหา แม้กระทั่งพฤติกรรมแปลกๆ ของสามี พวกนางล้วนแล้วประสบพบเจอด้วยกันแทบทั้งสิ้น หนทางเดียวที่จะได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการ คือยาวิเศษที่ช่วยปลุกความเป็นชายเท่านั้น!
View Moreบทนำ 1
ภายในเรือนที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงามด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด และเครื่องเรือนที่นำเข้าจากทางเรือสำเภา บ่งบอกถึงฐานะของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างดี เพราะไม่ว่าจะมองไปยังทิศทางก็มักสวยงามด้วยของล้ำค่าที่หาใดเปรียบ
ยิ่งเมื่อร่างบางเพรียวระหงในชุดสีหวานก้าวเดินอย่างสง่างาม ยิ่งบ่งบอกได้ดีถึงความผู้ลากมากดีของเจ้าของเรือนแห่งสกุลจ้าว
หญิงสาวที่ประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับดอกไม้หยกขาว แต่งแต้มสีสันบนหน้าจาง ๆอันพิถีพิถันเผยให้เห็นความงามแต่ดั้งเดิม ริมฝีปากอวบอิ่มสีหวานระบายยิ้มจาง ๆให้กับสาวใช้ที่ยืนทำความเครพอยู่รอบข้าง เพียงแค่รอยยิ้มของนางก็ใช่ว่าจะประเมินค่าได้
จ้าวซือเฟยเป็นนามของฮูหยินเรือนแห่งนี้ ทุกคนต่างก็อิจฉาในชีวิตหลังแต่งงานของนาง เพราะสามีที่มีฐานะร่ำรวย และมีหน้าตาหล่อเหลา อีกทั้งยังเป็นสุภาพบุรุษที่แสนอ่อนโยนจนราวกับว่าเขานั้นถูกสั่งสอนมาอย่างดี ที่สำคัญมีเพียงซือเฟยเท่านั้นเป็นภรรยาและนายหญิงหนึ่งเดียวแห่งเรือนสกุลนี้
แต่ทว่าทุกคนกลับไม่รู้ถึงความลำบากที่นางต้องเผชิญในทุกวี่วัน และเช่นเดียวกับเวลานี้ที่นางยืนอยู่หน้าประตูห้องเขียนหนังสืออันเรียบง่าย ขัดกับบรรยากาศแสนสุขสบายภายนอกยิ่งนัก นางนั้นมองสามีตนก้มหน้าก้มตาตรวจสอบสินค้าโดยไม่สนว่าผู้ใดมาหา จนกระทั่งบ่าวไปแจ้งนั่นแหละเขาถึงได้เงยหน้าจากกองสมุดบันทึก แล้วระบายยิ้มอ่อนล้าที่ดูท่าคงไม่ได้หลับตลอดคืนมาให้นาง
“ฮูหยินลำบากเจ้ามาหาข้าอีกแล้ว” จ้าวเหวยหรงเอ่ยเสียงอ่อนล้า เขาปิดสมุดเล่มหนาก่อนลุกขึ้นเดินเข้ามาประคองสาวงามให้เดินเข้ามาในห้อง
“ลำบากท่านที่ต้องทำงานหนักเพื่อข้าต่างหากเล่า” ซือเฟยเอ่ย นางพยายามปั้นยิ้มให้งดงาม แล้วส่งสายตาให้สาวใช้นำยาบำรุงกายมาให้อีกฝ่าย “เพราะท่านไม่มาหาข้าเมื่อคืน ข้าก็รู้ได้ทันทีว่าท่านอดนอน เช่นนั้นดื่มยาตัวนี้หน่อยเถิด มิเช่นนั้นสุขภาพท่านจะย่ำแย่เอา”
“เป็นเจ้าที่รู้ใจข้าดีที่สุด” เหวยหรงระบายยิ้มกว้าง ก่อนรับยามาดื่มจนหมดหยดสุดท้าย
หญิงสาวแอบระบายลมหายใจ พลางหันไปมองทั้งบ่าวและสาวใช้ส่งสัญญาณให้พวกเขาออกจากห้อง รอจนกระทั่งเหลือเพียงแค่พวกนาง หญิงสาวจึงค่อย ๆปลดชุดคลุมตัวนอกให้ออกไป
เหวยหรงขมวดคิ้วมองหญิงสาวแย้มยิ้มหวาน เคลื่อนปลายนิ้วเกลี่ยแผงอกลากจนถึงปลายคางสาก นางช้อนตามองเขาขยับเข้ามาใกล้จนคู่ซาลาเปาแนบกันกับเขา
“ยามนี้เวลากลางวัน มันคงไม่งามหากว่า…”
“ไม่งามอย่างไร เราเป็นสามีภรรยากันนะ อีกทั้งตั้งแต่ข้าแต่งเข้าเรือนนี้มา เราทั้งสองยังไม่ได้ร่วมหลับนอนกันเลย” ซือเฟยเอ่ยเสียงแผ่วเบา นางเขย่งปลายเท้าจนริมฝีปากอ่อนนุ่มประทับลงบนคอหนา
“ซือเฟย” เหวยหรงกลืนน้ำลายดังอึก ถ้วยในมือแทบตกลงบนพื้น เขากลั้นหายใจเมื่อหญิงสาวแสนอ่อนหวานกำลังขบเม้มไล้ตามซอกคอ
“สามี… ข้าอยากมีบุตรเหลือเกิน แต่ท่านกลับทำแต่งานไม่สนใจไยดีข้าเลย” ซือเฟยเอ่ยอีกครั้ง นางช้อนตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาเปล่งปลั่ง
“ข้า…” ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอีกครั้ง พลางเคลื่อนฝ่ามือลูบแผ่นหลังมนด้วยความลืมตัว “ข้าเองก็…”
“นายท่าน! เกิดเรื่องที่คลังสินค้าขอรับ!!” ในช่วงเวลาที่ทั้งสองกำลังโน้มศีรษะเพื่อจุมพิตบอกความในใจแก่กันนั้น บ่าวชายผู้หนึ่งดันพรวดพราดเข้ามาขัดจังหวะ จนทั้งสองแทบเด้งตัวออกจากกันเกือบไม่ทัน
ซือเฟยรีบหยิบชุดขึ้นมาคลุมร่างพร้อมหอบหายใจรวยรินจนหน้าอกกระเพื่อมหนัก นางเม้มปากแน่นขัดใจที่วันนี้โดนขัดขวางอีกครั้งจนได้
ส่วนเหวยหรงรีบเอาตัวมาบังร่างสาวงาม ไม่อยากให้บ่าวชายได้เห็นผิวกายเนียนละเอียดที่โผล่พ้นขอบเสื้อผ้า แม้ไม่ได้เปลือยกายแต่เขาก็หวงแหนในร่างบางที่เฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่แรกพบเจอ
“เกิดปัญหาอันใด” เหวยหรงเอ่ยเสียงเข้ม ลอบมองนางที่แต่งตัวอย่างรีบเร่งจนเสร็จ
“สมุนไพรที่เตรียมส่งมอบให้กับลูกค้ามีกลิ่นที่แตกต่างไปจากเดิมขอรับ พวกข้าเร่งหาวิธีการแก้ไขแล้ว แต่ว่าก็ใกล้ถึงเวลาที่พวกเขามารับเช่นกัน ข้าเกรงว่ามันจะไม่ทันกาลเลยรีบมาแจ้งข่าวขอรับ”
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจ เขาหันมาสบตากับฮูหยินตน มองนางด้วยแววตาเหนื่อยอ่อนอีกทั้งยังรู้สึกผิด ก่อนที่เขาจะหันกลับไปหาบ่าวชายแล้วเอ่ยเสียงเข้ม
“เช่นนั้นเจ้ารีบกลับไปจัดการกับสมุนไพร อ้อ!พาผู้เชี่ยวชาญไปด้วย บอกเป็นคำสั่งจากข้า ส่วนข้าจะไปรับหน้ากับลูกค้าก่อน รีบไปจัดการเล่า”
“ขอรับ!”
จ้าวเหวยหรงหันกลับมาเผชิญหน้ากับฮูหยินตนอีกครั้ง แม้ไฟในกายถูกจุดติดแล้ว แต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเขาก็มิอาจปล่อยผ่านได้ แต่ว่าเมื่อเห็นดวงหน้างามเม้มปากแน่นพร้อมนัยน์ตาชุ่มเบา ๆ ในใจเขายิ่งรู้สึกผิดจนทำได้เพียงคว้ามือเล็กมากุมไว้
“ฮูหยินข้า…”
“ท่านไปเถอะ ข้าเข้าใจท่าน ตอนนี้การค้าถือว่าต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก เรื่องของเราไว้ค่อยกลับมาจัดการกันทีหลังก็ได้”
“ซือเฟยข้าสัญญาว่าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด” เหวยหรงกล่าวเสียงหนักแน่น เขาประทับจูบลงบนหน้าผากมน แล้วรีบหมุนตัวเดินออกไปจัดการสะสางกับกิจการทันที
หญิงสาวมองตามแผ่นหลังหนาออกไปจนสุดสายตา พลางแทบหมดแรงจนอยากล้มลงนั่งกับพื้น ทุกครั้งเขาก็กล่าวเช่นนี้ แต่ไม่เห็นว่าจะได้จัดการทีหลังกันจริง ๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมานางบอกกับตนเองเสมอว่าสามารถอดทนรอได้ กิจการการค้าของเขาถือว่าสำคัญยิ่งนัก อย่างไรมันก็คือสิ่งที่ไว้หล่อเลี้ยงคนภายในเรือนให้มีชีวิตที่ดี นางเข้าใจได้ นางเข้าใจได้เป็นอย่างดี
แต่ว่าเหตุใดนางถึงรู้สึกไม่เชื่อกับคำพูดที่กรอกหูตัวเองอยู่ทุกวันกัน
ซือเฟยหัวเราะเบา ๆแล้วยืดแผ่นหลังให้ตั้งตรง เดินออกจากห้องเขียนหนังสือพร้อมเป้าหมายสถานที่ในจิตใจ
ต่อให้ต้องใช้วิธีที่น่าอาย ข้าก็ไม่ยอมปล่อยท่านอีกแล้ว
บทที่ 12.4 ลาก่อน“ไม่เอามี่ฮวา มี่ฮวา!!! / พี่สะใภ้!!!” ไม่ทันขาดคำที่ชายหนุ่มจะกล่าวออกไปร่างบางค่อยๆ ทิ้งตัวเองลงไปทางด้านหลัง จนบนกำแพงนั้นเหลือเพียงความว่างเปล่า ชายร่างสูงในอาภรณ์สีดำสนิทอ้าปากค้างเบิกตากว้าง ขาทั้งสองข้างแข็งเกินกว่าจะวิ่งไปฉุดรั้งนางเอาไว้ได้ นางยอมจากเขาไปเสียอย่างงั้น ไม่สนแล้วแม้ว่าเขากำลังอ้อนวอนอย่างไร“ข้าขอโทษมี่ฮวา! ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ! ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าเลย ที่ผ่านมาเป็นข้าไม่ดีเอง! ได้โปรด ได้โปรดเถอะ ข้าขอร้อง นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง หลังจากนี้ข้าจะยอมเจ้าทุกอย่างเลย เจ้าปรารถนาสิ่งใดข้าจะหามาให้ทุกสิ่ง ขอร้องเจ้าอย่าไปจากข้าทั้งอย่างงี้” โม๋ว์ฟูเฉิงคร่ำครวญ ลากร่างแข็งค้างของตนไปยังขอบกำแพงเมืองส่วนโม๋ว์อิงฉินที่ตกใจกับความผิดของตนเอง แทบยืนไม่ไหว เพียงเพราะเขาแค่อยากขู่นางเล่นๆ เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ เขารีบเดินไปยังขอบกำแพงเมือง เพื่อหวังว่าเรื่องตรงหน้าจะไม่ใช่เรื่องจริง “พี่สะใภ้ข้าขอโทษท่านจริงๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษพี่สะใภ้ ท่านอย่าเป็นอะไรไปเลยนะ”ทว่าเมื่อสองหนุ่มก้มมองลงไปยังพื้นเบื้องล่าง กลับเห็นโม๋
บทที่ 12.3 ลาก่อนบนกำแพงเมืองสูงชะลู่ท่ามกลางความมืดมิดที่แสงจันทร์ส่องมาไม่ถึง บนส่วนบนที่สุดกลับมีร่างบางในอาภรณ์แดงดำยืนเด่นเป็นสง่า นางจ้องมองไปยังพื้นที่เบื้องหน้า ปล่อยให้ก้อนเมฆาขับเคลื่อนไปช้าๆ นับจังหวะเวลาในใจ จนได้ยินเสียงฝีเท้าอย่างรีบเร่งถึงสองสายเป็นโม๋ว์ฟูเฉิงกับน้องชายของเขา...“มี่ฮวาลงมาเดี๋ยวนี้!” โม๋ว์ฟูเฉิงเมื่อมาถึงรีบส่งเสียงสั่งหญิงสาวอย่างร้อนรน ทว่านางเพียงแค่ปรายตาหันมามองเขาเท่านั้น“รีบลงมานะ! เจ้าโง่หรือไง!” โม๋ว์อิงฉินสั่งบ้าง ครานี้นางเพียงแค่ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ“พวกท่านใครคนไหนคือสามีข้ากันแน่” โฉมสะคราญกล่าวเสียงเรียบ ก่อนหันกลับมเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนเป็นโม๋ว์ฟูเฉิงหันกลับมาสบตากับนาง “เป็นข้า”สิ้นคำพูดของเขา หญิงงามหัวเราะดังลั่น เล่นเอาชายหนุ่มทั้งคู่หันมองหน้ากันอีกครั้ง“เป็นบ้าอะไรของเจ้า! รีบลงมาได้แล้ว!” โม๋ว์อิงฉินตวาดก้อง หัวใจเต้นโครมครามไปหมด ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตถึงเพียงนี้“เจ้าอยากให้ข้าตายไม่ใช่เหรอน้องสามี” โม๋ว์มี่ฮวากล่าวเสียงแข็ง “อยากให้ข้าตายเพื่อสังเวยความสุขให้เจ้ามิใช่หรือ?”“ขะ ข้าไม
บทที่ 12.2 ลาก่อน“พี่ชายเจ้า?” นางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ท่าทีดูไม่ได้ประหลาดใจมากนัก“เฮอะ!”บรรยากาศเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง นางชำเลืองสายตาไปทางด้านหลังของร่างสูง มองเห็นเป็นเงาตะคุ่มๆ ไม่ไกลจากที่แห่งนี้ พลันในหัวบังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา“แต่สุดท้ายพวกเจ้าก็ตลบหลังข้า ให้ข้าแต่งงานกับน้องชายซึ่งก็คือเจ้า นั่นก็หมายความว่าอำนาจภายในสกุลโม๋ว์ก็ยังไม่ตกถึงข้านี่”“...”โฉมสะคราญจ้องมองคนตรงหน้าตรงๆ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แถมยังหลบเลี่ยงสายตาไปจากนางเพียงชั่วครู่ นางอดไม่ได้ที่จะยกมือกอดอก เดินสำรวจหมุนรอบตัวเขา พยายามมองหาจุดให้จับผิด“งั้นพี่ชายเจ้าก็คือนักพรตขาว ส่วนเจ้าคือเกราะสีชาดหรือ? แล้วไหนเล่าตราสัญลักษณ์แห่งเกราะสีชาด ช่วยแสดงให้ข้าเห็นหน่อยได้หรือไม่”“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ!” โม๋ว์อิงฉินตวาดก้อง พร้อมทั้งถอยหลังให้ห่างจากนางไปอีกก้าว “เจ้าจะมาเฉไฉเปลี่ยนความผิดของตนเองงั้นรึ!”“ข้าไม่ได้ฆ่าท่านตาเจ้า ข้าได้ตำแหน่งมาด้วยความสามารถของข้าเอง”ข้อนั้นโม๋ว์อิงฉินรู้ดีว่านางไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความตายของท่านตาของเขา เพียงแต่ว่าครอบครัวของนางอย่างไร ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข
บทที่ 12.1 ลาก่อนภายในงานรื่นเริงของเหล่าขุนนางที่มาร่วมฉลองความยินดีกับงานหมั้นหมายระหว่างสองแคว้น โม๋ว์มี่ฮวากลายเป็นดาวเด่นให้เหล่าบุรุษต่างวัยทั้งหลายเข้ามาชนจอกเหล้า จุดประสงค์ของพวกเขามีหลากหลายนัก หากแต่ความหลงใหลที่มีให้นางก็ไม่แตกต่างกันเสียเท่าไหร่อีกทั้งโหย่วหลิงเซียสืบทอดตำแหน่งธิดาสวรรค์ จึงมิอาจร่วมดื่มสุราเมรัยกับทุกคนได้ ทั้งยังมีโม๋ว์อิงฉินยืนประกบข้างกาย จึงทำให้ทุกคนไม่คิดไปยุ่งเกี่ยวถึงกระนั้นตัวโม๋ว์มี่ฮวาก็หาได้สนใจพวกเขาทั้งสอง นางยกจอกเหล้าดื่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่ามันคือน้ำเปล่าที่ไม่ได้มีฤทธิ์มึนเมาใดๆเพียงชั่วอึดใจกับจอกที่เท่าไหร่ไม่รู้ จู่ๆ โม๋ว์อิงฉินเดินเข้ามาหานาง ฉวยจอกเหล้าไว้ ก่อนมองด้วยสายตาขับไล่พวกขุนนางให้เลิกเกะกะสตรีอาภรณ์แดงดำ“มาแย่งจอกเหล้าข้าทำไม” โม๋ว์มี่ฮวาช้อนตามองอีกฝ่าย นัยน์ตาหวานฉ่ำของนางไม่ได้เจือปนความยินดีมากนัก“ข้าก็ไม่อยากมาหรอก” โม๋ว์อิงฉินสบถในคอ มองไปทางฝั่งเงาสายหนึ่ง ที่แอบส่งสายตามาจากไกลๆ“งั้นก็กลับไปหาฮูหยินของเจ้าซะ” นางพึมพำอีกครั้ง ก่อนหยิบจอกเปล่าใบหนึ่งมารินเหล้ารสหวานทว่าโม๋ว์อิงฉินกลับฉวยจอกเหล้ามาอีกครั้





