Share

ขายวันแรกก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้ว

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-12 21:04:25

ขายวันแรกก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้ว

เช้าวันต่อมา...

คนบ้านซ่งตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เนื่องจากมาเตรียมของที่จะเอาขาย ซาลาเปาที่ทำไว้ตั้งแต่เมื่อวานถูกเอาออกมาจากมิติ แล้วจะนำไปนึ่งอีกครั้ง

แม้ว่าบ้านซ่งจะยากจน แต่ดีที่ยังมีรถเข็นคันหนึ่งแถมยังมีซึ้งนึ่งอันใหญ่อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาในการขายซาลาเปาครั้งนี้

ซ่งอวี้เหมยเตรียมทุกอย่างกับแม่ของเธอ จากนั้นจึงทำกับข้าวไว้ให้พ่อกับน้องชาย เนื่องจากว่าตลาดเริ่มมีตั้งแต่เช้านั่นเอง

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอและแม่จึงช่วยกันเข็นรถมาที่ตลาด ก่อนจะเปิดร้านเหมือนคนอื่น

แต่กลายเป็นว่าร้านของเธอแทบไม่มีใครเข้ามาซื้อเลย ทั้งที่ซาลาเปาไส้หมูส่งกลิ่นหอมไปทั่วตลาด

“กล้ามาขายเนอะ ใครจะซื้อของพวกเธอกัน”

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดอย่างไม่พอใจ แม้จะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อได้กลิ่นซาลาเปาไส้หมูจากร้านของซ่งอวี้เหมย

“ถ้าไม่ซื้อก็อย่ามาก่อกวน ฉันขายได้หรือขายไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ อวี้เหมยค้าขายอย่างสุจริตแล้ว คนปรับปรุงตัวแทนที่จะสนับสนุน แต่นี่อะไร กลับมาหาเรื่องหน้าตาเฉย”

หวังซิ่วจินพูดสวนกลับไปทันที เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกสาวของเธออีกแล้ว ในเมื่อซ่งอวี้เหมยกลับใจแล้ว คนพวกนี้ควรจะให้โอกาสสิ ไม่ใช่มาคอยหาเรื่องแบบนี้

พอถูกยอกย้อนกลับมา หญิงชาวบ้านคนนี้ยิ่งมีท่าทีไม่ค่อยพอใจ จึงพูดสวนกลับมาอีกครั้งว่า

“ไม่มีใครเชื่อหรอกนะว่า ลูกสาวของเธอจะกลับตัวได้ ที่ผ่านมาทำตัวร้ายกาจขนาดไหนมีใครบ้างไม่รู้ แล้วนี่ยังจะมาขายอาหารอีก พวกเธอสองแม่ลูกคิดเหรอว่าจะมีคนมาซื้อไปกิน ไม่แน่ว่าซาลาเปาที่พวกเธอทำขาย อาจจะผสมยาพิษก็ได้”

พูดจบก็ลอยหน้าลอยตาและป้องปากหัวเราะอย่างชอบใจ และยังมีชาวบ้านอีกหลายคนก็สะใจกับเรื่องนี้เหมือนกัน ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เชื่อที่ซ่งอวี้เหมยจะปรับปรุงตัว

“ใครจะซื้อหรือไม่ซื้อ ฉันไม่สนใจหรอกนะ ในเมื่อฉันตั้งใจเปลี่ยนตัวเองแล้ว ฉันไม่ได้ร้ายกาจเหมือนที่แล้วมา อีกทั้งยังทำซาลาเปามาขายด้วยความบริสุทธิ์ใจ หากพวกคุณไม่ซื้อก็ไม่ควรจะมาพูดกันแบบนี้ อย่ามาด้อยค่ากันเลยนะ”

ซ่งอวี้เหมยพยายามพูดอย่างใจเย็น เธอไม่อยากจะมีเรื่อง แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องถึงวิ่งมาหาไม่หยุด

ทั้งสองฝ่ายต่างโต้เถียงกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ในตอนนั้นกลับมีชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาขอซื้อซาลาเปาสองลูก

“ฉันซื้อซาลาเปาสองลูก เธอขายลูกละเท่าไหร่เหรอ”

“ซาลาเปาลูกละห้าเหมาค่ะ สองลูกหนึ่งหยวน คุณป้าคือลูกค้าคนแรก เดี๋ยวฉันแถมให้หนึ่งลูกนะคะ” ซ่งอวี้เหมยดีใจมากที่มีคนกล้ามาซื้อซาลาเปาของเธอ เธอเลยใจป้ำแถมให้หนึ่งลูก แต่คนต่อไปหมดสิทธิ์

“ขอบใจมาก เดี๋ยวฉันจะกินต่อหน้าทุกคนนี่แหละ แล้วจะบอกว่าซาลาเปาขาวอวบลูกนี้อร่อยหรือเปล่า” หญิงสูงวัยคนนี้ไม่เพียงพูด แต่เมื่อจ่ายเงินและรับซาลาเปามา เธอก็กินต่อหน้าทุกคน

ตอนนี้สีหน้าของเธอบอกเลยว่าอร่อยมาก เมื่อเคี้ยวหมดก็พูดออกมาอย่างพึงพอใจ  “ดี ดีมาก อร่อยเหลือเกิน ฉันกัดโดนไส้ แล้วรู้ว่ามันชุ่มฉ่ำมาก ฉันซื้อของซื้อเพิ่มอีกสี่ลูกนะ ของอร่อยแบบนี้ทุกคนในครอบครัวฉันต้องได้กิน”

“ได้ค่ะ” หวังซิ่วจินตอบรับด้วยรอยยิ้ม เธอดีใจมากจึงรีบเอาซาลาเปามาห่อกับกระดาษสำหรับห่ออาหาร ที่ซ่งอวี้เหมยเอาออกมาจากมิติอย่างรวดเร็ว ขายได้แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว

“อร่อยจริงเหรอ เป็นไปได้อย่างไรกัน ซาลาเปานี่จะอร่อยได้อย่างไร” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้นมา เธอยังไม่อยากจะเชื่อว่า ซาลาเปาที่สองแม่ลูกจากบ้านซ่งทำมาขายนั้นจะอร่อย

“ฉันจะโกหกเพื่ออะไรล่ะ แล้วถ้าไม่อร่อยจะเสียเงินซื้อเพิ่มทำไม รวม ๆ แล้วฉันต้องจ่ายเงินถึงสามหยวนเชียวนะ ถ้าไม่อร่อยจะมีใครบ้ามาซื้อเพิ่มล่ะ จริงไหม” ลูกค้าคนแรกพูดพร้อมกับส่งสายตาเชิงตำหนิให้หญิงคนนั้น ก่อนจะจ่ายเงินและรับซาลาเปามาแล้วเดินจากไป

  เมื่อมีคนซื้อกินแล้วบอกว่าอร่อยมาก จากนั้นก็มีอีกหลายคนมาต่อแถวซื้อคนละลูกสองลูก จนตอนนี้ในซึ้งนึ่งเหลือซาลาเปาไม่กี่ลูกแล้ว ซ่งอวี้เหมยและแม่ต่างก็ดีใจมาก แม้ว่าวันนี้จะทำมาเพียงห้าสิบลูกเท่านั้น และยังเหลือไม่กี่ลูก แต่นับว่านี่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว

แต่สองแม่ลูกซึมซับความสุขยังไม่ทันเต็มอิ่ม กลับมีคนเดินเข้ามาแล้วพูดจากระแนะกระแหน

“หึ เธอนี่เก่งจริง ๆ เลยนะอวี้เหมย เอาของที่ได้มาจากการเรียกร้องเมื่อวาน มาทำซาลาเปาขายหาเงิน” ผู้หญิงคนนั้นพูดพร้อมกับเบะปากใส่

ซ่งอวี้เหมยที่เหลืออดแล้ว จึงพูดสวนกลับอย่างไม่ไว้หน้า

“เอ้า พูดจาสุนัขไม่รับประทานอีกแล้วนะ เมื่อวานฉันถูกกล่าวหาว่าขโมยของออกมาจากคลัง ทุกคนต่างก็อยากตรวจค้นในบ้านซ่ง ฉันจึงยื่นข้อเสนอว่าหากไม่พบอะไรในบ้าน ก็ต้องจ่ายเงินสิบหยวนและให้เนื้อหมูอย่างดี รวมถึงข้าวสารอย่างดีด้วย ฉันเอาของที่ได้มาทำขายเพื่อหาเงินเข้าบ้าน แล้วมันผิดตรงไหน หรือว่าอิจฉาฉันมาก จนต้องเอาเรื่องแค่นี้มาพูดข่มให้ชาวบ้านคนอื่นได้ยิน”

‘ในเมื่ออยากกลับตัวกลับใจ แต่คนพวกนี้ยังคอยซ้ำเติมไม่เลิก งั้นคนดงคนดีไม่ต้องเป็นมันแล้ว ใครฟาดมาแม่จะฟาดกลับให้หน้าแหก’ หญิงสาวคิดในใจอย่างโมโห

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ข่าวลือเรื่องโจรปล้นหมู่บ้าน

    ข่าวลือเรื่องโจรปล้นหมู่บ้านซ่งอวี้เหมยนั้นเดินกลับไปที่ร้าน โดยไม่สนใจเลยว่า อีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร เพราะเธอไม่ได้ต้องการพระเอกคนนี้อีกแล้วสามคนแม่ลูกช่วยกันเข็นรถกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม ซ่งอวี้เหมยซื้อของติดมือมาเล็กน้อย เพื่อให้ชาวบ้านคนอื่นรู้ว่าเธอมีอาหารกินเพราะซื้อมาจากตลาดเหมือนกันซ่งเจ๋อหมิงยังอยากกินขนมในมิติอีก จึงได้กระซิบบอกพี่สาว “พี่ใหญ่ วันนี้ผมขอกินขนมอีกได้ไหม วันก่อนผมแบ่งให้หลานชายบ้านเสิ่นกินด้วย เขาบอกว่าอร่อยมาก”“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” หญิงสาวตอบกลับและลูบหัวน้องชายอย่างอ่อนโยน เรื่องอาหารการกินเธอไม่หวงอยู่แล้ว ในเมื่อมิติมีทุกอย่าง“แม่คะ ฉันอยากขายอาหารเช้าจังเลยค่ะ พวกข้าวเหนียวกับเนื้อทอดหรือไก่ทอดอะไรพวกนั้น แต่ถ้าจะขายในหมู่บ้านคงจะโดนจ้องจับผิดหรือมีคนมาก่อกวนอีก”หญิงสาวพูดปรึกษาแม่เกี่ยวกับการค้าใหม่ และพอพูดถึงเรื่องนี้ หญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เธอไม่เข้าใจว่าชาวบ้านจะมีปัญหาอะไรกับบ้านเธอนักหนา หรือว่าอิจฉาที่เห็นว่าได้ดีกว่า“ถ้าอย่างนั้นเราไปขายที่หน้าหมู่บ้านดีไหมพี่ พี่กับแม่ก็ขายแค่ช่วงเช้า หลังจากนั้นผมจะเฝ้าร้านให้เอง ช่วงบ่ายพี่กับ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เหรอ

    เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เหรออีกด้านหนึ่งของตลาด หานเจี้ยนกั๋วที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตลอด ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าซ่งอวี้เหมยจะไม่โวยวาย และไม่หาเรื่องตบตีผู้หญิงคนนั้นเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับกัน เธอสามารถยกเหตุผลออกมาจัดการ จนทำให้อีกฝ่ายล่าถอยไปอย่างไม่เป็นท่า แถมยังได้ใจชาวบ้านอีกมากมาย“เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ สินะ” เขาพูดออกมาเบา ๆส่วนซ่งอวี้เหมยไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะคิดอย่างไร ขอแค่เธอปกป้องตัวเองและครอบครัวได้ก็พอตอนนี้มีกลุ่มชาวบ้านเริ่มซุบซิบนินทาอีกแล้ว หลายคนต่างก็มองว่าบ้านซ่งเหมือนจะมีเงินจากการค้าเยอะขึ้น แต่แปลกใจว่าทำไมถึงยังมีเนื้อหมูมาทำไส้ซาลาเปาขายอีก “ฉันสงสัยว่าบ้านซ่งซื้อเนื้อหมูมาจากที่ไหน เพราะถ้าเอาแค่ที่หัวหน้าหลิวมอบให้ในวันนั้นมาทำซาลาเปาขาย มันก็น่าจะหมดนานแล้ว อย่าลืมว่าสหกรณ์ก็แทบจะไม่มีเนื้อขาย เพราะคนมีเงินล้วนสั่งไว้ทั้งนั้น หรือว่าคนบ้านซ่งไปขโมยมาจากคลังอีก” หญิงชรากลุ่มหนึ่งนั่งจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องนี้ไม่หยุด“ฉันว่าคงไปหาซื้อที่ตลาดมืดละมั้ง หรือไม่คงไปสั่งไว้ที่สหกรณ์หรือเปล่า อย่าลืมว่าตลาดที่นี่มีทุกห้าวัน คนบ้านนั้นน่าจะเตรียมไว้ก่อนแน่” อีกคนก็พู

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ทำอะไรต้องมีหลักฐาน

    ทำอะไรต้องมีหลักฐาน“นั่นสิ ในเมื่ออวี้เหมยเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเอง ด้วยการลุกขึ้นมาทำมาหากิน เธอจะมายุ่งอะไรด้วย แล้วเรื่องเมื่อวานลูกสาวของฉันก็ไม่ผิด อยู่ดี ๆ ก็มีคนไปรังแกถึงบ้าน สมควรแล้วที่จะต้องชดเชยให้เธอ ทำไมเราจะเอาของที่ได้มา มาทำซาลาเปาขายเพื่อต่อยอดไม่ได้ล่ะ อีกอย่างเนื้อที่ได้มา หากเก็บไว้นานมันก็จะเน่าเสียได้”หวังซิ่วจินแม้จะไม่ค่อยอยากมีปากเสียงกับชาวบ้าน แต่หากเพื่อลูกและครอบครัวแล้วล่ะก็ เธอพร้อมจะสู้ตายเหมือนกัน จึงตอบโต้กลับไปอย่างไม่ไว้หน้าพอถูกสวนกลับด้วยเหตุผล หญิงคนนี้ก็เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างฉุนเฉียว ส่วนคนอื่นบางคนก็เห็นด้วยกับสองแม่ลูกบ้านซ่ง แต่บางคนก็ไม่เห็นด้วย และมองว่าซ่งอวี้เหมยทำเกินไป ที่เรียกร้องเงินและอาหารมากขนาดนั้น“แม่คะ เหลือแค่ไม่กี่ลูกเอง เรากลับบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวฉันจะเอาซาลาเปาไปฝากเสิ่นหมิงด้วย แล้วอีกห้าวันเราค่อยมาขายที่นี่กันใหม่” ซ่งอวี้เหมยไม่อยากเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ เลยชวนแม่เก็บของกลับบ้าน และเธอตั้งใจจะเอาซาลาเปาไปฝากเด็กที่ร่างเดิมเคยรังแกด้วย อย่างน้อยก็เป็นการไถ่โทษทางหนึ่ง“เอาอย่างนั้นก็ได้”

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ขายวันแรกก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้ว

    ขายวันแรกก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้วเช้าวันต่อมา...คนบ้านซ่งตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เนื่องจากมาเตรียมของที่จะเอาขาย ซาลาเปาที่ทำไว้ตั้งแต่เมื่อวานถูกเอาออกมาจากมิติ แล้วจะนำไปนึ่งอีกครั้งแม้ว่าบ้านซ่งจะยากจน แต่ดีที่ยังมีรถเข็นคันหนึ่งแถมยังมีซึ้งนึ่งอันใหญ่อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาในการขายซาลาเปาครั้งนี้ซ่งอวี้เหมยเตรียมทุกอย่างกับแม่ของเธอ จากนั้นจึงทำกับข้าวไว้ให้พ่อกับน้องชาย เนื่องจากว่าตลาดเริ่มมีตั้งแต่เช้านั่นเองเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอและแม่จึงช่วยกันเข็นรถมาที่ตลาด ก่อนจะเปิดร้านเหมือนคนอื่นแต่กลายเป็นว่าร้านของเธอแทบไม่มีใครเข้ามาซื้อเลย ทั้งที่ซาลาเปาไส้หมูส่งกลิ่นหอมไปทั่วตลาด“กล้ามาขายเนอะ ใครจะซื้อของพวกเธอกัน”หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดอย่างไม่พอใจ แม้จะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อได้กลิ่นซาลาเปาไส้หมูจากร้านของซ่งอวี้เหมย“ถ้าไม่ซื้อก็อย่ามาก่อกวน ฉันขายได้หรือขายไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ อวี้เหมยค้าขายอย่างสุจริตแล้ว คนปรับปรุงตัวแทนที่จะสนับสนุน แต่นี่อะไร กลับมาหาเรื่องหน้าตาเฉย”หวังซิ่วจินพูดสวนกลับไปทันที เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกสาวขอ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น

    นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นย้อนกลับมาทางด้านบ้านหลิว เมื่อหลิวฉางเหอกลับมาถึงบ้านก็แสดงสีหน้ามาพอใจออกมา ที่เขาต้องเสียเงินสิบหยวนและเนื้อหมูรวมถึงข้าวสารให้กับซ่งอวี้เหมย“ฉันพลาดท่านังผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นได้ยังไงนะ ไม่คิดเลยว่ามันจะไม่ได้โง่อย่างที่ใครหลายคนเห็น” หลิวฉางเหอพูดออกมาอย่างไม่พอใจ“ถึงแม้ว่านังนั่นจะร้ายกาจและทำเรื่องน่าอับอายไปทั่ว ถึงอย่างไรฉันมองว่ามันโง่เง่าไม่มีสมอง แต่ไม่คิดว่าวันนี้มันจะทำให้พี่ต้องเสียเงินสิบหยวน ถึงแม้ว่าอาหารและข้าวสารพวกนั้นจะเบิกจากคลังได้ก็เถอะ แต่เงินตั้งสิบหยวนเชียวนะ ทำไมพี่ไม่ไปเรียกเงินจากชาวบ้านที่มารายงานล่ะ”เจียงฮุ่ยอวิ๋นเองก็มีท่าทีไม่ต่างจากสามี ถึงแม้ว่าในหมู่บ้านแห่งนี้ บ้านหลิวจะร่ำรวยที่สุด แต่เงินสิบหยวนก็ไม่ควรจะเสียโดยเปล่าประโยชน์แบบนี้ จึงบอกให้สามีไปเรียกเงินจากชาวบ้านที่มารายงาน“เรื่องนั้นฉันต้องทำอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เธอรู้ดีนี่ว่าฉันอยู่ในสายตาชาวบ้านแบบนี้ ต้องทำตัวให้คนเชื่อถือ เงินแค่สิบหยวนก็อย่าพูดมากเลย รอดูว่านังเด็กบ้านซ่งมันจะพลาดท่าอีกครั้งเมื่อไร ฉันจะเอาคืนแน่ ฉันไม่เชื่อหรอกคนเราจะเปลี่ยนไปได้ในเวลาแค่

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   การค้าครั้งแรกของบ้านซ่ง

    การค้าครั้งแรกของบ้านซ่งเมื่อจัดร้านเสร็จทั้งสี่คนก็ช่วยกันเรียกลูกค้า เนื่องจากว่าพวกเขาไม่เห็นมีร้านขายเนื้อแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีคนซื้อ แต่กลับตรงกันข้าม ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเลยมาต่อแถวเพื่อซื้อเนื้อ และไม่ว่าจะเอาออกมาเท่าไร ก็ขายหมดเกลี้ยง“พ่อคะ นอกจากเนื้อหมูแล้ว เรายังเอาอะไรออกมาขายได้อีก พวกขนมปังขายได้ไหม” ซ่งอวี้เหมยถามอย่างไม่แน่ใจ“ได้สิ ดีเหมือนกัน เนื้อหมูพอแค่นี้ก่อน เอาอย่างอื่นออกมาขายดีกว่า ไม่อย่างนั้นเกิดใครสงสัยว่าเอาเนื้อหมูอย่างดีมาจากไหน เราจะเดือดร้อนเอา” ซ่งไห่ถังเห็นด้วยกับความคิดลูกสาว เขาไม่อยากให้เป็นที่จับตามองของกลุ่มคนในตลาดมืดสักเท่าไร จึงคิดว่าควรจะเอาอย่างอื่นมาขายด้วยดังนั้นซ่งอวี้เหมยจึงเอาขนมปังไส้ต่าง ๆ ออกมาขาย ตอนแรกแทบไม่มีใครซื้อ เพราะถือว่าเป็นของกินแปลกใหม่ ที่ไม่ค่อยมีใครขายแต่พอหญิงสาวเอาออกมาตัดเป็นชิ้น ๆ วางในถาด แล้วให้ทุกคนลองชิมทุกรสชาติ คราวนี้ล่ะแทบจะขายไม่ทัน เพราะทั้งอร่อยและราคาไม่แพง เวลาผ่านไปไม่นานทุกอย่างที่เอาออกมาหมดเกลี้ยง“ขนมปังหมดแล้วเหรอ” ลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยถาม เธอได้ยินคนอื่นพูดกันว่าร้านนี้ขายขนมปังอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status