Partager

ว้าวุ่นใจ

Auteur: Midzilee01
last update Date de publication: 2025-01-03 15:33:32

จ้าวเยี่ยนฟางนั่งอยู่เพียงลำพังเช่นนั้นราวสองเค่อ แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของหวงตงหยางว่าจะกลับมา ถึงเขาจะเกลียดชังนางอย่างไร แต่เขาคงไม่ได้จะทิ้งนางไว้ที่นี่หรอกใช่หรือไม่..

บัดนี้นางรู้สึกเวียนหัวมากขึ้นกว่าตอนแรก สงสัยว่านางคงไข้ขึ้นเสียแล้ว หวงตงหยางจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่ตอนนี้นางอยากกลับจวนเต็มทน แต่ก่อนจะกลับ อย่างไรก็ต้องไปตามหาหวงตงหยางเสียก่อน หากเขายังอยากใช้เวลาอยู่กับแม่นางเหริน นางก็จะปล่อยเขาไว้ที่นี่ แล้วกลับจวนสกุลหวงไปคนเดียว

จ้าวเยี่ยนฟางตัดสินใจเดินออกมาข้างนอกเพื่อตามหาหวงตงหยาง ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องนภา สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดเอื่อย ๆ พัดพากลิ่นหอมของมวลดอกไม้ลอยล่องมาตามสายลม พระตำหนักแห่งนี้ประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่หายลได้ยากยิ่ง สมกับเป็นพระที่นั่งขององค์ฮองเฮา

"ข้าก็คิดอยู่ว่า ผู้ใดออกมายืนอยู่คนเดียวเช่นนี้ ที่แท้..ก็หวงฮูหยินนี่เอง" น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากทางด้านหลัง จ้าวเยี่ยนฟางหันกลับไปยังทางต้นเสียงก็พบกับคุณหนูจากตระกูลขุนนางสามคน

ในความทรงจำที่ปรากฎ หนึ่งในคุณหนูเหล่านี้มีสตรีคนหนึ่งเคยตามเกี้ยวหวงตงหยาง ตั้งแต่ตอนที่นางและเขายังไม่ได้แต่งงานกัน พอมาเห็นเช่นนี้แล้วต่อให้ไม่มีความทรงจำเก่าของจ้าวเยี่ยนฟาง นางก็สามารถดูออกได้ในปราดเดียวเลยว่า คนไหนคือสตรีที่คอยตามยั่วยวนหวงตงหยาง

จ้าวเยี่ยนฟางยิ้มให้พวกนางเล็กน้อยโดยที่มิได้ตอบอะไรกลับไป ดูก็รู้ว่าคนพวกนั้นตั้งใจเข้ามาหาเรื่อง นางจึงไม่อยากเสวนาให้เสียเวลา

"น่าแปลกนะเจ้าคะ เหตุใดวันนี้ท่านถึงมายืนอยู่เพียงลำพัง" คุณหนูสกุลหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราวกับห่วงใย ทว่าความห่วงใยนั้นไปไม่ถึงดวงตา นางเป็นคนที่หลงรักหวงตงหยางข้างเดียวเช่นเดียวกันกับจ้าวเยี่ยนฟาง

"นั่นสิเจ้าคะ ท่านแม่ทัพไม่เห็นอยู่กับท่านเหมือนเช่นทุกปี มิใช่ว่าความรักจืดจางแล้วหรือเจ้าคะ" คุณหนูอีกคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้าท่าทางเย้ยหยัน สตรีคนนี้เป็นหนึ่งในตัวประกอบของนิยาย กระทั่งความทรงจำของจ้าวเยี่ยนฟาง ยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่านางคือใคร

"คุณหนูฟ่านนี่ล่ะก็ ไปพูดอะไรอย่างนั้นต่อหน้าฮูหยินล่ะ เดี๋ยวฮูหยินท่านจะเสียใจเอานะ" หลิวซูเซียวแสร้งห้ามปรามสหายของตน ทั้งที่จริงแล้ว ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ

"ความรักจืดจางอะไรกัน พวกเจ้ามิเคยสังเกตสีหน้าของท่านแม่ทัพตอนอยู่กับฮูหยินหรือ เหมือนคนจะอาเจียนอยู่ตลอดเวลาแน่ะ คิกๆๆๆ" สตรีตัวประกอบอีกคนหนึ่งพูดขึ้น จากนั้นทั้งสามคนก็พยายามกลั้นเสียงหัวเราะอย่างน่าหมั่นไส้

ถ้าหากว่านางเป็นจ้าวเยี่ยนฟางคนเก่า เกรงว่าคุณหนูพวกนี้คงจะโดนตบเลือดกบปากเป็นแน่ แต่ช่างเถิด เพราะนางมิใช่จ้าวเยี่ยนฟางคนเก่าอีกแล้ว ไม่มีทางที่นางจะไปลงมือตบตีกับใคร เพียงเพราะคำพูดแค่ไม่กี่คำ

อีกอย่างตอนนี้นางก็ไม่ได้มีอารมณ์จะไปทะเลาะกับใครด้วย ตอนนี้นางเพียงแค่อยากตามหาหวงตงหยางให้เจอ แล้วกลับจวนเท่านั้น ส่วนอย่างอื่น นางมิได้สนใจ

"พวกเจ้ามีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่หรือไม่" เมื่อพูดจบนางก็หันหลังเดินออกมาจากตรงนั้น เพื่อที่จะตามหาหวงตงหยางต่อไป ใจจริงของนางก็อยากจะอยู่ต่อปากต่อคำกับตัวประกอบพวกนี้อยู่เหมือนกัน แต่ทว่าร่างกายของนางตอนนี้เริ่มไม่ไหวแล้ว นางจึงไม่อยากอยู่ต่อความยาวสาวความยืดกับคนพวกนี้ให้เสียเวลา

เมื่อหันหลังเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว เท้าทั้งสองข้างของนางก็ชะงักอยู่กับที่ ภาพที่เห็นคือหวงตงหยางกำลังยืนมองมาที่นาง โดยที่ข้างกายเขาก็มีเหรินหลานเฟิงยืนอยู่ข้าง ๆ สายตาคมของเขาจับจ้องมาทางนางอย่างมิบ่งบอกถึงอารมณ์ เขาต้องคิดว่านางก่อเรื่องอีกแล้วเป็นแน่

ช่างเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด เพราะน้ำตาของนางนั้นไหลออกมาโดยที่ตัวนางเองก็ไม่ทันรู้ตัว

"ท่านจะกลับจวนพร้อมข้าเลยไหม.."จ้าวเยี่ยนฟางพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด บัดนี้ร่างกายของนางเริ่มหายใจหอบถี่ ภาพที่เห็นก็ค่อย ๆ เลือนรางลงอย่างช้า ๆ แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ร่างกายบอบบางโซเซอย่างไร้เรี่ยวแรง ภาพสุดท้ายที่นางเห็นก็คือหวงตงหยางรีบวิ่งมารับนางไว้ได้อย่างทันท่วงที จากนั้นทุกอย่างก็มืดดับลง

ไม่นะ..เขาต้องคิดว่าข้าแกล้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจเขาแน่ ๆ

หวงตงหยางช้อนร่างบาง เข้ามาไว้ในอ้อมแขน เขาอุ้มฮูหยินเพียงในนามของเขากลับไปยังรถม้า ตลอดระยะทางที่เดินกลับหวงตงหยางเองมิได้แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา เขาทำเพียงแค่มุ่งหน้าไปยังรถม้าอย่างเงียบ ๆ

เมื่อเดินมาถึงรถม้าหวงตงหยางก็ก้มลงมามองสตรีในอ้อมแขนก่อนจะส่งสัญญาณให้ถิงถิงช่วยจัดแจงที่นั่งด้านในให้เรียบร้อย จากนั้นก็ค่อย ๆ วางร่างของจ้าวเยี่ยนฟางลงบนเบาะนั่งอย่างเบามือ ด้วยพื้นที่ในรถม้าไม่เพียงพอสำหรับการนอนหลับ เขาจึงจำยอมนั่งลงข้าง ๆ สตรีที่กำลังหลับใหล ก่อนจะประคองศีรษะนางมาพิงที่ไหล่ของตน

ไอร้อนจากร่างกายบอบบางของนางส่งผ่านมาถึงเขา ทั่วกรอบหน้างามมีเม็ดเหงื่อเล็ก ๆ ผุดพรายตามกรอบหน้า จังหวะการหายใจของนางนั้นหอบถี่ คราวนี้เขาไม่ได้รู้สึกว่านางกำลังแสดงละครต่อหน้าเขา แต่นางกำลังป่วยอยู่จริง ๆ

ระหว่างทางกลับจวน หวงตงหยางได้แต่ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ มันช่างเป็นเรื่องที่แปลกจริง ๆ ที่ฮูหยินของเขายืนฟังสตรีอื่นพูดจาดูถูกและเย้ยหยันเช่นนั้น หากเป็นยามปกติ มีหรือที่คนอย่างจ้าวเยี่ยนฟางจะยืนฟังอยู่เฉย ๆ

ตอนนั้นเขาตั้งใจว่าจะเดินกลับเข้าไปในงาน แต่ดันได้ยินเสียงสตรีสามคนนั้นเสียก่อน ในตอนแรกเขาคิดว่า คงเป็นคุณหนูสกุลอื่นถูกรังแก แต่พอลองตั้งใจฟังดูดี ๆ แล้วก็พบว่านั่นเป็นคำพูดที่พูดกับฮูหยินของเขา

ด้วยเพราะความสงสัย ว่าจ้าวเยี่ยนฟางเปลี่ยนไปแล้วจริงหรือไม่ เขาจึงแอบดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ แต่น่าแปลกที่จ้าวเยี่ยนฟางมิได้ตอบโต้อะไรกลับไปเลยสักคำ พอเห็นว่านางนิ่งเงียบไปเช่นนี้ เขาก็รู้สึกใจอ่อนยวบอย่างบอกไม่ถูก

เขาอยากเห็นสีหน้าของนางตอนนั้นเหลือเกิน ว่านางทำหน้าอย่างไร..

รถม้าเคลื่อนตัวมาหยุดที่จวนแม่ทัพหวง จ้าวเยี่ยนฟางจึงถูกปลุกให้ตื่นจากนิทรา ดวงตาคู่งามลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะรู้ตัวว่า ตนนั้นนั่งซบไหล่หวงตงหยางมาตลอดทาง ร่างบางสะดุ้งโหยงลุกพรวดพราดออกมาจากรถม้าในทันที

หวงตงหยางเห็นเช่นนั้นก็ส่ายหัวเบา ๆ ให้กับการกระทำของฮูหยิน นับวันนางยิ่งทำตัวประหลาด เมื่อร่างสูงก้าวลงมาจากรถม้าก็พบว่า จ้าวเยี่ยนฟางนั้นเดินห่างออกไปแล้ว เขาจึงสาวเท้าเดินตามนางไปอย่างไม่รู้ตัว

"ฮูหยิน ข้าขอคุยด้วยหน่อย" เสียงทุ้มต่ำดูทรงอำนาจเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลัง จ้าวเยี่ยนฟางจึงชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันกลับไปหาบุรุษร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลัง หวงตงหยางเหลือบสายตาไปมองสาวใช้ของฮูหยิน ถิงถิงที่เห็นเช่นนั้นจึงค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม ก่อนจะขอตัวเดินออกมาก่อน เพื่อให้ท่านแม่ทัพและฮูหยินได้อยู่กันตามลำพัง

"มีอะไรหรือเจ้าคะ" จ้าวเยี่ยนฟางเอ่ยถามกลับ เขามีเรื่องจะคุยกับนางอย่างนั้นหรือ เรื่องอะไรกัน หรือเขาจะมาต่อว่านางเรื่องอะไรอีก..

"เรื่องที่งานเลี้ยง มันเกิดอะไรขึ้น" เขาเอ่ยถามขึ้น ในขณะที่สายตาคมเพ่งมองนางอย่างคาดคั้น

"ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ พวกนางเพียงแค่เข้ามาทักทายข้าเฉย ๆ" จ้าวเยี่ยนฟางตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ มันคงเป็นการทักทายกันอย่างปกติของสตรีที่นี่นั่นแหละ 

"คำพูดเช่นนั้นเจ้าเรียกมันว่าคำทักทายอย่างนั้นหรือ ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะฮูหยิน" น้ำเสียงของเขาแฝงความจริงจังและหมายหมั่นอย่างที่ไม่ยอมให้นางทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

จ้าวเยี่ยนฟางมองลึกเข้าไปในดวงตาเย็นชาคู่นั้น ในแววตาของหวงตงหยาง มิได้มีความห่วงใยอยู่เลยสักนิดเดียว

"ท่านแม่ทัพ ท่านพูดราวกับว่า ข้าต้องเข้าไปตบตีพวกนาง ถึงจะสมกับเป็นข้าอย่างนั้นแหละ" จ้าวเยี่ยนฟางตอบกลับด้วยสีหน้าเยือกเย็นไม่สะทกสะท้าน ไม่สมกับเป็นนางอย่างนั้นหรือ อย่ามาพูดให้ขำหน่อยเลย

ข้ามิได้รักใคร่เจ้าเหมือนจ้าวเยี่ยนฟางคนเก่า ไยข้าจะต้องไปตบตีกับผู้อื่นให้เสียมือข้าด้วย

"เปล่า..ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ข้าเพียงแค่แปลกใจ ที่เจ้ามิยอมตอบโต้อะไรกลับไปเลย" บอกตามตรงว่าเขาไม่ชินที่จ้าวเยี่ยนฟางเป็นเช่นนี้ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่สนใจและไม่รู้สึกอะไร คนอย่างนางจะไปโดนใครรังแกได้ มีแต่นางนั่นแหละที่จะรังแกผู้อื่น

เมื่อก่อนนางทั้งปากร้ายและเย่อหยิ่ง เป็นสตรีจองหองที่เขามิเคยเหลียวแล เพราะเหตุใดจู่ ๆ นางก็เปลี่ยนไปเช่นนี้ คนที่เคยร้ายกาจมาโดยตลอด บัดนี้มายืนฟังผู้อื่นพูดจาเย้ยหยันใส่ โดยที่ไม่แสดงอาการโกรธเคือง มันเป็นไปได้จริง ๆ หรือ..

ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น หวงตงหยางจะอยากรู้ในสิ่งที่เขารู้ดีที่สุดไปทำไมกัน

"สิ่งที่สตรีพวกนั้นพูด ล้วนเป็นความจริง ท่านจะให้ข้าเอาอะไรไปตอบโต้พวกนางล่ะเจ้าคะ" จ้าวเยี่ยนฟางตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย หวงตงหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก

ความรักจืดจางอะไรกัน พวกเจ้ามิเคยสังเกตสีหน้าของท่านแม่ทัพตอนอยู่กับฮูหยินหรือ เหมือนคนจะอาเจียนอยู่ตลอดเวลาแน่ะ

นั่นเป็นคำพูดที่เขาไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เลย เพราะทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริงอย่างที่นางว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาหวงตงหยางเองก็มิเคยทำหน้าที่สามีที่ดีให้กับนาง กระทั่งการแสดงละครของเขา ยังเต็มไปด้วยความฝืนทน จนใครต่อใครต่างก็ดูออก

"หากท่านหมดธุระแล้ว ข้าขอตัวก่อน" นางมิอยากอยู่ต่อความยาวสาวความยืดกับเขาอีก สู้เอาเวลาไปนอนยังจะดีเสียกว่า เพราะวันนี้นางเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และก็ไม่มีแรงหลงเหลือไว้คุยเรื่องไร้สาระอีก

"อะ..อืม เจ้าไปพักเถิด"

เมื่อหวงตงหยางพูดจบ จ้าวเยี่ยนฟางก็เดินออกไปทันที โดยที่ทิ้งให้เขายืนแน่นิ่งอยู่เช่นนั้น เขาทำตัวไม่ถูกจริง ๆ เมื่อก่อนฮูหยินนั้นร้ายกาจ เขาจึงมิได้สนใจว่าสิ่งที่เขาทำมันจะทำให้นางรู้สึกอย่างไร แต่ตอนนี้ เขาควรทำตัวอย่างไรกับฮูหยินที่เป็นเช่นนี้..

หลายวันต่อมา

"เจียวมิ่ง" มือหนาวางพู่กันลงด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงถึงอารมณ์ ก่อนจะหันไปหาองครักษ์คนสนิท ที่กำลังยืนเงียบ ๆ อยู่มุมห้อง

"ขอรับนายท่าน" เจียวมิ่งยกสองมือขึ้นมาประสานกันแล้วโค้งคำนับ รอฟังคำสั่งของผู้เป็นนาย เขาสังเกตเห็นมาสักพักแล้วว่าช่วงนี้ท่านแม่ทัพดูเหมือนมีเรื่องกังวลใจ เพราะท่านมักถอนหายใจพลางส่ายหน้าอยู่บ่อย ๆ

"ช่วงนี้.. ที่เรือนจงหยุน เป็นอย่างไรบ้าง" หวงตงหยางเอ่ยขึ้น ด้วยท่าทีราวกับว่าไม่ใส่ใจ องครักษ์หนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ ท่านแม่ทัพสนใจเรื่องที่เรือนจงหยุนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน..

"เรือนจงหยุนเรียบร้อยและสงบดี ไม่มีบ่าวไพร่คนไหนถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกขายออกจากจวนขอรับ" เจียวมิ่งตอบกลับผู้เป็นนายไปตามตรง ทว่าท่านแม่ทัพกลับมีสีหน้าราวกับไม่พอใจในคำตอบของเขา แท้จริงแล้วท่านแม่ทัพต้องการจะถามเรื่องอะไรกันแน่..

"เจ้าออกไปได้แล้ว"เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจพูดขึ้น

"ขอรับ" เจียวมิ่งโค้งคำนับผู้เป็นนาย ก่อนจะเดินออกมาด้วยสีหน้างุนงง

เรือนจงหยุนเป็นที่พำนักของฮูหยินนี่นา หรือว่าท่านแม่ทัพ..กำลังถามถึงฮูหยินอย่างนั้นหรือ..

เมื่อองครักษ์เดินออกไปแล้ว บุรุษที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดก็ลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมมาสวม ก่อนจะเดินตามออกไปเช่นกัน อยู่แต่จวนเช่นนี้มีแต่จะทำให้เขาเบื่อหน่าย สู้ออกไปเดินเล่นข้างนอกคงจะดีเสียกว่า

ร่างกำยำควบอาชาสีนิลมุ่งหน้าไปทางตลาดเทียนหนิง ช่วงนี้เขามักจะคิดแต่เรื่องไร้สาระ อย่างเรื่องของจ้าวเยี่ยนฟางที่ทำตัวแปลกไปเสียจนเขาคิดว่านางเป็นคนอื่น แต่มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร

จากที่เคยมารอต้อนรับเขาตอนกลับจวนทุกวันก็ไม่โผล่มาให้เห็นหน้า ทั้งที่เคยยกน้ำชาและขนมมาให้ในตอนบ่ายนางก็ไม่ทำ ทั้งที่เมื่อก่อนมักจะโผล่หน้ามาให้เห็นเสียจนรู้สึกรำคาญ คอยตามหึงหวงเขากับสตรีทุกคน นางกลับพูดให้เขารับอนุเข้าจวนอย่างง่ายดาย

ถึงจะเป็นฮูหยินเพียงในนามก็เถอะ แต่อย่างไรเขาก็ยังมีศักดิ์เป็นสามีของนาง

ใจคอนางคิดจะอยู่ใช้เงินข้าไปวัน ๆ โดยไม่มีน้ำใจทำอะไรเพื่อข้าเลยหรือ

เรือนจงหยุน

วันนี้จ้าวเยี่ยนฟางตั้งใจว่าจะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก เพราะตอนนี้นางไม่ถูกกักบริเวณอีกแล้ว ดวงหน้างามหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองอย่างอารมณ์ดี ใบหน้านี้ไม่ว่าจะมองอีกสักกี่ครั้งก็งดงามเช่นเคย

"ถิงถิง วันนี้ข้าเป็นอย่างไรบ้าง" ร่างบางลุกขึ้นยืนพร้อมหมุนตัวให้สาวใช้คนสนิทช่วยติชม หมู่นี้รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้างดงามนั้นอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่เมื่อก่อนหากมิใช่เรื่องที่เกี่ยวกับแม่ทัพหวงตงหยาง มีหรือที่คนทั่วไปจะได้ยลรอยยิ้มเช่นนั้นของจ้าวเยี่ยนฟาง

"คุณหนูของบ่าว งดงามที่สุดแล้วเจ้าค่ะ" ถิงถิงกล่าวชื่นชมจากใจจริง มิได้มีการประจบสอพลอเลยแม้แต่น้อย อย่างที่คนทั่วไปเขาร่ำลือกัน หากตัดนิสัยใจคอของคุณหนูจ้าวออกไปแล้ว นางนั้นนับว่าเป็นสตรีที่งดงามและเพียบพร้อมไม่น้อยหน้าใครในใต้หล้า

"คุณหนู ช่วงนี้บ่าวสังเกตเห็น ท่านมิชอบรวบผมอย่างสตรีที่ออกเรือนแล้ว..คุณหนูโกรธท่านแม่ทัพหรือเจ้าคะ" ถิงถิงสังเกตมาสักพักแล้วว่า คุณหนูของนางนั้นเปลี่ยนไปตั้งแต่เหตุการณ์จมน้ำครั้งนั้น.. การที่คุณหนูมิยอมเกล้าผมขึ้นเช่นนี้ ก็เหมือนกับการทำตัวเหมือนตอนที่ยังไม่ออกเรือน

หรือคุณหนูจะโกรธท่านแม่ทัพเข้าแล้วจริง ๆ ..

"ข้ารู้สึกชอบตอนปล่อยผมมากกว่า อีกอย่างข้าก็เป็นเพียงแค่ฮูหยินในนามของเขา ไม่ว่าข้าจะทำทรงผมเช่นไร ล้วนไม่เกี่ยวอะไรกับเขา" นางตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่หากถามว่าโกรธหวงตงหยางหรือไม่นั้น นางก็ต้องยอมรับเลยว่าโกรธ 

แต่โกรธไปแล้วจะทำอย่างไรได้ สุดท้ายนางก็ต้องอยู่ที่จวนแห่งนี้อยู่ดี ถึงจะโกรธอย่างไร นางก็ไม่ได้เกลียดชังหวงตงหยางถึงขนาดที่ว่าอยู่ร่วมชายคาเดียวกันไม่ได้

หากหย่าร้าง ก็ขัดต่อพระราชโองการ มีโทษถึงประหารชีวิต หากรั้นอยู่ต่อที่นี่นางก็อาจจะตายด้วยน้ำมือของหวงตงหยาง 

การหนีไปจากที่นี่เป็นตัวเลือกที่ดี แต่จะให้นางหนีไปไหนล่ะ ใต้หล้านี้มีแต่ที่ที่นางไม่คุ้นชิน ลำพังแค่ความทรงจำของจ้าวเยี่ยนฟางคนเก่าจะไปช่วยอะไรได้ เพราะเท่าที่จำได้นางก็มีศัตรูมากกว่ามิตร

นางไม่อยากหาเหาใส่หัว สู้อยู่ที่นี่อย่างเจียมตัวและใช้เงินทองของเขาอยู่เงียบ ๆ หวงตงหยางอาจจะไม่ฆ่านางเหมือนต้นฉบับก็ได้

"ไปกันเถอะถิงถิง ไปถนนเทียนหนิงกัน!" จ้าวเยี่ยนฟางกลับมายิ้มอย่างร่าเริง เพียงได้รู้ว่าจะได้ออกไปเที่ยวข้างนอกนางก็ดีใจเสียจนเนื้อเต้น หากเป็นไปได้ นางก็อยากไปเช่าโรงเตี๊ยมอยู่เสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่มีหวังหากหวงตงหยางรู้เข้า นางคงถูกกักบริเวณอีกเป็นแน่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นางร้ายผู้นี้ มิขอหลงรักพระเอก   ตอนพิเศษ

    "หยางหยาง เธอคนนั้นสวยเนอะนายว่ามั้ย" ลู่ฉือเฉิงใช้ศอกสะกิดเพื่อนรักของตัวเองด้วยความตื่นเต้น พลางใช้นิ้วชี้ไปยังผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ยืนหันหลังอยู่ เธอสวมมินิเดรสสีครีม พร้อมกับรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดัง ผมสีน้ำตาลอ่อนเหยียดตรงยาวจนถึงกลางหลัง ยิ่งมองดูยิ่งรู้สึกหลงใหล"อืม" เขาตอบกลับเพียงสั้น ๆ ทำเอาลูู่ฉือเฉิงถึงกับหน้ายู่ด้วยความผิดหวัง ทำไมเพื่อนของเขาถึงได้ทำตัวเหมือนกับก้อนหินแบบนี้ อายุอานามก็ไม่ใช่น้อย ๆ กันแล้ว แต่เขายังไม่เคยเห็นเพื่อนสนิทคนนี้มีแฟนกับเขาเลยสักคน"นี่หยางหยาง ฉันถามนายจริง ๆ นาย..คงไม่ได้ชอบผู้ชายหรอกใช่มั้ย" ลู่ฉือเฉิงเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงที่ติดตลก"ฉันชอบผู้หญิงเหมือนกับนายนั่นแหละน่า" หวงตงหยางหรือที่เพื่อนสนิทเรียกว่าหยางหยางตอบกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ อันที่จริงเขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับศิลปะเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ว่าที่ยอมมาหอศิลป์เป็นเพื่อนเจ้าลู่ฉือเฉิง เพราะมีเรื่องเกี่ยวกับศิลปินท่านหนึ่งที่เขาจะต้องรู้ให้ได้..ชื่อของศิลปินคนนี้ เหมือนกับนางในฝันของเขา .."หยางหยางนายยังฝันแปลก ๆ อยู่ใช่มั้ย เพราะเธอคนนั้นหรือเปล่านายถึงไม่ยอมมีแฟนสักที" คำถาม

  • นางร้ายผู้นี้ มิขอหลงรักพระเอก   ความทรงจำในม่านหมอก

    แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับไปทั่วห้องโถงคอนโดหรู ผนังห้องสีครีมอ่อนประดับด้วยภาพวาดสีน้ำมันฝีมือประณีตที่บ่งบอกถึงรสนิยมอันเลิศหรูของเจ้าของห้อง เรือนร่างระหงยืนอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ เธอมองลงไปยังถนนด้านล่างที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนและยานพาหนะ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีจดหมายที่รอให้เธอเปิดอ่านวางรออยู่บนโต๊ะแขนเรียวเอื้อมมือไปหยิบซองจดหมายสีครีมที่วางอยู่บนโต๊ะข้างตัวออกมาเปิดอ่าน เนื้อหาภายในจดหมายแจ้งว่าเธอได้รับเชิญให้ไปจัดแสดงภาพวาดที่หอศิลป์แห่งหนึ่ง ริมฝีปากบางเผยอเป็นรอยยิ้มน้อย ๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินไปยังมุมหนึ่งของห้องภาพวาดขนาดใหญ่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีขาวผืนหนึ่ง เรียวแขนเล็กค่อย ๆ ดึงผ้าคลุมออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นภาพวาดสีน้ำมันที่วิจิตรงดงาม สิ่งที่ปรากฏบนผืนผ้าใบก็คือรูปของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดจีนโบราณสีเปลือกไข่ เธอจ้องมองภาพนั้นด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่ทว่ามิอาจซ่อนความโศกเศร้าในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนได้ แพขนตางอนหลุบต่ำลงเล็กน้อย นิ้วมือเรียวลูบดวงหน้าคนในภาพอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังสัมผัสใบหน้าของผู้เป็นที่รัก..เสียงริงโทนเรียกเข้าดังขึ้น ทำให้เจ้าของดว

  • นางร้ายผู้นี้ มิขอหลงรักพระเอก   ตำราหน้าสุดท้าย

    หวงตงหยางนอนกอดหมอนที่ฮูหยินเคยหนุนนอน ด้วยความโศกเศร้าที่ไม่อาจบรรยายได้ น้ำตาแห่งความคิดถึงไหลอาบแก้มของเขา หมอนใบนั้นยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของนาง กลิ่นที่เขาจะไม่มีวันลืมเลือนไปได้ตลอดชีวิตหวงตงหยางโอบกอดหมอนแน่นยิ่งขึ้น ราวกับว่านั่นคือสิ่งเดียวที่ยังเชื่อมโยงเขากับนางได้ นัยน์ตาเศร้าสร้อยหลับตาลงและปล่อยให้ความทรงจำอันแสนหวานไหลเวียนอยู่ในหัวใจ ภาพของนางที่ยิ้มแย้ม หัวเราะ และร้องไห้ปรากฏขึ้นในความคิดของเขา ภาพเหล่านั้นชัดเจนราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้แต่ความจริงแล้ว นางได้จากเขาไปแล้ว..หลังจากที่จ้าวเยี่ยนฟางสิ้นลมหายใจ หวงตงหยางก็รู้สึกราวกับว่าส่วนหนึ่งของตัวเขาได้ตายไปพร้อมกับนาง ความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดทรมานหัวใจ ภาพที่นางโผเข้ามารับคมกระบี่แทนเขายังคงตามหลอกหลอนเป็นดั่งเงา ทำให้เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแต่กระนั้นเขาก็ยังตายไม่ได้ เพราะนางได้ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยเขาเอาไว้ เขาจำต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปกับความรู้สึกผิดที่กดทับหัวใจตลอดเวลาคำพูดที่จ้าวเยี่ยนฟางพูดไว้วันนั้นก็เป็นดั่งคำสาป "โปรดมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุขนะเจ้าคะ" นางพูดด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มชี

  • นางร้ายผู้นี้ มิขอหลงรักพระเอก   ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า

    "หลานเฟิง เจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร" หวงตงหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก"ข้าเคยบอกท่านแล้วว่า ข้าจะมิยอมตกนรกอยู่คนเดียว ในเมื่อข้ามิสามารถครอบครองท่านได้ จะใครหน้าไหนก็มิคู่ควรทั้งนั้น!!" บัดนี้ดวงหน้าที่เคยงดงามอ่อนหวาน ถูกไฟริษยาแผดเผาจนไม่เหลือชิ้นดี ความรักทำให้นางตาบอดงมงาย ชายที่นางหลงรักกลับเห็นนางเป็นเพียงแค่ของเล่น สตรีที่นางชิงชังที่สุดกลับมีความสุขอยู่บนความทุกข์ของนาง!!"ปล่อยเยี่ยนฟางไป นางมิได้เกี่ยวอะไรด้วย หากเจ้าโกรธแค้นนักก็มาลงที่ข้า ข้าขอรับความโกรธแค้นของเจ้าไว้แต่เพียงผู้เดียว""ฮ่าๆๆๆ จนป่านนี้ท่านก็ยังปกป้องมัน ในวันที่ข้าจมน้ำ ข้ารู้ว่าท่านแสร้งทำเป็นลงโทษนาง เพื่อที่จะได้มิต้องส่งตัวนางให้ทางการใช่หรือไม่ ท่านมิเคยคิดเข้าข้างข้าอยู่แล้ว แล้วที่ผ่านมาท่านจะมาให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับข้าทำไม""..." หวงตงหยางนิ่งเงียบมิยอมตอบกลับอะไร จริงอย่างที่เหรินหลานเฟิงพูด เขารู้ดีว่าจ้าวเยี่ยนฟางร้ายกาจเพียงใด แต่อย่างไรนางก็เป็นภรรยาที่รักและซื่อสัตย์ต่อเขาเพียงคนเดียว เหรินหลานเฟิงเองก็มิใช่สามัญชนคนธรรมดา หากบิดานางล่วงรู้ว่า ฮูหยินจงใจผลักลูกสาวของเข

  • นางร้ายผู้นี้ มิขอหลงรักพระเอก   เทศกาลฉงหยาง

    แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างไม้สลัก มากระทบลงบนใบหน้าเนียนผ่องที่กำลังหลับใหลอยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของผู้เป็นสามี เซี่ยซินหยานลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ ด้วยความงัวเงีย ดวงตาคู่งามจับจ้องไปยังใบหน้าคมคายที่บัดนี้กำลังหลับไหลอยู่ด้วยความรู้สึกรักใคร่ ฝ่ามือเล็กสัมผัสกับใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา เรียวนิ้วลูบไล้สันจมูกโด่งด้วยความหลงใหล"ฮูหยินเจ้าหลอกกินเต้าหู้ข้าหรือ" เสียงนุ่มทุ้มของเขาเอ่ยขึ้น ก่อนจะจับข้อมือของภรรยาตัวน้อยเอาไว้มิยอมปล่อย อันที่จริงเขาตื่นมาสักพักแล้ว เพียงแต่ว่าแสร้งทำเป็นนอนต่อก็เท่านั้น ผู้ใดจะรู้เล่าว่าฮูหยินจะมีมุมเช่นนี้อยู่ด้วย "ข้ามิได้คิดเช่นนั้นเสียหน่อย" เซี่ยซินหยานขมวดคิ้ว ประท้วงคำพูดของเขาด้วยเสียงแผ่ว นางมิได้มีความคิดเช่นนั้นเสียหน่อย นางเพียงแค่คิดว่าหวงตงหยางเป็นบุรุษที่รูปงามมากก็เท่านั้น มิได้มีอารมณ์ความรู้สึกใดแอบแฝงอย่างที่เขากล่าวหาเลยแม้แต่น้อย"หากมิได้คิดเช่นนั้น..แล้วเจ้าคิดเช่นไรกันล่ะ" สายตาวิบวับเจ้าเล่ห์จับจ้องไปยังริมฝีปากของนางพร้อมซักถาม "ข้าคิดว่าท่านรูปงามมากก็เท่านั้นเอง..พอใจหรือยังเจ้าคะ" เซี่ยซินหยานตัดสินใจตอบกลับไปตามตรง หวงต

  • นางร้ายผู้นี้ มิขอหลงรักพระเอก   คนหลอกลวง!

    อาทิตย์อัสดงสาดส่อง ย้อมให้สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนเป็นสีแสด กระทั่งเงาของต้นหลิวที่สะท้อนอยู่ในน้ำก็ยังมองเห็นเป็นสีแสดด้วยเช่นกัน จ้าวเยี่ยนฟางนั่งยังคงชะเง้อมองหาร่างของผู้เป็นสามี ด้วยความกระวนกระวายใจ"อากาศเย็นลงแล้วนะเจ้าคะฮูหยิน เข้าไปพักผ่อนด้านในเรือนเถิดเจ้าค่ะ" สาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง วันนี้ฮูหยินของนางนั่งรอท่านแม่ทัพอยู่ที่ศาลาริมน้ำมาทั้งวันแล้ว ไม่ว่านางจะพูดเช่นไรก็ดูเหมือนว่าฮูหยินท่านจะไม่ยอมฟังเลยแม้แต่น้อย"ข้าขอรอเขาอยู่ตรงนี้อีกสักหน่อยนะ.." เสียงผู้เป็นนายตอบกลับมาอย่างอ่อนโยน ถิงถิงจึงทำได้เพียงปล่อยให้ท่านนั่งรออยู่เช่นนี้ต่อไป สิ่งที่นางพอจะทำให้ฮูหยินได้ในเวลานี้ก็คือนำเสื้อคลุมหนา ๆ มาให้ท่านสินะ.."เช่นนั้นบ่าวจะไปนำเสื้อคลุมอุ่น ๆ มาให้นะเจ้าคะ" "อื้อ" จ้าวเยี่ยนฟางพยักหน้าตอบกลับเล็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตามองไปยังซุ้มประตูทางเข้าของเรือนจงหยุนไม่นานนักถิงถิงก็เดินกลับมาพร้อมกับเสื้อคลุมสีฟ้า มืออีกข้างหนึ่งของนางถือตะเกียงไม้มาด้วย นางช่วยใส่เสื้อคลุมให้กับฮูหยินและจัดแจงวางตะเกียงไว้ด้านข้าง เพราะนางรู้ดีว่าฮูหยินคงจะนั่งอยู่ต่อไปเช่นนี้ต่อไป หาก

  • นางร้ายผู้นี้ มิขอหลงรักพระเอก   เจ้าเป็นเมียพี่

    กลางดึกคืนหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วงที่เงียบสะงัด หวงตงหยางเพ่งพิศไปยังดวงหน้างามที่กำลังจมอยู่ในห้วงนิทรา ด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวายใจ เขาจะเชื่อหมอชราผู้นั้นได้จริง ๆ น่ะหรือ มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีวิญญาณดวงอื่นมาอาศัยอยู่ในร่างของจ้าวเยี่ยนฟางหากเป็นเช่นนั้นจริงแล้วนางคือใครกัน นางมาจากหนแห่งใด เ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • นางร้ายผู้นี้ มิขอหลงรักพระเอก   กลับจวนกับข้าเถิดนะฮูหยิน

    จ้าวเยี่ยนฟางได้นั่งสงบสติอารมณ์ก็รู้สึกดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ นางสูดหายใจเข้าเสียจนเต็มปอด ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา ใบหน้าที่ดูว่างเปล่าเมื่อครู่พลันเปลี่ยนไป ยอมรับความจริงเถิด อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด.."ขอบใจที่เมื่อครู่ช่วยข้าไว้นะเจ้าคะ" จ้าวเยี่ยนฟางหันกลับไปขอบคุณหลงโม่โฉวจากใจจริง เมื่อครู

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • นางร้ายผู้นี้ มิขอหลงรักพระเอก   จะห้ามทำไม..ข้าก็อยากทำ

    "อื้ม..ข้าสัญญา..ข้าจะทะนุถนอมเจ้าเป็นที่สุด" หวงตงหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสุดจะเปรียบ ก่อนจะโน้มตัวไปจุมพิศที่ริมฝีปากบางของนางอย่างนุ่มนวล จ้าวเยี่ยนฟางรู้สึกถึงสัมผัสอ่อนละมุนของเขาก็พยายามจูบตอบกลับไปอย่างเงอะ ๆ งะ ๆหวงตงหยางที่เห็นเช่นนั้นก็ลอบยิ้มอย่างพอใจ ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างรวบยกให้ค

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • นางร้ายผู้นี้ มิขอหลงรักพระเอก   สับสน

    "ไหน ๆ ฮูหยินที่เจ้าจงเกลียดจงชัง ก็ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นแล้ว เจ้าควรมีสีหน้าที่ดีกว่านี้สิ หรือว่า..เจ้าคิดถึงนาง!""แค่กๆๆ นี่เจ้า! จะพูดอะไรก็ช่วยคิดก่อนพูดได้หรือไม่ ข้าเนี่ยนะ จะไปคิดถึงนาง เหอะ! สตรีร้ายกาจเช่นนั้น ข้าไม่..คิดถึงนางหรอก หายไปได้ก็ดีแล้ว" หวงตงหยางถึงกับสำลักเมื่อได้ยินสิ่งที่ส

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status