مشاركة

บทที่ 2.2

last update تاريخ النشر: 2026-04-06 16:24:54

บทที่ 2.2

ยามราตรีที่ลมเย็นพัดผ่านโถงทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เยี่ยนหมิงเทียนก้าวเดินเนิบนาบโดยไร้ซึ่งเกี้ยวประจำตำแหน่ง ท่วงท่าที่ดูไม่รีบร้อนนั้นมิใช่ความสุนทรีย์ ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเย็นชา การที่โอรสสวรรค์เลือกเดินเท้ามายังตำหนักของสนมที่ถูกส่งมาเป็นหมากเชื่อมสัมพันธ์เช่นนี้ ย่อมเป็นการส่งนัยบอกแก่คนทั้งวังว่า... นางมิได้มีความสำคัญพอที่เขาต้องเร่งรีบไปหานั่นเอง

ฮ่องเต้หนุ่มหยุดฝีเท้าเป็นพัก ๆ ทอดมองปลาในสระบัวและยอดไม้ที่ไหวเอนราวกับจงใจถ่วงเวลา มันเชื่องช้าจนเกาเต๋อเฉิงที่เดินตามหลังเริ่มกระสับกระส่าย ก่อนจะเอ่ยเตือนเมื่อทนไม่ไหว

“ฝ่าบาท... ลมดึกเริ่มแรงขึ้นแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ หากเร่งฝีเท้าอีกเพียงนิดก็จะถึงตำหนักเป่าเย่วแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เยี่ยนหมิงเทียนเพียงปรายตาคมกริบกลับมามอง รอยยิ้มเย็นชาปรากฏที่มุมปากก่อนจะแสร้งก้าวเดินให้ช้าลงกว่าเดิมเสียอย่างนั้น “อากาศคืนนี้ดีนัก กงกงจะรีบไปไหนกัน”

ทว่าสุดท้ายเขาก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าตำหนักเป่าเย่วที่สว่างไสวด้วยโคมแดงมงคล ทันทีที่ร่างสูงสง่าก้าวข้ามธรณีประตู สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับร่างบางที่ยืนคอยต้อนรับ แสงโคมสลัวอาบไล้ดวงหน้าโฉมงามที่สะคราญตาจนพยัคฆ์ร้ายแห่งเฉียนเป่ยถึงกับชะงักไปชั่วอึดใจ... นางงามกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มากนัก ทว่าเพียงเสี้ยวเวลา ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่ความเรียบเฉยดุจเดิม

สำหรับเขา สตรีงามก็เปรียบเสมือนภาพวาดประดับกำแพง สิ่งที่น่าดึงดูดใจมากกว่าคือฎีกาและอำนาจในมือต่างหาก

เยี่ยนหมิงเทียนก้าวเดินนำเข้าไปภายในตำหนักโดยมีเกาเต๋อเฉิงติดตามมาไม่ห่าง สิ่งแรกที่ปะทะจมูกมิใช่กลิ่นเครื่องหอมฉุนของธูปหรือกำยานราคาแพงที่สนมนางอื่นมักประโคมใช้เพื่อเอาใจเขา แต่มันกลับเป็นกลิ่นหอมบางเบาที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศ

...เป็นกลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้ที่ผลิบานเฉพาะยามรัตติกาลชวนให้จิตใจที่แบกรับราชกิจมาทั้งวันเริ่มผ่อนคลายลงอย่างไม่รู้ตัว

เมื่อเขาทรุดตัวลงนั่งบนตั่งไม้หนา ชิงเยว่ก็ขยับกายเข้าไปปรนนิบัติรินน้ำชาอย่างรู้หน้าที่ ทว่าในจังหวะที่นางโน้มกายลงนั้น สาบเสื้อที่ดูเหมือนจะปกปิดมิดชิดกลับเลื่อนถลันออกเล็กน้อยคล้ายเป็นเรื่องบังเอิญ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกสลักที่ปรากฏแก่สายตาโอรสสวรรค์อย่างไม่ตั้งใจ ทักษะการบริหารเสน่ห์แบบเหมือนไม่อ่อยแต่อ่อยของนางร้ายตัวแม่ถูกงัดออกมาใช้ได้อย่างแนบเนียนที่สุด

“นี่คือชารากบัวผสมเกสรดอกไม้เพคะ ช่วยให้หลับสบายและคลายความเหนื่อยล้าได้ดีนัก” นางเอ่ยแนะนำพร้อมรอยยิ้มบางเบา ซึ่งเป็นมารยาพื้นฐานที่สนมนางอื่นก็มักทำเพื่อเอาใจเขา ทว่าน้ำเสียงของนางกลับนิ่งสงบกว่าที่เขาคาดไว้

เยี่ยนหมิงเทียนยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ หลังเกากงกงใช้เข็มตรวจพิษเรียบร้อยแล้ว กลิ่นหอมของเกสรดอกไม้ที่อบอวลช่วยให้หัวคิ้วที่เคยขมวดมุ่นของเขาคลายออกเล็กน้อย ทว่าแววตาคมกริบยังคงจับจ้องท่าทีของสตรีตรงหน้าไม่วางตา

“อยู่ที่นี่สบายดีหรือไม่ แคว้นเฉียนเป่ยของข้าคงหนาวกว่าบ้านเกิดของเจ้านัก” เขาเอ่ยถามทำนองชวนคุยตามมารยาทไร้ความพิเศษอันใด

“ขอบพระคุณที่ทรงเป็นห่วงเพคะ แม้เฉียนเป่ยจะหนาวเย็น แต่ในตำหนักเป่าเย่วกลับอบอุ่นและสุขสบายดีเพคะ” ชิงเยว่ตอบพร้อมรอยยิ้มละมุนละไมพลางรินน้ำชาเติมให้เขาอย่างนุ่มนวล

เยี่ยนหมิงเทียนยกดื่มและวางถ้วยชาลงจนเกิดเสียงกระทบกันเบา ๆ คล้ายเป็นสัญญาณว่าเวลาแห่งการพักผ่อนสิ้นสุดลงแล้ว สายตาคมกริบเลื่อนไปสบดวงตาหงส์ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ดึกมากแล้ว ข้าไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้... เจ้าไปรอที่เตียงเถิด”

สิ้นคำสั่ง เขาโบกมือเป็นสัญญาณให้เกาเต๋อเฉิงเตรียมดับโคมไฟเพื่อเริ่มภารกิจบนเตียงตามหน้าที่ ทว่าชิงเยว่กลับนิ่งเฉย นางมิได้เดินไปยังเตียงนอนตามที่เขาคาด แต่กลับส่งรอยยิ้มหวานล้ำที่ทำให้ชายหนุ่มต้องชะงัก

“ช้าก่อนเพคะฝ่าบาท... ก่อนจะพักผ่อน หม่อมฉันมีของบางอย่างที่ตั้งใจเตรียมไว้ถวายพระองค์เพคะ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ    บทส่งท้าย 4

    บทส่งท้าย 4ภายในศาลาริมน้ำอันร่มรื่นของจวนรุ่ยอ๋อง บรรยากาศการรับประทานอาหารมื้อกลางวันของสองเจ้านายช่างดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เฟยอวี้ในชุดคลุมผ้าไหมตัวกว้างสีหวาน นั่งเอนกายอย่างสง่างามโดยมีหมอนนุ่มรองแผ่นหลัง ครรภ์ของนางเห็นว่านูนกว่าเดิมชัดเจนบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยของอร่อยนานาชนิด โดยเฉพาะขาหมูน้ำแดงที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล เฟยอวี้คีบเนื้อนุ่มเข้าปากด้วยความสำราญใจ แววตาเป็นประกายสดใส ต่างจากบุรุษผู้เกรียงไกรที่นั่งอยู่ห่างออกไปรุ่ยอ๋องที่เคยสง่างามแต่บัดนี้ใบหน้าคมสันกลับซีดเซียวราวกับกระดาษ เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าสีเข้มปิดจมูกไว้แน่น ดวงตาคมกริบที่เคยสยบศัตรูนับหมื่นกลับดูโรยแรงและสั่นระริกทุกครั้งที่กลิ่นอาหารลอยมาปะทะ“อุ่ก...” เขาชะงักพลางหันหน้าหนี กลิ่นขาหมูที่ชายารักกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยกลับเหม็นจนเขาแทบจะรักษามาดพยัคฆ์ไว้ไม่อยู่“ท่านพี่ ทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ? ลองชิมสักคำไหม ขาหมูนี้เชฟทำได้นุ่มลิ้นนัก” เฟยอวี้แสร้งถามด้วยน้ำเสียงซื่อ ๆ ทว่ามุมปากกลับแอบกลั้นยิ้มขำเมื่อเห็นสามีขยับหนี“เจ้า... เจ้ากินเถิดเสี่ยวเฟย พี่แค่นั่งดูเจ้าก็พอ” เขาตอบเสียงอู้อี้ผ่านผ้าเช็ดหน้า แต่

  • นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ   บทส่งท้าย 3

    บทส่งท้าย 3นางผลักเขาเบา ๆ ให้แผ่นหลังกว้างพิงกับขอบหินอ่อน ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนกายเข้าหาแทรกตัวอยู่ระหว่างขาแกร่งของเขาในน้ำที่เริ่มร้อนรุ่ม มือซุกซนเริ่มลูบไล้ไปตามแผงอกที่มีมัดกล้ามสมบูรณ์ ลากผ่านหน้าท้องที่ตึงเคร่งลงไปสู่เบื้องล่างใต้ผิวน้ำ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่จงใจปลุกเร้านั้นทำให้รุ่ยอ๋องถึงกับต้องขบกรามแน่นนางไม่ยอมให้เขาเป็นฝ่ายคุมเกมฝ่ายเดียวอีกต่อไป มือเรียวเล็กลากไล้ลงไปสัมผัสกับแก่นกายที่ตึงเคร่งภายใต้น้ำร้อนอุ่นจัด สัมผัสที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นจงใจวนเวียนอยู่ตรงจุดอ่อนไหว ทำเอาเยี่ยนจงเหลียนถึงกับสะดุ้งโหยง ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปทันที“เฟยอวี้... เจ้า...” เขาพร่าเสียงเรียกนางคล้ายจะปรามแต่กลับเต็มไปด้วยแรงอารมณ์นางไม่ตอบใบหน้างามค่อยเคลื่อต่ำลงมุดลงใต้ผิวน้ำชั่วครู่ สัมผัสจากริมฝีปากที่อุ่นจัดและปลายลิ้นที่ร้ายกาจของนางทำเอาเยี่ยนจงเหลียนแทบจะสิ้นสติ เขาตกใจในความใจกล้าของนาง ทว่าความเสียวซ่านที่โถมเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่ากลับทำให้เขาแทบคลั่ง สตรีที่เคยอ่อนหวานบัดนี้กลายเป็นนางมารยั่วสวาทที่ปรนเปรอเขาจนสติกระเจิง“อา... พอ... พอก่อนเฟยอวี้” เยี่ยนจงเหลียนครางกระเส่า มือห

  • นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ    บทส่งท้าย 2

    บทส่งท้าย 2“ทีเสด็จพี่รบกวนเวลาสงบสุขของกระหม่อมคราแล้วคราเล่า กระหม่อมยังไม่ว่าอันใดเลย!” เยี่ยนจงเหลียนเอ่ยประชดประชันอย่างไม่เกรงกลัว “คอยดูเถิด กระหม่อมจะมาเรียกพระองค์ตอนดึกสงัด ในยามที่พระองค์กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับเหล่าสนมบ้าง ถึงตอนนั้นเสด็จพี่คงจะทรงเข้าใจความรู้สึกของกระหม่อม!”แทนที่จะโกรธเคือง ฮ่องเต้กลับทรงระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสำราญพระทัย แววตาคู่นั้นดูนิ่งสงบผิดกับน้องชายที่กำลังเดือดพล่าน “เจ้าก็เอาสิ... ข้ามิได้ว่าอะไรเจ้าเสียหน่อย หากเจ้ามีปัญญาเรียกข้าออกมาจากกองฎีกาพวกนี้ได้น่ะนะ”รุ่ยอ๋องชะงักไปเล็กน้อย จริงที่ว่าพี่ชายของเขาเป็นฮ่องเต้ผู้บ้างานยิ่งกว่าสิ่งใด เหล่าสนมนางในนับร้อยในวังหลังก็เป็นเพียงดอกไม้ที่ประดับไว้ตามธรรมเนียม หาได้มีสตรีนางใดเคยทำให้จักรพรรดิผู้เย็นชาองค์นี้เสียอาการได้เหมือนที่เฟยอวี้ทำกับเขา“ข้าเรียกเจ้ามา เพราะเห็นว่าเจ้าเหนื่อยยากมานาน...” ฮ่องเต้ทรงคลี่ราชโองการฉบับหนึ่งโยนให้ผู้เป็นน้องอย่างเป็นกันเอง “ข้าจะมอบวันหยุดยาวให้เจ้าพารุ่ยหวังเฟยไปพักผ่อน จะไปแช่น้ำพุร้อนหรือไปที่ใดก็เชิญตามใจเจ้า ข้าจะไม่ให้ใครไปกวนใจเจ้าแม้แต่คนเดียว”แม

  • นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้าย 1สามวันก่อนถึงกำหนดการประหารชีวิตของฉู่เจิ้งหนาน บรรยากาศในคุกหลวงอันหนาวเหน็บและอับชื้นชวนให้หดหู่ตั้งแต่ก้าวเดินเข้าไป แต่เฟยอวี้ก็ยังคิดจะมาหาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาฉู่เจิ้งหนานถูกจองจำในสภาพนักโทษประหารด้วยความผิดฐานสมคบคิดกับกองกำลังเถื่อนนอกด่านที่ลอบเข้ามาสร้างความวุ่นวายในเมืองหลวงช่วงเร็ว ๆ นี้ แต่ตระกูลฉู่รอดพ้นจากการถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรมาได้ ก็เพราะเฟยอวี้ร่วมมือกับพี่ชายคนโตอย่างฉู่หยุนเซียว โดยใช้ความลับของเจ้าตัวเป็นเครื่องต่อรองเพื่อเข้าถึงหลักฐานมัดตัวบิดาใจทมิฬผู้นี้ได้เยี่ยนจงเหลียนยืนเคียงข้างเฟยอวี้อยู่หน้ากรงขัง แววตาของเขายังคงเย็นชาดุจน้ำแข็งขณะจ้องมองชายในกรงที่สภาพดูไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นฉู่เจิ้งหนานก็ยังใช้สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังไม่ต่างจากเดิมมองเฟยอวี้เช่นเดิม“ข้ามาที่นี่... เพื่อถามคำถามเดียวที่ยังติดค้างในใจ” เฟยอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ทำไมท่านต้องฆ่าท่านแม่ ท่านทำลงไปได้อย่างไร”ฉู่เจิ้งหนานหัวเราะร่าทันใด เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูบ้าคลั่งทว่าสงบงันอย่างน่าขนลุก “ใช่! ข้าลงมือเอง ข้าเป็นคนสั่งวางยาแม่เจ้า!” เขาตะคอกใส่หน้ากร

  • นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ   บทที่ 40 ฟื้นเถอะ

    บทที่ 40บัดนี้สติที่เหลือเพียงน้อยนิดของเฟยอวี้ล่องลอยอยู่ในมิติที่ไร้ขอบเขต พื้นที่รอบกายขาวโพลนอ้างว้างจนสุดลูกหูลูกตา นางก้าวเดินไปบนความว่างเปล่าอย่างคนหลงทาง กระทั่งเบื้องหน้าปรากฏร่างเงาสูงส่งที่แผ่กลิ่นอายกดดันดั่งเขาคือผู้ควบคุมโลกใบนี้“เจ้าใกล้ตายแล้ว... เฟยอวี้” เสียงนั้นดังกังวานคล้ายจะเย้ยหยัน “เจ้าสละชีวิตเพื่อช่วยสามี ทั้งที่เป้าหมายของเขาก็คือการส่งเจ้ากลับมาเกิดใหม่คือเพื่อให้เจ้าได้มีชีวิตอีกครั้งแท้ ๆ”เฟยอวี้ชะงักฝีเท้า หัวใจที่ดวงจิตสั่นไหวด้วยความสับสนกับคำพูดของบุรุษแปลกหน้าตรงหน้า “หมายความว่าอย่างไร... อะไรคือที่ท่านบอกว่าใครเป็นคนส่งข้ากลับมา?”ร่างเงานั้นเค่นหัวเราะทุ้มต่ำก่อนเอ่ยตอบ “ช่างน่าเสียใจแทนคนที่อุตส่าห์แลกทุกสิ่งเพื่อดึงเจ้ากลับมาจากความตายในชาตินั้นเสียจริง... รุ่ยอ๋องของเจ้าอย่างไรเล่า! ในอดีตชาติที่เจ้าจากไปอย่างเดียวดาย เขาใช้บารมีทั้งชีวิตของชาติก่อนที่สั่งสมมา สละทั้งบุญวาสนาและตบะทั้งหมดเพียงเพื่อแลกกับโอกาสให้เจ้าได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง”หยาดน้ำตาไหลรินอาบสองแก้มของเฟยอวี้ทันทีที่ความจริงถูกเปิดเผย ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ามาจุกที่อกจนแทบจะ

  • นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ    บทที่ 39 อย่าคิดว่าไม่มีใครรู้

    บทที่ 39เฟยอวี้สาวเท้าไปตามเส้นทางเงียบสงัดมุ่งสู่สวนดอกเหมยตามสถานที่นัดหมาย เบื้องหน้าคือแผ่นหลังของบิดาที่นางเคยเคารพและถามหาความเมตตา ทว่าในยามนี้ เมื่อภาพเหตุการณ์ในชาติก่อนและความจริงที่ได้รับรู้จากจ้าวซื่อผุดขึ้นมาในหัว นัยน์ตาของนางก็กลับกลายเป็นเย็นเยียบไร้ความรู้สึกใดบิดาหันกลับมามองนางด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและเข้าเรื่องทันทีอย่างไร้เยื่อใย "ข้านัดเจ้ามาเพราะอยากเตือนให้เจ้าเลิกทำตัวเป็นศัตรูกับตระกูลฉู่เสียที ไม่ว่าเจ้าจะแค้นเคืองจ้าวซื่อเพียงใดแต่ข้านั้นจัดการให้เจ้าแล้ว และอย่าลืมข้าคือบิดาที่เลี้ยงดูเจ้ามาจนได้ดีเป็นถึงพระชายา!"เฟยอวี้แค่นยิ้มหยัน แววตานิ่งสงบจนน่ากลัว “เจิ้งหนาน... เจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดเลย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลจากการกระทำของพวกเจ้าเองทั้งสิ้น ส่วนเรื่องที่ท่านเลี้ยงดูข้ามา...” นางเว้นจังหวะพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “ข้ายังสงสัยนักว่าท่านเลี้ยงข้ามาเพื่อให้เป็นหมากในมือหรือบุตรสาวกันแน่”สีหน้าของเจิ้งหนานเปลี่ยนไปชั่วครู่ แววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยไม่อาจรอดพ้นสายตานางไปได้ “ทำอะไรไว้ อย่าคิดว่าไม่มีใครรู้ ท่านเองก็เตรียมรับผลกรรมที่ก่อไว้ด้วยเถิ

  • นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ   บทที่ 14.2

    บทที่ 14.2ชิงเยว่ลดจอกเหล้าลงพลางทำหน้ายู่ใส่เขา “เรื่องนั้นมันยากนี่เพคะ... ฝ่าบาทมีสตรีเป็นสิบเป็นร้อย หม่อมฉันไม่อยากไปแย่งชิงกับใคร อีกอย่าง...” นางลดเสียงลงเป็นกระซิบ “หม่อมฉันก็ไม่อยาก... มีอะไรกับบุรุษที่มีสตรีเยอะแยะไปหมดเท่าไหร่หรอกเพคะ บุรุษผู้นั้นที่พระองค์ให้ไปทำหน้าที่แทนน่ะ”เขารู้ว่

  • นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ   บทที่ 14.1 ล้วงความลับ

    บทที่ 14.1ล้วงความลับ“เจ้าเมาแล้ว ชิงเยว่... เช่นนั้นข้าว่าเรามาเล่นอันใดสนุก ๆ กันเถอะ?”เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากเกือบจรดกัน แววตาคมปลาบจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่พยายามจะค้อนใส่เขา “เจ้าอยากเจอหูเหวินหมิงทำไม? กำลังวางแผนจะทำอะไรกันแน่”“ใครบอกว่าหม่อมฉันวางแผนอะไรอีก... ก็แค่... อยา

  • นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ   บทที่ 12.1 เจ้าช่ำชองเพียงนี้

    บทที่ 12.1เจ้าช่ำชองเพียงนี้ชิงเยว่ใช้ฟันขาวนวลกัดริมฝีปากล่างของตนเองเบา ๆ ก่อนจะขยับขึ้นไปชิดจนลมหายใจอุ่นรดรินอยู่ที่ลำคอของเขา มือหนึ่งลูบไล้แผ่นอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าไหมเนื้อดี อีกมือหนึ่งค่อย ๆ ปลดสายคาดเอวของฮ่องเต้หนุ่มออกอย่างใจเย็น นิ้วเรียวเกี่ยวรั้งอาภรณ์ให้แยกออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้า

  • นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ   บทที่ 8 จางมามาเริ่มเปลี่ยนไป

    บทที่ 8จางมามาเริ่มเปลี่ยนไปพอลับหลังฮ่องเต้จอมเผด็จการ ชิงเยว่ถอนหายใจทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง พลางขยับสาบเสื้อที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ รสสัมผัสจาบจ้วงเมื่อครู่ยังทิ้งรอยช้ำไว้ที่มุมปาก แต่นางยังไม่ทันจะได้สำรวจตัวเองให้ดีประตูตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงเสียแล้วจางมามาพรวดพราดเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status